Isuzu MU-X

THB 1,109,000 - 1,579,000

4.0

  • 2 - 3 L ปริมาตรกระบอกสูบ
  • AT / MT รูปแบบเกียร์
  • 150 - 190 PS กำลังสูงสุด
  • D-Segment เกรด
เช็คสเปค

ข้อต้องอ่าน

  • ห้องโดยสารกว้างขวาง
  • ราคาจำหน่ายเอื้อมถึงได้
  • ชื่อชั้นแบรนด์แข็งแกร่ง
  • ทำตลาดมานาน ใกล้เปลี่ยนโฉมใหม่
  • เครื่องยนต์สู้คู่แข่งไม่ได้

รุ่นย่อย Isuzu MU-X

2021 | 1.9 L | -
2021 Active 1.9 AT 4x2

THB 1,109,000

TBC/month

2021 Luxury 1.9 MT 4x2

THB 1,254,000

TBC/month

2021 Luxury 1.9 AT 4x2

THB 1,304,000

TBC/month

2021 Elegance 1.9 AT 4x2

THB 1,349,000

TBC/month

2021 Ultimate 1.9 AT 4x2

THB 1,434,000

TBC/month

2021 | 3.0 L | -
2021 Ultimate 3.0 AT 4x2

THB 1,479,000

TBC/month

2021 Ultimate 3.0 AT 4x4

THB 1,579,000

TBC/month

2020 | 1.9 L | -
2020 1.9 Ddi CD AT 4x2

THB 1,099,000

THB 14,784/month

2020 1.9 Ddi DVD MT 4x2

THB 1,226,000

THB 16,262/month

2020 1.9 Ddi DVD AT 4x2

THB 1,276,000

THB 16,934/month

2020 1.9 Ddi DA DVD Navi AT The Onyx 4X2

THB 1,376,000

THB 18,950/month

2020 | 3.0 L | -
2020 3.0 Ddi DA DVD Navi AT The Onyx 4x2

THB 1,421,000

THB 18,278/month

2020 3.0 Ddi DA DVD Navi AT 4x4

THB 1,486,000

THB 19,757/month

ตัวถัง Isuzu MU-X

เกรดD-Segment
ตัวถังSUV
รูปแบบเกียร์AT / MT
ปริมาตรกระบอกสูบ2 - 3 L
กำลังสูงสุด150 - 190 PS
จำนวนที่นั่ง-
เช็คสเปค Isuzu MU-X

Isuzu MU-X รีวิว

ภาพรวม

2021 Isuzu MU-X (อีซูซุ มิว-เอ็กซ์)เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเป็นที่แรกของโลกไปอย่างยิ่งใหญ่อลังการงานสร้าง พร้อมประกาศราคาที่น่าสนใจในแต่ละรุ่นย่อย ซึ่งแน่นอนว่าราคามีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย แต่เมื่อเรามองจากภายนอก รถคันนี้ก็ยังมีจุดเด่นและจุดด้อยหลายจุด ที่ยังต้องรอการพิสูจน์ว่าดีกว่าคู่แข่งมากน้อยเพียงใด

ใครที่อ่านข้อมูลแล้วสงสัยตรงไหน เมื่อวานนี้AutoFun Thailandได้พาชมตัวรถแบบละเอียดยิบไปแล้ว และในวันนี้ เราได้รับการเชิญชวนจากตรีเพชรอีซูซุเซลส์อย่างเป็นทางการ ในการร่วมสัมผัสกับรถคันนี้เป็นครั้งแรกในโลก ซึ่งแม้จะได้ขับไม่มากมายในสนามทดสอบ แต่ก็ทำให้เรามีข้อมูลมากพอที่จะมาคุยกันมากขึ้นเกี่ยวกับตัวรถ

อย่างที่เราเกริ่นไปแล้วว่าภารกิจหลักของมิว-เอ็กซ์โฉมใหม่นี้ก็คือการกลับมาแย่งชิงความเป็นผู้นำในตลาดพีพีวีในประเทศไทยให้ได้อีกครั้ง หลังจากที่พวกเขาโดนความร้อนแรงและแคมเปญของคู่แข่ง ผลักดันให้ยอดจำหน่ายของมิว-เอ็กซ์รุ่นก่อนหน้าตกไปอยู่ในอันดับ 3 ของตลาดในช่วง 9 เดือนแรกที่ผ่านมาของปี 2563


แน่นอนว่าส่วนหนึ่งก็คงเป็นเพราะตัวสินค้าเองที่มีอายุค่อนข้างมากอยู่แล้ว ลูกค้าหลายรายที่เป็นแฟนคลับของอีซูซุก็รอที่จะได้พบเจอกับโฉมใหม่อย่างใจจดใจจ่อ ขณะที่กลุ่มลูกค้าที่ไม่ได้มีแบรนด์รอยัลตี้ ก็ไม่ได้มองว่าจะต้องซื้อรถแบรนด์ไหน อะไรที่มีอยู่ในท้องตลาดและเหมาะสมด้วยช่วงเวลาและโปรโมชั่นก็จับจองกันทันที
แน่นอนว่าการกลับมาของมิว-เอ็กซ์ น่าจะช่วยทำให้ตลาดพีพีวีที่ซบเซาในปีนี้ เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง และยังจะเป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการใช้รถระดับราคา 1-1.5 ล้านบาทได้อีกต่างหาก แต่รถคันนี้จะดีพอที่จะให้จับจองเป็นเจ้าของหรือไม่นั้น มาติดตามการทดลองขับแบบสั้น ๆ ไปพร้อมกับพวกเราได้เลยครับ


ภาพภายนอก

วันนี้เราจะไม่พูดถึงรายละเอียดแต่ละชิ้นส่วนกันมาก แต่จะเป็นการสรุปแบบตามความคิดของผมก็แล้วกัน เรื่องแรกที่เราต้องจำไว้ก็คือรถคันนี้นั้นพัฒนามาจาก 2021 Isuzu D-Max (อีซูซุ ดีแมคซ์) โฉมใหม่ แต่มีการปรับรายละเอียดของตัวรถให้ดูมีความหรูหราพรีเมียมมากขึ้นที่ภายนอก แต่ภายในนั้นเน้นการเพิ่มอุปกรณ์เข้ามามากมายให้รถน่าใช้งานมากขึ้น
ตอนที่เป็นดีแมคซ์นั้น ตัวรถดูมีความสปอร์ต แข็งแกร่ง บึกบึน เพื่อเน้นการแข่งขันไปในทิศทางเดียวกันกับคู่แข่งอย่างชัดเจน แต่เมื่อพัฒนามาเป็นมิว-เอ็กซ์ ดูเหมือนอีซูซุจะพยายามฉีกออกมาเน้นความพรีเมียมของรถที่เหนือกว่าคู่แข่งที่ไปรบรากันในสงครามสปอร์ต ดุดันกันอยู่ เรียกว่ามองแบบภาพรวม ๆ แล้ว จะเห็นดีไซน์ที่อ่อนโยนกว่าเยอะ
การออกแบบกกระจังหน้าแบบ 3 มิติก็ดี ชุดโคมไฟหน้าที่มาพร้อมเส้นไฟแอลอีดีเล่นลายแบบสวยงาม สอดรับเป็นชุดเดียวกันกับชุดไฟตัดหมอกด้านหน้า รวมไปถึงตัวถังแบบตีโป่งบนมิติตัวถังที่ใหญ่ที่สุดในคลาส ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้วลายคล้าย ๆ ดอกไม้ รวม ๆ ความมาแล้ว ทำให้รถนั้นดูออกไปในแนวเอสยูวีหรูหรามากกว่าบึกบึน


ด้านท้ายของรถนั้นให้บรรยากาศของรถเอสยูวีรุ่นใหญ่ ๆ ที่เน้นการดีไซน์ประตูบานหลังแบบกลม ๆ ป่อง ๆ แตกต่างจากมิว-เอ็กซ์โฉมเดิมที่เน้นการเล่นเส้นสายที่ตัดกันอย่างดุดัน เป็นแนวทางการออกแบบที่ถือว่าขัดตาไป
การออกแบบเชิงหรูหรา ป้อม ๆ แบบนี้ ใครที่คิดจะซื้อรถคันนี้ไว้ออกงานกลางคืน ก็น่าเป็นรถที่ให้ภาพลักษณ์ที่หรูหราดูดีที่สุดในบรรดา งานนี้ถือว่าทีมออกแบบใจกล้าและทำงานมาได้เป็นอย่างดี


การออกแบบภายใน

ด้วยการเป็นรถที่พัฒนามาจากดีแมคซ์ ตำแหน่งของเบาะที่นั่งและการจัดวางอุปกรณ์ทั้งหมดนั้น ในตำแหน่งผู้ขับขี่ถือว่าไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงหรือต้องปรับตัวอะไรเลย กระโดดขึ้นรถมาก็ขับได้เลย
อย่างไรก็ตาม ห้องโดยสารนั้นได้รับการพัฒนาให้มีความหรูหราขึ้นมามากมายในรายละเอียด อย่างแรกเลยคือการเลือกใช้สีทองแชมเปญมาตกแต่งห้องโดยสารทำให้รถดูมีราคาขึ้นมาเยอะ รวมไปถึงเบาะที่นั่งระบายความร้อนดีสีน้ำตาลที่นำมาแมตช์ ก็ทำให้ห้องโดยสารมีโทนที่อบอุ่น เหมาะกับการใช้งานแบบครอบครัว และเหมือนจะเลอะยากด้วยนะ
คอนโซลหน้านั้น แม้จะยกมาทั้งหมด แต่ก็มีการเพิ่มดีไซน์ตรงแผงกลางให้มีขอบขึ้นมารับกับตำแหน่งการนั่งมากขึ้น ช่องเก็บของด้านบนถูกเปลี่ยนเป็นที่ติดตั้งช่องใส่ซีดี ขณะที่ด้านหลังคันเกียร์ ติดตั้งเบรกมือไฟฟ้าพร้อมระบบ Auto Hold น่าจะเป็นครั้งแรกของอีซูซุเลยก็ว่าได้ ขณะที่ดีไซน์การออกแบบอื่น ๆ ในภาพรวมก็ไม่ได้มีอะไรแตกต่าง


เบาะที่นั่งแบบ 7 ที่นั่งถูกติดตั้งมาในตำแหน่งที่สูงขึ้นจากเดิมเล็กน้อย เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินเข้า-ออกห้องโดยสาร รวมถึงทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยมของผู้โดยสารทุกตำแหน่ง ตัวเบาะดูเหมือนจะบางลงนิดหน่อย เพื่อเพิ่มพื้นที่วางขาและช่องว่างระหว่างเบาะแต่ละแถว อันนี้ผมลองนั่งมาแล้วทุกตำแหน่ง ถือว่าใช้งานได้จริงทั้ง 3 แถว
ห้องโดยสารออกแบบมาเพื่อเอาใจการใช้งานสำหรับคน 7 คนจริง ๆ เบาะแถว 2 นั้น ตรงกลางสามารถดึงที่เท้าแขนที่ซ่อนที่วางแก้วเอาไว้ออกมาได้ ขณะที่เบาะแถว 3 ก็มีที่วางแก้วพร้อมช่องเก็บของสำหรับผู้โดยสารทั้ง 2 ตำแหน่ง ระบบปรับอากาศนั้นเดินท่อมาตามหลังคารถ ยังไม่ได้มีโอกาสลองความเย็น แต่คิดว่าไม่ใช่ปัญหาของค่ายนี้



พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังมีขนาดใหญ่โตมโหฬาร มีช่องเก็บของเล็ก ๆ ที่ด้านท้าย เป็นผลมาจากการเก็บล้ออะไหล่ไว้ด้านล่างตัวรถเหมือนเดิม เบาะตอน 3 นั้นสามารถพับได้อย่างรายเรียบ เพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระอย่างเต็มพิกัด ใช่ครับ ย้ำอีกครั้งว่าเบาะตอน 3 นั้นพับได้เรียบ ขาดแค่ระบบพับไฟฟ้าแบบเอเวอเรสต์นั่นล่ะที่ยังไม่ได้ให้มา
แน่นอนว่าหลาย ๆ คนก็คงถามหาพวกอุปกรณ์ของเล่นต่าง ๆ ที่เพื่อน ๆ เขามีกัน ยกตัวอย่างเช่น หลังคาซันรูฟ อันนี้บอกเลยว่ายาก เพราะระบบแอร์นั้นเดินท่อผ่านหลังคามา คงปรับกันยากหน่อย ส่วนจอทีวีสำหรับผู้โดยสารตอนหลังนั้น แว่วว่าดีลเลอร์เตรียมอะไหล่ไว้ตกแต่งกันให้เพียบ หรือจะรอให้เขาไมเนอร์เชนจ์กันก็น่าจะมีมาให้เห็นในอนาคตแน่นอน


ระบบพลังงาน

เครื่องยนต์ที่นำมาใช้ยัวมีให้เลือก 2 รุ่น ประกอบไปด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ เทอร์โบ ขนาด 1.9 ลิตร Ddi Blue Power ที่ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้าที่ 3,600 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตรที่ 1,800 – 2,600 รอบต่อนาที ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่มาพร้อมเทรนด์ดาวน์ไซส์ซิ่ง ซึ่งพวกเขาทำตลาดมาได้สักระยะใหญ่ ๆ แล้ว
อีกรุ่นเป็นเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ Commonrail Direct Injection พร้อมเทอร์โบชาร์จเจอร์ VGS แบบครีบแปรผัน และอินเตอร์คูลเลอร์ ขนาด 3.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้าที่ 3,600 รอบต่อนาที พร้อมด้วยแรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตรที่ 1,600 – 2,600 รอบต่อนาที ตัวท็อปของค่ายที่โดดเด่นทั้งเรื่องพละกำลังและการประหยัดน้ำมัน
ระบบส่งกำลังนั้นมีให้เลือกทั้งแบบเกียร์ธรรมดาในรุ่นเครื่องยนต์เล็ก รวมถึงเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด เกือบทุกรุ่นย่อยมาพร้อมระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ ยกเว้นตัวท็อปเท่านั้นที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ เรียกว่าทางเลือกหลัก ๆ ของรถคันนี้ก็คือระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ เกียร์อัตโนมัติ ที่แตกต่างกันที่เครื่องยนต์และระบบอุปกรณ์ต่าง ๆ เท่านั้น


แม้จะมีรูปลักษณ์ที่เน้นความหรูหรา แต่อึซูซุก็ทำการเพิ่มสมรรถนะการขับขี่บนทางวิบากให้กับรถ ด้วยระบบกันสะเทือนแบบคอยล์สปริงพร้อมโช๊คอัพแก๊ส 4 ล้อ ช่วงล่างด้านหน้าแบบดับเบิลวิชโบน ช่วงล่างหลังแบบ 5 ลิงค์ที่มาพร้อมการปรับปรุงใหม่ เรียกว่าสามารถใช้งานได้จริงทั้งบนถนนและเส้นทางออฟโรดแบบสมบุกสมบัน
ในรุ่นบนบนของโฉมนี้ จะมาพร้อมยระบบความปลอดภัยที่เน้นป้องกันอุบัติเหตุ โดยเฉพาะระบบ ADAS หรือ Advanced Driver Assistance Systems ที่ทำงานด้วยกล้องหน้าคู่อัจฉริยะใหม่ที่แม่นยำกว่ากล้องเดี่ยวแบบรุ่นเดิม โดยระบบจะช่วยตรวจจับวัตถุด้านหน้า ทำงานร่วมกับเรดาร์ 2 จุดและ เซ็นเซอร์ 8 จุดรอบคันเป็นครั้งแรกของมิว-เอ็กซ์

ระบบเด่น ๆ ที่น่าใช้งาน ก็จะประกอบไปด้วย ระบบตั้งค่าจำกัดความเร็วสูงสุดได้ด้วยตนเอง พร้อมระบบล็อกความเร็วเพื่อรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าอัตโนมัติ ระบบ stop and go หยุดรถและออกตัวตามรถคันหน้าอัตโนมัติ ระบบแจ้งเตือนเมื่อรถออกนอกเลน ระบบตรวจจับมุมอับสายตา พร้อมด้วยระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ

ระบบแจ้งเตือนการชนด้านหน้า ทำงานร่วมกับระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ระบบป้องกันการเหยียบคันเร่งผิดพลาดเมื่อมีสิ่งกีดขวางด้านหน้า ระบบแจ้งเตือนการจราจรตัดผ่านด้านหลังขณะถอยรถ ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ระบบช่วยจอด พร้อมถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง และระบบอื่น ๆ ที่เป็นระบบมาตรฐานดั้งเดิม

ประสบการณ์การขับขี่

ต้องบอกก่อนว่าการทดลองขับสั้น ๆ ของเราในวันนี้นั้น เป็นการทดลองขับแบบสั้น ๆ ประมาณ 2-3 รอบของสนามทดสอบ ที่มีการกำหนดทางวิ่งและเส้นทางในการทดสอบชัดเจน เรียกว่าเป็นการสัมผัสกันแบบน้ำจิ้มกันหลังเปิดตัว เพื่อที่จะให้ตอบคำตอบเรื่องการใช้งานต่าง ๆ กันได้ดีมากขึ้น แต่ยังไม่ได้ลงรายละเอียดเรื่องการใช้งาน
เรื่องแรกที่เป็นที่น่ายินดีมากสำหรับผมก็คือการที่พี่ใหญ่อย่างอีซูซุนั้น พรีเซนต์ถึงโปรดักส์ใหม่ของพวกเขาโดยเน้นเรื่องของเทคโนโลยี ระบบความปลอดภัยอย่างเข้มข้น แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่เน้นเรื่องของความปลอดภัยในการใช้งานของผู้บริโภคเป็นหลัก หลังจากเน้นเรื่องประหยัดน้ำมัน ดูแลรักษาไม่แพงมายาวนาน
ตัวรถนั้นยิ่งเห็นต้องบอกว่ามันดูใหญ่จริง และงานก็พรีเมียมจริง ๆ คือดูแล้วหรูหราไปเลย แตกต่างจากคนอื่น ตลอดหัวจรดท้ายของรถนั้นดูเน้นไปที่ความเรียบหรูในงานออกแบบ ที่สะท้อนให้เห็นได้อย่างชัดเจนที่ภายในที่มีการเลือกสีของวัสดุต่าง ๆ มาประกอบกันอย่างลงตัว ขอบอกว่าสีทองแชมเปญนั้นสวยงามจริง ๆ


จากเบรกมืออันใหญ่ ๆ ยุคโบราณ พวกเขาเปลี่ยนมาใช้เบรกมือไฟฟ้าพร้อมปุ่มระบบหยุดรถอัตโนมัติเมื่อจอด พร้อมด้วยแป้นเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนแบบหมุนอันใหญ่ที่ดูลงตัว หน้าจอแสดงข้อมูลขนาดเล็กที่ดูเหมือนจะเหมือนกับดีแมคซ์ ก็ได้รับการยืนยันว่ามีการปรับในเรื่องของสีสันของหน้าจอให้ดูพรีเมียมมากขึ้นเช่นเดียวกัน
กระโดดขึ้นรถแล้วกดปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ เสียงเครื่องยนต์แบบอีซูซุนั้นครางกระหึ่ม รุ่นที่นำมาให้ทดสอบกันเป็นรุ่นท็อป เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร ขับเคลื่อน 4 ล้อ กดคันเร่งไปแรง ๆ ตัวรถก็ออกตัวไปแบบไม่กระตือรือล้นอะไรมาก อันนี้เป็นลักษณะนิสัยของเครื่องยนต์ตัวนี้อยู่แล้ว ผมว่าแฟน ๆ อีซูซุเองก็คงเข้าใจกับคาแรคเตอร์ของรถอยู่แล้ว



สิ่งที่เซอร์ไพร์สมากกว่าคือความคมของพวงมาลัยที่เซตมาได้อย่างลงตัวพอดีกับน้ำหนักรถ เรียกว่าการปาดรถไปทางซ้าย-ขวานั้นทำได้อย่างสนุกสนานไม่มีอาการโยนตัวของรถมากมาย แถมยังเพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบเตือนรถไหลออกจากเลน ที่ใช้งานได้จริง อันนี้ถือเป็นอุปกรณ์ความปลอดภัยใหม่ที่น่าสนใจ
การถ่ายน้ำหนักตัวของรถทั้งด้านหน้า-หลังและซ้าย-ขวาระหว่างการขับทดสอบถือว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยม ตัวรถนั้นมีอาการโคลงอยู่บ้างเนื่องจากเป็นรถที่สูง น้ำหนักมาก แต่ก็ไม่ได้มากอย่างที่คาดการณ์เอาไว้ และการคืนตัวของรถก็ทำได้อย่างรวดเร็ว และมีความคล่องตัวในการขับขี่ที่จัดว่าดีในระดับหนึ่งเมื่อเทียบกับขนาดตัวรถ

ระบบเบรกนั้นให้การตอบสนองที่ดี หากต้องการชะลอรถที่ความเร็วปานกลาง กดแป้นไม่ต้องมาก รถก็ชะลอแล้ว แต่หากเป็นการเบรกฉุกเฉินที่มีการกดคันเร่งอย่างรุนแรง ตัวรถนั้นจะมีอาการหน้าทื่อนิดหน่อย ด้านท้ายของรถก็จะยกตัวสูงขึ้นนิดนึง อันนี้สังเกตได้จากตอนทดสอบระบบเบรกอัตโนมัติ รถนั้นจะออกอาการมากหน่อย

การดูดซับแรงกระแทกของตัวรถนั้นทำได้ดีกว่าที่คาดเอาไว้ แรงกระแทกของตัวรถนั้นเป็นไปอย่างนุ่มนวลเหมาะกับถนนทุกรูปแบบ และรองรับการเปลี่ยนเลนแบบกระทันหันได้เป็นอย่างดี การเก็บเสียงของกระจกบ้านหน้านั้นสุดยอดเหมือนเดิม เสียงที่ดังที่สุดในการทดสอบก็คือเสียงของเครื่องยนต์ที่ครางกระหึ่มเวลากดคันเร่งแรง ๆ เท่านั้นล่ะ

สั้น ๆ หลังจากขับมา 2-3 รอบ ต้องบอกว่าอีซูซุนั้นทำรถรุ่นนี้ออกมาได้ดีแบบก้าวกระโดด เพราะพื้นฐานของรถที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี มาผสานกับงานออกแบบที่ทำมาดีขึ้น ดูไปนาน ๆ แล้วจะชินตาได้ไวมาก ห้องโดยสารสะดวกสบายใช้งานได้จริง เรียกว่าน่าจะเป็นรถที่เหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน และก็คงขายดีอยู่เหมือนเดิม


นอกเหนือจากการทดลองการขับขี่แล้ว ในงานทดสอบ อีซูซุยังได้จัดให้มีการแสดงเทคโนโลยีใหม่ ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นระบบป้องกันการชนด้านหน้าอัตโนมัติ พร้อมระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน ระบบตัดการทำงานของคันเร่ง กรณีเหยียบผิดและมีสิ่งกีดขวางด้านหน้า ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่มีการติดตั้งเพิ่มเติมเข้ามา
หรือแม้แต่ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ที่มาพร้อมระบบหยุดรถและเคลื่อนรถอัตโนมัติที่ทำงานในทุกย่านความเร็วเป็นครั้งแรก เอาเป็นว่าใครที่เคยบอกว่าชอบซื้อรถเพราะเทคโนโลยีสูงส่งและเคยมองข้ามแบรนด์อีซูซุไป อาจจะต้องคิดกันใหม่ เพราะมิว-เอ็กซ์โฉมนี้ จัดเต็มระบบทุกอย่างมาให้อย่างเต็มที่ แบบไม่ทิ้งความดีงามเดิม ๆ



สรุป

ถ้าจะให้สรุปว่า 2021 Isuzu MU-X ใหม่นั้นเป็นอย่างไร ก็ต้องบอกว่านี่คือความพยายามอีกครั้งของแบรนด์อีซูซุที่มาพร้อมกับความต้องการในการดูแลลูกค้าให้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยสินค้าใหม่ที่มีความหลากหลายมากขึ้น และมีฟังชั่นส์มากมายที่จะดูแลลูกค้าได้ครบทุกกลุ่ม ซึ่งเป็นการต่อยอดมาจากความหลากหลายของ Isuzu D-Max เอง
หลาย ๆ ฟังชั่นส์นั้นถูกพัฒนามาเพื่อตอบสนองชีวิตยุคปัจจุบัน แต่หลาย ๆ อันก็มาพร้อมกับแนวคิดรูปแบบเดิม ๆ ที่ยังทันสมัยอยู่ ผมยกตัวอย่างปลั๊กเสียบไฟที่วางไว้คู่กับที่ชาร์จไฟยูเอสบี หลาย ๆ คนอาจจะมองว่าไม่จำเป็น แต่ผู้บริหารหลาย ๆ คนก็ยังทำงานบนรถอยู่ และเชื่อเถอะว่าผู้ใหญ่หลายคนก็คิดว่าชาร์จแบบเสียบปลั๊กก็ดีกว่าชาร์จยูเอสบีนะ
หรือการติดตั้งเครื่องเล่นซีดีมาให้ ทั้งที่ระบบเอนเตอร์เทนเมนต์นั้นรองรับทั้งไว-ไฟ แอปเปิลคาร์เพลย์ และแอนดรอยด์ ออโต้ แต่ถ้าคุณไปดูในรถยนต์ของลูกค้ามิว-เอ็กซ์จริง ๆ เชื่อเถอะว่าร้อยทั้งร้อยน่าจะยังมีซีดีเหลือ ๆ อยู่ติดรถกันบ้าง ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของรถที่ต้องชื่นชมว่าคนคิดคิดมาละเอียดเอาเรื่องเหมือนกัน


ใแง่ของการขับขี่นั้น แน่นอนว่าเครื่องยนต์ก็ยังเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณา เพราะผมว่าการตอบสนองของเครื่องยนต์ที่ไม่ได้เน้นความสปอร์ตจี๊ดจ๊าด ก็อาจจะทำให้เราอยากได้รถที่ดุดันกว่านี้นิดหน่อย แต่ถ้าคิดว่าเครื่องยนต์ไม่ใช่ประเด็นหลักในการตัดสินใจแล้วล่ะก็ ขอบอกว่ามิว-เอ็กซ์ใหม่ก็มาพร้อมออพชั่นหลายอย่างที่ทำให้ชอบมันได้ไม่ยาก
โอเคว่าทั้งหมดคือการสัมผัสรถแบบสั้นมาก ๆ ที่ได้จับพวงมาลัยกันหลักนาที เอาไว้รอให้ตรีเพชรอีซูซุพร้อมกว่านี้ เราจะยืมรถออกมาทำการทดสอบกันอีกรอบ เชื่อว่ายังมีลูกเล่นหรือจุดติติงอีกมากที่เราจะต้องพิจารณากันกับรถคันนี้ แต่หากให้ประเมินด้วยข้อมูลตอนนี้ ปีหน้าตลาดพีพีวีดุแน่นอน และที่ 3 คงไม่เพียงพอสำหรับมิว-เอ็กซ์ อีกต่อไป!!!


Isuzu MU-X FAQ

  • พนักพิงด้านคนขับปรับ สูง / ต่ำของIsuzu MU-Xมีอะไรบ้าง

    ลูกชาย คนเล็ก

    มีพนักพิงด้านคนขับปรับ สูง / ต่ำและรุ่นย่อยของIsuzu MU-X ได้แก่ อ่านเพิ่มเติม

  • บอกความปลอดภัยของIsuzu MU-Xหน่อย.

    Virat Wongsawai

    ความปลอดภัย ของ Isuzu MU-X มีดังนี้ อ่านเพิ่มเติม

  • กล่องบรรทุกสัมภาระบนหลังคาของIsuzu MU-Xมีอะไรบ้าง

    ปรัช สุวรรณ

    มีกล่องบรรทุกสัมภาระบนหลังคาและรุ่นย่อยของIsuzu MU-X ได้แก่ อ่านเพิ่มเติม

สามารถเปรียบเทียบได้ 4 รุ่นเท่านั้น
เลือกเพื่อเปรียบเทียบ