THB 2,220,000 - 2,780,000ยังไม่คอนเฟิร์ม

ราคา Mini 5-Door Hatch 2021 ที่ไทย

รายละเอียด Mini 5-Door Hatch
เกรดB-Segment
ตัวถังHatchback
รูปแบบเกียร์-
ปริมาตรกระบอกสูบ1.5 - 2.0L
กำลังสูงสุด138 - 195PS
จำนวนที่นั่ง5
เช็คสเปค 5-Door Hatch

รุ่นย่อยและราคา Mini 5-Door Hatch

(adsbygoogle = window.adsbygoogle || []).push({});

Pros&Cons Mini 5-Door Hatch

Pros

  • รูปทรงภายนอก 5 ประตูใช้งานสบาย ด้วยรูปทรงภายนอกที่เป็นแบบแฮทช์แบ็ก 5 ประตู ซึ่งดูเหมือนว่าจะได้รับความนิยมไม่น้อยเพราะในขณะที่รูปทรง และขนาดใกล้เคียงกับรุ่น 3 ประตู แต่ 5 ประตู มันให้ความสะดวกสบายในการใช้งานได้มากกว่านั้นเอง อีกทั้งยังมีการออกแบบดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ และยังคง DNA ของรถแบรนด์ Mini ไว้ได้อย่างครบถ้วน
  • ภายในล้ำสมัยลูกเล่นเพียบ ห้องโดยสารของมินิ นับเป็นอีกหนึ่งผลลัพธ์จากความพยายามผสมผสานระหว่างความคลาสสิคกับความไฮเทคที่ทำได้อย่างลงตัว แม้ตัวรถจะอัดแน่นด้วยลูกเล่นต่างๆ มากมาย แต่ก็ไม่ขัดขวางบรรยากาศดั้งเดิมที่คนรักมินิหลงไหล พนักพิงเบาะหลังพับได้ เสาหลังที่ไม่ลาดเอนมากนัก ทำให้มีพื้นที่เหนือศีรษะเหลือเฟือ ด้านหลังก็จะนั่งสบายกว่ารุ่น 3 ประตู
  • เครื่องยนต์แรงตอบสนองได้ทุกความต้องการ เครื่องยนต์ของ Mini Hatch 5 Cooper S Oxford Edition มีขนาด 2.0 ลิตร TwinPower Turbo 192 แรงม้า ซึ่งถือว่าแรงเอาเรื่อง และสามารถตอบสนองความต้องการได้ในทุกย่านความเร็วตั้งแต่ออกตัวไปถึงความเร็วปลาย กดคันเร่งเมื่อไหร่รถก็พร้อมที่จะพุ่งออกไปแบบไม่รีรอ
  • มีโหมดการขับขี่ให้เลือก อีกหนึ่งจุดที่ถือว่าเป็นจุดเด่นของ Mini Hatch 5 Cooper S Oxford Edition คันนี้ก็คือโหมดการขับขี่เพราะมันสามารถให้คุณเลือกได้ตามใจโดยมีทั้งหมด 3 โหมด คือ MID ที่เซ็ทแบบกลางๆ GREEN สำหรับสายประหยัดเน้นขับสบาย และ SPORT สำหรับสายซิ่ง เพราะเครื่องยนต์จะกระฉับกะเฉงขึ้น พวงมาลัยหนักขึ้น และระบบกันสะเทือนแข็งขึ้น ลืมความนุ่มนวลได้เลย

Cons

  • อะไหล่ เซอร์วิสราคาสูง Mini Hatch 5 Cooper S Oxford Edition มีอัตราค่าอะไหล่ต่างๆค่อนข้างสูง เพราะอะไหล่บางชิ้นต้องนำเข้าจากต่างประเทศ และในการเซอร์วิสแน่นอนรถยุโรปย่อมมีค่าเซอร์วิสแพงกว่ารถญี่ปุ่นทั่วไปอยู่แล้ว เพราะมันต้องใช้เครื่องมือ และช่างผู้ชำนาญในการทำนั้นเอง นำเข้าศูนย์หนึ่งครั้งก็หลักหมื่นบาทขึ้นไป
  • ราคาสูง Mini Hatch 5 Cooper S Oxford Edition มีราคาค่าตัวอยู่ที่ 2,859,999 บาท ซึ่งถามว่าแพงหรือไม่สำหรับแบรนด์ Mini ก็มองว่ามันไม่ได้แพงมาก แต่ถ้าเอาขนาดของตัวรถเป็นตัวตั้งบอกเลยครับว่าราคาแพงมากสำหรับรถขนาดเล็กแบบนี้ ซึ่งถ้าไม่ใช่สาวก Mini จริงๆคงกำเงินเกือบ 3 ล้าน ไปซื้อรถคันใหญ่ ขับสบายกว่าแน่นอน
  • ช่วงล่างแข็งกระด้าง ระบบช่วงล่างของ Mini Hatch 5 Cooper S Oxford Edition ที่ด้านหน้าแม็กเฟอร์สัน ด้านหลังมัลติลิงค์ ที่ถูกปรับเซ็ทมาแบบสปอร์ต Go-Kart Feeling ซึ่งมันขับด้วยความเร็วสูงได้อย่างมั่นใจ แน่น หนึบ เค้าโค้งนิ่งเนียนไม่โคลง แต่มันแลกมาด้วยช่วงล่างที่แข็งกระด้าง ซึ่งถ้าคนที่ชอบระบบช่วงล่างแบบนุ่มนวลบอกเลยครับว่าไม่ต้องมองแบรนด์ Mini
  • ขับเดินทางไกลเหนื่อยกว่ารถทั่วไป ด้วยระบบช่วงล่างแบบ Go-Kart Feeling สไตล์ของมินิ มันทำให้ระบบช่วงล่างมีความแข็งกระด้างแม้จะปรับโหมดไปที่ MID หรือ GREEN แล้วก็ตามช่วงล่างก็ยังแข็งกว่ารถทั่วไปอยู่ ซึ่งมันทำให้การขับระยะทางยาวๆไกลๆ ผู้ขับขี่ และผู้โดยสารจะรู้เหนื่อยล้ากว่าปกตินั้นเอง
  • ภาพรวม
  • ภาพภายนอก
  • การออกแบบภายใน
  • ระบบพลังงาน
  • ประสบการณ์การขับขี่
  • อัตราความประหยัดน้ำมัน
  • สรุป
  • ภาพรวม

    รูปลักษณ์แฮทช์ 5 ประตูที่ลงตัว เมื่อพูดถึงรถมินิ ส่วนใหญ่น่าจะคุ้นเคยกับรถขนาดเล็กจิ๋วสมชื่อ กับตัวถังแบบ 3 ประตูทรงน่ารัก แต่เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด มินิรุ่นใหม่ๆ จึงมีขนาดตัวถังที่ใหญ่ขึ้น และแตกไลน์เพิ่มรุ่นย่อยของตัวถังมากขึ้น มินิรุ่นใหม่ที่ดูแล้วลงตัวสมส่วนคือ แฮทช์แบ็ก 5 ประตู ที่มิติและองศาต่างๆ ใกล้เคียงรุ่น 3 ประตู โดยมีระยะฐานล้อยาวกว่า 72 มิลลิเมตร มุมเอนเสาหน้ายังคงเอกลักษณ์เดิม ส่วนเสาหลังของรุ่น 5 ประตูจะเอนลาดกว่า 3 ประตูเล็กน้อย ครั้งนี้เรามาทำความรู้จัก Mini 5-Door-Hatch รุ่น Mini Hatch 5 Cooper S Oxford Edition กันดีกว่าว่ามันน่าใช้ขนาดไหน

    ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ (นำเข้า CBU)

    Mini Hatch 5 Cooper S Oxford Edition 2,859,999 บาท

  • ภาพภายนอก

    การออกแบบภายนอก Mini Hatch 5 Cooper S Oxford Edition

    สำหรับรุ่นพิเศษ Mini Hatch 5 Cooper S Oxford Edition ในเมืองไทยมี 60 คัน เป็น คูเปอร์ เอส ทั้งหมด พิเศษตั้งแต่สีภายนอก Pure Burgundy ตัดกับ Melting Silver ที่กระจกมองข้าง หลังคา และสปอยเลอร์หลัง ไฟเลี้ยวด้านข้างมีโลโก้ OXFORD ฝากระโปรงหน้าคาดสติ๊กเกอร์สีดำ แม้จะย้ายอินเตอร์คูลเลอร์ไปไว้หลังกันชนหน้าแล้ว แต่ช่องดักลมบนฝนกระโปรงหน้ายังคงต้องมีไว้ เพราะเสมือนเป็นแลนด์มาร์คของรุ่น S เช่นเดียวกับท่อไอเสียที่ออกตรงกลางกันชนหลัง รอบตัวรถแซมด้วยสีดำเงา Piano Black ที่กระจังและกันชนหน้า กรอบไฟหน้าไฟท้าย ที่เปิดประตู ฝาปิดที่เติมน้ำมันเชื้อเพลิง และล้อแม็ก Cosmos Spoke ที่ยังดูคล้ายแม็กกล้วยแบบรุ่นดั้งเดิม พร้อมยาง 205/45/17

  • การออกแบบภายใน

    การออกแบบภายใน Mini Hatch 5 Cooper S Oxford Edition

    ภายในยังคงเอกลักษณ์ด้วยหน้าปัดทรงกลมที่คอนโซลกลาง เป็นศูนย์รวมการควบคุมระบบต่างๆ ของรถ ใช้งานได้ทั้งแบบสัมผัส และชุดสวิตช์ที่หลังคันเกียร์ ชุดมาตรวัดด้านหน้าผู้ขับเป็นวงกลมซ้อนกัน วงหลักตรงกลางบอกความเร็วและข้อมูลหลัก มาตรวัดที่ซ้อนอยู่ฝั่งซ้ายเป็นรอบเครื่องยนต์ ฝั่งขวามีมาตรวัดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง อีกหนึ่งลูกเล่นประจำตัวของมินิ คือ ชุดสวิตช์แบบโยกขึ้น-ลง มีโลหะทรงตัว U แบ่งกั้นไว้ ที่คอนโซลกลางเป็นปุ่มสตาร์ท และเปิด-ปิดระบบต่างๆ ส่วนบนเพดานใช้สำหรับเปิด-ปิด และเปลี่ยนสีไฟในรถ สวิตช์ควบคุมระบบปรับอากาศเป็นหน้าจอแสดงสถานะในตัว เช่นเดียวกับหัวเกียร์ที่รวมไฟบอกตำแหน่งเกียร์เข้าไว้ด้วยกัน ซ่อนการตกแต่งจุดเล็กจุดน้อยไว้ทั่วคัน เช่น การติดตั้งธงชาติอังกฤษที่พวงมาลัย คอนโซลตรงผู้โดยสารด้านหน้ามีไฟเป็นรูปธง เปลี่ยนสีตามโหมดการขับได้ และด้านหลังของหมอนรองศีรษะเบาะหน้าก็ตกแต่งเป็นลายธงชาติอังกฤษเช่นกัน ฐานล้อที่ยาวขึ้นเล็กน้อย ไม่ได้ส่งผลต่อความสะดวกสบายเท่าการเพิ่มประตูคู่หลัง ที่ช่วยให้ผู้โดยสารด้านหลังเข้า-ออกได้ง่ายและอิสระมากขึ้น เบาะคู่หน้ามีที่รองต้นขาแบบปรับได้พร้อมที่ดันหลัง และยังคงเป็นแบบปรับมือเต็มระบบพนักพิงเบาะคู่หน้าออกแบบให้โอบกระชับด้วยปีกข้างขนาดใหญ่ ซึ่งจะติดข้อศอกบ้างเมื่อหมุนพวงมาลัย

    ระบบช่วยเพื่อความปลอดภัย

    • ระบบเบรก ABS / EBD / BA
    • ระบบควบคุมแรงบิดขณะเข้าโค้ง CBC
    • ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว DSC
    • ระบบป้องกันการลื่นไถล ASC + T
    • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Hill Start Assist
    • ระบบควบคุมการขับขี่ DTC พร้อม Electronic Differential Lock Control (EDLC)
    • เซนเซอร์กะระยะช่วยจอด ด้านหน้า และ ด้านหลัง
  • ระบบพลังงาน

    ขุมพลัง

    คูเปอร์ เอส ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ พร้อมระบบอัดอากาศแบบ TwinPower Turbo ฝาสูบแบบ DOHC 16 วาล์ว ความจุ 1,998 ซีซี กำลังสูงสุด 192 แรงม้า ที่ 4,700 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 28.6 กก.-ม. ที่ 1,250-4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังสู่ล้อคู่หน้าด้วยเกียร์ดับเบิลคลัตช์ 7 จังหวะ พร้อม Paddle Shift ถังน้ำมันจุ 44 ลิตร เคลมอัตราสิ้นเปลืองไว้ราว 16-17 กิโลเมตรต่อลิตร ตัวเลขโรงงาน 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 6.8 วินาที ท๊อปสปีด 235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

  • ประสบการณ์การขับขี่

    ประสบการณ์การขับขี่

    เรามีโอกาศได้ลองขับ Mini Hatch 5 Cooper S Oxford Edition มันมาพร้อมเครื่องยนต์ 1,998 ซีซี 192 แรงม้า ของคูเปอร์ เอส ซึ่งเครื่องยนต์ลูกนี้แทบไม่ต้องถามเรื่องความสนุกในการขับ มันสามารถเร่งความเร็วได้รวดเร็วทันใจโดยไม่ต้องเค้นรอบ ตั้งแต่ออกตัว ลองกดคันเร่งยาวๆอัตราเร่งเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่องลื่นไหลและทันใจพาคุณไปแตะที่ความเร็ว 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้อย่างสบาย การเร่งแซงไม่มีปัญหาแรงเหลือเฟือ ขับสนุกมาก การใช้งานในเมืองมีความคล่องตัวสูงมาก ขับสบายลัดเลาะได้สนุกและมั่นใจ ส่วนเกียร์ดับเบิลคลัตช์ 7 จังหวะนั้นฉลาดพอที่จะปรับตัวให้เข้ากับลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกันได้เป็นอย่างดี ขับในเมืองไม่มีอาการยึกยัก เปลี่ยนเกียร์นุ่มนวล และตอบสนองได้ฉับไวต่อเนื่องเมื่อขับแบบสปอร์ต นอกจากนี้ Mini Hatch 5 Cooper S Oxford Edition มี 3 โหมดการขับให้เลือก MID เซตทุกอย่างไว้กลางๆ ถ้าอยากประหยัดก็เลือกโหมด GREEN และโหมดสำหรับคนเท้าหนักคือ SPORT ที่จะเปลี่ยนบุคลิกของรถไปอย่างชัดเจน โดยระบบจะปรับทั้งเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง พวงมาลัย และระบบกันสะเทือน ให้รองรับการขับแบบสปอร์ตได้อย่างมั่นใจ ระบบช่วงล่างแน่นคมว่องไว ระบบกันสะเทือนอิสระ 4 ล้อ ด้านหน้าแม็กเฟอร์สัน ด้านหลังมัลติลิงค์ Mini Hatch 5 Cooper S Oxford Edition สามารถทำความเร็วสูงได้ก็จริง แต่ก็เหมาะกับพื้นผิวถนนที่เรียบจริงๆ โดยเฉพาะโหมด SPORT ถ้าใช้ความเร็วสูงบนถนนที่เป็นคลื่นลอน รถจะกระเด้งกระดอนมากไปนิด ปรับช่วงล่างเป็นโหมด MID จะนุ่มนวลกว่า ใช้ความเร็วผ่านคลื่นลอนได้ดีกว่า มินิดูจะถูกโฉลกกับทางเรียบมากกว่า โดยเฉพาะโค้งแคบๆ จะขับรถคันนี้ได้สนุกและมั่นใจ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ความเร็วสูง แม้คันนี้เป็นรุ่น 5 ประตู แต่เมื่อเลี้ยวมุมแคบจะรู้สึกเบาแรงและแม่นยำ
    รถทั้งคันไปตามทิศทางที่ต้องการ ไม่มีบิดพริ้ว ไม่ขาดไม่เกิน

  • อัตราความประหยัดน้ำมัน

    อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน

    Mini Hatch 5 Cooper S Oxford Edition มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 13.7 กม./ลิตร.

  • สรุป

    Mini Hatch 5 Cooper S Oxford Edition มีรูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่นไม่ซ้ำใครกับตัวถังแบบ 5 ประตูให้ความสะดวกสบายในการใช้งานมากขึ้น เบาะหลังนั่งได้จริง มีโหมดการขับปรับเปลี่ยนบุคลิกของรถได้ Go-Kart Feeling ยังอยู่ คนชอบความนุ่มนวลให้ผ่านไปเลย เครื่องยนต์ 2.0 ลิตรเทอร์โบแรงเหลือเฟือสำหรับสนุกกับอัตราเร่ง ถ้าคุณอยากได้รถ Mini ไว้ครอบครอง เลือกคันนี้รับรองไม่ผิดหวัง

ภายนอก

ภายใน

(adsbygoogle = window.adsbygoogle || []).push({});

5 อันดับรถแฮทช์แบ็ค

10 อันดับรถเบนซิน

10 อันดับรถยนต์ที่ขายดีที่สุด

FAQ Mini 5-Door Hatch

สูงกว่าราคาซื้อขายเฉลี่ยสูงสุด 20%

2020 Mini 5-Door Hatch 1.5 Cooper

แลก

เพิ่มรถของคุณ

บริการตรวจสภาพรถและบริการค้าขายเฉพาะในบริเวณกรุงเทพฯเท่านั้น

รถยอดนิยม

VS