แท็ก

audi a8 self driving

บทความที่เกี่ยวข้อง audi a8 self driving

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

ส่องข้อดีข้อเสีย Audi A7 รถหรูดีไซน์เด่นก่อนเป็นเจ้าของ

Audi A7 (อาวดี้ เอ 7) Sportback รถซาลูนสุดหรู หนึ่งรถยนต์หรูจากค่ายเยอรมัน ที่มีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์

แบงค์บอกต่อ รวมรถถูก ลดราคาเกิน 100,000 บาท ทั้งญี่ปุ่นและยุโรป

อีกทั้งทางดีลเลอร์รายใหญ่ของ Nissan ออกโปร ให้ Almera V และ VL ผ่อน 0% 48 เดือนพร้อมชุดแต่งและล้อแม็ก และ Audi

Audi เปิดตัวเอสยูวีโหด 2021 Audi RS Q3 Sportback เคาะ 4.75 ล้านบาท ถูกกว่า Mercedes-AMG GLC

Audi (อาวดี้) ประเทศไทย เปิดตัวรถรุ่นใหม่รวดเดียว 3 รุ่น นำทัพด้วย 2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้

Audi Q2 เอสยูวีไซส์เล็กสุดหรูเพื่อคนรุ่นใหม่ พร้อมราคา 2.249 ล้านบาท

Audi Q2 (อาวดี้ Q2) SUV ขนาดกะทัดรัดจากค่ายหรู ด้วยราคาที่ถูกกว่าค่ายใหญ่อย่าง BMW และ Benz เลยทำให้

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ประกาศยืนยันว่าพวกเขาพร้อมที่จะเดินหน้าทำตลาดรถยนต์รุ่นใหม่อีกหลายรุ่นในปีนี้

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

รถไฟฟ้าพรีเมียมได้หรือไม่ แต่ก่อนจะไปวิเคราะห์ AutoFun จะพาไปรู้จัก Audi e-tran GT ว่าดีไซน์ การออกแบบ

ส่องข้อดีข้อเสีย Audi A8 ซีดานลักชัวรี่สไตล์ผู้นำ

Audi A8 นี้ก่อนตัดสินใจเป็นเจ้าของข้อดี Audi A81.ห้องโดยสารนั่งสบายภายในของ Audi A8 มีความกว้างขวาง

Review: Audi Q3 ครอสโอเวอร์สุดพรีเมี่ยม

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยักษ์ใหญ่ส่ง Audi Q3 2020 (อาวดี้ คิว 3) ลงตลาดรถครอสโอเวอร์ มีรุ่นย่อยให้เลือก คือ

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Audi (อาวดี้) เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ให้เลือก 2 รุ่นซีดาน 4 ประตูรูปทรงเพรียวบางพร้อมแนวหลังคาที่ต่ำและเส้นสายสไตล์

ดูเพิ่มเติม

Review: Audi A8 ซีดานหรูสไตล์ผู้นำ

Audi ผู้นำด้านยนตรกรรมรถยนต์ที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน ส่ง 2020 Audi A8 (อาวดี้ เอ8) ด้วยราคาเริ่มต้น

รู้จักข้อดีข้อเสีย Audi A6 Avant ก่อนเป็นเจ้าของ!

ถ้าเอ่ยถึงค่ายรถยนต์หรูหนึ่งในนั้นต้องมี Audi ค่ายรถยนต์ชื่อดังจากเยอรมัน ที่มักจะมาพร้อมความหรู โดดเด่น

รู้จักข้อดีข้อเสีย Audi Q2 ก่อนเป็นเจ้าของ

Q21.Audi Q2 รูปลักษณ์ภายนอกดูดีAudi Q2 ได้ออกแบบภายนอกให้เป็นรูปทรงเรขาคณิต มีความเป็นสปอร์ตผสานความเป็นกราฟฟิค

เหินน้ำจะเป็นอดีต เมื่อบริษัท Easyrain ออกแบบระบบป้องกันการเหินน้ำ

ก็จะฉีดน้ำแรงดันสูง ทำให้น้ำบนผิวถนนนั้นกระจายออกไป และยางสามารถทำงานได้อย่างที่ควรจะเป็นจากการทดสอบด้วยรถยนต์ Audi

รวมข้อดีข้อเสีย Audi A5 Coupé ที่ควรรู้ก่อนเป็นเจ้าของ

A5 Coupé ให้ก่อนตัดสินใจข้อดี Audi A5 Coupé1.Audi A5 - ดีไซน์เรียบหรูดูทันสมัย Audi A5

Review: 2020 Audi A4 สปอร์ตซีดานเพื่อผู้นำทุกไลฟ์สไตล์

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากฝั่งยุโรป ส่ง 2020 Audi A4 (อาวดี้ เอ4) รถซีดานสายสปอร์ต ที่มีการออกแบบทันสมัย

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

ที่ค่ายรถพยายามจะเข็นออกมาเพื่อตอบสนองมาตราการลดมลภาวะของหลายประเทศ แต่ก็ต้องดูกันในระยะยาว ว่าจะใช่คำตอบของอนาคตหรือไม่Audi

รู้จักข้อดีข้อเสีย Audi TT รถสปอร์ตคูเป้สุดหรู

ไม่ว่า Audi TT จะออกมากี่รุ่นก็ยังคงโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ดีไซน์ล้ำแบบ Audi สไตล์ Super Car ที่เอาใจคนรักความเร็ว

Review: Audi A6 Avant รถหรูสายสปอร์ต

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์ยักษใหญ่ส่ง 2020 Audi A6 (อาวดี้ เอ6) สู่ตลาดรถยนต์ประเทศไทย ชื่ออย่างเป็นทางการคือ

ข้อดีข้อเสียที่ควรรู้ก่อนถอย Audi A4 Sedan

เมื่อเอ่ยถึงรถซีดานระดับพรีเมียมแล้ว และชื่อ Audi (อาวดี้) จะติดมาด้วยแน่นอน และหนึ่งในรถรุ่นที่หลายคนสนใจก็ต้องมี

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

รู้จักข้อดีข้อเสีย Audi Q8 ก่อนยกให้เป็นรถคู่ใจ

Audi Q8 รถยนต์ครอสโอเวอร์ที่มาพร้อมความเป็นเอกลักษณ์สไตล์ Audi ด้วยชื่อแบรนด์ก็บ่งบอกแล้วว่าต้องหรูดูดี

รีวิว 2020 Audi TT Coupe รถสปอร์ตเพื่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน

ออดี้ บริษัทรถยนต์พรีเมียมจากเยอรมนี นำเสนอ 2020 อาวดี้ ทีที คูเป้ (2020 Audi TT Coupe) ออกจำหน่ายด้วยราคา

Review: Audi Q5 รถเอสยูวีสุดหรู

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์สุดหรูที่ส่ง Audi Q5(อาวดี้ คิว5) รถอเนกประสงค์ขนาดกลาง มีให้เลือกได้แก่ Audi

Audi เปิดตัว 2021 Audi TT สเปคใหม่ พร้อมแคมเปญดอกเบี้ย 0% 5 ปีไม่มีบอลลูนกับอีก 10 รุ่นฮิต

Audi (อาวดี้) ประเทศไทยนำ Audi TT Coupé (อาวดี้ ทีที คูเป้) และ Audi TT Roadster (อาวดี้ ทีที

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

รู้จักข้อดีข้อเสีย Audi Q3 รถที่หลายคนอยากเป็นเจ้าของ

Audi (อาวดี้) ค่ายรถหรูจากเยอรมันส่ง 2020 Audi Q3 รถอเนกประสงค์รุ่นเล็กดีไซน์หรูที่มีความเป็นสปอร์ตมากขึ้น

Review: Audi A6 Avant รถหรูสไตล์ผู้นำ

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากเยอรมันส่ง 2020 Audi A6 Avant ในรหัส 40 TFSI ลงสู้คู่แข่งด้วยราคาเริ่มต้น

Audi Thailand รับหวั่น 'หนี้เสีย-โควิดรอบสอง' กระทบเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ประกาศตัวเลขผลการดำเนินงานที่เยี่ยมยอดในประเทศไทย ด้วยการรักษาอัตรการเติบโตเอาไว้ได้ที่

แบงค์บอกต่อ Audi แคมเปญ 0% แถมช่วยผ่อนคนละครึ่งหลายรุ่น และ Mitsubishi Outlander PHEV แพคเกจดูแล 5 ปี

แบงค์บอกต่อ มาดูแคมเปญ Audi (อาวดี้) ประเทศไทย หลังเปิดตัว 2021 Audi TT ใหม่ (อาวดี้ ทีที) กับ Mitsubishi

วิดีโอรถยนต์ที่เกี่ยวข้อง audi a8 self driving

audi a8 self driving-audi a8 self driving-The new Audi A8: future of the luxury class | LMT Cars

audi a8 self driving-Mercedes S Class 2018 - Self Driving, Autobahn - Highway Acceleration

audi a8 self driving-audi a8 self driving-Audi AI an important step forward in autonomy

audi a8 self driving-Meet the Cruise AV Self Driving Car

audi a8 self driving-Car Review - New 2017 Audi A8: Light Weight And Autonomous Driving Tech Details - Read Newspaper Tv

audi a8 self driving-2019 Audi A8: Flagship Floats on Active Suspension | LMT Cars

audi a8 self driving-2020 Audi A8 L Drive Interior and Exterior Luxury Car720p

audi a8 self driving-audi a8 self driving-wow!!! Audi A8 2018

audi a8 self driving-Audi A8 2018 The Most High Tech Car Ever

audi a8 self driving-2019 All-new Audi A8 - Audi AI Active Suspension

รีวิว Q&A audi a8 self driving

When will self-driving cars be available to consumers?

What year do you think we will see consumer self-driving cars become mainstream? To answer this we’d need to know your definition of “self-driving” and “mainstream”. The first is probably that defined by the SAE as at least a “Level 4” autonomous vehicle, one that can pretty much drive anywhere a human can, with some limitations. Current SAE News Releases “Mainstream” can mean a lot of things, but let’s assume that means more than 50% of all cars for sale are Level 4 or above. Right now, no one is even close to producing a Level 4 car. Audi claim their new A8 saloon qualifies as Level 3: The Level 3 Audi A8 Will Almost Be The Most Important Car In The World … but it’s a marginal claim. We’re probably another year or so before we see Level 3 cars that can solidly make that claim, so lets say they’re available by 2020. Level 4 is quite a big step up from Level 3 with a lot of problems to solve, but we might see the first claimants for that grade by 2023, so let’s say 2025 for the first “firm” claims. So, by 2025 we might have Level 4 cars for sale. How much longer will it be before they hit the 50% of sales mark? The first ones will be high-end, limited market cars (like the A8), and it’ll take another 2 to 5 years before that tech filters down to the lower end of the market, then another 5 years or so before they hit 50%, and that’s probably being generous. I’m going to say 2035 will be the year we see 50% of sales as Level 4 cars. But it could be 5 years either way.

Is it more economical to drive a Tesla than a regular luxury car?

The biggest cost in operating a car is depreciation, not fuel. The Tesla is, of course, far more economical than a gasoline car even when gasoline costs a dollar a gallon. Gasoline would have to get to 50 cents a gallon to be competitive with the cost per mile you pay driving a Tesla. But let’s go back to the depreciation issue. There's an article here that can help: 10 Cars That Depreciate Like a Stock Market Crash Many luxury cars become junk in just a very few years. Here are the ten mentioned in the article, many of which overlap the price ranges of the Tesla Roadster, Model S, and Model X: BMW 7-series (shown above) Bentley Arnage Range Rover Cadillac Escalade Aston Martin DB7 Mercedes-Benz S-Class Maserati Coupe Audi A8 Jaguar S-Type Volkswagen Phaeton In example after example, these powerful gas guzzlers go from six-figure initial prices to four-figure listings on eBay, in just a few years. Another article shows a more typical depreciation of about 80 percent of the original value in about ten years: The Most Depreciated Cars Of The Past Ten Years So is that because they are luxury cars, or is it because they are gasoline luxury cars? Or is it because they aren’t Teslas? Consider what makes a standard luxury car depreciate. The engine wears out, even with close attention to maintenance. Sliding pieces of metal explosively past one another with oil lubricant is just not something you can do forever. In an electric car, the friction of pistons in cylinders is replaced by electromagnetic force on the one moving part, the rotor. It’s really hard to wear out an electromagnetic field. That’s why electric motors last far longer than even the best gasoline engines. Then there's the corrosion of all that steel in the body. In Teslas, the body parts are made from woven carbon fiber composite in the Roadster, and aluminum and titanium in the Model S and Model X. My Roadster is four years old, and people tell me it looks like I bought it yesterday. This is a Tesla thing and not an EV thing in general, since Tesla has opted for more expensive materials that are lighter, stronger, and do not rust. What about the battery losing capacity, though? This is the one point of weakness in the depreciation of any all-electric car like the Tesla. Time will tell how much battery capacity is lost in the various Tesla models and then how much it costs to replace the battery, given the plummeting costs of lithium-ion batteries and Tesla’s Gigafactory. My own experience is that after four years and 30,000 miles, I have lost about 12 percent of my original range of 245 miles. At this rate, it could be a decade before I have less range than a brand new Nissan Leaf, and a decade from now I suspect batteries are going to be a few thousand dollars, a little like replacing an engine block. There simply is less to depreciate in an electric car. The Tesla does not have a transmission, pollution controls, an exhaust system, a fuel pump, an oil pump, drive belts, hydraulic systems, a gas tank… (which is why a Model S has room to seat five adults comfortably with huge cargo space in the trunk in back and the trunk in front). Fewer things to break or wear out. Unlike conventional luxury cars, Tesla keeps improving its cars after they are sold. Model S drivers keep getting updates that bring them closer and closer to having a self-driving car. I have the option of upgrading my Roadster driving range to 400 miles with a new battery design. Tesla is unique in this respect: their cars keep getting better after you buy one! It's a thin market and a little too soon to tell how the value of a Tesla will hold up after a few years, but I see the range of about $67,000 to $75,000 for a Model S that is three years old. That’s not much depreciation. For my Roadster, I am almost certain I can get more money than what I paid for it. Ironically, that would make the Roadster the least expensive car I’ve ever owned, even though it had the highest sticker price!

Why is Audi even considered as a high line vehicle, isn't it just an expensive Volkswagen?

The Audi is an expensive Volkswagen in much the same way that a Lexus is an expensive Toyota and an Acura is an expensive Honda. In fact, let's start with the best of Audi- the A8. This is its interior: Lots of wood, leather, screens and technology. It even has level 3 autonomous self-driving tech. Compare that to the Jetta. No wood, just plastic panelling. While the interior is Lamborghini inspired, it lacks the tech of the Audi, nor is it as comfortable, or as safe as the Audi. In terms of price, the Audi starts at $84,000 while the Jetta is at a more wallet-friendly $18,745. The Audi is more powerful than the Jetta (335hp vs 147hp) and has a larger engine (3.0 vs 1.4L). Audi mentions gas mileage at the end of the 10-page spec sheet, perhaps indicating that prospective owners may not care about this. As I mentioned earlier, the Audi better autonomous driving tech than the VW. The Audi has more premium materials such as finer leathers and wood. It even has a more high-end audio system (from Bang & Olufsen, vs the Jetta’s Beats system) The Audi has more rear legroom and is a larger car with more cargo space. This makes it comfortable to be chauffeured around in when compared to the Jetta. The brand perception, features, quality, engine and safety are all better in the Audi, rendering it a high-end brand, and not just another VW. EDIT: A lot of people are saying “compare the Jetta to the A3/A4” The fact that VW doesn’t have a car similar to an A8 is precisely what I’m trying to get at - the A8 is a car that is above the brand of VW. They tried to have a VW style A8 in the form of the VW Phaeton. The Phaeton is indeed a brilliant car, and I am a fan of understated luxury cars, but it was a huge failure. The fact that VW sold essentially identical cars in the form of the Phaeton and the A8, yet had huge differences in the sales figures proves my point. The A8 sold 3x as much as the Phaeton in 2013 and 3.7x as much in 2014.

How many self-driving cars are on the roads as of December 2017?

None. At least none that satisfy the SAE Level 5 requirements of a truly self-driving car. Autonomous car - Wikipedia The highest level currently on the roads is Level 2, and there are quite a few models that fit that criteria, though they’re all fairly new so they’ll be a tiny fraction of the total cars on the road. Level 3 is just around the corner - the Audi A8 saloon claims to fit this category already. Level 4 is probably a few years away, and Level 5 probably more years beyond that.

Is SYMBIOZ by Renault really the "the world's most advanced self-driving car". Is this car better than Tesla models?

In terms of self-driving, definitely yes. Here is a scale with the different levels of autonomy: For reference, pretty much all vehicles on the market are level 1 autonomy, because they have cruise control. Tesla is operating at level 2 autonomy, even with the current Version 9 software. That means the vehicle can assist with multiple functions, but the driver still needs to be aware of what’s going on to prevent collisions. The SYMBIOZ is at level 4 autonomy, which means that a driver is not needed at all whenever the autopilot is engaged, but the autopilot won’t work in all situations. This is a massive advancement over Tesla’s current system. But it’s important to realize this is a concept car. Tesla is making production vehicles at level 2. Renault has made a single vehicle at level 4. The best mass-market self-driving capability out there right now is actually in the 2019 Audi A8, which has level 3 autonomy in traffic jams. It’s not going to be available in the US due to legal issues, but it should still be out in other countries. It’s difficult to say how quickly Renault might actually be able to bring their level 4 capability to the market. For all we know, the things they’ve done to get this car working can’t be mass-produced. But other companies have planned to hit level 4 by 2021, so we’ll see what happens.

Tags

หน้าหลัก