แท็ก

audi a8 seating capacity

บทความที่เกี่ยวข้อง audi a8 seating capacity

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ประกาศยืนยันว่าพวกเขาพร้อมที่จะเดินหน้าทำตลาดรถยนต์รุ่นใหม่อีกหลายรุ่นในปีนี้

Audi เปิดตัวเอสยูวีโหด 2021 Audi RS Q3 Sportback เคาะ 4.75 ล้านบาท ถูกกว่า Mercedes-AMG GLC

Audi (อาวดี้) ประเทศไทย เปิดตัวรถรุ่นใหม่รวดเดียว 3 รุ่น นำทัพด้วย 2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

ข้อดีข้อเสียที่ควรรู้ก่อนถอย Audi A4 Sedan

เมื่อเอ่ยถึงรถซีดานระดับพรีเมียมแล้ว และชื่อ Audi (อาวดี้) จะติดมาด้วยแน่นอน และหนึ่งในรถรุ่นที่หลายคนสนใจก็ต้องมี

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

รถไฟฟ้าพรีเมียมได้หรือไม่ แต่ก่อนจะไปวิเคราะห์ AutoFun จะพาไปรู้จัก Audi e-tran GT ว่าดีไซน์ การออกแบบ

ส่องข้อดีข้อเสีย Audi A8 ซีดานลักชัวรี่สไตล์ผู้นำ

Audi A8 นี้ก่อนตัดสินใจเป็นเจ้าของข้อดี Audi A81.ห้องโดยสารนั่งสบายภายในของ Audi A8 มีความกว้างขวาง

Audi เปิดตัว 2021 Audi TT สเปคใหม่ พร้อมแคมเปญดอกเบี้ย 0% 5 ปีไม่มีบอลลูนกับอีก 10 รุ่นฮิต

Audi (อาวดี้) ประเทศไทยนำ Audi TT Coupé (อาวดี้ ทีที คูเป้) และ Audi TT Roadster (อาวดี้ ทีที

แบงค์บอกต่อ Audi แคมเปญ 0% แถมช่วยผ่อนคนละครึ่งหลายรุ่น และ Mitsubishi Outlander PHEV แพคเกจดูแล 5 ปี

แบงค์บอกต่อ มาดูแคมเปญ Audi (อาวดี้) ประเทศไทย หลังเปิดตัว 2021 Audi TT ใหม่ (อาวดี้ ทีที) กับ Mitsubishi

Review: Audi A8 ซีดานหรูสไตล์ผู้นำ

Audi ผู้นำด้านยนตรกรรมรถยนต์ที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน ส่ง 2020 Audi A8 (อาวดี้ เอ8) ด้วยราคาเริ่มต้น

รู้จักข้อดีข้อเสีย Audi Q3 รถที่หลายคนอยากเป็นเจ้าของ

Audi (อาวดี้) ค่ายรถหรูจากเยอรมันส่ง 2020 Audi Q3 รถอเนกประสงค์รุ่นเล็กดีไซน์หรูที่มีความเป็นสปอร์ตมากขึ้น

ดูเพิ่มเติม

รู้จักข้อดีข้อเสีย Audi Q2 ก่อนเป็นเจ้าของ

Q21.Audi Q2 รูปลักษณ์ภายนอกดูดีAudi Q2 ได้ออกแบบภายนอกให้เป็นรูปทรงเรขาคณิต มีความเป็นสปอร์ตผสานความเป็นกราฟฟิค

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Audi (อาวดี้) เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ให้เลือก 2 รุ่นซีดาน 4 ประตูรูปทรงเพรียวบางพร้อมแนวหลังคาที่ต่ำและเส้นสายสไตล์

รู้จักข้อดีข้อเสีย Audi TT รถสปอร์ตคูเป้สุดหรู

ไม่ว่า Audi TT จะออกมากี่รุ่นก็ยังคงโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ดีไซน์ล้ำแบบ Audi สไตล์ Super Car ที่เอาใจคนรักความเร็ว

รวมข้อดีข้อเสีย Audi A5 Coupé ที่ควรรู้ก่อนเป็นเจ้าของ

A5 Coupé ให้ก่อนตัดสินใจข้อดี Audi A5 Coupé1.Audi A5 - ดีไซน์เรียบหรูดูทันสมัย Audi A5

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

Audi Q2 เอสยูวีไซส์เล็กสุดหรูเพื่อคนรุ่นใหม่ พร้อมราคา 2.249 ล้านบาท

Audi Q2 (อาวดี้ Q2) SUV ขนาดกะทัดรัดจากค่ายหรู ด้วยราคาที่ถูกกว่าค่ายใหญ่อย่าง BMW และ Benz เลยทำให้

ชมคันจริง 2021 Audi TT รุ่นปรับออพชั่น เพิ่มแรง แต่งสวย ราคา 3.399 ล้านบาท

ในราคาขายเพิ่มขึ้นจากเดิม 1 แสนบาทเป็น 3,399,000 บาท ไปดูว่ามีความเปลี่ยนแปลงอะไรเพิ่มขึ้นมาบ้าง2021 Audi

Review: 2020 Audi A4 สปอร์ตซีดานเพื่อผู้นำทุกไลฟ์สไตล์

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากฝั่งยุโรป ส่ง 2020 Audi A4 (อาวดี้ เอ4) รถซีดานสายสปอร์ต ที่มีการออกแบบทันสมัย

ส่องข้อดีข้อเสีย Audi A7 รถหรูดีไซน์เด่นก่อนเป็นเจ้าของ

Audi A7 (อาวดี้ เอ 7) Sportback รถซาลูนสุดหรู หนึ่งรถยนต์หรูจากค่ายเยอรมัน ที่มีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์

รู้จักข้อดีข้อเสีย Audi Q8 ก่อนยกให้เป็นรถคู่ใจ

Audi Q8 รถยนต์ครอสโอเวอร์ที่มาพร้อมความเป็นเอกลักษณ์สไตล์ Audi ด้วยชื่อแบรนด์ก็บ่งบอกแล้วว่าต้องหรูดูดี

Review: Audi Q3 ครอสโอเวอร์สุดพรีเมี่ยม

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยักษ์ใหญ่ส่ง Audi Q3 2020 (อาวดี้ คิว 3) ลงตลาดรถครอสโอเวอร์ มีรุ่นย่อยให้เลือก คือ

Audi Thailand รับหวั่น 'หนี้เสีย-โควิดรอบสอง' กระทบเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ประกาศตัวเลขผลการดำเนินงานที่เยี่ยมยอดในประเทศไทย ด้วยการรักษาอัตรการเติบโตเอาไว้ได้ที่

รีวิว 2020 Audi TT Coupe รถสปอร์ตเพื่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน

ออดี้ บริษัทรถยนต์พรีเมียมจากเยอรมนี นำเสนอ 2020 อาวดี้ ทีที คูเป้ (2020 Audi TT Coupe) ออกจำหน่ายด้วยราคา

Review: Audi Q5 รถเอสยูวีสุดหรู

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์สุดหรูที่ส่ง Audi Q5(อาวดี้ คิว5) รถอเนกประสงค์ขนาดกลาง มีให้เลือกได้แก่ Audi

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

Review: Audi A6 Avant รถหรูสายสปอร์ต

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์ยักษใหญ่ส่ง 2020 Audi A6 (อาวดี้ เอ6) สู่ตลาดรถยนต์ประเทศไทย ชื่ออย่างเป็นทางการคือ

Review : Audi Q7 3.0 TDi ไซส์ยักษ์แรงกระชากใจ ในราคาถูกกว่า Benz และ BMW ทำได้ยังไงกัน ?

ทดสอบคันจริง Audi Q7 45 TDi Quattro S Line2020 Audi Q7 (อาวดี้ คิว7) เอสยูวีไซส์ยักษ์ใหญ่ ปรับโฉมใหม่ล่าสุด

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

ที่ค่ายรถพยายามจะเข็นออกมาเพื่อตอบสนองมาตราการลดมลภาวะของหลายประเทศ แต่ก็ต้องดูกันในระยะยาว ว่าจะใช่คำตอบของอนาคตหรือไม่Audi

รู้จักข้อดีข้อเสีย Audi A6 Avant ก่อนเป็นเจ้าของ!

ถ้าเอ่ยถึงค่ายรถยนต์หรูหนึ่งในนั้นต้องมี Audi ค่ายรถยนต์ชื่อดังจากเยอรมัน ที่มักจะมาพร้อมความหรู โดดเด่น

Review: Audi A6 Avant รถหรูสไตล์ผู้นำ

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากเยอรมันส่ง 2020 Audi A6 Avant ในรหัส 40 TFSI ลงสู้คู่แข่งด้วยราคาเริ่มต้น

วิดีโอรถยนต์ที่เกี่ยวข้อง audi a8 seating capacity

audi a8 seating capacity-audi a8 seating capacity-Fuse box location and diagrams: Audi A4 / S4 (B9/8W; 2017-2019..)

audi a8 seating capacity-Mercedes Maybach SUV - The Ultimate Luxury SUV!

audi a8 seating capacity-Audi Q8 Suv The Might Be the Best Suv Of All Time 2018 | Specifications And Reviews | By AdiTalk

audi a8 seating capacity-audi a8 seating capacity-Lincoln Navigator takes the luxury SUV to a higher level | LMT Cars

audi a8 seating capacity-audi a8 seating capacity-Plug-in electric vehicles in the United States | Wikipedia audio article

audi a8 seating capacity-2020 Lamborghini Huracan Evo mp4

audi a8 seating capacity-2021 Audi e-tron / e-tron Sportback Review, Pricing, and Specs---more detail in description

audi a8 seating capacity-2021 Audi E-ton Review, Pricing, and Specs - Car and Driver more detail in description

audi a8 seating capacity-Fuse box location and diagrams: Audi A6 / S6 (C7/4G; 2012-2018)

audi a8 seating capacity-2020 Audi e-tron presentation by Audi USA CEO Scott Keogh

รีวิวโพสต์ audi a8 seating capacity

The Audi A8 L Extended, a one off luxury limousine with a seating capacity of 6: via @YouTube

@philsosophist well this comparison makes me compare Audi A8 to a Honda city... 4wheels 5 people seating capacity steering wheel and so on

รีวิว Q&A audi a8 seating capacity

How many self-driving cars are on the roads as of December 2017?

First, let’s define “self-driving”. There are 6 levels of autonomy: Level 0: no autonomy. All cars have this capacity. Level 1 (‘Hands on’): a car can perform some actions itself, but driver is actively involved and should keep his hands on the steering wheel. Features like adaptive cruise-control or line keep assistance are good examples of Level 1 autonomy. There are millions of cars with these features on the roads, but no one calls them “self driving”. Level 2 (‘Eyes on’): a car can drive itself and take full control over its movement (acceleration, brakes and steering), but driver is responsible for its actions and should constantly monitor its movement and be ready to intervene at any moment. Technically, these cars are “self-driving” under human supervision. Some people say Tesla Autopilot is somewhere between Level 2 and 3. Number of cars on the roads: hundreds of thousands, maybe even millions. Level 3 (‘Eyes off’): The driver can safely turn their attention away from the driving tasks, e.g. the driver can text or watch a movie. Now, this is what many people start calling “autonomous”. Others argue that car still need a driver, so it is not “autonomous”. The only production car that has full Level 3 capability as of 2017 is Audi A8. Some people say Tesla is also Level 3. Number of cars on the roads: thousands, maybe up to 100 thousands if you count Teslas. Level 4 (‘Mind off’): As level 3, but no driver attention is ever required for safety, i.e. the driver may safely go to sleep or leave the driver's seat. Self driving is supported only in limited areas (geofenced) or under special circumstances, like traffic jams. Outside of these areas or circumstances, the vehicle must be able to safely abort the trip, i.e. park the car, if the driver does not retake control. Number of production cars on the roads: 0. We can estimate number of test vehicles, used by their creators to test and debug the technology as several hundreds, maybe few thousands. All those cars still have drivers in them, but one can say that these drivers are test engineers. Time to enter into production: ~5–10 years. Level 5 (‘No steering wheel required’): 0, no cars are neither produced nor even tested on the roads. Time to enter into production: 10+ years, maybe even more.

Is it more economical to drive a Tesla than a regular luxury car?

The biggest cost in operating a car is depreciation, not fuel. The Tesla is, of course, far more economical than a gasoline car even when gasoline costs a dollar a gallon. Gasoline would have to get to 50 cents a gallon to be competitive with the cost per mile you pay driving a Tesla. But let’s go back to the depreciation issue. There's an article here that can help: 10 Cars That Depreciate Like a Stock Market Crash Many luxury cars become junk in just a very few years. Here are the ten mentioned in the article, many of which overlap the price ranges of the Tesla Roadster, Model S, and Model X: BMW 7-series (shown above) Bentley Arnage Range Rover Cadillac Escalade Aston Martin DB7 Mercedes-Benz S-Class Maserati Coupe Audi A8 Jaguar S-Type Volkswagen Phaeton In example after example, these powerful gas guzzlers go from six-figure initial prices to four-figure listings on eBay, in just a few years. Another article shows a more typical depreciation of about 80 percent of the original value in about ten years: The Most Depreciated Cars Of The Past Ten Years So is that because they are luxury cars, or is it because they are gasoline luxury cars? Or is it because they aren’t Teslas? Consider what makes a standard luxury car depreciate. The engine wears out, even with close attention to maintenance. Sliding pieces of metal explosively past one another with oil lubricant is just not something you can do forever. In an electric car, the friction of pistons in cylinders is replaced by electromagnetic force on the one moving part, the rotor. It’s really hard to wear out an electromagnetic field. That’s why electric motors last far longer than even the best gasoline engines. Then there's the corrosion of all that steel in the body. In Teslas, the body parts are made from woven carbon fiber composite in the Roadster, and aluminum and titanium in the Model S and Model X. My Roadster is four years old, and people tell me it looks like I bought it yesterday. This is a Tesla thing and not an EV thing in general, since Tesla has opted for more expensive materials that are lighter, stronger, and do not rust. What about the battery losing capacity, though? This is the one point of weakness in the depreciation of any all-electric car like the Tesla. Time will tell how much battery capacity is lost in the various Tesla models and then how much it costs to replace the battery, given the plummeting costs of lithium-ion batteries and Tesla’s Gigafactory. My own experience is that after four years and 30,000 miles, I have lost about 12 percent of my original range of 245 miles. At this rate, it could be a decade before I have less range than a brand new Nissan Leaf, and a decade from now I suspect batteries are going to be a few thousand dollars, a little like replacing an engine block. There simply is less to depreciate in an electric car. The Tesla does not have a transmission, pollution controls, an exhaust system, a fuel pump, an oil pump, drive belts, hydraulic systems, a gas tank… (which is why a Model S has room to seat five adults comfortably with huge cargo space in the trunk in back and the trunk in front). Fewer things to break or wear out. Unlike conventional luxury cars, Tesla keeps improving its cars after they are sold. Model S drivers keep getting updates that bring them closer and closer to having a self-driving car. I have the option of upgrading my Roadster driving range to 400 miles with a new battery design. Tesla is unique in this respect: their cars keep getting better after you buy one! It's a thin market and a little too soon to tell how the value of a Tesla will hold up after a few years, but I see the range of about $67,000 to $75,000 for a Model S that is three years old. That’s not much depreciation. For my Roadster, I am almost certain I can get more money than what I paid for it. Ironically, that would make the Roadster the least expensive car I’ve ever owned, even though it had the highest sticker price!

What are the greatest cars of all time?

Even if you are free to buy any car, there are still many things to be considered, like budget, requirements, comfort, safety, seating capacity, ground clearance and others. As nothing has been mentioned about the above parameters, I am writing it according to the budget. Here are some, which I got: Price range: Below 4 lakhs Renault Kwid RXL 1.0 AMT (seating capacity: 5, mileage: 24 kmpl) Price Range: 4–8 Lakhs Maruti Suzuki Celerio ZXi (O) AMT (seating capacity: 5, mileage: 22 kmpl) Maruti Suzuki Ignis Alpha 1.2 AMT (seating capacity: 5, mileage: 20 kmpl) Tata Tigor Revetron XZA (seating capacity: 5, mileage: 20 kmpl) Price Range: 8–12 Lakhs Maruti Suzuki Baleno Alpha 1.2 AT (seating capacity: 5, mileage: 21 kmpl) Ford Aspire Titanium 1.5 Ti-VCT AT (seating capacity: 5, mileage: 17 kmpl) Maruti Suzuki DZire ZXi Plus AMT (seating capacity: 5, mileage: 22 kmpl) Ford Ecosport Titanium + 1.5L Ti-VCT AT (seating capacity: 5, mileage: 14kmpl) Maruti Suzuki Vitara Brezza ZDi Plus Dual Tone (seating capacity: 5, mileage: 24 kmpl) Maruti Suzuki Ciaz Alpha 1.4 AT (seating capacity: 5, mileage: 18 kmpl) Hyundai Verna 1.6 VTVT SX (O) AT (seating capacity: 5, mileage: 18kmpl) Skoda Rapid Style 1.6 MPi AT (seating capacity: 5, mileage: 14 kmpl) Maruti Suzuki S-Cross Alpha 1.3 (seating capacity: 5, mileage: 23kmpl) Price Range: 12–25 Lakhs Honda City ZX CVT Petrol (seating capacity: 5, mileage: 18 kmpl) Honda BR-V V CVT Petrol (seating capacity: 7, mileage: 16 kmpl) Hyundai Creta SX Plus 1.6 AT (seating capacity: 5, mileage: 15 kmpl) Mahindra Scorpio S11 4WD (seating capacity: 7 or 8) Mahindra XUV500 W10 AWD AT (seating capacity: 7, mileage: 16 kmpl) Hyundai Elantra 2.0 SX (O) AT (seating capacity: 5) Toyota Innova Crysta Touring Sport Petrol AT (seating capacity: 7, mileage: 10 kmpl) Jeep Compass Limited (O) 1.4 Petrol AT (seating capacity: 5, mileage: 17 kmpl) Toyota Corolla Altis VL AT Petrol (seating capacity: 5, mileage: 16 kmpl) Hyundai Tucson 2WD AT GL (seating capacity: 5, mileage: 12 kmpl) Price Range: 25–40 Lakhs Ford Endeavour Titanium 3.2 4x4 AT (seating capacity: 7, mileage: 10 kmpl) Toyota Fortuner 2.7 4x2 AT (seating capacity: 7, mileage: 10 kmpl) Volkswagen Tiguan Highline TDi (seating capacity: 5, mileage: 17 kmpl) BMW X1 xDrive20d M Sport (seating capacity: 5, mileage: 20 kmpl) Skoda Kodiaq Style TDi 4x4 AT (seating capacity: 7, mileage: 16 kmpl) Price Range: Above 40 Lakhs Audi A4 30 TFSi Technology Pack (seating capacity: 5, mileage: 17 kmpl) Land Rover Discovery Sport HSE Petrol (seating capacity: 7) BMW 3 Series GT 330i M Sport Edition (seating capacity: 5, mileage: 16 kmpl) Land Rover Range Rover Ecoque SE Trim (seating capacity: 5) BMW X3 xDrive 28i xLine (seating capacity: 5, mileage: 13 kmpl) Audi A6 35 TFSi Matrix (seating capacity: 5) Mercedes Benz GLE 400 4MATIC (seating capacity: 5) BMW X5 M (seating capacity: 5, mileage: 15 kmpl) Audi Q7 40 TFSi Technology Pack (seating capacity: 7, mileage: 11 kmpl) Volvo XC90 Excellence (seating capacity: 4) Mercedes-Benz GLS 63 AMG (seating capacity: 7) Land Rover Range Rover Sport V8 SC SVR (seating capacity: 5) Jaguar XJ L 5.0 V8 Autobiography (seating capacity: 4) Lexus RX F Sport (seating capacity: 5, mileage: 18 kmpl) BMW 7 Series M760 Li xDrive (seating capacity: 4, mileage: 7 kmpl) Audi A8 L W12 (seating capacity: 4, mileage: 4 kmpl) BMW X6 M Coupe (seating capacity: 5, mileage: 9 kmpl) Audi RS7 Sportback 4.0 TFSi Performance (seating capacity: 4, mileage: 10 kmpl) BMW M6 Gran Coupe (seating capacity: 4) Porsche Panamera Turbo Executive (seating capacity: 5) Mercedes-Benz AMG GT R (seating capacity: 2) BMW i8 1.5 Hybrid (seating capacity: 4, mileage: 47 kmpl) Audi R8 5.2 V10 Plus (seating capacity: 2, mileage: 6 kmpl) Bentley Continental GT Speed (seating capacity: 4, mileage: 6 kmpl) Lamborghini Aventador LP 700–4 Roadster (seating capacity: 2, mileage: 5 kmpl) Rolls-Royce Phantom EWB (seating capacity: 5, mileage: 7 kmpl) Bugatti Veyron 16.4 Grand Sport (seating capacity: 2, mileage: 4 kmpl) *Mileage may vary from the figures claimed by the company. Hope this helps. Thank You!

Which car would you choose between the S class, 7 series, Jaguar XJ, and Audi A8?

Jaguar Xj would be the ultimate sedan. The XJ is the oldest in it's segment. It is the flagship of the Jaguar cars. The exteriors look amazing and aerodynamics are good as well. It price would be less when compared with other sedans. The Meridian surround system is quite amazing. It has four zone climate system, soft door close, 4 memory seats at the rear, 3 massage modes, and the driver seat is multiple way adjustable. It has got a huge boot capacity The interior is quite exotic. Lot of leather and every part gives us exotic feel when touched. It is a fun to drive car and will pack a punch when behind the throttle . It is combination of luxury and sportiveness. Attention to detail is very good. Personally it would be my favourite car. Thanks☺

What are the differences in classes of Mercedes Benz cars?

The “classes” are just models. The numbers usually refer to the engine. The higher the number usually means a bigger engine. If the number code has 3 digits it is usually a normal model, of it has 2 digits it is usually an AMG performance model (example would be the c class sedan, c class is model name and it comes in models such as the C300, or the C63) diesels are marked with either a D or the words blutec or blue efficiency, AMG models sometimes come with an S model which means they are faster. If you want to see the competition, (only included some European competition to give an idea) cla class Audi A3/a4 Maybe bmw 4 or VW CC C class BMW 3/4 series Audi A4 Volvo S60 E class BMW 5/6 series Audi A6 Volvo s80 S class BMW 7 series Audi A8 Volvo S90 Gla class Volvo XC40 Audi Q3 Glc class BMW X1 Audi Q5 Volvo XC60 Gle class BMW X3 BMW X5 Volvo XC90 GLS class Audi Q7 BMW X5 and XC90 properly configured because of seating capacity SLC class BMW x4 Audi TT SL class no direct luxury competition because most companies don’t offer large two seat cars that aren’t the highest performance models SLS AMG and AMG GT BMW i8 (not very competitive because it focuses more on hybrid technology) Audi R8

หน้าหลัก