แท็ก

audi a8 size comparison

บทความที่เกี่ยวข้อง audi a8 size comparison

Review : Audi Q7 3.0 TDi ไซส์ยักษ์แรงกระชากใจ ในราคาถูกกว่า Benz และ BMW ทำได้ยังไงกัน ?

ทดสอบคันจริง Audi Q7 45 TDi Quattro S Line2020 Audi Q7 (อาวดี้ คิว7) เอสยูวีไซส์ยักษ์ใหญ่ ปรับโฉมใหม่ล่าสุด

รู้จักข้อดีข้อเสีย Audi TT รถสปอร์ตคูเป้สุดหรู

ไม่ว่า Audi TT จะออกมากี่รุ่นก็ยังคงโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ดีไซน์ล้ำแบบ Audi สไตล์ Super Car ที่เอาใจคนรักความเร็ว

รวมข้อดีข้อเสีย Audi A5 Coupé ที่ควรรู้ก่อนเป็นเจ้าของ

A5 Coupé ให้ก่อนตัดสินใจข้อดี Audi A5 Coupé1.Audi A5 - ดีไซน์เรียบหรูดูทันสมัย Audi A5

รู้จักข้อดีข้อเสีย Audi Q8 ก่อนยกให้เป็นรถคู่ใจ

Audi Q8 รถยนต์ครอสโอเวอร์ที่มาพร้อมความเป็นเอกลักษณ์สไตล์ Audi ด้วยชื่อแบรนด์ก็บ่งบอกแล้วว่าต้องหรูดูดี

รู้จักข้อดีข้อเสีย Audi A6 Avant ก่อนเป็นเจ้าของ!

ถ้าเอ่ยถึงค่ายรถยนต์หรูหนึ่งในนั้นต้องมี Audi ค่ายรถยนต์ชื่อดังจากเยอรมัน ที่มักจะมาพร้อมความหรู โดดเด่น

รู้จักข้อดีข้อเสีย Audi Q2 ก่อนเป็นเจ้าของ

Q21.Audi Q2 รูปลักษณ์ภายนอกดูดีAudi Q2 ได้ออกแบบภายนอกให้เป็นรูปทรงเรขาคณิต มีความเป็นสปอร์ตผสานความเป็นกราฟฟิค

ชมคันจริง 2021 Audi TT รุ่นปรับออพชั่น เพิ่มแรง แต่งสวย ราคา 3.399 ล้านบาท

ในราคาขายเพิ่มขึ้นจากเดิม 1 แสนบาทเป็น 3,399,000 บาท ไปดูว่ามีความเปลี่ยนแปลงอะไรเพิ่มขึ้นมาบ้าง2021 Audi

Audi เปิดตัว 2021 Audi TT สเปคใหม่ พร้อมแคมเปญดอกเบี้ย 0% 5 ปีไม่มีบอลลูนกับอีก 10 รุ่นฮิต

Audi (อาวดี้) ประเทศไทยนำ Audi TT Coupé (อาวดี้ ทีที คูเป้) และ Audi TT Roadster (อาวดี้ ทีที

Review: 2020 Audi A4 สปอร์ตซีดานเพื่อผู้นำทุกไลฟ์สไตล์

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากฝั่งยุโรป ส่ง 2020 Audi A4 (อาวดี้ เอ4) รถซีดานสายสปอร์ต ที่มีการออกแบบทันสมัย

Review: Audi Q5 รถเอสยูวีสุดหรู

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์สุดหรูที่ส่ง Audi Q5(อาวดี้ คิว5) รถอเนกประสงค์ขนาดกลาง มีให้เลือกได้แก่ Audi

ดูเพิ่มเติม

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Audi (อาวดี้) เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ให้เลือก 2 รุ่นซีดาน 4 ประตูรูปทรงเพรียวบางพร้อมแนวหลังคาที่ต่ำและเส้นสายสไตล์

Review: Audi Q3 ครอสโอเวอร์สุดพรีเมี่ยม

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยักษ์ใหญ่ส่ง Audi Q3 2020 (อาวดี้ คิว 3) ลงตลาดรถครอสโอเวอร์ มีรุ่นย่อยให้เลือก คือ

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ประกาศยืนยันว่าพวกเขาพร้อมที่จะเดินหน้าทำตลาดรถยนต์รุ่นใหม่อีกหลายรุ่นในปีนี้

ข้อดีข้อเสียที่ควรรู้ก่อนถอย Audi A4 Sedan

เมื่อเอ่ยถึงรถซีดานระดับพรีเมียมแล้ว และชื่อ Audi (อาวดี้) จะติดมาด้วยแน่นอน และหนึ่งในรถรุ่นที่หลายคนสนใจก็ต้องมี

Audi Q2 เอสยูวีไซส์เล็กสุดหรูเพื่อคนรุ่นใหม่ พร้อมราคา 2.249 ล้านบาท

Audi Q2 (อาวดี้ Q2) SUV ขนาดกะทัดรัดจากค่ายหรู ด้วยราคาที่ถูกกว่าค่ายใหญ่อย่าง BMW และ Benz เลยทำให้

ส่องข้อดีข้อเสีย Audi A7 รถหรูดีไซน์เด่นก่อนเป็นเจ้าของ

Audi A7 (อาวดี้ เอ 7) Sportback รถซาลูนสุดหรู หนึ่งรถยนต์หรูจากค่ายเยอรมัน ที่มีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์

Review: Audi A8 ซีดานหรูสไตล์ผู้นำ

Audi ผู้นำด้านยนตรกรรมรถยนต์ที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน ส่ง 2020 Audi A8 (อาวดี้ เอ8) ด้วยราคาเริ่มต้น

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

รีวิว 2020 Audi TT Coupe รถสปอร์ตเพื่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน

ออดี้ บริษัทรถยนต์พรีเมียมจากเยอรมนี นำเสนอ 2020 อาวดี้ ทีที คูเป้ (2020 Audi TT Coupe) ออกจำหน่ายด้วยราคา

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

Audi เปิดตัวเอสยูวีโหด 2021 Audi RS Q3 Sportback เคาะ 4.75 ล้านบาท ถูกกว่า Mercedes-AMG GLC

Audi (อาวดี้) ประเทศไทย เปิดตัวรถรุ่นใหม่รวดเดียว 3 รุ่น นำทัพด้วย 2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

ที่ค่ายรถพยายามจะเข็นออกมาเพื่อตอบสนองมาตราการลดมลภาวะของหลายประเทศ แต่ก็ต้องดูกันในระยะยาว ว่าจะใช่คำตอบของอนาคตหรือไม่Audi

รู้จักข้อดีข้อเสีย Audi Q3 รถที่หลายคนอยากเป็นเจ้าของ

Audi (อาวดี้) ค่ายรถหรูจากเยอรมันส่ง 2020 Audi Q3 รถอเนกประสงค์รุ่นเล็กดีไซน์หรูที่มีความเป็นสปอร์ตมากขึ้น

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

ส่องข้อดีข้อเสีย Audi A8 ซีดานลักชัวรี่สไตล์ผู้นำ

Audi A8 นี้ก่อนตัดสินใจเป็นเจ้าของข้อดี Audi A81.ห้องโดยสารนั่งสบายภายในของ Audi A8 มีความกว้างขวาง

Audi Thailand รับหวั่น 'หนี้เสีย-โควิดรอบสอง' กระทบเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ประกาศตัวเลขผลการดำเนินงานที่เยี่ยมยอดในประเทศไทย ด้วยการรักษาอัตรการเติบโตเอาไว้ได้ที่

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

รถไฟฟ้าพรีเมียมได้หรือไม่ แต่ก่อนจะไปวิเคราะห์ AutoFun จะพาไปรู้จัก Audi e-tran GT ว่าดีไซน์ การออกแบบ

Review: Audi A6 Avant รถหรูสไตล์ผู้นำ

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากเยอรมันส่ง 2020 Audi A6 Avant ในรหัส 40 TFSI ลงสู้คู่แข่งด้วยราคาเริ่มต้น

Review: Audi A6 Avant รถหรูสายสปอร์ต

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์ยักษใหญ่ส่ง 2020 Audi A6 (อาวดี้ เอ6) สู่ตลาดรถยนต์ประเทศไทย ชื่ออย่างเป็นทางการคือ

แบงค์บอกต่อ Audi แคมเปญ 0% แถมช่วยผ่อนคนละครึ่งหลายรุ่น และ Mitsubishi Outlander PHEV แพคเกจดูแล 5 ปี

แบงค์บอกต่อ มาดูแคมเปญ Audi (อาวดี้) ประเทศไทย หลังเปิดตัว 2021 Audi TT ใหม่ (อาวดี้ ทีที) กับ Mitsubishi

วิดีโอรถยนต์ที่เกี่ยวข้อง audi a8 size comparison

audi a8 size comparison-audi a8 size comparison-2021 Mercedes S-Class vs 2021 BMW 7 Series vs Audi A8 - Design & Specification Comparison

audi a8 size comparison-2018 NEW Audi A8 - Navigation and Parking

audi a8 size comparison-LOOK THIS!!! PLAYING IN SNOW - The new 2018/19 AUDI A8 50 TDI QUATTRO + interior details

audi a8 size comparison-audi a8 size comparison-2020 Audi A8 INTERIOR

audi a8 size comparison-2018 NEW Audi A8 Exclusive Options Details

audi a8 size comparison-audi a8 size comparison-AUDI A8 L (2020) - Feels Like Home ? (Maybe Better !)

audi a8 size comparison-Audi A8 2021 Review Specification & Presentation Review

audi a8 size comparison-Audi A8 2018 The Most High Tech Car Ever

audi a8 size comparison-AUDI A8 L 2021 REVIEW - INTERIOR/EXTERIOR

audi a8 size comparison-Audi A8 4.2 Quattro 2004 Black

รีวิว Q&A audi a8 size comparison

What is the reason behind using a petrol engine in a sports car rather than using a diesel engine?

Some of the answers are correct, in that petrol engine is always lighter than a comparable Diesel engine of the same capacity, and much more so in the past. And petrol (gasoline) engine revs higher and at a much faster rate than a Diesel engine. That is why petrol engines are more desirable in a sports car. But don’t forget that Diesel engines produce much higher torque than petrol engines, which helps in moving the vehicle easier from a full stop, even from low RPMs. And the introduction of a turbocharger (and Intercooler - Wikipedia ) to Diesel engines make them produce comparable power to similar size petrol engines, albeit still at a lower RPMs. So in effect, the much higher torque and similar horsepower will make a Diesel-engined car accelerate as fast as a petrol engined one. The Diesel engine itself has grown lighter, therefore bringing down the total weight of the car. Long time ago, Diesel powered cars were much heavier than their petrol models and hence, combined with the much lower power output, gave the negative notion that Diesel powered cars are slow. But no more of that. Just take a look at this comparison between 2 cars from the same manufacturer, from the same year, same engine capacity, and from the same model (BMW 5-Series), one with a turbo Diesel engine and the other with a turbo petrol engine: As you can see, the weights of the 2 cars only differ by 15kg, which is easily countered by the Diesel’s mightier torque number (380 Nm vs 270 Nm), while horsepower are amazingly equal at 181 bhp. And to help dispel the notion that Diesel powered cars are slow, just take a look at the acceleration figures, in which the two are again a match for each other, which top speed is imperceptibly the same at around 230 km/h. And to drive my point, currently there are at least 10 fast cars that use Diesel engines (The fastest diesel cars on sale ): Porsche Panamera 4S Diesel BMW 435d xDrive Audi A8 4.2 TDI BMW 335d xDrive Bentley Bentayga Diesel Audi SQ7 Audi A6 3.0 BiTDI BMW 740d xDrive Audi A4 3.0 TDI BMW 640d All those cars can carry you and 4 passengers comfortably and safely but still have acceleration figures that can match any sports car out there, and don’t forget that they are all powered by “the humble” Diesel engines. So, in my opinion, the low number of sports cars that use Diesel engines only come down to one factor - sound. No matter how strong and fast a Diesel engine is, the sound it produces while accelerating through the gears cannot match the aural sweet sound of a strong sporty petrol engine, especially the 6 cylinder variants and above.

When will electric cars be better than gasoline ones?

I was going to comment on Michael Barnard's answer, but I think offering an answer that rebuts his points is probably better. So here we go. First, I appreciate Mike's love for the Model S, but his answer - like a lot of popular praise for Tesla's product line - is very selective in the way that comparisons are made. Second, let's talk about how much people actually spend when they buy a new Model S. CNBC reported that the average transaction price for a new Model S was $93k, and this was reported before the debut of the "D", which likely increased that figure (see Tesla cars are worth more used than new , the transaction price stat is buried in the middle of the article). Let's just say for sake of argument that we're talking about a $100k luxury vehicle. Three, let's also assume that a person is open to a wide range of vehicles when they have $100k to spend (which is true in my experience). Now, let's go thru Mike's list: 1. Passenger capacity - Someone with $100k to spend and passenger capacity on the brain doesn't buy a sedan - they buy an Escalade, a Yukon Denali, Navigator, etc. Sedan buyers aren't usually interested in people hauling, so I'm not sure that the two rumble seats in the Model S are a huge "get." I'd say that's a minor feature, in fact, and I'd love to see the take rate on this option (i'd guess it's miniscule). Anyone who knows, please comment. 2. A P85D+ is a monster in the acceleration department. It's easily the quickest sedan available. Of course, it's also $125k. If I'm concerned about acceleration, I have lots of options at $125k, all of which are better racing vehicles. A Z06 Vette, for example, costs about $90k, leaving me enough money to buy a truck and a trailer to haul it from race to race. Or lots of money for brakes and tires. But yes, if I need a sedan and want incredible performance, the P85D+ is the winner. This is the best argument for buying a Tesla Model S in my opinion...provided you've got $125k lying around. 3. A low center of gravity does not always make for a great handling car. Most people talk about "lateral g" and feel when assessing a vehicle's handling ability. But the real metric used to determine a car's handling ability is to compare it's lap time to similarly powerful vehicles. The world standard race course is called "Nurburgring", and unfortunately the Model S can't complete a lap at this track without overheating. If the vehicle was capable of doing a lap at full speed, we'd have a lap time, and then we could compare it to other sedans. But right now we don't have the key data point we need to really evaluate the car's handling using the world standard. Considering the 4600lbs curb weight of the Model S, I'd say handling isn't really a strength of the vehicle. Not to mention, you can't actually race it without going into limp mode. 4, 5, and 6 are all correct, and all sort of the same point: The Model S doesn't burn hydrocarbons (at least directly) for fuel. That's a pretty huge benefit. 7. If a person with $100k to spend is worried about cargo capacity, they don't buy a sedan. But yes, if someone buys a Model S, they can jam a little more crap in it. I'd say this is a nice benefit, but not a game changer for people buying this type of vehicle. 8. Safety is universally excellent at the $100k price point. The Tesla's rating is great, but it's not a substantial difference. You probably won't die in a car that costs $100k unless you're really unlucky or really driving hard. I doubt that luxury car buyers choose the Model S because it's slightly better in some test than some other car...they're all very safe. 9. Price is where Mike's answer starts to collapse. I can purchase a diesel A8 - which is more luxurious and has nearly 900 miles of driving range - for $10k less than the average Model S transaction price. I can also buy a dozen sporty sedans with more luxury features for tens of thousands of dollars less than the typical Model S. The Model S isn't "cheap" per se, and it certainly doesn't have to be. It offers a lot of great technology, and frankly I'd be worried if it was actually less costly than a similarly sized (and similarly equipped) sedan. But since the Model S isn't really luxurious (see below), it's not fair to compare it straight across to an S-Class, A8 Sedan, etc. 10. Mike's statements on range are very misleading. First, the maximum range of a Model S with an 85kWh battery pack is 265 miles according to the EPA, and Tesla doesn't recommend charging your battery pack more than 80%. So the "real world" max range of a Model S is actually closer to 200 miles, and if it's a particularly hot or cold day, or if you're driving it hard, that number falls to 150 miles. Second, a diesel A8 has nearly 900 miles of range (max). Most gas-powered vehicles have a maximum range of 400 miles. Frankly, this is a HUGE difference, and it goes a long way towards explaining why consumers are still buying A8s, S-Class M-B, BMW 7-series, etc. every day. The Model S can't go more than 200 miles without a charge, at least if you follow Tesla's battery recommendations...and that's if everything goes perfectly. Finally, some other factors Mike forgot: 11. Luxury features. The Model S isn't nearly as luxurious as similarly priced cars from Audi, M-B, or BMW. I'd argue that the Model S isn't even as luxurious as a Platinum F-150. But don't take my word for it - from Car & Driver's 2015 Tesla Model S P85D - First Drive Review : Luxurious isn’t how we’d describe the Model S’s interior. Austere and simple is more like it. Aside from the massive touch screen in the middle of the instrument panel, and the attractive gauge display, there’s not much wretched excess here The Model S is a luxury car compared to a Toyota Corolla - or even a Toyota Avalon - but it's not a freaking S-class. Sit inside both if you don't believe me. The difference is stark. 12. Reliability/durability. There are some big concerns about Tesla's ability to build reliable and durable vehicles. From problematic drive units to dead battery packs to all sorts of little issues with units tested by Edmunds.com (see 2013 Tesla Model S Long-Term Wrap-Up ) and Consumer Reports (Consumer Reports' Tesla Model S Has More than Its Share of Problems) , reliability is a big question mark. Say what you will about the gas-guzzling S-Class, or BMW 7-Series, or Audi A8, but they have a much better record for reliability than the Model S...and the Lexus LS puts them all to shame. 13. Resale value. Currently, demand for the Model S is strong enough to support very high resale value for the Model S. The car is clearly winning the resale value comparison as of today. However, please note that electric car resale value is a moving target. The Leaf was enjoying high resale value, for example, but the recent drop in gas prices - combined with slowing demand for the vehicle - has caused resale values for the Leaf (and the Volt) to plummet: Resale Prices Tumble on Electric Cars Could this happen to the Model S? I guess we'll wait and see. But resale values for Lexus, Mercedes-Benz, BMW, and Audi are pretty consistent year in and year out. I'd hesitate to say that about the Model S. 14. Convenience. Here's the comparison that makes or breaks the Model S. If you own your own home, can afford to have a charger installed in your garage, don't have a commute that strains your battery pack, and have a gasoline vehicle you can use for long trips, the Model S is incredibly convenient. If you can't add a charger to your garage, or you don't have a garage, or regularly bump up against the practical driving range of a Model S, or don't have a "spare" gas-powered car lying around (as many Model S owners do)...the car isn't nearly as attractive as something like the diesel A8 sedan I mentioned before. Before all you Musk-rats attack me, please understand my point: The Tesla Model S is a great car, but it is not "clearly" better than gas cars. It might be better for you, but it's not better for everyone. Not everyone can afford the damn thing, and even people who can might choose another vehicle (and often do). The question asked is vague, but I don't think the person asking was wondering if electric cars were better than gasoline cars if you have $100k to spend and don't mind dealing with limited driving range. If you look at the bigger picture, the answer to the question is: Who knows. It all depends on how battery technology evolves in terms of increasing energy density and decreasing costs. It could be 5 years, could be 10 years, and could be never.

Should Germany put speed limits on their autobahns?

Yes. The autobahn is, by international comparison, not a very good highway system as it is, and allowing people to drive as fast as they like on much of it is simply silly. Germany has to understand that the times are over when cars had top speeds of 120 km/h, as was the case in the 1930s, 40s, and 50s, when it was first built, and that 300+ km/h will never be a reasonable speed on those roads, especially these days, with the right lane being taken up back to back by trucks moving at 50 mph. Personally, I avoid the Autobahn when I visit Germany, because the place is simply madness. A speed limit would do so much to make the driving calmer and safer, because the issue is the speed difference between right lane (trucks, 80 km/h) and the left lane (the sky is the limit). If you have ever rented a mid sized car and driven it from Munich to Salzburg, you’ll know what I mean. Here you are, trying to get your little BMW 318 from 80 km/h up to 200 km/h every time you pass a truck (which is like, every ten seconds), because some fat Audi A8 or Porsche Cayman with Swiss or Austrian plates is flying at you from behind with all they’ve got. Ridiculous. It could be so nice if it were like in the UK, where everyone is moving at 110 km/h, including the trucks. It just flows.

Is Audi worth the higher price over Volkswagen?

Judging by your question, there seems to be a base level misunderstanding here. Audis are not simply badge-engineered VWs (like the relationship between Lincoln and Ford). The re-engineering goes much deeper. For the most part, Audi offers unique models to VW. Perhaps you could make the comparison for the A1/Polo and the Golf/Jetta/A3, but the argument falls apart on most of the rest of the range. The similar models you've listed are below: Touareg vs Q5 - Completely different platforms, and size categories. The Touareg is one of the few successful attempts of VW to push upmarket, and they've since watered it down. It sits neatly between the Q5 and Q7 in terms of size (and shares its platform with the Q7 and Cayenne, both of which offer distinctly different driving and ownership experiences not to mention aesthetic). Phaeton vs A8 - This is a closer comparison, but the Phaeton loosely shares its platform with the previous generation of A8. Even then, it didn't get the A8's aluminum structure. The driving experience, design, and tech were different then, and are a world apart now. Passat CC vs A5 - I'm assuming you're referring to the Sportback here, and then that immediately prompts the answer of there being two additional bodystyles of A5 being available. The cars also sit on unique platforms (please correct me if I'm wrong), and once again offer completely different experiences in all aspects. Put simply, VW Group has shared platforms, engines, transmissions, across their brands to cut costs, but they've done it well. These aren't bad badge engineering jobs like the 90s American cars (Mercury Sable an Ford Taurus anyone?) or something like the Infiniti QX and Nissan Patrol (the only difference other than the grille is an interior clock). Hope that helps.

Is a Tesla heavier than an ICE car of equal size?

Google: “curb weight <vehicle>” for any comparison set you want. Here are the results of those queries for two Teslas and what I think of as an example Audi and BMW of similar size. I’m quite surprised at how closely they match up in weight. Tesla Model S - Curb weight 4,647 lbs Audi A8 - Curb weight 4,751 lbs BMW 7 series - Curb weight 4,244 - 4,848 lbs Tesla Model 3 - Curb weight 3,627 to 4,072 lbs Audi A4 - Curb weight 3,450 to 3,627 lbs BMW 3 series - 3,582 to 4,010 lbs

Tags

หน้าหลัก