แท็ก

audi a8 av input

บทความที่เกี่ยวข้อง audi a8 av input

Audi เปิดตัวเอสยูวีโหด 2021 Audi RS Q3 Sportback เคาะ 4.75 ล้านบาท ถูกกว่า Mercedes-AMG GLC

Audi (อาวดี้) ประเทศไทย เปิดตัวรถรุ่นใหม่รวดเดียว 3 รุ่น นำทัพด้วย 2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้

Review: Audi A6 Avant รถหรูสายสปอร์ต

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์ยักษใหญ่ส่ง 2020 Audi A6 (อาวดี้ เอ6) สู่ตลาดรถยนต์ประเทศไทย ชื่ออย่างเป็นทางการคือ

Review: Audi A8 ซีดานหรูสไตล์ผู้นำ

Audi ผู้นำด้านยนตรกรรมรถยนต์ที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน ส่ง 2020 Audi A8 (อาวดี้ เอ8) ด้วยราคาเริ่มต้น

รู้จักข้อดีข้อเสีย Audi Q3 รถที่หลายคนอยากเป็นเจ้าของ

Audi (อาวดี้) ค่ายรถหรูจากเยอรมันส่ง 2020 Audi Q3 รถอเนกประสงค์รุ่นเล็กดีไซน์หรูที่มีความเป็นสปอร์ตมากขึ้น

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

ที่ค่ายรถพยายามจะเข็นออกมาเพื่อตอบสนองมาตราการลดมลภาวะของหลายประเทศ แต่ก็ต้องดูกันในระยะยาว ว่าจะใช่คำตอบของอนาคตหรือไม่Audi

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ประกาศยืนยันว่าพวกเขาพร้อมที่จะเดินหน้าทำตลาดรถยนต์รุ่นใหม่อีกหลายรุ่นในปีนี้

รู้จักข้อดีข้อเสีย Audi A6 Avant ก่อนเป็นเจ้าของ!

ถ้าเอ่ยถึงค่ายรถยนต์หรูหนึ่งในนั้นต้องมี Audi ค่ายรถยนต์ชื่อดังจากเยอรมัน ที่มักจะมาพร้อมความหรู โดดเด่น

Review: Audi A6 Avant รถหรูสไตล์ผู้นำ

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากเยอรมันส่ง 2020 Audi A6 Avant ในรหัส 40 TFSI ลงสู้คู่แข่งด้วยราคาเริ่มต้น

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

รถไฟฟ้าพรีเมียมได้หรือไม่ แต่ก่อนจะไปวิเคราะห์ AutoFun จะพาไปรู้จัก Audi e-tran GT ว่าดีไซน์ การออกแบบ

ข้อดีข้อเสียที่ควรรู้ก่อนถอย Audi A4 Sedan

เมื่อเอ่ยถึงรถซีดานระดับพรีเมียมแล้ว และชื่อ Audi (อาวดี้) จะติดมาด้วยแน่นอน และหนึ่งในรถรุ่นที่หลายคนสนใจก็ต้องมี

ดูเพิ่มเติม

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Audi (อาวดี้) เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ให้เลือก 2 รุ่นซีดาน 4 ประตูรูปทรงเพรียวบางพร้อมแนวหลังคาที่ต่ำและเส้นสายสไตล์

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

รวมข้อดีข้อเสีย Audi A5 Coupé ที่ควรรู้ก่อนเป็นเจ้าของ

A5 Coupé ให้ก่อนตัดสินใจข้อดี Audi A5 Coupé1.Audi A5 - ดีไซน์เรียบหรูดูทันสมัย Audi A5

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

Review: Audi Q3 ครอสโอเวอร์สุดพรีเมี่ยม

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยักษ์ใหญ่ส่ง Audi Q3 2020 (อาวดี้ คิว 3) ลงตลาดรถครอสโอเวอร์ มีรุ่นย่อยให้เลือก คือ

Review: Audi Q5 รถเอสยูวีสุดหรู

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์สุดหรูที่ส่ง Audi Q5(อาวดี้ คิว5) รถอเนกประสงค์ขนาดกลาง มีให้เลือกได้แก่ Audi

Review : Audi Q7 3.0 TDi ไซส์ยักษ์แรงกระชากใจ ในราคาถูกกว่า Benz และ BMW ทำได้ยังไงกัน ?

ทดสอบคันจริง Audi Q7 45 TDi Quattro S Line2020 Audi Q7 (อาวดี้ คิว7) เอสยูวีไซส์ยักษ์ใหญ่ ปรับโฉมใหม่ล่าสุด

Review: 2020 Audi A4 สปอร์ตซีดานเพื่อผู้นำทุกไลฟ์สไตล์

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากฝั่งยุโรป ส่ง 2020 Audi A4 (อาวดี้ เอ4) รถซีดานสายสปอร์ต ที่มีการออกแบบทันสมัย

แบงค์บอกต่อ Audi แคมเปญ 0% แถมช่วยผ่อนคนละครึ่งหลายรุ่น และ Mitsubishi Outlander PHEV แพคเกจดูแล 5 ปี

แบงค์บอกต่อ มาดูแคมเปญ Audi (อาวดี้) ประเทศไทย หลังเปิดตัว 2021 Audi TT ใหม่ (อาวดี้ ทีที) กับ Mitsubishi

ส่องข้อดีข้อเสีย Audi A8 ซีดานลักชัวรี่สไตล์ผู้นำ

Audi A8 นี้ก่อนตัดสินใจเป็นเจ้าของข้อดี Audi A81.ห้องโดยสารนั่งสบายภายในของ Audi A8 มีความกว้างขวาง

ชมคันจริง 2021 Audi TT รุ่นปรับออพชั่น เพิ่มแรง แต่งสวย ราคา 3.399 ล้านบาท

ในราคาขายเพิ่มขึ้นจากเดิม 1 แสนบาทเป็น 3,399,000 บาท ไปดูว่ามีความเปลี่ยนแปลงอะไรเพิ่มขึ้นมาบ้าง2021 Audi

Audi Thailand รับหวั่น 'หนี้เสีย-โควิดรอบสอง' กระทบเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ประกาศตัวเลขผลการดำเนินงานที่เยี่ยมยอดในประเทศไทย ด้วยการรักษาอัตรการเติบโตเอาไว้ได้ที่

Audi Q2 เอสยูวีไซส์เล็กสุดหรูเพื่อคนรุ่นใหม่ พร้อมราคา 2.249 ล้านบาท

Audi Q2 (อาวดี้ Q2) SUV ขนาดกะทัดรัดจากค่ายหรู ด้วยราคาที่ถูกกว่าค่ายใหญ่อย่าง BMW และ Benz เลยทำให้

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

รู้จักข้อดีข้อเสีย Audi Q2 ก่อนเป็นเจ้าของ

Q21.Audi Q2 รูปลักษณ์ภายนอกดูดีAudi Q2 ได้ออกแบบภายนอกให้เป็นรูปทรงเรขาคณิต มีความเป็นสปอร์ตผสานความเป็นกราฟฟิค

รีวิว 2020 Audi TT Coupe รถสปอร์ตเพื่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน

ออดี้ บริษัทรถยนต์พรีเมียมจากเยอรมนี นำเสนอ 2020 อาวดี้ ทีที คูเป้ (2020 Audi TT Coupe) ออกจำหน่ายด้วยราคา

รู้จักข้อดีข้อเสีย Audi Q8 ก่อนยกให้เป็นรถคู่ใจ

Audi Q8 รถยนต์ครอสโอเวอร์ที่มาพร้อมความเป็นเอกลักษณ์สไตล์ Audi ด้วยชื่อแบรนด์ก็บ่งบอกแล้วว่าต้องหรูดูดี

ส่องข้อดีข้อเสีย Audi A7 รถหรูดีไซน์เด่นก่อนเป็นเจ้าของ

Audi A7 (อาวดี้ เอ 7) Sportback รถซาลูนสุดหรู หนึ่งรถยนต์หรูจากค่ายเยอรมัน ที่มีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์

รู้จักข้อดีข้อเสีย Audi TT รถสปอร์ตคูเป้สุดหรู

ไม่ว่า Audi TT จะออกมากี่รุ่นก็ยังคงโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ดีไซน์ล้ำแบบ Audi สไตล์ Super Car ที่เอาใจคนรักความเร็ว

Audi เปิดตัว 2021 Audi TT สเปคใหม่ พร้อมแคมเปญดอกเบี้ย 0% 5 ปีไม่มีบอลลูนกับอีก 10 รุ่นฮิต

Audi (อาวดี้) ประเทศไทยนำ Audi TT Coupé (อาวดี้ ทีที คูเป้) และ Audi TT Roadster (อาวดี้ ทีที

วิดีโอรถยนต์ที่เกี่ยวข้อง audi a8 av input

audi a8 av input-audi a8 av input-WOWW 2019 New Audi A7 Many New Technologies

audi a8 av input-audi a8 av input-ремонт задних суппортов Audi a6 с электрическим ручником

audi a8 av input-Audi A8 2028

audi a8 av input-Все слабые места "автомата" ZF 5HP19, который ставили на BMW E39, Audi A6 C5, Passat B5 и т.д.

audi a8 av input-DTC Audi P0730 Short Explanation

audi a8 av input-DTC Audi P0730 Short Explanation

audi a8 av input-Wow Amazing !!! 2017 Audi A8 L Interior

audi a8 av input-audi a8 av input-Как сделать AUX, usb вход на любую магнитолу, чейнжер Yatour

audi a8 av input-DTC Audi P0702 Short Explanation

audi a8 av input-AUZ1Z1 Audi Radio Code - Audi Radio Navigation AUZ1Z1 Blaupunkt

รีวิว Q&A audi a8 av input

What impact will autonomous vehicle operation have upon how automobile insurance companies in the U.S.A calculate premiums, types of coverage, etc…?

While it is true that statistically claims should go down, there’s no way to forecast this and IMO, the insurance companies are going to be kiddish on how to insure a fleet of AV’s when there is no telling what could go wrong. Look at what happened with the defective air bags… millions of cars effected… what happens when any component in the AV system - or the OS software ends up having a major glitch. What happens when the cyber security in a car fails to stop a hacker who hijacks the car and takes the occupants on a 120 MPH run away drive? Figuring out the insurance challenge isn’t a simple thing… Who is insuring what is a complex matter and odds are high that the hundreds of suppliers are going to have to insure their parts to allow them to survive the litigation that will most certainly come. Here’s an interesting article (reproduced here due to site requiring a login) Four Ways Autonomous Vehicles will Change Auto Insurance Four Ways Autonomous Vehicles will Change Auto Insurance The motorcar is a wonderful invention. But, it comes with the unintended consequence of being a danger in the wrong hands. Human hands. However, the rapid evolution of the autonomous vehicle is about to redefine the risk profile for the motorcar. And this is going to have a profound impact on auto insurance. For this month’s InsurTech Insights, Rick Huckstep sought the expertise of David Williams from AXA UK to look at the rise of the autonomous vehicle and its impact on auto insurance. Autonomous vehicles are never drunk, drowsy, or distracted The first modern automobile is generally considered to be the Benz Motor Car No1. Patented in 1886 by Karl Benz, this is “the missing link between cars and horse drawn buggies ” in the days before auto insurance existed. Compare and contrast Car No1 with its 21st century counterparts and there’s a world of difference. Especially when it comes to advances in vehicle safety technology; blind spot monitoring, lane control, emergency braking, traction control, and drowsiness detection et al are now entering the global car pool. Over time, these features will all make a significant impact to reducing the 1.25 million deaths worldwide due to vehicle crashes (as reported for 2014). However, the fact is that no matter how good these safety features are, they cannot fully compensate for the number one factor in road traffic accidents, us! In the United States, 94% of crashes involve human error from speeding, alcohol, distraction or drowsiness. The National Safety Council estimated approximately 40,000 Americans died on the road in 2016, a 6% increase over the previous year. In the UK, according to this report by Matthew Avery of Thatcham Research , 23% of motor claims relate to parking incidents. Of these, three quarters occurred during reversing. This accounted for £1.7bn of claims caused by human error that would be eliminated by autonomous vehicles. Hurrah for autonomous vehicles, but what do we mean? The problem with talking about autonomous vehicles is that not all autonomous vehicles are the same. Which is why there is standard J3016 to define them. This international standard for autonomous vehicles was defined in 2014 by the Society for Automotive Engineers International (SAE) . It’s based on six levels of classification from zero, for no automation, through to Level 5 for full automation. Image Source: CleanTechnica This chart explains it well. Levels 0-3 are when a human driver is needed to take control, even if there is some level of partial automation being used. Levels 4 & 5 define the conditions when the automated driving system is in control, with a human driver possibly being able to take over in some circumstance, but not acting as the fall back position. To put this into context, Tesla’s much vaunted Autopilot system is (only) at Level 2 today, even though they might market themselves higher. The first production ready Level 3 car is expected later this year in the form of the Audi A8 . Changes in legislation will define the pace of adoption for autonomous cars Whilst autonomous vehicle technology is being developed at a fast pace, the biggest barrier to its adoption are the rules and regulations of the road. Every jurisdiction is different, but they all have one thing in common. They all have laws written for the conventional motorcar in the hands of a conventional human being. Liability sits with the driver… and this has to change. To find out more about how governments and the industry are preparing for the changes heading our way, I sought the advice of an industry expert. David Williams from AXA UK is a 30-year veteran of the insurance industry and heavily involved with the UK Government’s Centre for Connected & Autonomous Vehicles strategic program. David told me; “I believe the UK undoubtedly leads the way with our not signing the Vienna convention giving us a head start. The Automated and Electric Vehicle Bill (AEV) is going through Parliament as we speak. Regulations and a code of practice for testing autonomous vehicles has been in place in the UK for a while now.“ If you don’t know, the UK Government’s AEV Bill is the legislation that will enable auto insurance for autonomous cars in the UK. Some claim that the US is leading the way. Maybe in Silicon Valley, but when it comes to regulation it’s a mixed picture. Some states permit driverless cars on the road whereas others do not. Last month, Reuters reported that US Transportation Secretary Elaine Chao of President Trump’s administration is about to “rewrite regulations that pose a barrier to robot vehicles” . Safer cars don’t automatically mean insurance costs go down So, with all this technology coming our way, making it safer on the roads, is this going to drive down insurance costs? I put this question to David, “You’d think so, wouldn’t you. But the fact is that motor repair costs in the UK have gone up by 32% in the last three years. This is largely due to the costs from extra technology fitted in cars, much of it safety equipment. “Safer cars don’t automatically mean lower insurance premiums. Not whilst we are in a transition period. Over the longer term, yes they willcome down. But only as safety feature technology becomes wide spread and as its unit costs come down. Then you’d expect to see the safety dividend flow through to lower insurance costs.” What does this all mean for auto insurance? The argument for autonomous cars is pretty clear-cut. Technology makes for better drivers than us fallible humans. Which leads to the near elimination of accidents caused by distraction, tiredness and inexperience. Resulting in people having free time to work, sleep, play and eat during their journeys. No one will ever crash. Therefore, no more need for auto insurance! However, before we sound that death knell, let’s remember that autonomous vehicle tech is still in its infancy. Accidents do happen, as we saw with the Tesla fatality while on Autopilot in 2016 . And today’s news of an Uber self-driving car involved in a fatal accident. And Waymo, Google’s autonomous vehicle project, with over four million miles under its belt still reports “disengagements” while in autonomous mode in their latest reports to the DMV . However, the good news is that the tech can and will only get better. Just as the trolley debate and the moral and ethical questions raised by artificial decision-making will find an acceptable medium, IMHO. In the long run there will be far fewer accidents and much lower levels of claims. But this is, of course, a double-edged sword for insurers with significantly lower premiums. The question is no longer whether auto insurance will change or not, because it will definitely change. The real questions are when and how will it change. With the help of David, I set out four impacts of autonomous vehicles on auto insurance. AUTONOMOUS VEHICLE IMPACT No 1: Fewer claims, less fraud and lower premiums In the US, auto insurance accounts for around $175bn of the P&C market. Over the past decade, the frequency of both liability and physical damage claims resulting from motor accidents has broadly remained unchanged. However, bodily injury average cost per claim has risen by around 30% over the same period time. Autonomous vehicles would reverse this trend. The move towards autonomy would see substantial savings in lower claims administration and payouts for insurers. But these savings would be matched by significant reductions in premiums. In the UK last year, auto insurers underwrote circa £8bn in private motor insurance premiums. Some estimates I’ve seen predict a fall of as much as 50% to 80% in auto insurance premiums! With this reduction in accidents and incidents will come a decline in fraud. Not just because there are less incidents, but because the information available to the insurer will be significantly better. The fraudulent customer has little or no time to think up embellished answers when the data the insurer needs comes from the telematics and sensor data in the car and your mobile phone. Insurers are able to determine a better picture of what happened without the customer’s input. I asked David if he agreed with my perspective on this. “Yes, of course. However, this does assume complete and comprehensive cooperation between motor manufacturers and insurers when it comes to sharing data. There’s a long way to go on this one to get that right. And let’s not forget that there are regulatory issues to consider on data privacy. It all sounds great in theory.” The battle over access and ownership of data is going to run and run. That’s a story for another day. AUTONOMOUS VEHICLE IMPACT No 2: Shift of liability from The Driver to The Vehicle When, on October 8th 2015, the boss of Volvo, CEO Haken Sammuelsson, said, “Volvo will accept full liability whenever one of its cars are in autonomous mode” it sounded like he was signalling the end of auto insurance. Volvo was the first to say it and other manufacturers have followed suit. Essentially, that when the manufacturer’s autopilot is in the driving seat, insurance liability will shift from the driver to the manufacturer. the UK’s AEV bill shifts liability to the vehicle, not the manufacturer However, the reality is that auto manufacturers are not that keen on taking on the insurance risk. After all, they’ve just spent $billions on R&D to make our roads safer and reduce accidents by 80-90%. They didn’t do this to then have to carry 100% liability for whatever happens on the road. Which is why the UK’s AEV bill shifts liability to the vehicle, not the manufacturer. David explained; “The AEV bill in the UK makes clear when liability will move from ‘The Driver’, and that is only when you are talking about level 4 or 5 vehicles. From that point the liability transfers to The Vehicle, but an RTA (Road Traffic Act) compliant insurance policy is still required, and the insurer deals with the claim in the first instance. “Many people thought liability would simply transfer to the manufacturer, but its not that simple, and the AEV bill makes sure there are no gaps.” This is an important point. Because the AEV bill will impose strict obligations on the insurer to payout in the event of an incident involving the insured vehicle, regardless of fault. Then the insurer can pursue recovery as secondary action. AUTONOMOUS VEHICLE IMPACT No 3: Your claims history and driving behavior will become irrelevant As liability shifts to the vehicle, the way that the auto insurance policy is priced will fundamentally change. Risk profiling based on a driver’s age and claims history will no longer be the basis for premium pricing. Instead, risk rating is going to reflect variables such as software levels in the same way that they adjust for no-claims history today. It’s going to be a challenge for insurers to keep pace with changes to vehicles David explained, “Insurers are going to have to develop a whole new set of skills and expertise in-house that fully understand the intricate details of every motor vehicle. This is not just a mechanical requirement but a technology one too. It’s going to be a challenge for insurers to keep pace with changes to vehicles that are regularly being updated and changed within the term of a policy.” Of course, this does also raise a question about the telematics segment of InsurTech. If the driver is no longer relevant, then neither is driver behavior. It’s going to be a long time before telematics based insurance becomes redundant, but redundant it will be. AUTONOMOUS VEHICLE IMPACT No 4: Manufacturers eliminate the need for insurance all together This is the long shot of the 4. Here goes! Motor manufacturers understand customer service. They do anything to encourage you into a showroom and love it when you take your car for a service at a main dealer. Courtesy cars, coffee on arrival, they clean your car and will even deliver it back to you. There is no equivalent in insurance! So, imagine the motor manufacturer bundling in a whole manner of services with your brand new vehicle. Including forms of cover that your auto insurance policy provides you today. This makes perfect sense given that car manufacturers really do know the meaning of brand loyalty built on trust and customer service. And they have the infrastructure and balance sheet to do it. For over a year now, Tesla have been talking about offering a single price for the car . I asked David for his perspective on this notion of manufacturer’s eliminating the need for auto insurance. “I’m not so sure, Rick. The service bundle argument is a valid approach in theory. But despite all the manufacturers having financial services arms and being in prime position, they sell a very small proportion of motor insurance. “As for Tesla’s talk about bundling in insurance, this is mainly because their customers are struggling to get insurance at a reasonable price. I know of several UK insurers that have refused to insure them.” You can read more of my thinking on this one in this article I wrote a few month’s back . Do Autonomous Vehicles mean the end for auto insurance? I’ve seen reports calling this the beginning of the end for auto insurance. I don’t see it that way. It’s definitely going to change, but it will still exist. From the fundamental shift of liability from The Driver to The Vehicle. From the way risk is profiled, rated and priced to the substitution of cover from one insurance line to another. The auto manufacturers say that they will take on liability but have yet to put their money where their mouth is. Who knows, maybe they will follow through with the promise and we’ll see a shift to commercial cover. Or they might develop a hybrid model by self-insuring off their own balance sheets and buying wholesale off the reinsurers. But that isn’t likely to be a significant segment of the new world order for auto insurance, IMHO. There will still be auto insurance; it will just be in a very different form.

Tags

หน้าหลัก