แท็ก

audi a8 70 tdi

บทความที่เกี่ยวข้อง audi a8 70 tdi

น้ำมันดีเซล B10 ห้ามเติมรถหลายรุ่น เผยรายชื่อรุ่นในไทย รถยุโรปรับแค่ B7

ดังนั้นเราจึงตีความไว้ก่อนเลยว่าไม่ควรใช้ B10 สามารถใช้ได้แค่ B7 เท่านั้น โดยรายชื่อรถดีเซลในไทย ที่ไม่แนะนำให้ใช้น้ำมัน B10 มีดังนี้ Audi

ส่องข้อดีข้อเสีย Audi A8 ซีดานลักชัวรี่สไตล์ผู้นำ

Audi A8 นี้ก่อนตัดสินใจเป็นเจ้าของข้อดี Audi A81.ห้องโดยสารนั่งสบายภายในของ Audi A8 มีความกว้างขวาง

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

ที่ค่ายรถพยายามจะเข็นออกมาเพื่อตอบสนองมาตราการลดมลภาวะของหลายประเทศ แต่ก็ต้องดูกันในระยะยาว ว่าจะใช่คำตอบของอนาคตหรือไม่Audi

Review: Audi A6 Avant รถหรูสายสปอร์ต

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์ยักษใหญ่ส่ง 2020 Audi A6 (อาวดี้ เอ6) สู่ตลาดรถยนต์ประเทศไทย ชื่ออย่างเป็นทางการคือ

Review : Audi Q7 3.0 TDi ไซส์ยักษ์แรงกระชากใจ ในราคาถูกกว่า Benz และ BMW ทำได้ยังไงกัน ?

ทดสอบคันจริง Audi Q7 45 TDi Quattro S Line2020 Audi Q7 (อาวดี้ คิว7) เอสยูวีไซส์ยักษ์ใหญ่ ปรับโฉมใหม่ล่าสุด

Review: Audi Q3 ครอสโอเวอร์สุดพรีเมี่ยม

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยักษ์ใหญ่ส่ง Audi Q3 2020 (อาวดี้ คิว 3) ลงตลาดรถครอสโอเวอร์ มีรุ่นย่อยให้เลือก คือ

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

รู้จักข้อดีข้อเสีย Audi A6 Avant ก่อนเป็นเจ้าของ!

ถ้าเอ่ยถึงค่ายรถยนต์หรูหนึ่งในนั้นต้องมี Audi ค่ายรถยนต์ชื่อดังจากเยอรมัน ที่มักจะมาพร้อมความหรู โดดเด่น

[วิเคราะห์] เกิดอะไรขึ้นกับ 2021 Mazda BT-50 และยอดจอง 70 คันจากงานมอเตอร์โชว์ปีนี้

มาสด้า บีที-50) ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ที่ประกาศออกมาว่ารถใหม่ล่าสุดของพวกเขามียอดจอง 70

รู้จักข้อดีข้อเสีย Audi Q3 รถที่หลายคนอยากเป็นเจ้าของ

Audi (อาวดี้) ค่ายรถหรูจากเยอรมันส่ง 2020 Audi Q3 รถอเนกประสงค์รุ่นเล็กดีไซน์หรูที่มีความเป็นสปอร์ตมากขึ้น

ดูเพิ่มเติม

Audi เปิดตัว 2021 Audi TT สเปคใหม่ พร้อมแคมเปญดอกเบี้ย 0% 5 ปีไม่มีบอลลูนกับอีก 10 รุ่นฮิต

Audi (อาวดี้) ประเทศไทยนำ Audi TT Coupé (อาวดี้ ทีที คูเป้) และ Audi TT Roadster (อาวดี้ ทีที

Audi Thailand รับหวั่น 'หนี้เสีย-โควิดรอบสอง' กระทบเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ประกาศตัวเลขผลการดำเนินงานที่เยี่ยมยอดในประเทศไทย ด้วยการรักษาอัตรการเติบโตเอาไว้ได้ที่

ข้อดีข้อเสียที่ควรรู้ก่อนถอย Audi A4 Sedan

เมื่อเอ่ยถึงรถซีดานระดับพรีเมียมแล้ว และชื่อ Audi (อาวดี้) จะติดมาด้วยแน่นอน และหนึ่งในรถรุ่นที่หลายคนสนใจก็ต้องมี

Review: 2020 Audi A4 สปอร์ตซีดานเพื่อผู้นำทุกไลฟ์สไตล์

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากฝั่งยุโรป ส่ง 2020 Audi A4 (อาวดี้ เอ4) รถซีดานสายสปอร์ต ที่มีการออกแบบทันสมัย

Audi เปิดตัวเอสยูวีโหด 2021 Audi RS Q3 Sportback เคาะ 4.75 ล้านบาท ถูกกว่า Mercedes-AMG GLC

Audi (อาวดี้) ประเทศไทย เปิดตัวรถรุ่นใหม่รวดเดียว 3 รุ่น นำทัพด้วย 2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้

ส่องข้อดีข้อเสีย Audi A7 รถหรูดีไซน์เด่นก่อนเป็นเจ้าของ

Audi A7 (อาวดี้ เอ 7) Sportback รถซาลูนสุดหรู หนึ่งรถยนต์หรูจากค่ายเยอรมัน ที่มีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์

รีวิว 2020 Audi TT Coupe รถสปอร์ตเพื่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน

ออดี้ บริษัทรถยนต์พรีเมียมจากเยอรมนี นำเสนอ 2020 อาวดี้ ทีที คูเป้ (2020 Audi TT Coupe) ออกจำหน่ายด้วยราคา

Review: Audi A6 Avant รถหรูสไตล์ผู้นำ

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากเยอรมันส่ง 2020 Audi A6 Avant ในรหัส 40 TFSI ลงสู้คู่แข่งด้วยราคาเริ่มต้น

Review: Audi Q5 รถเอสยูวีสุดหรู

Q5 35 TDI quattro ราคาอยู่ที่ 3,399,000 บาท เครื่องยนต์ดีเซล และ Audi Q5 45 TFSI quattro S line เครื่องยนต์เบนซิน

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

รู้จักข้อดีข้อเสีย Audi Q8 ก่อนยกให้เป็นรถคู่ใจ

Audi Q8 รถยนต์ครอสโอเวอร์ที่มาพร้อมความเป็นเอกลักษณ์สไตล์ Audi ด้วยชื่อแบรนด์ก็บ่งบอกแล้วว่าต้องหรูดูดี

Audi Q2 เอสยูวีไซส์เล็กสุดหรูเพื่อคนรุ่นใหม่ พร้อมราคา 2.249 ล้านบาท

Audi Q2 (อาวดี้ Q2) SUV ขนาดกะทัดรัดจากค่ายหรู ด้วยราคาที่ถูกกว่าค่ายใหญ่อย่าง BMW และ Benz เลยทำให้

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Audi (อาวดี้) เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ให้เลือก 2 รุ่นซีดาน 4 ประตูรูปทรงเพรียวบางพร้อมแนวหลังคาที่ต่ำและเส้นสายสไตล์

Ford ขยี้ Tesla เผยผลสำรวจลูกค้า 2021 Ford Mustang Mach-E ร้อยละ 70 เคยใช้เทสล่ามาก่อน

Tesla อิจฉาจนมีกรณีตามมาบุลลี่ในโลกออนไลน์กันแล้วFord Mustang Mach-e คู่แข่งกับ Tesla Model Yลูกค้า 70%

Review: Audi A8 ซีดานหรูสไตล์ผู้นำ

Audi ผู้นำด้านยนตรกรรมรถยนต์ที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน ส่ง 2020 Audi A8 (อาวดี้ เอ8) ด้วยราคาเริ่มต้น

รู้จักข้อดีข้อเสีย Audi Q2 ก่อนเป็นเจ้าของ

Q21.Audi Q2 รูปลักษณ์ภายนอกดูดีAudi Q2 ได้ออกแบบภายนอกให้เป็นรูปทรงเรขาคณิต มีความเป็นสปอร์ตผสานความเป็นกราฟฟิค

แบงค์บอกต่อ Audi แคมเปญ 0% แถมช่วยผ่อนคนละครึ่งหลายรุ่น และ Mitsubishi Outlander PHEV แพคเกจดูแล 5 ปี

แบงค์บอกต่อ มาดูแคมเปญ Audi (อาวดี้) ประเทศไทย หลังเปิดตัว 2021 Audi TT ใหม่ (อาวดี้ ทีที) กับ Mitsubishi

รู้จักข้อดีข้อเสีย Audi TT รถสปอร์ตคูเป้สุดหรู

ไม่ว่า Audi TT จะออกมากี่รุ่นก็ยังคงโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ดีไซน์ล้ำแบบ Audi สไตล์ Super Car ที่เอาใจคนรักความเร็ว

รวมข้อดีข้อเสีย Audi A5 Coupé ที่ควรรู้ก่อนเป็นเจ้าของ

A5 Coupé ให้ก่อนตัดสินใจข้อดี Audi A5 Coupé1.Audi A5 - ดีไซน์เรียบหรูดูทันสมัย Audi A5

วิดีโอรถยนต์ที่เกี่ยวข้อง audi a8 70 tdi

audi a8 70 tdi-audi a8 70 tdi-Audi A6 3.0 TDi Quattro 2005 update shape

audi a8 70 tdi-Audi A8 4.2 Quattro 2005 62,000 klms

audi a8 70 tdi-2009 Audi A8 4.2 TDi only 49,000 klms

audi a8 70 tdi-✓For Audi A8 D3 2005 2006 2007 2008 2009 Headlight Transparent Cover Headlamp Cover Lampshade Lamp

audi a8 70 tdi-Audi A8 (2002-2009) - Autoplius.lt automobilio apžvalga

audi a8 70 tdi-2006 Audi A8

audi a8 70 tdi-audi a8 70 tdi-audi a8 aux heater

audi a8 70 tdi-Audi A4L 45TFSI (2017) 70-130kph

audi a8 70 tdi-audi a8 70 tdi-Audi A8 2006 4.2 Quattro for sale in Marrickville NSW

audi a8 70 tdi-Audi A8 4.2 Quattro 2004 Black

รีวิวโพสต์ audi a8 70 tdi

Audi A8 3.0 TDi 258ps Sport Exec Tip Blk/Blk Lthr, Elec Sunroof, New £58,245 (list £70,245) http://tinyurl.com/lqcdhrz

Savez-vous déchiffrer les nouvelles motorisations Audi ?Désormais les Audi sont badgées avec un nombre allant de 25 à 70 qui ne se base plus sur la cylindrée mais sur la puissance en kW ! Par ex, "Audi A8 3.0 TDI 286ch" est devenu "Audi A8 50 TDI". Ce tableau peut vous aider !

Reduced: New Audi A8 50 Tdi Quattro 4dr Tiptronic Car Lease Deal.This is a £70,000 car available to lease from... https://fb.me/1ZC1D9Cm9

A lo mejor los de los audi A8 TDI quattro 3.0 47 valves, full equip y similares, van a 70 por la autovía para que te de tiempo a leerlo todo

AUDI A8 3.0 TDI DPF quattro tiptronic - 2010 70.800 € #vendita #auto #milano

Audi A8 3.0 TDi Quattro Nieuw - Full option - 70 000 Euro+: 10km, bj. 2011, € 84.700,- http://bit.ly/leLaNy

Luchtmassameter Audi A8 2002 3.3 TDI V8: Prijs: € 70,00 Aangeboden: Luchtmassameter is in technis... #onderdelen

Audi A8 3.0 TDI QUATTRO PRO LINE+/FULL OPTIONS!!!. JG024H 70.372 km Prijs: ?44.945 Merk... http://taggleauto.nl/1949636/

Audi A8 3.0 TDI quattro Pro Line Nap/19inch. 70-ST-FN 267.360 km Prijs: ? 12.950 Merk: A... http://taggle.nl/669091/

Audi A8 3.0 Tdi Quattro Tiptronic6 Edition. 70-RJ-HR 257.518 km Prijs: EUR 14.950 Merk: ... http://taggleauto.nl/594474/

รีวิว Q&A audi a8 70 tdi

What is the origin and history of Audi cars?

Here's a very thorough and well-researched piece I have written on the history of Audi, aggregating info from many different reputable sources. Although Audi has its roots in the turn of the 20th century, it was years before Audi took shape as the company we recognise today. August Horch, a pioneering German engineer, formed his first company in 1899. Disagreements soon led to a second car manufacturing company being set up. Horsch found that he could not name this company after himself due to a trademark dispute. During a meeting to establish their new name, a son of a business associate was studying Latin quietly in the corner. The story goes that after getting nowhere for hours, the son hesitantly blurted out the word “Audi!” As Horch means “hark!” or “hear” in German, and “Audi” means “to hear” in Latin, the name seemed perfect. And so a brand was born. Yet Audi had a bumpy ride ahead: here are some of the highlights. 1910 Audi produced the Audi Type A and Type B in quick succession. They were in production for four years, but only around 500 were sold altogether. 1921 Audi released the Audi Type K. This car was revolutionary as it was the first German car with a left-hand drive. This set a standard that spread like wildfire throughout the industry. Left-hand drive gave the driver a better view of oncoming traffic and made cars easier to manoeuvre. 1932 Despite some early success, Audi knew it had to adapt if it was going to survive. Audi joined with Horch, DKW and Wanderer to form Auto Union AG. The four rings on Audi's badge represent the coalition of the four motoring companies whose production covered the entire motoring industry, from vans and motorcycles to luxury cars. 1933 The first Auto Union car, the Horch 830 convertible, caused a stir at the 1933 Berlin Motor Show. This cutting-edge, high-performance racing car was based on Ferdinand Porsche's designs and could hit speeds of over 100kph. While the lightweight, aerodynamic chassis was impressive, the avant-garde engineering failed to catch on commercially. 1938 Audi released the Audi 920, an ultra-modern, high-powered sports car that could hit 140kph. The bodywork was much smaller than other cars of that power, making it perfect for the track. The car was a huge success and Audi sold more than a year's production almost immediately 1939 Due to economic pressures in the lead up to WWII, the Audi name faded out of existence for the next two decades. 1945 As Audi's factory was in East Germany after the war, the Soviet Union dismantled it entirely and took all the company's assets without any compensation. 1951 August Horch died at the age of 83 after spending his final years peacefully in Münchberg. 1964 Auto Union was bought out by Volkswagen. The buyout included their factory and their new four-stroke engine. This put the new owners in the perfect position to resurrect the Audi name after it had been shelved for over 25 years. 1968 Volkswagen chief Heinz Nordhoff had forbidden the Audi engineers from undertaking any new product development and was using Audi's factory to build Volkswagen parts. However, chief engineer Dr Ludwig Kraus, fearing that 70 years of the company name would disappear, produced the Audi 100 in secret. He presented it to Nordhoff who was so impressed he commissioned the car for production straight away, and the Audi 100 went on to save the Audi brand. 1969 Determined to leave their legacy as technical innovators, Audi merged with NSU who had developed the first rotary piston engine – the Wankel. Audi also broke into the US market the same year. The 1970s Audi had flying start to the 70s with the Audi 80 that sold over a million in its six-year production life. In response to the energy crisis of the early 70s, Audi developed their smallest car yet, the Audi 50 hatchback. This eventually evolved into the Volkswagen Polo. The 1980s In 1980, Audi fired up the Quattro. This was the first high-performance vehicle with 4WD, something only seen before on trucks and off-roaders. Being ahead of the game, it was easy for the Quattro to become one of the most important rally cars of all time. The Quattro won four titles at the World Rally Championship during the 1980s and smashed the Pikes Peak Hill Climb in record breaking time three years running. After almost 50 years of the Auto Union, the company shortened its name to Audi AG. In 1986 and 1987 Audi released the Audi 89 and the Audi 90. These slick, elegant new cars were meant to help shake the Audi 80 series image of being “grandfather's cars”. Despite being successful for a while, construction problems led to the end of the Audi 80s. In 1989, Audi engineers introduced their new TDI engine after 13 years of research. The refined diesel direct injection combined with a turbocharger made possible a superbly efficient combustion process that gave incredible fuel economy. 1990s and beyond The 1994 Geneva Motor Show saw the Audi A8 with its fancy all-aluminium body. Meanwhile the A4 was a roaring success, particularly in the US. The Audi A2, a futuristic super mini, performed relatively poorly due to its high price, but it was a huge technological success. With an aluminium frame, a super-efficient TDI three-cylinder engine and a wind-tunnel tested aerodynamic body, it helped regain Audi's past legacy of being technical innovators. The Audi 410 TDI took an unshakable seven wins at the 2006 American Le Mans Series. Audi went on to win the Driver's Championship with a few races still left in the season, as well as both the Team and Manufacturer's Championships. This was the seventh consecutive time that Audi had won every title in the LM P1 Class. Audi released the R8, their first mid-engine sports car – and immediately got a seat at the table with the big boys. Throughout the last few decades, Audi has become incredibly popular in China. Their business-like modelling and efficiency has made them the brand of choice for Chinese government officials, who are responsible for 20% of all Audi's sales in China. With huge influence on some of the biggest car markets in the world, Audi are going to be pushing technological boundaries for years to come.

How do they get such good mileage on the Top Gear challenges?

Maybe if you'd read the articles you'd linked... The A8 challenge was a deliberate economy run, testing Audi's "preposterous" claim that their otherwise over-the-top, very powerful V10 turbodiesel engine could also return 40mpg (Imperial, or in other words 7.1L/100km) on a cruise... a figure that wouldn't be at all out of the ordinary for a more everyday car, but astonishing for a large luxury car with 400+ horsepower. Given the similarly impressive size of the fuel tank, Clarkson figured that it might therefore be possible - if they were telling the truth - to just-about make it from London to Edinburgh and back on a single tankful, a journey that you would otherwise take a train or even plane for, or if you were mad enough to drive it, would certainly require you to refuel once in Scotland if not twice along the way. However, he was somewhat skeptical given that manufacturers typically overstate their vehicles' economy, based on notoriously lenient government test regiemes, and fully expected to run out somewhere on the return leg. Along the way he drove in as hypermiling a fashion as he was able (quite an achievement for the man, as much as the machine), keeping to the most efficient roads as much as possible (starting on the M1 then diverting to the parallel and slightly shorter but narrower and more congested A1 only when the former finished), moderating his speed (certainly no more than 60mph and probably averaging 50 at best, when he would probably otherwise have cruised somewhere between 65 and 85mph depending on the traffic) and taking advantage of the engine's considerable low-speed torque and the automatic gearbox's extreme overdrive to cruise at generally no more than 1200rpm, making best use of the hills along the way (allowing the car to pick up speed downhill so it could make it as far as possible up the next without needing to change down a gear or apply more throttle), and not running any more than the most essential electrical items (no heater/fan, minimal lights, no demister or AC)... plus the radio, as that drew only a bare few watts from the alternator. By the time he got to Edinburgh he was surprised to find there was "just under" half a tank left, and so was encouraged to resume the trip the next day - after staying the night in the Scottish capital, given that the outbound trip had taken so long (probably the better part of 8 hours) - even though he had then re-run the maths and worked out that Audi's official estimate would actually leave him stranded outside the M25. Most of the return leg passed off uneventfully and was edited out, only picking up as he was on the final approach to London, where the range meter and fuel gauge both went to zero and started sounding dire warnings with 30-40 miles left to run. Luckily, using "the fuel from the filler neck and remaining in the lines once the tank ran dry", he just about managed to pull back in to the fuel station where he started the run, with the engine by now coughing and stuttering noticeably as a final "pull over!" warning. The eventual overall economy was something like 41 or 42mpg (Imp), showing that you CAN achieve the quoted figures... IF you drive both slowly and exceptionally carefully on a long distance cruise. And that a well engineered TDi can indeed be both powerful and economic (...which is why Audi now run a souped-up version of the exact same engine in their Le Mans 24h cars). Even so, I'm still somewhat impressed myself, seeing as the best I ever managed to drag out of my second and least economic car - with a low tuned 1.6 litre petrol engine and long-ratio manual gearbox - was 46mpg whilst adopting similar tactics on a long cross country run... and am having difficulty getting a much more modestly sized TDi in a car probably half the size to exceed 45mpg in everyday use. Still, unless you had three or more people in the car, needed it once you got to Scotland, or had to get there at a weird time / straight away due to a sudden emergency, it wouldn't make that much economic sense to do the trip by road, as 20 gallons works out to somewhere close to £110, and you can easily find return plane tickets for far less (and even train tickets if you book well in advance). The Jaguar story is much the same, although that was in a smaller, lighter, sportier car with a smaller and less powerful engine (only just on a par with the base-model petrol option, a little longer on torque but a little shorter on horses), decidedly going more for economy than a blend of POWERRRR and efficiency in one package (...even the fuel tank is evidently much smaller, probably more like 15-ish imperial gallons to the Audi's 20, i.e. ~68 litres vs a whopping 90L official). In any case, those figures are small cheese. In my previous TDi car (which was eventually murdered by a dodgy replacement turbo), I could get 70-80MPG out of it just by keeping my speed down, and nudge 90 when really hypermiling fit to burst (with the instantaneous economy often going over 100). Regularly managed 55mpg in daily use with it, and my dad typically saw high 60s in a slightly smaller but still vaguely sporty car with a yet-smaller diesel in it. And there's a good raft of economy vehicles, including some surprisingly large ones, that now claim a zero-annual-tax qualification, meaning an average of less than 100g of CO2 emitted per kilometre... which works out to about 68mpg for petrol or 74mpg for diesel (given the fuels' different energy and carbon densities). If only we could get you guys interested in them, y'know?

หน้าหลัก