แท็ก

audi e tron a8 hybrid

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e tron a8 hybrid

2022 Nissan e-Power ใกล้เปิดตัวจะสู้ Toyota C-HR Hybrid ได้ไหม?

โดยคาดว่า Nissan Note e-Power จะเปิดตัวในญี่ปุ่นปลายเดือนพฤศจิกายนนี้สำหรับ 2022 Nissan Note e-Power

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

Review: Audi A6 Avant รถหรูสายสปอร์ต

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์ยักษใหญ่ส่ง 2020 Audi A6 (อาวดี้ เอ6) สู่ตลาดรถยนต์ประเทศไทย ชื่ออย่างเป็นทางการคือ

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

Review: Audi A8 ซีดานหรูสไตล์ผู้นำ

6.799 ล้านบาทในรุ่น Audi A8 L 55 TFSI quattro Premium และ 7.999 ล้านบาทในรุ่น Audi A8 L 55 TFSI quattro

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

ดูเพิ่มเติม

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

Audi เปิดตัว 2021 Audi TT สเปคใหม่ พร้อมแคมเปญดอกเบี้ย 0% 5 ปีไม่มีบอลลูนกับอีก 10 รุ่นฮิต

Audi (อาวดี้) ประเทศไทยนำ Audi TT Coupé (อาวดี้ ทีที คูเป้) และ Audi TT Roadster (อาวดี้ ทีที

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

ๆ ร้อน ๆ ก็คือ Audi Q5 (อาวดี้ คิว5) ที่มาพร้อมชุดแต่งเอสไลน์ ทั้งภายในและภายนอก รวมไปถึงช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งใหม่

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

Review: Audi A6 Avant รถหรูสไตล์ผู้นำ

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากเยอรมันส่ง 2020 Audi A6 Avant ในรหัส 40 TFSI ลงสู้คู่แข่งด้วยราคาเริ่มต้น

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

ส่องข้อดีข้อเสีย Audi A8 ซีดานลักชัวรี่สไตล์ผู้นำ

Audi A8 นี้ก่อนตัดสินใจเป็นเจ้าของข้อดี Audi A81.ห้องโดยสารนั่งสบายภายในของ Audi A8 มีความกว้างขวาง

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพิ่มความเป็นไฟฟ้าที่ดูแลง่าย จึงทำยอดจองเยอะมาก ต้องต่อคิวรอนานเป็นปี ด้วยราคาขายเพียง 2.29 ล้านบาทAudi

วิดีโอรถยนต์ที่เกี่ยวข้อง audi e tron a8 hybrid

audi e tron a8 hybrid-audi e tron a8 hybrid-Audi A8 Mild Hybrid Electric Vehicle (MHEV) - press material

audi e tron a8 hybrid-#audi coupe #2021 audi a9 2022 Audi : A9 prologue(etron)Luxury Coupe & avant : FIRST LOOK!!!

audi e tron a8 hybrid-Audi e-Tron Prototyp First Driving

audi e tron a8 hybrid-Audi concept cars - e-Tron, R8, A5, A8 Hybrid

audi e tron a8 hybrid-Mercedes 4Matic vs. Audi Quattro - Winter Time ❄️😂

audi e tron a8 hybrid-audi e tron a8 hybrid-01 - Toomas Piigli - Audi A8

audi e tron a8 hybrid-Audi A8 Night POV Test Drive

audi e tron a8 hybrid-Volkswagen Arteon и Audi A6 Avant 2020

audi e tron a8 hybrid-2022 Audi A9 Prologue (etron) Luxury Coupé & Avant | FIRST LOOK!

audi e tron a8 hybrid-audi e tron a8 hybrid-Audi e-tron, aeronave ou nave? | Audi Breitkopf

รีวิวโพสต์ audi e tron a8 hybrid

Vier Nederlandse #Audi-primeurs op #AutoRAI 2011: #Audi #E-tron, Audi #A6, Audi #RS3 SB en de Audi #A8 #Hybrid! http://bit.ly/AudiRAI

Audi announcing Q7, A6 and A8 plug in hybrid versions on top of electric A3 E Tron and A4 PHEV. Now we re talking.

Genf 2010: Audi e-tron: Elektromobilität als integriertes Konzept: Q5 hybrid, A8 hybrid und A1 e-tron-Studie http://bit.ly/aLYtwz

รีวิว Q&A audi e tron a8 hybrid

When is the all new Audi a6 coming out?

The fifth-generation A6 is being engineered in a joint programme with new versions of the A7 and A8. It’s known under the internal name C8. All three new models share platform, driveline, chassis and electrical systems to improve economies of scale. Stylistically, the new A6 leans heavily on Audi’s Prologue concept car. The next A7 and A8 are set to share a lot of their look with the A6, too. Audi design chief Marc Lichte said: “We designed the new A6, A7 and A8, then put the essence of all three into the Prologue. Every element can be traced to the production car.” Key design elements include a wide hexagonal single-frame grille, angular headlights with distinctive LED graphics and a more heavily contoured bonnet. At the side are larger wheel houses, a flatter roof line and pronounced haunches over the wheel arches. The rear will feature OLED tail-lights, which are set to be previewed on the Audi e-tron quattro at the Frankfurt motor show later this month. Inside, there is a newly designed dashboard and an all-new control layout. Employing the same touchscreen and enhanced touchpad MMI (Multi Media Interface) functions as the next A8, the new dashboard will support up to three high-definition monitors. There is an instrument display behind the steering wheel, a multimedia display mounted high in the driver’s line of sight and a third display lower in the centre section of the dashboard for features such as the air conditioning. A new connectivity platform uses the latest in wireless local area network technology. This will allow continuous updating of traffic conditions for the navigation system, as well as software updates for the control system. Although the new A6 has similar external dimensions to today’s car, it’s claimed to have more interior space thanks to its second-generation MLB platform.The new A6 has a slightly longer wheelbase, wider tracks and shorter overhangs, freeing up space both front and rear. Luggage capacity is set to rise over today’s 530 litres (saloon) and 565 litres (Avant). The new platform adopts a high percentage of hot-formed high-strength steel, aluminium and carbonfibre-reinforced plastic to cut weight. Audi sources suggest the entry-level four-pot petrol A6 weighs well under the 1535kg of today’s A6 1.8 TFSI. Power for the volume-sellers will continue to come from an extended range of four-cylinder engines. These will be revised versions of today’s petrol and diesel fours and offer similar outputs to those used by the new A4. More luxurious petrol A6s will use new 3.0-litre V6 and 4.0-litre V8 engines sourced from the Audi-Porsche ‘Kovomo’ engine joint venture, according to insiders. Audi also plans a new range of V6 and V8 diesels with electric turbocharging - a technology Audi will launch on its upcoming SQ7. In addition, Audi will give A6 buyers the option of a petrol-electric or diesel-electric plug-in hybrid system.

What are some environmentally friendly or fuel efficient luxury cars?

Electric is best, so Audi E-tron for example would be one of those. Teslas are not that luxurious by the way. Followong that you have hybrids, and all luxury car makers have those now. Since you said “OR" fuel efficient, the most fuel efficient non hybrids are diesels. For example a BMW 520d has a 4 cylinder 2 liter diesel engine which gets you 43.5 mpg. Even the 530d with a 3l 6 cylinder still gets just over 40 mpg. Audi is even better, the flagship A8 3.0 Tdi gets 49 mpg, has a bit less power though. But to get near 50 mpg from a large luxury sedan is pretty good. A Toyota Corolla does not even manage 40 mpg.

Which car is the most luxurious car in the world?

5 best luxury cars currently on sale 1. Mercedes-Benz S-Class When Mercedes-Benz sets out to make a new S-Class, the brief is to make the best car in the world. While it might not visually seduce like a Jaguar XJ, the big Merc offers an ownership experience that should be even more appealing. This car does what it’s supposed to do superbly and is functionally exceptional. It was conceived as a long-wheelbase saloon, giving it unprecedented torsional rigidity, and the ride is helped by standard air suspension with adaptive dampers. There’s a choice of four petrol and two diesel engines, with a nine-speed automatic ‘box standard equipment. An advanced 48v hybrid electric powertrain technology used to boost both performance and efficiency in some derivates, while the plug-in hybrid S560e will be the default choice in the range for anyone liable to pay benefit-in-kind tax (it attracts less than half as much BIK tax as any of the other derivative). For those who don't care a bit about such things, meanwhile, there's always the 600-horsepower S63. The S-Class is engineered to operate quietly and comfortably at all times. On both town roads and motorway it could hardly ride better, and it steers directly and precisely, with luxury-appropriate isolation. 2. Range rover The latest Range Rover, the fourth generation of the model, is as revolutionary as any in history, with an aluminium monocoque chassis and an unashamedly luxurious agenda. That it is a luxury car first and 4x4 second is not to run down its capability offroad one jot, however. The spacious interior exudes quality and luxury, the seats are excellent and the driving position is first-rate, making it easy to drive for a car of its size. The heavy bodyshell provides excellent isolation from rough surfaces and, while it doesn’t offer the driving engagement of a Porsche Cayenne, it’s easy to make enjoyable and brisk progress should the need arise. Land Rover's engine range still includes six- and eight-cylinder petrol and diesel options, without a weak or under-endowed-feeling option among them. The one fleet operators will be interested in, however, is the plug-in hybrid P400e (77g/km, 25 miles EV range) which qualifies for company car tax at just 18% BIK. 3. Audi E-tron Quattro We’re now entering reasonably well established times for the premium electric car. There have been fast ones, very fast ones, big ones, small ones, expensive ones and cheap, and some that even attempt a bit of four-wheel driven versatility. Never has an electric car come along and done onboard luxury better than Audi’s first stab at the zero-emissions template: the E-tron Quattro. This car combines four-wheel drive and a commanding outright performance level with SUV-level space, convenience and usability and with Audi-brand desirability. But what really makes it stand out is how superbly hushed, comfortable and refined it is. When we road tested one, our decibel placed its cabin noise level closer, at a 70mph cruise, to that of a Rolls-Royce Phantom than a Tesla Model X. Audi-brand modern luxury comes with state-of-the-art onboard technology too, of course, while the potential for 150kW public rapid charging, combined with an everyday range of between 200- and 250 miles on a charge, also makes the E-tron a more usable electric car than some of its ilk. Right now, there is no more luxurious electric car in the world than this one. 4. Tesla Model S The first bespoke creation from electric car pioneer Elon Musk’s firm, the Model S is the machine that brought credibility, luxury, pace and useful range to the electric car market. With lesser-capacity derivatives now discontinued, there are effectively only two Model Ss to choose from, both using a 100kWh battery pack - and the 'long range' version getting a claimed 379-mile WLTP-certified range that Tesla claims makes it the longest-legged EV in production. You’ll need to drive the car pretty conservatively to reproduce that range figure in real-world use, but even getting within 80 per cent of it would make this a singularly usable electric car for a great many. The Model S can take off with the ferocity of a super saloon, but even more wonderful is how precisely and effortlessly you can meter out its pace, and how quietly it can be delivered. The car’s credentials as a luxury car are very good, while its large, quiet cabin and massive cargo spaces are also key selling points. For a select niche, it will make financial as well as environmental sense - especially allowing for the 0% benefit-in-kind tax status that has been recently restored to UK-registered EVs. 5. Audi A8 The latest Audi A8 features even more advanced chassis, powertrain and in-car technology than the latest Mercedes S-Class including, when it’s finally switched on, what promises to be the greatest capability for autonomous driving of any production car in the world. There’s a choice of turbocharged engines – a 282bhp diesel or 335bhp petrol – with four-wheel-drive as standard and a 48V electrical system that gives it mild hybrid status. Higher up the model range you'll find the tax-saving six-cylinder petrol '60 TFSIe', whose refinement and effortless responsiveness really boost the appeal of the car's driving experience - as well as the range-topping V8-powered S8 executive express. The A8's quality interior feels like it was built to outlast civilization itself, although it lacks the elegance and ambient warmth of the S-Class. The ride is smooth and the car is easy to drive, although it's not quite as pillowy and luxurious as its key German rival, and not quite the Mercedes' equal in the ways that matter most. You can follow me on quora {Hassan Sheikh} to get answers to more such questions, I will give you complete information there. Thank you.

Should I buy a Lexus or Audi?

I'm assuming that you are talking about brand new 2020 vehicles? This article has Audi winning the competition between the 2 brands: https://cars.usnews.com/cars-trucks/audi-vs-lexus However, I have my own take on this. My answer is based on a United States perspective, from a current Audi owner, and depends on the following factors: 1. Long Term Reliability (are you keeping the car beyond the warranty period?) 2. Aesthetics/Style - totally subjective, only you know what you like 3. Performance and Handling - some people just like to go fast and want responsive handling. 4. Budget - How much extra cash do you have? I would have also added a preference between a manual or automatic transmission, but as of 2020, neither brand offers a manual transmission option. Long Term Reliability Lexus is your best bet here. I own a 2015 Audi S4, which has surprisingly been reliable, but I'm not kidding myself. If I choose to keep this car a few more years, at some point, I'll need to change the timing chain, and it's going to cost me thousands. No comparable Lexus (GS-F, IS 350, RC-F) is going to cost that much to replace a timing belt. Japanese manufacturers design their cars with the assumption that the belt is a maintenance item that needs to be easily accessed for replacement. The Germans, on the other hand, require that the entire engine be dropped in order for the timing chain to be replaced. But, I digress. Lexus wins here. Aesthetics / Styling This is subjective, as everyone has their own tastes. For more details on this, please see the link I included earlier. On the Lexus side we have these 11 models: 1. 2020 RC F - Sports Coupe 2. 2020 UX - Hybrid SUV 3. 2020 RX - Small. SUV 4. 2020 LCF - Sports Coupe 5. 2020 ES - Sedan 6. 2020 LS - Sedan 7. 2020 NX - Performance SUV 8. 2020 IS - Sports Sedan 9. 2020 GX - Mid size SUV 10. 2020 LX - Large SUV 11. 2020 GS - Large Sedan On the Audi side, we have these 13 models, including 3 with no Lexus equivalent. If you want one of first 3 models, you can stop reading now. Audi is your only option. 1. 2020 R8 - Supercar. (no Lexus super car equivalent, the closest is probably the LFA and they don’t make those anymore. The LC is not a super car). 2. 2020 e-tron GT Electric SUV. (no Lexus equivalent. the UX 300E is not in the US market…yet). 3. 2020 TT - Sports Coupe. (no real Lexus equivalent) 4. 2020 RS3/S3/A3 - Small Sedan 5. 2020 S4/A4 - Midsize Sedan 6. 2020 RS5/S5/A5 - Midsize Coupe 7. 2020 RS6/S6/A6 - Sedan 8. 2020 RS7/S7/A7 - Sportback Sedan 9. 2020 A8 Horch/A8 - Large Sedan 10. 2020 SQ5/Q5 - Midsize SUV 11. 2020 RS Q8 - Performance SUV 12. 2020 Q7 - Large SUV 13. 2020 Q2 - Small SUV Both manufacturers have designed beautiful cars with great exteriors and interiors. Because styling is subjective (outside of the 3 Audis without a corresponding Lexus model that I mentioned), I call this one a tie. Performance / Handling With great all wheel handling of their sedans like the R8, S3, S4, RS5, S5, and even the car-like handling of their SUVs like the SQ5, the Germans take this category. In fact, this category is one that Audis have been recognized for over the past few decades. If you want all wheel drive and superb handling characteristics, Lexus just doesn’t measure up here. Let’s be honest, the Lexus brand is known for comfort and reliability quality first. Performance is NOT the first thing that comes to mind when you say Lexus. However, there are some exceptions. The LC500, RC-F and GS-F models have powerful engines, and can match the horsepower of some of the Audi models. But they can't match the handling. I drive an Audi S4 and I can attest that the Germans win this one. Budget Audis are expensive. Expensive to purchase, expensive to insure, and expensive to maintain. You pay a big price to have the 4 rings and there is no getting around that. Buying a Lexus is not cheap by any means either, but the maintenance costs are much less that those of an Audi. If this is a strict budget to budget comparison that includes budgeting for initial cost, insurance and maintenance (beyond the manufacturer’s warranty), Lexus wins this one. Final Verdict As much as it pains me to say this as an Audi owner, if you are planning on keeping your car more than 5 years and you care about your budget, I would have to say Lexus is your best bet. If you have money to burn and performance is a priority for you then go for the Audi.

Tags

หน้าหลัก