แท็ก

weight of an audi a8

บทความที่เกี่ยวข้อง weight of an audi a8

ข้อดีข้อเสียที่ควรรู้ก่อนถอย Audi A4 Sedan

เมื่อเอ่ยถึงรถซีดานระดับพรีเมียมแล้ว และชื่อ Audi (อาวดี้) จะติดมาด้วยแน่นอน และหนึ่งในรถรุ่นที่หลายคนสนใจก็ต้องมี

Review: Audi A6 Avant รถหรูสายสปอร์ต

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์ยักษใหญ่ส่ง 2020 Audi A6 (อาวดี้ เอ6) สู่ตลาดรถยนต์ประเทศไทย ชื่ออย่างเป็นทางการคือ

Audi เปิดตัว 2021 Audi TT สเปคใหม่ พร้อมแคมเปญดอกเบี้ย 0% 5 ปีไม่มีบอลลูนกับอีก 10 รุ่นฮิต

Audi (อาวดี้) ประเทศไทยนำ Audi TT Coupé (อาวดี้ ทีที คูเป้) และ Audi TT Roadster (อาวดี้ ทีที

Audi Q2 เอสยูวีไซส์เล็กสุดหรูเพื่อคนรุ่นใหม่ พร้อมราคา 2.249 ล้านบาท

Audi Q2 (อาวดี้ Q2) SUV ขนาดกะทัดรัดจากค่ายหรู ด้วยราคาที่ถูกกว่าค่ายใหญ่อย่าง BMW และ Benz เลยทำให้

รวมข้อดีข้อเสีย Audi A5 Coupé ที่ควรรู้ก่อนเป็นเจ้าของ

A5 Coupé ให้ก่อนตัดสินใจข้อดี Audi A5 Coupé1.Audi A5 - ดีไซน์เรียบหรูดูทันสมัย Audi A5

สื่อญี่ปุ่นยังอยากได้ ไทยละจะขายไหม Subaru Levorg ชนะรางวัล Car of the Year Japan 2020-2021

Subaru ประกาศชัยชนะรางวัล Japan Car of The Year 2020-2021 ด้วยรถ Subaru Levorg (ซูบารุ เลอวอร์ค) ใหม่

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

รู้จักหลัก “แอโรไดนามิกส์” ส่งผลต่อรถคุณอย่างไรและรถรุ่นไหนลู่ลมที่สุดในโลก?

และแรงขับการเคลื่อนที่ของตัวรถเป็นไปตามหลักฟิสิกส์เบื้องต้น นั่นคือมีแรงกระทำทั้งหมด 4 แรง คือน้ำหนัก (weight

แบงค์บอกต่อ Audi แคมเปญ 0% แถมช่วยผ่อนคนละครึ่งหลายรุ่น และ Mitsubishi Outlander PHEV แพคเกจดูแล 5 ปี

แบงค์บอกต่อ มาดูแคมเปญ Audi (อาวดี้) ประเทศไทย หลังเปิดตัว 2021 Audi TT ใหม่ (อาวดี้ ทีที) กับ Mitsubishi

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

ที่ค่ายรถพยายามจะเข็นออกมาเพื่อตอบสนองมาตราการลดมลภาวะของหลายประเทศ แต่ก็ต้องดูกันในระยะยาว ว่าจะใช่คำตอบของอนาคตหรือไม่Audi

ดูเพิ่มเติม

Audi TT RS 40 years of Quattro ฉลอง 40 ปีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อของอาวดี้ จำกัด 40 คันเท่านั้น

Audi (อาวดี้) เฉลิมฉลอง 40 ปีเทคโนโลยี Quattro ขับเคลื่อน 4 ล้อ ด้วยการแต่งโมเดลโรดสเตอร์รุ่นดังอย่าง

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

รู้จักข้อดีข้อเสีย Audi Q8 ก่อนยกให้เป็นรถคู่ใจ

Audi Q8 รถยนต์ครอสโอเวอร์ที่มาพร้อมความเป็นเอกลักษณ์สไตล์ Audi ด้วยชื่อแบรนด์ก็บ่งบอกแล้วว่าต้องหรูดูดี

Review: 2020 Audi A4 สปอร์ตซีดานเพื่อผู้นำทุกไลฟ์สไตล์

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากฝั่งยุโรป ส่ง 2020 Audi A4 (อาวดี้ เอ4) รถซีดานสายสปอร์ต ที่มีการออกแบบทันสมัย

Audi Thailand รับหวั่น 'หนี้เสีย-โควิดรอบสอง' กระทบเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ประกาศตัวเลขผลการดำเนินงานที่เยี่ยมยอดในประเทศไทย ด้วยการรักษาอัตรการเติบโตเอาไว้ได้ที่

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Audi (อาวดี้) เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ให้เลือก 2 รุ่นซีดาน 4 ประตูรูปทรงเพรียวบางพร้อมแนวหลังคาที่ต่ำและเส้นสายสไตล์

Review: Audi Q3 ครอสโอเวอร์สุดพรีเมี่ยม

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยักษ์ใหญ่ส่ง Audi Q3 2020 (อาวดี้ คิว 3) ลงตลาดรถครอสโอเวอร์ มีรุ่นย่อยให้เลือก คือ

ส่องข้อดีข้อเสีย Audi A7 รถหรูดีไซน์เด่นก่อนเป็นเจ้าของ

Audi A7 (อาวดี้ เอ 7) Sportback รถซาลูนสุดหรู หนึ่งรถยนต์หรูจากค่ายเยอรมัน ที่มีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์

รู้จักข้อดีข้อเสีย Audi TT รถสปอร์ตคูเป้สุดหรู

ไม่ว่า Audi TT จะออกมากี่รุ่นก็ยังคงโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ดีไซน์ล้ำแบบ Audi สไตล์ Super Car ที่เอาใจคนรักความเร็ว

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

Review: Audi A8 ซีดานหรูสไตล์ผู้นำ

Audi ผู้นำด้านยนตรกรรมรถยนต์ที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน ส่ง 2020 Audi A8 (อาวดี้ เอ8) ด้วยราคาเริ่มต้น

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

สวยเด่น Mazda MX-30 ชนะรางวัลด้าน Design ยอดเยี่ยมของ Japan Car of the Year 2020-2021

Mazda MX-30 ชนะรางวัล Design ดีเด่นในงานประกาศรางวัล Japan Car of the Year 2020-2021รางวัลในด้านดีไซน์ของ

รู้จักข้อดีข้อเสีย Audi Q2 ก่อนเป็นเจ้าของ

Q21.Audi Q2 รูปลักษณ์ภายนอกดูดีAudi Q2 ได้ออกแบบภายนอกให้เป็นรูปทรงเรขาคณิต มีความเป็นสปอร์ตผสานความเป็นกราฟฟิค

รู้จักข้อดีข้อเสีย Audi A6 Avant ก่อนเป็นเจ้าของ!

ถ้าเอ่ยถึงค่ายรถยนต์หรูหนึ่งในนั้นต้องมี Audi ค่ายรถยนต์ชื่อดังจากเยอรมัน ที่มักจะมาพร้อมความหรู โดดเด่น

ส่องข้อดีข้อเสีย Audi A8 ซีดานลักชัวรี่สไตล์ผู้นำ

Audi A8 นี้ก่อนตัดสินใจเป็นเจ้าของข้อดี Audi A81.ห้องโดยสารนั่งสบายภายในของ Audi A8 มีความกว้างขวาง

Review: Audi A6 Avant รถหรูสไตล์ผู้นำ

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากเยอรมันส่ง 2020 Audi A6 Avant ในรหัส 40 TFSI ลงสู้คู่แข่งด้วยราคาเริ่มต้น

รู้จักข้อดีข้อเสีย Audi Q3 รถที่หลายคนอยากเป็นเจ้าของ

Audi (อาวดี้) ค่ายรถหรูจากเยอรมันส่ง 2020 Audi Q3 รถอเนกประสงค์รุ่นเล็กดีไซน์หรูที่มีความเป็นสปอร์ตมากขึ้น

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

Review: Audi Q5 รถเอสยูวีสุดหรู

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์สุดหรูที่ส่ง Audi Q5(อาวดี้ คิว5) รถอเนกประสงค์ขนาดกลาง มีให้เลือกได้แก่ Audi

วิดีโอรถยนต์ที่เกี่ยวข้อง weight of an audi a8

weight of an audi a8-weight of an audi a8-bmw 500 vs audi BMW Win

weight of an audi a8-Brutal 900 HP AUDI S8 vs Brutal Audi RS6 - DRAG RACE

weight of an audi a8-Audi A3 | POV Test Drive #558 Joe Black

weight of an audi a8-2021| Audi A8 L 60 TFSI e Quattro (449hp) | Audi Luxury | Sound & interior |

weight of an audi a8-Rozbieracze Jaguar XJR vs Audi A8 Biznes w Garażu

weight of an audi a8-weight of an audi a8-Audi A6 Night | POV Test Drive #504 Joe Black

weight of an audi a8-Secret information about the old method of audi production by August horch in 1950

weight of an audi a8-weight of an audi a8-Car Review - New 2017 Audi A8: Light Weight And Autonomous Driving Tech Details - Read Newspaper Tv

weight of an audi a8-900HP Brutal AUDI S8 - 1/4Mile / 10.8 Seconds ( FULL WEIGHT )

weight of an audi a8-vwaudiskodaseat\подбор,покупка запчастей (1)

รีวิวโพสต์ weight of an audi a8

tholaohelfer: 2015 Audi A8, A8L and S8 unveiled ahead of Frankfurt Motor Show debut: Top-shelf Audi sedans lose weight, add luxury an...

And only half the weight of an Audi A8. Probably.

รีวิว Q&A weight of an audi a8

Which is the best car in Germany?

Oh boy. You asked for it, here it comes. Looong answer These Cars Are Utterly Superior. You may be saying to yourself - “Why buy an Audi when I can buy a BMW that drifts?” Or “Why buy an Audi when I can buy a Mercedes and look excessively rich?” I’ll tell you why, using my 2001 A8L as an example. Power An Audi is superior in the way of power, my 18 year old car comes equipped with a naturally aspirated 4.2L V8. It produced 310 horse power off the factory and I don’t doubt it still produces close to that today. 0–60 takes 6.5 seconds. In a full sized luxury sedan with extra foot room in the back, that’s pretty impressive. It can accomplish that run with the power, but also it’s build. Which brings us to Construction The entire frame on my Audi is aluminum, they even had a special name for it; “Audi Space Frame”. This obviously cuts a lot of weight from the build while significantly curbing corrosion. Regardless of the light metal though, the car feels extremely solid and robust. Nothing feels like it’s going to fall apart, the build quality is very, very high. Both inside and out. Inside you get high quality materials, and the wood varnish is gorgeous even today. The leather has faded slightly but is still soft and has a good broken in feel. Lastly, the metallic grey paint still shines like new. Nothing has broken, with the exception of the bumper…that will come in a later section. All this amazing assembly sure makes for a great Driving Experience To drive an Audi, especially an old one, is a rather humbling experience. It feels large and refined, like a good large luxury sedan should, but it stays tight in the corners and once you get on the gas, she wants to go. The braking is the same story, with good tires and ABS the stopping is quick and controllable. The throttle is in such a way that it’s position matches the power you get. At 20% throttle, you only get 20% power. Unlike newer cars I’ve drivin. In these cars when you put down the throttle even just a little, the engine roars to life and promises to take you up to highways speed with just a little input. The problem with these cars is after 60, they begin to taper off, and all that power you seemed to have under your foot just doesn’t seem to exist anymore, no matter how hard you press. Different story on the Audi. It carries through 60, through 100…and it just keeps going. If you want power, it will produce power. A little tidbit some people don’t know about these cars is if you really want to go balls to the wall you push extra hard on the pedal and you’ll feel a little click. This is the equivalent of “sports mode” on most vehicles, the transmission will downshift to the lowest gear possible and the engine will run at higher RPMs for a longer time. Audi calls it “Maximum Acceleration”, and it is a blast. The steering isn’t terribly sharp, it takes a bit to get her around but this is good doing 80 on a freeway. You can ease the wheel about and she’ll follow…through some pretty tight corners if you want her to. The gist here is you can drive it very smoothly but if you feel like being sporty it allows you to be that way. Of course no Audi would be complete without The All Wheel Drive I really feel likes this is Audi’s claim to fame. The Quattro AWD system has racing heratage, and it shows. This car becomes a snowplow in the winter. It can easily tackle icy hills, snowy highways, and unplowed roads and parking lots. Some of the things I’ve taken on in this car I wouldent beable to do in our Chevy with all wheel drive, or even a pickup with full time 4WD. That said. I’ve taken it too far, I’ve gotten stuck 3 times in this car. 2 times, it was an issue of ground clearance. Can’t drive through hard snow that exceeds your ground clearance by a few inches, just can’t. The third time was my fault, and I’m still kicking myself for being such an idiot. Long story short, I unintentionally drove her into a ditch. In the end though, Audi’s AWD is all it’s cracked up to be and more. So I guess finally we’ll discuss The Problems Since I’ve owned this car, I’ve done small maintenance to keep her in the best shape possible. So the thing with the bumper, it got into pretty rough shape after pulling the car from the ditch(snow packed behind it a ripped it off essentially)…oops. It is costly though, much more costly than your japenesse tuna can….but then again you aren’t driving around a tuna can. That is the thing to keep in mind with German cars, people complain about the cost to repair…it’s because you’re driving a machine that’s designed to operate at high speeds on the Autobahn while keeping its passengers as comfortable and safe as possible. And it just feels that way. The Gist Alright I’ll be the first to admit I’m biased towards Audi…a lot :D I’ve never owned a bimmer or merc, so I can’t say how they are to own, but I have driven them. If you want something really sporty, get a BMW, if you want something really comfortable, get a Benz. If you want the perfect mixture of both in a car that is really well built? Get an Audi. Thanks for reading!! *Apologies if there’s any spelling/grammar errors. Too tired to proofread tonight, just wanted to write about my car :) *Update- Wow!!! Past 11,000 views on this answer! I’m pretty happy because I’m a brand new writer on here :D Glad you guys are enjoying it! :) *Update#2 - Alright so overnight this answer managed to almost triple its views and quadruple its upvotes…thank you guys!!! With that there some more comments, and I’d like to address some of those :) More costs Someone asked how much it costs to repair and how much it cost me to buy. I bought the vehicle 2 years ago for $5000USD, after a quick trip on google that’s about £3824 pounds for you guys on the other side of the pond. You can get them for cheaper here though(U.S.), I’ve found them out of state. Repairs, eh. The bumper is eight hundred dollars to fix. I prefer not to spend that. The damage is hardly noticeable. I just had a shop redo the front CV axle - three hundred. So yeah lol, it’s expensive. Similar to the gas mileage, that’s just the truth of owning a big luxury car. The gas mileage This seems important to a lot of you…and I’m gonna honest, you can’t expect glorious gas mileage from an old V8. I knew this while buying the car, so it comes as no surprise to spend more than usual on gas. I’m grabbing this info from the onboard computer so I don’t know it’s accuracy but I average about 24mpg(on the highway with cruise) and about 15mpg in town. BMW/PORSCHE/MERCEDES Don’t get me wrong. These are fantastic cars! I feel like I’d be very happy driving any of them. In my opinion, European cars just feel more refined and sturdy. The Audi is my fit though…you know the feeling when you get into a car and you just know that’s the one? It’s a great feeling. In fairness I’ve only ever drivin the BMW 3 series and the Mercedes C-class. I imagine the higher trim levels come with more technology, and more power. Ive never drivin a Porsche….but I REALLY want too. I love the way they look. Revisiting Build Quality Many people are mentioning that Audi’s aren’t built like they were when mine was rolled out. Which makes total sense. I’ve never drivin a “New” Audi so I guess I don’t quite have an opinion :) They look gorgeous though. To the person with the Supercharged A6….damn. I’m jealous. That sounds like a sweet car! Some more pictures…because I love these cars that much A 2015 A6…nice Audi’s rendition of the A8 when they came out with ASF. I personally love the silver…I didn’t at first The badge on the bottom of my front door pillars…cool :D Thanks for reading the update! Glad I found some like minded car people on here! Cheers! *I upvoted your guys’ comments, 1 because you’re awesome, and 2 I want the question comments to see the new content :)

Which car do you think is the best luxury sedan now, the Benz s-class, Audi A8 or BMW 7 series? Why?

S-Class, and it’s still not close. The S-Class outshines particularly in two areas: Interior design / quality, and semi-autonomous capability. I’ve waxed loquacious elsewhere on Quora as to why the interior is so special. The tl;dr: Nearly everything is leather, wood, or metal. Not much is molded plastic. And all of the details are thoughtful, from the clever “organic” speaker grilles to the placement of the color-switchable LED strips. The overall S-Class experience is very competitive with Bentley and Aston Martin. It’s a $100k car that feels like a $250k car. Mercedes has also done the best job of integrating the info & entertainment screens into the cabin. This is true from a human-factors and usability perspective as well as an aesthetic one. I also like the way the S-Class drives: It does the best job of blending cosseting comfort with athletic performance. It’s not exactly a sports car, but I think most people would be surprised at how well it stays composed when you really drive it to its limits. There is a deep reserve of capability in every mechanical system. The A8 is the #2 player here, with relatively reserved and handsome design inside and out, and decent materials quality. The real disqualifier is the engine: The only one Audi is offering in the U.S. is their 3.0L turbocharged V-6. Um. No. For $90k-120k out the door, I want it to sound better and go faster. The A7 also has ride quality that is harsher than the Mercedes, a victim of large wheels and short tire sidewalls. There is not really a payoff in athleticism, either, as this Audi continues their tradition of nose-heavy weight distribution and understeer. The 7-Series BMW is just … ugly. Too much silly chrome detailing. Too many fussy creases. And the interior is just a riot of clashing lines, with materials no better than the 5-Series. Or, for that matter, a highly-optioned 3-series. It’s a $90k car that feels like a $65k car. The BMW’s ride/handling balance is nothing special, and it’s no longer the athletic, high-feedback driver’s car that the 7-series of the 1980s and 1990s were. It *is* fast in a straight line, even with the base engine. And you can option it up to a silly-fast V-12. But I can’t quite see why you’d buy a BMW 7-series over the other two. Special mention: The Jaguar XJ Portfolio. You didn’t ask, but I love this fat bastard. It’s admittedly a generation behind the other three cars, which you particularly notice in the infotainment screens. But it’s got the 2nd-most-sumptuous interior after the Mercedes. Its exterior, designed under the supervision of the legendary Ian Callum, is considerably more attractive than the Audi or BMW. It actually does drive like a sports sedan, with real feedback through the steering, and a lively chassis that responds to weight transfer. The short-wheelbase version is $75k base, a very meaningful amount cheaper than the S-Class’s $99k entry sticker. $96k puts you in the 470-horse supercharged V-8, which has a rowdiness to it that the other three lack at that level of horsepower. Thanks for the A2A.

What are some examples of German over-engineering of automobiles?

I drove an Audi A8 (D2-series) for a long while. I nicknamed it the ‘cruise-missile’, because it could cruise comfortably at any speed you liked. An example: once, we came back from holiday. Passing Paris on our way to the Netherlands, I suggested a stop. We kind of concluded that we should drive on. Next time a stop came up, was when we were 20 kilometers from our house ! This is an Audi A8 D2 (in the same color I drove it): Some examples of over-engineering: Aluminium space frame, making sure that it wouldn’t weigh more than a regular Volkswagen Golf. But with quite a different powertrain… All the different colors you ask? Different alloys of aluminum, absorbing energy from a collision. It was the safest car of its time. Battery in the trunk for better weight distribution. Btw: the battery could probably start a diesel truck, I have never changed the battery in over 12 years… If the workshop had to change the distribution belt, they could easily remove the front bumper, open the hinged radiator, aircon cooler and oil cooler and work standing upright in the engine bay. No need to bend over… Here you see it opened up But the best example of over engineering were the spare tools. There were only four tools. When I asked why such an expensive car came with such a measly set of tools, the measured answer was: these four tools are enough to disassemble almost the complete car… So, all bolts were equal sized. Clever thinking… It wasn't unlike this set, although this is advertised as being from an R8 (mind you, a supercar) When I finally sold the car, it had served me 330.000 kilometers (205.000 miles). The car came up for its yearly roadworthiness test and the only comment I got was “you should wash it more often, it is dirty”

If programming languages were cars, which language would be what car and why?

Some great answers already, but I think I can capture the speed/practicality analogy even more precisely: Assembly: A go-kart. Supremely agile, but definitely not suitable for what most people need a car for. C: A Lotus Elise. It's like the go-kart, but actually has a roof, seats two, and resembles a real car. A fantastically simple design with no superfluous parts. Most likely will leave you in a ditch if you tried to use its full capabilities. C++: A Porsche 911. An adult version of the Lotus, with more creature comforts and practicality, at the cost of significant complexity and weight. Not the most elegant design, but if you want both fast and practical, there's no substitute. Rust: An Audi R8. A clean-sheet design that takes all the learnings of what made cars like the 911 great, and puts it in a more modern, elegant design. Still feels like a proper sports car, but the rawness that makes the Elise exciting is gone. Requires a 10-step safety procedure before the car will even start. Java: A Toyota Camry V6. What you get if safety, practicality and economy overrule all other factors in design. The V6 provides just enough grunt to make its users be able to claim that "no one needs a sports car". C#: A Lexus IS350. While you know it started life as a Toyota, it provides so much extra luxury, not to mention the sportyness of RWD, that it makes for a surprisingly nice place to be compared to the Camry. Go: A Smart ForTwo. Its designer thinks drivers are idiots, so he simplified the car down to a point where even a Camry looks like a limo in comparison. Javascript: A Buick with a Corvette V8 engine. A bit of a sleeper. Looks like a slow and unelegant car on the outside, but so much effort has gone into modding it, that it almost can keep up with the sports cars. Python: An Audi A8 (diesel engine). Supremely elegant, and a very comfortable place to be, but once the road becomes twisty you wish you were in something with less weight. Ruby: A Mercedes S-class. Very similar to the Audi A8, just not as good looking. SmallTalk: A VW Bus. Cute, fun, and even practical, just not very fast. Objective-C: Someone welded the back of an Elise to the front of a VW Bus, to attain the safety of the Elise and the speed of the Bus. Swift: Someone annoyed by years of driving the welded EliseBus kept replacing parts on it until its not recognizable anymore, and almost looks like a Lexus IS350 if you squint. Haskell: A Tesla Model S. The car from the future. People are still scared they're not going to find enough charging stations, or that the batteries will become "lazy" over time. Perl: A Pontiac Aztec. Hugely practical, but its uglyness made the brand go out of business. PHP: A Chevy Tahoe. An answer to a question no one asked, but somehow was still popular and got the job done for many people. Visual Basic: A pickup truck. The most basic, unrefined vehicle of them all, but allowed a lot of people to get the job done quick.

Why are sport cars like the Lamborghini called 'mid engined' rather than rear engined cars?

It’s because the engine, or the majority of the engine and it’s weight, are between the front and rear wheels. A Porsche Boxter, a Toyota MR2, the Pontiac Fiero, and most any Ferrari are all mid-engine. A Chevrolet Corvette a Dodge viper, and a Toyota Previa minivan are technically FRONT mid-engine vehicles for the same reason. A Porsche 911, a DeLorean, and the air cooled Volkswagens of old are all rear engine cars. The engine is behind the centerline of the rear wheels. An Audi A8, a Subaru Impreza, and most pickup trucks are front engine vehicles. Most or all of the engine/engine’s weight is on top of, or ahead of the front axle centerline. Generally, all FWD, and most non-performance front engine, RWD vehicles are considered front engine. There are packaging and dynamic advantages to each layout, and the intended use, price, and size of the vehicle determines the best layout.

Tags

หน้าหลัก