แท็ก

audi e tron australia price

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e tron australia price

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

ฟังเหตุผล ทำไมรถล้ำ ๆ อย่าง 2022 Mercedes-Benz EQS ยังใช้กระจกมองข้างแบบดั้งเดิม

ผลการศึกษาพบว่าการดูภาพหน้าจอที่แสดงผลด้านหลังหรือด้านข้างตัวรถจะทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่เวียนศีรษะ”กระจกมองข้างดิจิทัลใน Audi

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

เจ้าของ Nissan Leaf โปรดระวัง Nissan Australia เรียกคืนรถเนื่องจากพบปัญหาเกียร์ P ไม่ทำงาน

ที่พบเจอปัญหา เป็นรถที่ผลิตตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม 2019 ถึง 30 ตุลาคม 20202019 Nissan Leaf โดยทางโฆษกของ Nissan Australia

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพิ่มความเป็นไฟฟ้าที่ดูแลง่าย จึงทำยอดจองเยอะมาก ต้องต่อคิวรอนานเป็นปี ด้วยราคาขายเพียง 2.29 ล้านบาทAudi

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

ดูเพิ่มเติม

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

ๆ ร้อน ๆ ก็คือ Audi Q5 (อาวดี้ คิว5) ที่มาพร้อมชุดแต่งเอสไลน์ ทั้งภายในและภายนอก รวมไปถึงช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งใหม่

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ขณะที่ Chevrolet (เชฟโรเลต) เป็นแบรนด์ยอดนิยมในอียิปต์ ส่วน Toyota ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% ในเยเมนAudi

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

จับตา 10 รถใหม่เตรียมเปิดตัวปี 2021 รุกตลาดโลก หลายรุ่นเข้ามาขายเมืองไทยด้วย

โดยเฉพาะสปอยเลอร์หลังในตัวแบบเชิดขึ้นที่บั้นท้าย เครื่องยนต์จะใช้เทคโนโลยีของ Subaru บล็อก 4 สูบนอน ขนาด 2.4 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศAudi

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

'รถไฟฟ้าทุกคันในปัจจุบันดูเหมือนกันไปหมด' นายใหญ่ BMW ย้ำต้องสร้างความแตกต่างเมื่อเวลามาถึง

แม้ว่าคู่แข่งมากหน้าหลายตาจะเดินหน้าเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าบนแพลตฟอร์มของตัวเองกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Audi

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

"ซิลิโคน" จะเป็นทางเลือกใหม่ในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าให้ อึด ทน นาน กว่าเดิม

ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายต่อธรรมชาติ เช่น ของเหลว กรด หรือตะกั่ว จึงปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมAudi

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

รีวิว Q&A audi e tron australia price

Why do people claim battery cars are 'the future' when - after seven years of selling them - less than one percent of car buyers choose to buy one?

That’s a good question. First, let’s point out a few things: Seven years is not a long time. In computing, a year is a long time, but in real life engineering it’s not a long time at all. Our homes, cities etc. look pretty much the same today as they did ten years ago. Thus, while the infrastructure to service fossil cars is already in place. There are already gas stations. Imagine if the roles were reversed, and there were three or four gas stations in the city. Everyone out in the countryside would be laughing at the gasoline cars because where were you going to get fuel for them? You have a similar situation when it comes to mechanics too. There’s a lot of mechanics out there who are really good with ICE-cars, but not that many for electric cars yet. So that’s the first reason. The technology is not very mature yet, and if people are buying vehicles they’ll keep around for 15 years or so, they’ll want something they can trust for 15 years or so. Regardless of how good or bad EVs are, they haven’t shown that longevity yet. I mentioned the gas stations above, and there is something too that. While city commutes are where cars like the BMW i3 are pretty amazing, we cannot forget that 20% of the population are not urbanites. And of the 80% of the population that are urbanites, many of them may need to drive longer than the range of the battery of the earlier vehicles. If I had a gen 1 i3 and went to work and back home again, that would probably be great for me. But if I had a long commute, it just wouldn’t work. So for many people the EVs of yesteryear were a decent second car for the person in the household who had a relatively close commute. That cuts down on the number of people who had it as a reasonable alternative. And since we’re talking about a secondary car here, we should mention price. Electric vehicles have tended to be quite price in purchase price. The Nissan LEAF was not all that expensive, but the Tesla Model S was *not* competing with VW Golfs and Fiat 500s. At least not on price. The economic argument for them were the TCO, or total cost of ownership. With you not needing to buy expensive fuel, but instead charge up at home, you’d save large sums per year, but only if you could pony up the extra cash. Also, until recently (Tesla Model X, Audi e-Tron, Jaguar i-Pace), you couldn’t pull any hangers with electric cars either. Finally, even if the people wanted electric cars, manufacturers just weren’t making that many of them. There’s a waiting list for the Opel Ampera (aka. the Chevy Bolt in the US) for 2 years over here. There’s just not that many to go around. Which means that if you got some sturdy used BMW station wagon with a diesel or something, you’d have a car that would last you a good ten years, which you could go whereever you needed to go, pull a hanger with it, and you can have it right now. If it breaks down (BMWs tend to last though), then you’ll find plenty of qualified mechanics who knows just how to fix it at a reasonable price. And the car is cheaper, which makes up for the fuel being more expensive. So you’ll be paying more in total, but you get to spread it out over the life time of the car to get a proven technology that will last you a long time, and you can fit the whole family in there and go bowling or fishing or what have you. And you can have the car now. It’s a very good proposition, and have been for the last decade. So that’s why people haven’t been buying that many electric vehicles. Now, let’s ask why it’s still the car of the future, or at least why people say that it’s the car of the future: The German Giants are going pretty much all in on electric and the other Europeans are not far behind. They see where the EU laws are going and they know that diesels won’t be clean enough in 10 years. They’re moving as fast and efficiently they can over to electric. They started with smaller offerings like the e-Golf or i3 to get their feet wet and figure out how to do electric properly, but they’re not going to stick to smaller cars. Just look at the e-Tron. The French are not standing idly by either, the Renault Zoë is a resounding success. BI Australia had this to say. Notice the names, there are supercar makers, but also Porsche, Volkswagen, Jaguar and Volvo. The lack of experience and infrastructure is being solved. There are charging stations just about everywhere now where I live, mechanics can work on EVs just fine, and people have accepted the reality of electric vehicles. Yes, you have to stop and take a rest after 4–5 hours of driving, and that rest will take you 30–45 minutes, but it’s something that’s not too hard to come to terms with. People have adapted. Would I rather spend money on gasoline, or chill for a bit at a truck stop? People don’t mind chilling so much anymore, and EVs are working just fine. The EU is putting stricter and stricter laws in place to force automakers to be more environmentally friendly. So it’s not like the Germans can just change their minds. They HAVE TO get this to work, so you’re seeing gigantic battery factories being built in Hungary, along with more and more factories to build electric cars and electric car parts, and so on. The media isn’t covering it as much as the Gigafactory that Tesla built, but they’re not the only ones building this stuff. EV-production is scaling out (they have more factories) and up (larger more efficient factories) now, and they’re eating into ICE-solutions. Almost nobody who’s gotten an i3, e-Golf, LEAF or Roadster S the last seven years are even considering going back to ICE-cars. Once they managed to set up their electric everyday experience, their days became better than it was when they drove ICE-cars. The amount of true believers is staggering. The group people who before could not or would not consider an electric car is shrinking every day. We’re seeing used electric cars, we’re expecting battery prices to drop, longer ranger, more pulling power, larger cars that fit whole families… The reasons that people didn’t get an EV before were real, and people were not dumb for doing what was right for them, but as these problems are solved, and people are becoming aware of it, they will consider an EV for their next car. So as we get more and more EV models, with a wider variety of characteristics, as range increases and price decreases, as we get more and more experience having EVs around, people are going to drive them more and more. That’s not to say that you won’t find people driving pickup trucks for work and so on in the future. But for say, 80% of the population, an EV is just going to work much much better for them.

What makes a hybrid car uncompetitive relative to a pure electric vehicle like a Tesla?

I’d say hybrids, especially plug-in hybrids are highly competitive at the moment vs. full electric cars. I was looking at some used cars just recently, you can get a nearly new Audi e-tron for about $25,000 AUD, the cheapest used Tesla in Australia is about $60,000. Quite a big difference. Of course, the Tesla has maybe 400kms of electric range, and the Audi about 50kms of electric range. On the other hand the Audi claims 940 kms of combined electric and petrol use. So the Audi for the supermarket/school/work run for a lot of people is effectively an electric car, with petrol available for longer ranges. So for a used car the Audi is half the price with double the range. The Tesla is the better looking car in my opinion, the interior is fancier, and it’s also a lot bigger (which I guess is good for highway driving, less so for city driving). However, the Audi is less than half the price, has over double the range, and you don’t need to worry about finding chargers. For many people they’ll do 80% of their driving on pure battery power. A lot of people will dismiss hybrids as a “stopgap” solution, and that’s exactly what they are, but a lot people need a car for the reality of their driving, not for a not-quite-here future where electric charging is commonplace and for whatever reason we’ve adapted to a fill-up taking an hour not 5 minutes. The Audi will cost more to run, it’ll need more servicing and it does burn at least a little bit of petrol, but $35,000 more to run? No chance, even my Alfa didn’t cost that much, and that was a money pit. Much as I love the idea of never buying petrol again, that reality isn’t here yet for those of us who drive places where chargers are not commonplace. For that, hybrids make a lot of sense.

What is the future of electric cars in India?

With rapid urbanization, rising income, government support and policies has helped the country to become the world’s 4th largest automobile market in 2017.[1] The country also has one of the largest road networks in the world, covering more than 5.5 million kms. Due to improved connectivity between cities, towns and villages more than 64% of all the goods are transported via roads and around 90% of the country’s passenger traffic uses road network for travelling.[2] Growth in sales of automobiles contributed to the increase in the demand of oil consumption and rise in the greenhouse gases. In 2018, India is the 3rd largest importer of crude oil and around 80% of its oil needs are fulfilled through imports[3]. After China and the US, India is also the 3rd largest emitter of Greenhouse gases in the world[4]. Even the report on AQI (Air Quality Index) for the top 10 countries with the worst air pollution index shows the unhealthy air pollution level which is really alarming[5]. Under the Paris Agreement, India has pledged a 33-35% reduction in the “emissions intensity” of its economy by 2030, compared to 2005 levels. To achieve this target, India has started working in reducing its dependence on fossil fuels. Out of various initiatives, Government of India launched National Electric Mobility Mission Plan (NEMMP) 2020 in the year 2013. This initiative was launched with an aim to achieve national fuel security, providing affordable and environmentally friendly transportation and creation of employment opportunities by developing competitive & world class manufacturing facility for electric vehicles.[6] Inline with its objective, Government of India is pushing for a complete conversion of three-wheelers, scooters and motorcycles with engine capabilities of less than 150cc to electric by 2023 and 2025[7] . But there are certain challenges that are associated with the mass adoption of electric vehicles in India. Challenges: 1) One of the significant factors for the slow growth of EVs is their higher price which is around 2-2.5 times more than the similar conventional vehicles.[8] 2) The range per charge for electric vehicle is also a major concern. Higher range will need higher battery capacity and it will lead to increase in the price of electric vehicles and thus, making it unaffordable by the majority of people. 3) There is a need to develop robust charging infrastructure which is essential for the faster adoption of electric vehicles. This will also help in addressing the range-related anxiety among the people. 4) Refuelling the tank of conventional vehicles (internal combustion engine) will hardly take 5-6 minutes. Whereas, in case of EVs even the fast charging options on luxury cars like the Mercedes-Benz EQC and Audi e-tron need a minimum of 30-40 minutes for charging the batteries.[9] 5) This also require our cities, residential complex, shopping malls etc. to be designed in such a way that provide better parking facilities and sufficient open spaces with charging infrastructure to accommodate large fleet of vehicles.[10] 6) The important component of electric vehicle is its battery and currently all electric vehicles use lithium-ion batteries (LIBs). These batteries are expensive and don’t support long distance travel. 7) The critical element that are present in these batteries are lithium & cobalt. Major problem with these metals is that they are available in only few countries. 60% of the world’s total reserves of cobalt is in Congo and 65% of lithium reserves is with Bolivia and Chile. 8) China the largest producer of electric vehicles has captured more than 60% of the global battery market share. To maintain its supremacy and to become a global hub of manufacturing EVs and batteries, it has purchased the mines in Congo, Chile, Bolivia and Australia.[11] 9) In 2016, the Indian government announced that the country would skip the BS-V norms altogether and adopt BS-VI norms by 2020. Expert estimated that industry would have to spend more than Rs 60,000 crore to comply with BS-VI norms. This makes more investment in electric vehicles a challenge.[12] 10) Switching to EVs will also need skilled manpower to tackle the problems associated with it. So, the country has to reskill the large number of mechanics to make them aware of the technicalities of the vehicles. 11) Electric vehicles will also eliminate the need of various auto components like engine valves, pistons, fuel injection systems, cooling systems, exhaust pipe etc. that are used in internal combustion engine vehicles. As a result, the survival of various auto ancillary manufacturing unit could become unviable and thus it will put around 1.5 million jobs at risk.[13] Implementation of EVs need long term approach and proper planning because any haphazard and forceful decision, will have an adverse effect on automotive industries. Meanwhile, the nation should invest more in R&D to become a leader in next generation battery technology that will reduce our dependence on other countries. Image Source: https://niti.gov.in/writereaddata/files/document_publication/EV_report.pdf Footnotes [1] Automobile Industry in India [2] Road Network in India: National Highways, Projects, Govt Initiatives [3] India's oil import bill to jump by 25% in FY18 [4] The Carbon Brief Profile: India [5] World's Air Pollution: Real-time Air Quality Index [6] Implementation of National Electric Mobility Mission Plan [7] India's electric vehicle journey so far: A story of nudges and trudges [8] http://www.siam.in/uploads/filemanager/114SIAMWhitePaperonElectricVehicles.pdf [9] Opinion: India’s Electric Vehicle Challenge [10] https://www.pwc.in/assets/pdfs/publications/2018/use-of-electric-vehicles-to-transform-mass-transportation-in-india.pdf [11] Dream or nightmare: Why India should postpone its electric vehicle plans for ten years [12] Why the government is betting big on EVs, and why the gambit has automobile industry worried - ET EnergyWorld [13] Why the government is betting big on EVs, and why the gambit has automobile industry worried - ET EnergyWorld

FAQs ที่เกี่ยวข้อง audi e tron australia price

  • Q

    ประเภทไฟหน้าของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    คน เคียงข้าง

    มีประเภทไฟหน้าและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ความจุแบตเตอรี่ของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    ชินณพัฒน์

    มีความจุแบตเตอรี่และรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    เซ็นเซอร์ตรวจจับการชนของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Tee Rayong

    มีเซ็นเซอร์ตรวจจับการชนและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
หน้าหลัก