แท็ก

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e tron battery replacement cost

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

'รถไฟฟ้าทุกคันในปัจจุบันดูเหมือนกันไปหมด' นายใหญ่ BMW ย้ำต้องสร้างความแตกต่างเมื่อเวลามาถึง

แม้ว่าคู่แข่งมากหน้าหลายตาจะเดินหน้าเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าบนแพลตฟอร์มของตัวเองกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Audi

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ขณะที่ Chevrolet (เชฟโรเลต) เป็นแบรนด์ยอดนิยมในอียิปต์ ส่วน Toyota ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% ในเยเมนAudi

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

ดูเพิ่มเติม

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

รวมราคารถยนต์ไฟฟ้าในไทย ทุกรุ่นในปี 2021 ต้อนรับการมาของ ORA Good Cat

Audi e-tron ราคา 5,099,000 - 5,299,000 บาท2021 Audi e-tron รุ่นย่อย 55 quattro ราคา 5,099,000 บาท และ

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

จับตา 10 รถใหม่เตรียมเปิดตัวปี 2021 รุกตลาดโลก หลายรุ่นเข้ามาขายเมืองไทยด้วย

โดยเฉพาะสปอยเลอร์หลังในตัวแบบเชิดขึ้นที่บั้นท้าย เครื่องยนต์จะใช้เทคโนโลยีของ Subaru บล็อก 4 สูบนอน ขนาด 2.4 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศAudi

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

ๆ ร้อน ๆ ก็คือ Audi Q5 (อาวดี้ คิว5) ที่มาพร้อมชุดแต่งเอสไลน์ ทั้งภายในและภายนอก รวมไปถึงช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งใหม่

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพิ่มความเป็นไฟฟ้าที่ดูแลง่าย จึงทำยอดจองเยอะมาก ต้องต่อคิวรอนานเป็นปี ด้วยราคาขายเพียง 2.29 ล้านบาทAudi

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

"ซิลิโคน" จะเป็นทางเลือกใหม่ในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าให้ อึด ทน นาน กว่าเดิม

ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายต่อธรรมชาติ เช่น ของเหลว กรด หรือตะกั่ว จึงปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมAudi

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

ฟังเหตุผล ทำไมรถล้ำ ๆ อย่าง 2022 Mercedes-Benz EQS ยังใช้กระจกมองข้างแบบดั้งเดิม

ผลการศึกษาพบว่าการดูภาพหน้าจอที่แสดงผลด้านหลังหรือด้านข้างตัวรถจะทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่เวียนศีรษะ”กระจกมองข้างดิจิทัลใน Audi

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

รุ่นรถที่เกี่ยวข้อง Audi E Tron

รุ่นรถของคู่แข่ง Audi E Tron

รีวิว Q&A audi e tron battery replacement cost

How did Tesla make their EVs more appealing to consumers compared to other EV products?

After a lot of talk I put my money where my mouth is an put a deposit on a Tesla today. The choice of BEVs is very small here. The Nissan Leaf is probably the cheapest but has two major problems. As far as I am aware they are not using modern battery designs that gives a long life so I would have had to factor in replacing the battery in the future. This is not something I have to worry about with the other offerings. When I looked online the Leaf price was POA. The old saying is if you have to ask you can’t afford it. I should not have ask how much the cheapest BEV cost, that is huge alarm bells. My guess is they are having supply shortages. The Audi e-tron looks nice but is twice the price of a Tesla and six times the new price of my current car. I just can’t bring myself to do that. I have made the assumption that Jag ipace is the same, I didn’t bother checking. I’m going with the Tesla Model 3. It is hugely expensive, of twice the price of the most expensive car I have ever owned, but I expect it to last twice as long as other cars I have. At my advanced age it has the potential to last me the rest of my life and having watched my father’s recent health declines I realise I should be making the most of the time I have left, which extends to buying a nice car regardless of the high cost since I no longer have family commitments holding me back. I am a tech geek, playing with computers since the 1970s, and have no trouble with a company that does things differently if they can back it up with results. I do have concerns that Tesla may be a bit like Apple, control freaks who try to control your user experience at the expense of freedom to apply you own touch to things. However I will live that as I feel that while other BEVs are good they are also compromised a bit with traditional thinking. For example if you open the bonnet of many BEVs the electric motor is in the same place as the ICE one was, a clear sign they have not worked out the full optimisation of design they could do. Tesla have their motor lower where it is more directly related to the wheels it is driving while also giving you a lower COG and a frunk.

Which car is the better value, the Tesla X or the Audi E-Tron?

The Audi. Tesla is in financial dire straits right now. They were actually building the model asked the other month in the parking lot. In fact they have ceased all production in the United States and are moving to China. If you know what’s good for you keep away from electric vehicles. I challenge you this, call any of them and ask him how much did a new battery pack would cost to replace.

From the range and performance results of Audi's e-tron and Taycan, can we conclude that any existing car company will never catch up Tesla in the area of BEV? If not, who will be the first that break the current situation?

It isn’t just a question of catching up to Tesla on range and performance. Those are the easy challenges. The really hard ones are being overlooked by legacy car companies, and it means that a second wave of rude awakening awaits them. Tesla is changing the rule book on what it will take to be a successful auto maker in the coming decades. The notion that making an EV is simply a matter of replacing the IC engine and transmission with an electric motor and battery to attract customers away from Tesla is naive. The recent attempts to do so bear me out. Legacy car companies have been asleep at the wheel in so many ways, but particularly on innovation. Not just technological innovation, but production innovation, supply chain innovation, marketing and sales innovation, labor relations, and servicing. Almost every aspect of the automobile industry model is being turned upside down by Tesla to the detriment of the old school ways of traditional auto companies. Competency in software will be critical in the design of future automobiles. Cars of the future will be no less than mobile computer systems containing multiple millions of lines of code all designed to work seamlessly to control nearly every aspect of a car’s function. The current industry model of distributing software over dozens of individual microprocessors independently developed by outside component suppliers will never achieve high performance, reliable, and usable driver interfaces at competitive costs. Future vehicles will drive themselves to any destination without human supervision. They’ll charge themselves, park themselves, and hire themselves out as taxis. Only the most efficient, reliable, and lowest operating cost cars will succeed in eliminating the need to own a car at all. Anyone who thinks that converting 100 years of automotive hardware DNA evolution to software will be easy, has never attempted such a transition. Missteps will be fatal. Even hardware development presents a challenge to traditional car makers. Battery technology is key to achieving favorable price competition. Electric motor and electronics technology can make a huge difference in the efficiency of an EV. And how many auto companies are capable of designing their own special purpose chips for autonomous drive systems? Accelerated, continuous improvement development cycles will make it extremely difficult to keep pace with the leading companies. How cars are sold and serviced will be radically changed. The dealership sales and service model of car ownership will no longer be needed. On-line purchasing at fixed pricing is the wave of the future. Buying a car will be like buying something on Amazon. Don’t like it? Return it, no questions asked. It will no longer be acceptable for legacy auto companies to produce cars that require maintenance, have short life spans, and become obsolete one year after delivery. Over-the-air software updates, self diagnostics, automatic ordering of replacement parts, and come-to-you repair service will eliminate most trips to a service center. Not only do legacy auto makers face the challenge of catching up to Tesla, but they’ll have to keep up with Tesla, as well. I’m not optimistic. If anyone can, it will probably be some company you’ve never heard of. Even Tesla will one day become a little too comfortable and complacent. I think that will be awhile though.

Which car brand is better overall, considering service, car performance, reliability, and value: Audi or Tesla?

I’m familiar with Tesla, not so much Audi. I’m going to answer this question in two parts. The first assumes we’re talking about an Audi gasoline car. Gas Performance: The Tesla Model S P100D is has the fastest 0–60 time of any production car (or at least any costing less than $1 million). Tesla cars, however, are not going run faster than 140 mph for long periods of time without the car reducing speed to cool off. You can run at 130 OK. Reliability: Early Tesla cars had some reliability problems. More recently Consumer Reports put them at average. Personally, after two years, the only problem I had was a camera that had to be replaced under warranty. If you want to get out your micrometer out, Tesla panels will not be as well aligned as the best cars, presumably BMW and Audi, but they are improving. I could measure, but not see, variances in my July 2018 Model 3. Value: Tesla and Audi are premium cars, but in different ways. I don’t know enough to pair Audi models with Tesla models. Audi cars start at lower prices than Tesla, but I saw one for $139,000 that’s getting up to the high end for Tesla. I think that if you’re going to spend over $50,000 for a car, you’re really not looking at fuel economy and the savings of the Tesla in that area, but here is a comparison between a high-end Tesla Model S and an Audi that gets US average fuel economy (but requires premium gas): Maintenance is much less expensive on the Tesla. I think that someone who is trying to make a decision between an Audi and Tesla would do well to select the model from each that fits their needs and their budget. Then they should seriously test drive them. Electric I personally would never even consider another gasoline car. So let’s look at the 2019 Audi A3 e-tron, an all electric vehicle. Here’s a review of the car at Car and Driver magazine . The price of the A3 e-tron starts at $75,795. That’s in the ballpark of a Tesla Model S 75D ($78,000). Both are all-wheel drive cars. I don’t have the exact range of the A3, but it appears to be very similar to the Tesla (~250 miles), even though its battery is a good bit larger. (Why the e-tron and the Jaguar I-PACE don’t have greater range with their big batteries is somewhat of a mystery.) The e-tron is an SUV and the Model S is a sedan (there is a Tesla SUV, the Model X). The top speed on the e-tron is 124 mph, the Tesla 140. It Audi’s not as quick either. I don’t like the e-tron interior with controls literally scattered everywhere. There are just too few specifications available on the e-tron to compare at this point. It might be better to compare it to the Tesla Model 3 long range AWD at $55,000, with 310 miles of range. Anyway, compare that clutter with this: The one YouTuber that seems to have as much experience with a wide variety of electric cars is Bjorn Nyland, and I’ll leave a link to one of his videos about the e-tron (Nyland personally drives a Tesla Model X).

How does the Audi e-tron compares to the Nissan Leaf?

The AUDI E-tron is a top Luxury electric car with proper Battery Thermal Control and Liquid cooling for long long battery life. The Nissan LEAF is more of a Economy car Electric with very poor battery life since it doesn’t have any Battery Thermal Control or Liquid cooling. Cheap is the word I would use to describe the LEAF. It does sell a lot but also fails a lot with it’s wilting battery that cost $7K to replace and then fails again. The Audi also charges very fast with a CCS Fast Charge port. The LEAF has the old dying CHAdeMO standard Fast Charge port that is not being installed much around the world. The LEAF also has problems with Fast Charging since it doesn’t have that great Battery Thermal Control. So on a trip it charges slow each time you Fast Charge. A very poor design that has not been fixed in over 10 years they have been making the LEAF. So overall including all electric cars made today. The LEAF is a cheap weak design that runs great because it’s electric but doesn’t the battery doesn’t hold up and fast charging is also odd and poor. Since the main battery is about 1/3 of the cost of the car it’s a poor choice. The AUDI E-tron is new and seems to be a great design.

  • พวงมาลัยปรับระดับได้ของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    มีพวงมาลัยปรับระดับได้และรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    รุ่นย่อย2020 Audi E Tron 55 Quattro
    พวงมาลัยปรับระดับได้ใช่
  • ระบบกันสะเทือนด้านหลังของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    มีระบบกันสะเทือนด้านหลังและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    รุ่นย่อย2020 Audi E Tron 55 Quattro
    ระบบกันสะเทือนด้านหลังAir Suspension
  • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    มีระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    รุ่นย่อย2020 Audi E Tron 55 Quattro
    ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสใช่
หน้าหลัก