แท็ก

audi e tron home charger

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e tron home charger

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

เปิดบ้าน Mitsubishi ดู Dendo Drive House เทคโนโลยีดี ๆ ที่คนไทยไม่ได้ใช้

Home Battery แบตเตอรี่สำรองภายในบ้าน ขนาด 6 กิโลวัตต์/ชั่วโมง3.

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

ๆ ร้อน ๆ ก็คือ Audi Q5 (อาวดี้ คิว5) ที่มาพร้อมชุดแต่งเอสไลน์ ทั้งภายในและภายนอก รวมไปถึงช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งใหม่

2021 MG ZS EV จัดโปรล้างสต็อคลด 202,000 บาทเตรียมรับรุ่นประกอบไทยปลายปีนี้ พร้อมแคมเปญ EV เจ้าอื่น

สำหรับบางโชว์รูมที่ยังมีรถอยู่ พร้อมทั้งแคมเปญอื่น ๆ คือ ดอกเบี้ย 0% ดาวน์ 20% ระยะเวลา 48 เดือน ฟรี MG HOME

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

ขายดีทุกที่เว้นไทย Nissan e-Power ขายเกินครึ่งล้านคันแล้วทั่วโลก

Nissan (นิสสัน) ได้ประกาศยอดขายรวมรถยนต์เทคโนโลยี e-Power ที่คว้ารางวัลเทคโนโลยีแห่งปีมาแล้ว ขายทั่วโลกได้

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

ดูเพิ่มเติม

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพิ่มความเป็นไฟฟ้าที่ดูแลง่าย จึงทำยอดจองเยอะมาก ต้องต่อคิวรอนานเป็นปี ด้วยราคาขายเพียง 2.29 ล้านบาทAudi

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ขณะที่ Chevrolet (เชฟโรเลต) เป็นแบรนด์ยอดนิยมในอียิปต์ ส่วน Toyota ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% ในเยเมนAudi

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

ใครว่ารถไฟฟ้าซ่อมแพง 2021 MG EP ค่าบำรุง 100,000 โลจ่ายไม่เกิน 8,000 บาท

แต่จริง ๆ ก็จะไม่รวมค่าซ่อม-เปลี่ยนแบตเตอรี่แต่เขามี ดอกเบี้ย 1.89% ดาวน์ 25% ระยะเวลา 48 เดือน ฟรี MG HOME

แบงค์บอกต่อ สนใจรุ่นไหนมาดู รวมโปรโมชั่นจัดเต็ม Motor Expo 2020

Charger พร้อมค่าติดตั้งMG HS PHEV ดอกเบี้ย 1.99% MG Home Charger ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ 5 ปี ประกันชั้นหนึ่ง

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

รีวิวโพสต์ audi e tron home charger

@NickFerrariLBC the average cost of a Rapid Charger is 35p per kwh not 70p like just stated so around £25 to fill audi e tron not £46 and from home around £7

รีวิว Q&A audi e tron home charger

Will Tesla eventually overtake traditional auto manufacturers?

Thanks for the A2A. Electric does seem to be the future, and Tesla is leagues ahead of the traditional car makers in this space. Their technology is vastly underrated. When it comes to electric cars, batteries, motors, charging, and technology all play a significant role in EV market success. Batteries Batteries are the core of electric cars, so this is where it can be make or break for prospective electric car companies. When it comes to batteries, no one comes even remotely close to the sheer scale of Tesla’s battery manufacturing. Gigafactory 1 in Nevada, despite being just 30% complete, already produces almost more Lithium-ion battery cells than the rest of the world COMBINED. That’s right, Gigafactory 1 produces almost 50 Gigawatt hours of these batteries per year. Not only do they produce the MOST batteries per year, but they produce the BEST batteries as well! Tesla’s are of the highest technological standards today. While this is astonishing enough, Tesla still plans on building TWO MORE Gigafactories in the near future. There is one in Shanghai being built as we speak, it’s completion date being later this year. Tesla also plans to build another Gigafactory in Europe as well. With these 3 factories up and running, I find it hard to believe traditional car companies like Volkswagen catching up to Tesla. Motors Motors also play a very important role in electric cars, and again Tesla is far ahead. Their motors are the most efficient, powerful, lightest, and cheapest. Yes, all of the above is true, here is just a snippet of what experts have said on the Model 3 motor. “Another innovation that impressed the teardown team was how advanced the inverter/convertor device was that provides power to the motor, particularly in the use of silicon carbide on the devices’ integrated circuits. “It creates a lot less heat and is a lot faster than the Chevy and BMW,” Ellis added to the discussion. “Silicon carbide is the latest and greatest and Tesla so far is the only vehicle out there with it.” Munro and Ellis further noted the high level of tech Tesla’s motor contained, all while being considerably smaller than the competition. The study will be released in a few weeks and also includes detailed information about the motors inside the Chevy Bolt, BMW i3, and Jaguar I-Pace. Munro had very positive things to say about Tesla’s technology, but the electric vehicles produced by industry giants did not receive quite the same accolades. “It looks like the other guys just went around and glued together whatever they could find off the shelf,” Munro jabbed at Tesla’s competition.” These are the words of Sandy Munro, a man with 30 years of experience in designing, building and processing components in automobiles, not mine. Range, Charging, and Infrastructure Next comes charging. Electric cars are limited greatly by their range and charging speeds. Tesla AGAIN comes out on top here. Their cars have more range than basically every other EV on the market. The Long Range Model 3 can go 325 miles on a charge, while the highest capacity Nissan Leaf and Chevy Bolt can only go 226 miles and 238 miles, respectively. This is a 30% lower range than the Model 3, a significant margin indeed. When it comes to the Model S, there is really no level EV competitor to compare it to. The only significant non-SUV EV’s are the 2 aforementioned plus the BMW i3 and Volkswagen e-Golf. The Model X does have 2 competitors, the Jaguar i-Pace and the Audi E-Tron. The Model X outdoes the Jaguar and Audi in range as well, besting it 325 miles versus 234 miles and 204 miles, respectively. This gap is extremely significant, as the Model X is much larger than the 2 other cars. What is also disappointing is the range of the so called “ Model X killer “ E-Tron. How does it only have 204 miles of range? This pales in comparison to the Model X, a significant drawback indeed. It is also important to note the efficiencies of the batteries here. The Jaguar and Audi have capacities of 90kWh and 95kWh, respectively. The Model X has a 100kWh capacity. They are all within 5–10% of each other in terms of battery capacity, why does the Tesla Model X have 30–35% more range WHILE being the larger vehicle? This has to do with the superior battery and powertrain technology that Tesla is known to have. It is clear that the traditional car companies are significantly behind in the technology here, and the numbers show it. Here is a graph that shows battery capacity versus range. The Tesla’s make FAR better use of very similar battery capacity versus its current competitors. Here is a graph of the battery consumption at an average speed of 120 km/h. The Jaguar and Audi are FAR behind the Tesla. Next comes charging infrastructure. The great thing with EV’s is that for the great majority of the time, you never have to charge anywhere other than your home or work. You wake up with a full “ tank “ of juice, which should be more than enough for your daily commute. For longer trips, however, things get tricky. EV’s do not have the battery technology to charge in 5 minutes like you would similarly with an Internal Combustion Engine vehicle at a gas station. For trips like these, you need charging stations that are both FAST and COMMON. As you can probably guess, Tesla again is ahead of the competition. Tesla’s network of superchargers is by far the most intricate and largest in the United States. Here is the closest competitor, Electrify America, with it’s 900 charging stations. As you can see, Tesla is still ahead. There are now over 1,400 Tesla supercharger stations in America. They are all strategically located off of major highways at the optimal distance from each other to allow EV access to where ever you please to visit. It doesn’t end there though. In addition to having the most charging stations, Tesla superchargers, more importantly, are also the FASTEST available EV chargers at the moment. They charge at a max rate of 120kW. To put this into perspective, all a Tesla owner needs, the majority of the time, is a 30 minute charge to continue on their trip with enough range. This is not the case for other EV owners. The Leaf, Bolt, i3, I-Pace, and E-tron cannot charge at the 350kWh speeds that their charging stations offer as their battery technology cannot handle those speeds. Furthermore, Tesla has just announced v3 superchargers that can charge all Model 3’s and new Model S and X’s at 170kWh. This again pulls Tesla ahead of the competition, making it harder for the traditional car companies to catch up as they simply don’t have the battery technology just yet. Here is a graph that better displays the information regarding charging speeds. As you can see, the Teslas have the most range and fastest charging speeds compared to the competition. We aren’t done yet. Tesla just announced that they will be putting the new batteries and motors of the Model 3 into the new Model S’s and X’s. The Model 3 contained Tesla’s most technologically advanced batteries and motors, and they are now present in the newest Model S’ and X’s. These battery packs are capable of charging at 170kWh on the new v3 superchargers. It is true that the EV market at this current moment is underdeveloped and needs time before true competition starts, so let’s talk about technology and safety overall, encompassing ALL current vehicles. Technology It is no secret that Tesla makes technologically driven cars. A simple way to explain a Tesla is to think of it as a smartphone on wheels. It responds to all of your commands, receives software updates regularly, evolves with time and changing needs, and is extremely user intuitive. The center screen controls EVERYTHING in the car. Many people prefer buttons, and that’s perfectly fine, but the software configurability of a central screen like this is something hard to pass on. It’s basically a top of the line iPad slammed onto the dash. Everything is easy to use, exactly where it needs to be, and configurable. The left portion of the screen is an overhead view of the car showing all nearby object, speed, and range information. The right side is all Google Maps, arguably the best navigation system available today. The bottom contains all quick access climate control buttons. The screen is massive, completely lag free, and of the highest resolution of any screen in any car today. No other car company at this moment offers this level of technology. Now to the software, oh boy. Teslas wouldn’t be Teslas if it weren’t for the software configurability. Everything in the car can be readily improved via over the air free software updates. This is very under appreciated by the car industry. Imagine waking up, getting into your car to get to work, and seeing that your car now can automatically change lanes on highways and recognize red lights? What about being able to summon the car to your location in a parking lot? A security system utilizing 4 cameras that records suspicious movement/damage near and to your car? Improved braking distances and a 5% increase to peak power and range? The list goes on and on, showing the capabilities of having a car built around a software centered design. No other car manufacturer today has this level of software configurability in their GAS powered cars, forget trying to make an ELECTRIC VEHICLE from SCRATCH and trying to match this level of technology. It just isn’t possible. By the time some companies DO get to this point, Tesla will be 4 steps ahead of them. I think this analogy works well to describe what Tesla has done to the car industry. This Is to that What This Did to that I personally don’t look at it as Tesla overtaking other companies, but rather other companies trying to catch up and contest Tesla. Electric vehicles are the future, and having this sort of lead is simply HUGE. Tesla will stay at the top of the EV game for a long time until other car companies can produce EV’s that have comparable technology and infrastructure. Thanks, Liam Johnson

How much does it cost to install a Tesla wall charger?

Depends on where you live and who you purchase your EV in-home charger from, but certainly NO WHERE near $15,000 from a previous comment. I live here in Silicon Valley / San Francisco Bay Area, and have 2 electric and 1 hybrid cars. #1) 2019 Audi e-Tron (two months old) #2) 2017 Tesla Model S #3) 2018 Volvo XC 90 (Hybrid) I have two EV chargers. One installed in my garage, and the other installed outside, and both the purchase price and installation cost are no-where near $15,000. Residential hardwired EV charger ($960 x 2 = $1920 excluding labor cost):64A Level 2 EVSE HCS-80 Hardwired How long does it take to charge your EV car? https://www.clippercreek.com/charging-times-chart/?_ga=2.261309770.65894293.1575840049-913072708.1573507434

Would they ever build an electrical car that a person can fully charge while grocery shopping?

Thank you Marc for the question. As other answers here have noted, this is already possible with some cars, provided that the charging station can deliver adequate power (few can, today). However what’s interesting about the question is that going to the supermarket to charge doesn’t fit any common vehicle usage patterns I’m aware of. Electric car drivers tend to charge opportunistically, not when they absolutely need it, just when charging is available where they park. And most still do the majority of their charging at home, because that is where the car is parked the most. On the other hand, if we drive to a gas station to fill up a gasoline-powered car, we normally fill to the top because we don’t want to have to go back soon. There’s no real reason to go to a gas station other than to buy gas. I know you can also get snacks and beverages, but there are many other places for that. It’s a matter of convenience. I charge my car to full if I am taking a long trip. Grocery shopping is not a long trip for most people. I have a large supermarket one mile from my driveway. This supermarket does not have a charging station, but if I want to drive 2–4 miles out of my way, there are two other grocery stores that do offer EV charging. I don’t normally go there because my time spent driving is worth more than a couple of kWh of electricity. So, I’ll use the charger if it is there, and not occupied by someone else. Not to charge fully, if I get enough electricity so that I return home with more range than when I left, I’m getting ahead. Putting high-powered charging stations at supermarkets in general doesn’t make a lot of sense, unless it is located off a highway or major crossroads. EV drivers need powerful charging stations to get a fast charge when they drive a long distance, like 300 miles or more. And if they are, they won’t be looking for grocery stores to shop at. People use grocery stores closer to home, often needing only a few miles of range to return home. That said, the Meijer store in Roseville, Michigan now has Tesla Superchargers and also a row of CHAdeMO / CCS charger ports provided by Electrify America, up to 350 kW. Those are some of the best available. I’m sure this location was chosen because it is located within a mile of the I-94 expressway, a major Detroit-Chicago thoroughfare. So, there are always exceptions! If you visit this store with an Audi e-Tron you can indeed charge from 20% to 80% full in 30 minutes, while you shop. That’s enough for over 200 miles of driving.

Should I go for Tesla or Audi E-Tron in the electric vehicle market?

First of all dispite the all the crap the Audi E-tron and Jaguar I-pace recieve from the Tesla Community they are both fine automobiles and worthy of considreation. Tesla currently has 3 models S, 3 , X and a 4th the Model Y scheduled for release soon. All of the above vehicles have premium levels of performance, each vehicle gets greater then 200 miles per charge. Tesla performance levels are superior to to the E-tron and I-pace. But at a certin level of performance the diffrence only earns you bragging rigths. So what is worth comparing. First the S and 3 are sedans, they ride lower. Unlike gas powered sedans leg room is more then plentiful. Cargo space is 26.3 cubic feet and 15.7 cu ft respectivly. The Audi E-tron and Jaguar I-pace are classed as small SUV and sport cargo space of 57 and 51 cu ft respectivlty. The Model X is called an SUV but its really a mini van. It sports cargo space of 88 cu ft. And finaly the to be released Tesla Model Y small SUV will have Cargo space of 66 Cubic Feet. And for refference the Toyota Rav4 has 73.4 cu ft of space. As you can see each vehicle fits a diffrent persons needs. The last to factors are price and charging network. The E-tron and i-pace start at 75 and 70k the Model S and X at 80K. The starting price of a Model 3 is 35k and the Model Y will start at arround 50K, but will eventualy be available for arround 42k starting. Finaly Tesla has a world wide network of chargers and charging stations. No one else has that you have to research the indepenatn networks in your area to judge if it is suffecient Note: you will most likely charge at home.

How do the Tesla Y and the Audi E-Tron compare on all fronts?

All fronts are kind of tough, but the basics: Tesla’s has a much longer range and lower price. About 100 mile more range (low 200’s to low 300’s for the Y), and about $15-20k lower in base price. Audi doesn’t have a competitor for the performance trim of the Y. Tesla gets better reviews on sport handling and acceleration. It has about 20% more storage space in the back, and is a bit roomier in the back seats (1.5 more inches of legroom, 1 inch more headroom). Audi gets… well Audi luxury, quiet, build quality, and comfort. The E-tron is called Audi’s best overall vehicle by a few different reviewers that I’ve seen. That’s no small statement. Audi makes magnificent cars, especially in ride quality. The Audi is the smoother quieter ride, in part because it’s a heavier car (5700lbs vs. 4400 for the Y). Thus the bigger battery for the slower vehicle with less range. Both have different strengths for options, be it lift-gate access, parking assist, seating for 7 option (coming for the Y). The Audi has a lot of options that are standard on the Tesla (adaptive cruise, heated rear seats), but also has options that go above where the Y does (massaging seats, air fragrance system, ventilated seats, more color options). Tesla has their rapid charging infrastructure, Audi uses the existing ones, which tends to be more about urban areas rather than set up for road trips (looking at US/Canada here, unsure in Europe) which Tesla is ahead of the game on as well as consistent high speed chargers. Both have home charging options. The Y does have the quickest possible charging speed though (both charge 80% in about 30 minutes, but that’s 80 more miles of range on the Tesla. Tesla has the better warranty as well. If cost is no concern, and neither is long trip driving the Audi is the better luxury vehicle. But the Tesla wins out in range, performance, price, charging infrastructure and speed, storage space, efficiency, warranty coverage, and tech (by far in the basic trim vs. basic).

FAQs ที่เกี่ยวข้อง audi e tron home charger

  • Q

    Card ควบคุมประตูแบบอัจฉริยะของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    อุ้ย'เหี้ยย ส่อง

    มีCard ควบคุมประตูแบบอัจฉริยะและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ระบบปรับไฟหน้า สูง / ต่ำของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    ณัฐกล มุสิกวรรณวัฒน์

    มีระบบปรับไฟหน้า สูง / ต่ำและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    กระจกไฟฟ้าประตูหลังของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    กมล สุพิศ

    มีกระจกไฟฟ้าประตูหลังและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม

Tags

หน้าหลัก