แท็ก

audi e tron level 2 charger

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e tron level 2 charger

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Audi (อาวดี้) เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ให้เลือก 2 รุ่นซีดาน 4 ประตูรูปทรงเพรียวบางพร้อมแนวหลังคาที่ต่ำและเส้นสายสไตล์

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

พร้อมการตกแต่งที่เข้มขึ้น สปอร์ตขึ้นPorsche Taycan2021 ปอร์เช่ ไทคาน ออกรุ่นย่อยใหม่ล่าสุด รุ่นพื้นฐานขับเคลื่อน 2

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

ขายดีทุกที่เว้นไทย Nissan e-Power ขายเกินครึ่งล้านคันแล้วทั่วโลก

Nissan (นิสสัน) ได้ประกาศยอดขายรวมรถยนต์เทคโนโลยี e-Power ที่คว้ารางวัลเทคโนโลยีแห่งปีมาแล้ว ขายทั่วโลกได้

ดูเพิ่มเติม

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ขณะที่ Chevrolet (เชฟโรเลต) เป็นแบรนด์ยอดนิยมในอียิปต์ ส่วน Toyota ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% ในเยเมนAudi

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

จับตา 10 รถใหม่เตรียมเปิดตัวปี 2021 รุกตลาดโลก หลายรุ่นเข้ามาขายเมืองไทยด้วย

ก่อนจะตามมาด้วยรุ่นปลั๊กอินไฮบริดเหมือนเดิม อย่างไรก็ดี ลูกค้าในเมืองไทยจะได้ใช้โฉมเดิมปี 2020 ไปก่อนสัก 2-

"ซิลิโคน" จะเป็นทางเลือกใหม่ในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าให้ อึด ทน นาน กว่าเดิม

ทำให้รถมีน้ำหนักเบาตาม จึงสามารถทำให้ขับเคลื่อนได้ด้วยพลังงานน้อยลง เลยสามารถประหยัดเวลาได้มากกว่าเดิม2.

แบงค์บอกต่อ สนใจรุ่นไหนมาดู รวมโปรโมชั่นจัดเต็ม Motor Expo 2020

พร้อมค่าติดตั้งMG HS PHEV ดอกเบี้ย 1.99% MG Home Charger ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ 5 ปี ประกันชั้นหนึ่ง

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

เอ็มจี) เปิดหน้ากระบะที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ MG Extender (เอ็มจี เอกซ์เทนเดอร์) หลังจากที่เปิดตัวเมื่อ 2

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi e-tron Sportback 55 quattro S Line ราคา 5.299 ล้านบาท ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ที่ให้กำลังสูงสุดถึง

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

e-tron ได้หรือไม่ก็ต้องรอดูกันต่อไป แต่ก่อนที่จะไปวิเคราะห์ ทาง AutoFun จะพาไปรู้จัก Lexus UX ก่อนที่จะกลายเป็น

ฟังเหตุผล ทำไมรถล้ำ ๆ อย่าง 2022 Mercedes-Benz EQS ยังใช้กระจกมองข้างแบบดั้งเดิม

ผลการศึกษาพบว่าการดูภาพหน้าจอที่แสดงผลด้านหลังหรือด้านข้างตัวรถจะทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่เวียนศีรษะ”กระจกมองข้างดิจิทัลใน Audi

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

รีวิว Q&A audi e tron level 2 charger

How much can a person save from switching to an electric car in a year?

Ignoring the cost of a new vehicle, my Chevy Bolt can get me up to 300 miles of city driving off of a charge. For me, that’s around two weeks of driving. A level 1 charge takes all weekend, and cost me less than $9.00. I can charge with Level 2, in probably 8 hours, same cost, at home. Price goes up a bit if using a public charger, and a DCFC charger will get it done in 45 minutes. At a cost of around $13.50. Some public chargers are almost as expensive as gas, and others are free. A comparative tank of premium gas would cost me around $42, in my old car (Audi A4). This dynamic has some caveats. In the winter, when it is cold, about 30% of my power budget is for heating the cabin. Hot summer can eat up my range as well, but not as bad, at least where I live. Additionally, a lot of that cost differential for the gasoline is taxes. As more and more electric cars come online, tax revenues will drop, and some new usage-based method for paying for roads will be enacted. That’s the Bolt. An Audi e-Tron has a 95kwh battery, compared to the Bolt’s 60 kWh battery, and there is a whole lot more overhead on a luxury car. The e-tron is rated at around 240 miles on a charge, which is close to the Bolt’s rating. I’m able to get more miles out of the Bolt because it is lighter. The e-tron’s curb weight is something like 5750 pounds. The e-tron on the highway, at 70+ mph starts eating the juice big time. In all cases, your mileage may vary. I’m more aware of regenerative braking, especially in the Audi. I drive it a lot more conservatively that the Bolt. EditReplyJeff LeeOriginal Author · 2m ago

Will Tesla eventually overtake traditional auto manufacturers?

Thanks for the A2A. Electric does seem to be the future, and Tesla is leagues ahead of the traditional car makers in this space. Their technology is vastly underrated. When it comes to electric cars, batteries, motors, charging, and technology all play a significant role in EV market success. Batteries Batteries are the core of electric cars, so this is where it can be make or break for prospective electric car companies. When it comes to batteries, no one comes even remotely close to the sheer scale of Tesla’s battery manufacturing. Gigafactory 1 in Nevada, despite being just 30% complete, already produces almost more Lithium-ion battery cells than the rest of the world COMBINED. That’s right, Gigafactory 1 produces almost 50 Gigawatt hours of these batteries per year. Not only do they produce the MOST batteries per year, but they produce the BEST batteries as well! Tesla’s are of the highest technological standards today. While this is astonishing enough, Tesla still plans on building TWO MORE Gigafactories in the near future. There is one in Shanghai being built as we speak, it’s completion date being later this year. Tesla also plans to build another Gigafactory in Europe as well. With these 3 factories up and running, I find it hard to believe traditional car companies like Volkswagen catching up to Tesla. Motors Motors also play a very important role in electric cars, and again Tesla is far ahead. Their motors are the most efficient, powerful, lightest, and cheapest. Yes, all of the above is true, here is just a snippet of what experts have said on the Model 3 motor. “Another innovation that impressed the teardown team was how advanced the inverter/convertor device was that provides power to the motor, particularly in the use of silicon carbide on the devices’ integrated circuits. “It creates a lot less heat and is a lot faster than the Chevy and BMW,” Ellis added to the discussion. “Silicon carbide is the latest and greatest and Tesla so far is the only vehicle out there with it.” Munro and Ellis further noted the high level of tech Tesla’s motor contained, all while being considerably smaller than the competition. The study will be released in a few weeks and also includes detailed information about the motors inside the Chevy Bolt, BMW i3, and Jaguar I-Pace. Munro had very positive things to say about Tesla’s technology, but the electric vehicles produced by industry giants did not receive quite the same accolades. “It looks like the other guys just went around and glued together whatever they could find off the shelf,” Munro jabbed at Tesla’s competition.” These are the words of Sandy Munro, a man with 30 years of experience in designing, building and processing components in automobiles, not mine. Range, Charging, and Infrastructure Next comes charging. Electric cars are limited greatly by their range and charging speeds. Tesla AGAIN comes out on top here. Their cars have more range than basically every other EV on the market. The Long Range Model 3 can go 325 miles on a charge, while the highest capacity Nissan Leaf and Chevy Bolt can only go 226 miles and 238 miles, respectively. This is a 30% lower range than the Model 3, a significant margin indeed. When it comes to the Model S, there is really no level EV competitor to compare it to. The only significant non-SUV EV’s are the 2 aforementioned plus the BMW i3 and Volkswagen e-Golf. The Model X does have 2 competitors, the Jaguar i-Pace and the Audi E-Tron. The Model X outdoes the Jaguar and Audi in range as well, besting it 325 miles versus 234 miles and 204 miles, respectively. This gap is extremely significant, as the Model X is much larger than the 2 other cars. What is also disappointing is the range of the so called “ Model X killer “ E-Tron. How does it only have 204 miles of range? This pales in comparison to the Model X, a significant drawback indeed. It is also important to note the efficiencies of the batteries here. The Jaguar and Audi have capacities of 90kWh and 95kWh, respectively. The Model X has a 100kWh capacity. They are all within 5–10% of each other in terms of battery capacity, why does the Tesla Model X have 30–35% more range WHILE being the larger vehicle? This has to do with the superior battery and powertrain technology that Tesla is known to have. It is clear that the traditional car companies are significantly behind in the technology here, and the numbers show it. Here is a graph that shows battery capacity versus range. The Tesla’s make FAR better use of very similar battery capacity versus its current competitors. Here is a graph of the battery consumption at an average speed of 120 km/h. The Jaguar and Audi are FAR behind the Tesla. Next comes charging infrastructure. The great thing with EV’s is that for the great majority of the time, you never have to charge anywhere other than your home or work. You wake up with a full “ tank “ of juice, which should be more than enough for your daily commute. For longer trips, however, things get tricky. EV’s do not have the battery technology to charge in 5 minutes like you would similarly with an Internal Combustion Engine vehicle at a gas station. For trips like these, you need charging stations that are both FAST and COMMON. As you can probably guess, Tesla again is ahead of the competition. Tesla’s network of superchargers is by far the most intricate and largest in the United States. Here is the closest competitor, Electrify America, with it’s 900 charging stations. As you can see, Tesla is still ahead. There are now over 1,400 Tesla supercharger stations in America. They are all strategically located off of major highways at the optimal distance from each other to allow EV access to where ever you please to visit. It doesn’t end there though. In addition to having the most charging stations, Tesla superchargers, more importantly, are also the FASTEST available EV chargers at the moment. They charge at a max rate of 120kW. To put this into perspective, all a Tesla owner needs, the majority of the time, is a 30 minute charge to continue on their trip with enough range. This is not the case for other EV owners. The Leaf, Bolt, i3, I-Pace, and E-tron cannot charge at the 350kWh speeds that their charging stations offer as their battery technology cannot handle those speeds. Furthermore, Tesla has just announced v3 superchargers that can charge all Model 3’s and new Model S and X’s at 170kWh. This again pulls Tesla ahead of the competition, making it harder for the traditional car companies to catch up as they simply don’t have the battery technology just yet. Here is a graph that better displays the information regarding charging speeds. As you can see, the Teslas have the most range and fastest charging speeds compared to the competition. We aren’t done yet. Tesla just announced that they will be putting the new batteries and motors of the Model 3 into the new Model S’s and X’s. The Model 3 contained Tesla’s most technologically advanced batteries and motors, and they are now present in the newest Model S’ and X’s. These battery packs are capable of charging at 170kWh on the new v3 superchargers. It is true that the EV market at this current moment is underdeveloped and needs time before true competition starts, so let’s talk about technology and safety overall, encompassing ALL current vehicles. Technology It is no secret that Tesla makes technologically driven cars. A simple way to explain a Tesla is to think of it as a smartphone on wheels. It responds to all of your commands, receives software updates regularly, evolves with time and changing needs, and is extremely user intuitive. The center screen controls EVERYTHING in the car. Many people prefer buttons, and that’s perfectly fine, but the software configurability of a central screen like this is something hard to pass on. It’s basically a top of the line iPad slammed onto the dash. Everything is easy to use, exactly where it needs to be, and configurable. The left portion of the screen is an overhead view of the car showing all nearby object, speed, and range information. The right side is all Google Maps, arguably the best navigation system available today. The bottom contains all quick access climate control buttons. The screen is massive, completely lag free, and of the highest resolution of any screen in any car today. No other car company at this moment offers this level of technology. Now to the software, oh boy. Teslas wouldn’t be Teslas if it weren’t for the software configurability. Everything in the car can be readily improved via over the air free software updates. This is very under appreciated by the car industry. Imagine waking up, getting into your car to get to work, and seeing that your car now can automatically change lanes on highways and recognize red lights? What about being able to summon the car to your location in a parking lot? A security system utilizing 4 cameras that records suspicious movement/damage near and to your car? Improved braking distances and a 5% increase to peak power and range? The list goes on and on, showing the capabilities of having a car built around a software centered design. No other car manufacturer today has this level of software configurability in their GAS powered cars, forget trying to make an ELECTRIC VEHICLE from SCRATCH and trying to match this level of technology. It just isn’t possible. By the time some companies DO get to this point, Tesla will be 4 steps ahead of them. I think this analogy works well to describe what Tesla has done to the car industry. This Is to that What This Did to that I personally don’t look at it as Tesla overtaking other companies, but rather other companies trying to catch up and contest Tesla. Electric vehicles are the future, and having this sort of lead is simply HUGE. Tesla will stay at the top of the EV game for a long time until other car companies can produce EV’s that have comparable technology and infrastructure. Thanks, Liam Johnson

How much does it cost to install a Tesla wall charger?

Depends on where you live and who you purchase your EV in-home charger from, but certainly NO WHERE near $15,000 from a previous comment. I live here in Silicon Valley / San Francisco Bay Area, and have 2 electric and 1 hybrid cars. #1) 2019 Audi e-Tron (two months old) #2) 2017 Tesla Model S #3) 2018 Volvo XC 90 (Hybrid) I have two EV chargers. One installed in my garage, and the other installed outside, and both the purchase price and installation cost are no-where near $15,000. Residential hardwired EV charger ($960 x 2 = $1920 excluding labor cost):64A Level 2 EVSE HCS-80 Hardwired How long does it take to charge your EV car? https://www.clippercreek.com/charging-times-chart/?_ga=2.261309770.65894293.1575840049-913072708.1573507434

How much does it cost to charge your Tesla car?

TL/DR: $8.00 to 13.50, compared to $40 of gasoline. I do not own a Tesla, but I own a 2019 Chevy Bolt, which has a 60kwh battery, and an 2019 Audi e-Tron, which has a 95kwh battery. The Bolt can get me almost 300 miles on a charge, and the Audi gets me around 210, both in nice weather. The major reason is the Audi is considerably heavier (almost 3 tons) as has a lot more luxury stuff attached. The Bolt costs me around $8 to fill, and the e-tron, around $12.50. This is at home, with a Level 2 AC charger. The comparative gasoline purchase is around $40. At a commercial DC charger, I get charged around $13.50, for a 45 minute session, which gets me from around 30% to 80%. Some chargers are just as expensive as gasoline, and are seldom used by the masses. Many public chargers are subsidized, others are not. The market will adjust downward as more EVSE infrastructure is installed. So why the big difference in cost? $8 vs $40 seems like a big deal. Gasoline has higher distribution costs than electricity, and a lot of the price if a gallon of gas ( or a liter of petrol) is due to the taxes placed upon it. At present, municipalities, states, electric companies, and even the federal government are offering rebates, tax credits, and other incentives to get people to go electric. Thus will like change, as government realizes that EVs marker growth means a lack of tax revenue, revenue typically used for infrastructure maintenance. So, costs will go up, to some degree.

Is Tesla the best option for an electric car or should I wait for more choices from different car manufacturers?

Is Tesla the best option for an electric car or should I wait for more choices from different car manufacturers? I understand this question as “will in near future a competitor offer more bang for the buck”? And the answer is - no. Note: the answer was written in April 2019. Read the update at the end. Currently the Tesla Model 3 is the market leader. Soon it will be accompanied by the Model Y. If you are looking Hyundai (Kona), Kia (e-Niro), Nissan (Leaf 2.0 and Leaf 2.0 Plus) or Chevrolet (Bolt), for the same money they offer less. The first two also have delivery problems. Audi e-Tron and Jaguar i-Pace need rapid chargers that are capable to charge with a speed of at least 100 kW, the e-Tron can make usage of 175 kW - chargers which are currently still very uncommon. Once installed, they will quite likely offer electricity at a higher price than Tesla. Porsche Cayman will be able to use 350 kW chargers, but Porsche didn’t demonstrate a single charging session (update: it can charge at up to 270 kW, but only for a few minutes). Tesla recently introduced the Supercharger V3 which enables to use 250 kW and that one will be rolled out across the USA in 2019 (late 2019 also in Europe). Jaguar i-Pace, Audi e-Tron and Mercedes Benz EQC may offer more luxurious interiors, but they offer a far inferior long range capability. Model S and X are still champions in their class. Let’s not forget - all competitors mentioned before are more “thirsty” than Teslas. Focusing more on design than performance almost all of them need 15 –30% more energy than comparing Teslas. Very soon Tesla will update the Model S P100DL (now called Ludicrous Performance) which puts the Taycan in the bag in performance, it should charge in about the same time after the upgrade - while still probably being significantly cheaper. I like the Taycan styling too, but I would really want to know if you would be willing to pay a 20% premium just because of the styling. And Tesla Roadster 2, where the styling is just a matter of personal taste will wipe away with any competition. VW will come with a I.D. / NEO which should supposedly be a cheaper platform, but it will probably offer less and actually compete with cars that even today are not on par in technology (Nissan Leaf 2.0 40 kWh, Hyundai Kona 39 kWh). With batteries that will offer the same range as the current standard (60 kWh and above) I highly doubt that they will be competitive to Tesla Model 3 and Model Y in price. So in essence, I don’t see any competition coming which would be a better choice in the foreseeable future. Not 2019, not 2020 and quite likely not in 2021 either. Update, February 2021 This answer was written in April 2019. Now we have 2021 and yes, there are several alternatives, already available or expected at some moment in 2021. Tesla Model 3 Tesla Model Y Tesla Model S Tesla Model X Audi e-tron BMW iX3 Mercedes EQC Polestar 2 and its cousin Volvo XC40 Volkswagen ID.4 and (on the same platform) Skoda Enyaq Ford Mustang Mach-E Nissan Ariya Hyundai IONIQ 5 Most of them are coming in different battery sizes and a standard (or optional) 4WD. Not to mention some smaller EVs: Volkswagen ID.3 (in 3 battery sizes), the “triplets” (same technology, but different design) Peugeot e-208 / Peugeot e-2008 SUV / Opel Corsa-e , the still decent, albeit slightly dated (for their class) Korean triplets Hyundai Kona Electric , Kia e-Soul and Kia e-Niro and the updated Hyundai IONIQ Electric , BMW i3 and Renault Zoe ZE50 , commuters and cars for short road trips. I don’t mention city cars since they are in a totally different league. You can look them up in the EV Database . Everybody has to decide where he will want to drive since Tesla still has a significant advantage when it comes to road trips. Supercharger | Tesla is far better than Electrify America or IONITY EU , not to mention that Teslas can use the competing charging network (if needed) either directly or with an adapter (in USA) - it doesn’t work vice versa since other manufacturers refuse to pay a fee to Tesla. Another point is software and online software updates (which only some competitors offer) and the Autopilot, which may not be at Tesla’s level. Tesla is also still leading in efficiency, generally also in range and in most cases also in charging speed (added range in 15–20 minutes). But yes, alternatives are here. Some good, other only decent, but yes, now customers have choices, especially if they are willing to get into Tesla’s price range. Back in 2019, there were (almost) none. For new updates as they will come, read in the comments section.

FAQs ที่เกี่ยวข้อง audi e tron level 2 charger

  • Q

    พวงมาลัยปรับระดับได้ของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    กินเที่ยวทะลุโลก

    มีพวงมาลัยปรับระดับได้และรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    รูปแบบรถของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    กมล สุพิศ

    มีรูปแบบรถและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    กุญแจรีโมทพร้อมสวิตช์เปิดฝากระโปรงท้ายของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    กินเที่ยวทะลุโลก

    มีกุญแจรีโมทพร้อมสวิตช์เปิดฝากระโปรงท้ายและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม

Tags

หน้าหลัก