แท็ก

audi e tron advanced sport

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e tron advanced sport

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

"ซิลิโคน" จะเป็นทางเลือกใหม่ในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าให้ อึด ทน นาน กว่าเดิม

ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายต่อธรรมชาติ เช่น ของเหลว กรด หรือตะกั่ว จึงปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมAudi

ดูเพิ่มเติม

Review: Audi A6 Avant รถหรูสายสปอร์ต

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์ยักษใหญ่ส่ง 2020 Audi A6 (อาวดี้ เอ6) สู่ตลาดรถยนต์ประเทศไทย ชื่ออย่างเป็นทางการคือ

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

วางจำหน่ายในราคา 3.99 ล้านบาทนอกจากนี้ Audi (อาวดี้) นำรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ Audi e-tron GT (อาวดี้

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพิ่มความเป็นไฟฟ้าที่ดูแลง่าย จึงทำยอดจองเยอะมาก ต้องต่อคิวรอนานเป็นปี ด้วยราคาขายเพียง 2.29 ล้านบาทAudi

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ขณะที่ Chevrolet (เชฟโรเลต) เป็นแบรนด์ยอดนิยมในอียิปต์ ส่วน Toyota ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% ในเยเมนAudi

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

2019 Mazda MX 5 RF และ 2019 Audi TT Roadster คันไหนจะได้เป็นโรดสเตอร์ที่เหมาะสำหรับคุณ

ด้วยเหตุผลในเรื่องของราคาที่ไม่ต่างกันมากนัก โดย Mazda MX 5 ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 2.9 ล้านบาท ในขณะที่ Audi

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

ฟังเหตุผล ทำไมรถล้ำ ๆ อย่าง 2022 Mercedes-Benz EQS ยังใช้กระจกมองข้างแบบดั้งเดิม

ผลการศึกษาพบว่าการดูภาพหน้าจอที่แสดงผลด้านหลังหรือด้านข้างตัวรถจะทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่เวียนศีรษะ”กระจกมองข้างดิจิทัลใน Audi

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

จับตา 10 รถใหม่เตรียมเปิดตัวปี 2021 รุกตลาดโลก หลายรุ่นเข้ามาขายเมืองไทยด้วย

โดยเฉพาะสปอยเลอร์หลังในตัวแบบเชิดขึ้นที่บั้นท้าย เครื่องยนต์จะใช้เทคโนโลยีของ Subaru บล็อก 4 สูบนอน ขนาด 2.4 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศAudi

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

รีวิว Q&A audi e tron advanced sport

What is your most favourite car model by Audi and why?

10 Best Audis of all time 10. Audi RS2 (1994-1995) The word ‘weapon’ comes to mind when discussing this powerhouse from Audi. With a low stance and deep-dished rims, it was obvious that this was no ordinary wagon. Equipped from the factory with the same tires as a 964 911 Turbo of the same era was another indication that this car meant business. Producing 315 hp and with acceleration numbers from 0-60 mph close to 4.8 seconds and 0-30 mph of 1.5 seconds meant that this wagon was quicker to 30 mph than the legendary McLaren F1. Not bad for a family car! 9. Audi TT (1998-Present) The Audi TT takes its name from the popular British motorcycle racing tradition called the Isle Of Man TT (tourist trophy). The concept was revealed at the 1995 Frankfurt auto show. Like none of Audi’s previous cars, it established Audi’s identity in the design world. Launched in the fall of 2008, the production car differed slightly from the concept. Early TT models received negative press attention after a number of high-speed accidents in the European market. With a reprogrammed electronic stability system and the addition of a rear spoiler, it remedied the issues. All changes were carried over to future production versions. Power ranged from 150 hp to 250 in FWD or AWD configurations depending on trim levels. 8. Audi R8 Le Mans Prototype (2000) The R8 LMP, a Le Mans Prototype, was developed by Audi Motorsport and Joest Racing for the LMP-900 class at Le Mans and the American Le Mans racing series. Powered by a 3.6L FSI (Fuel Stratified Injection) V8, the R8 LMP won Le Mans five times (2000, 2001, 2002, 2004, 2005) and the overall season championship in the American Le Mans Series six times (2000-2005). The highest speed recorded in competition for the R8 LMP was 338 km/h (210 mph). The R8 LMP was directly responsible for the development and release of the now popular R8 road car in 2006. Image Source: Quattro World 7. Audi R18 Ultra & E-Tron (2012) The newest successor to the highly successful R8 LMP, R10 LMP and R15 LMP — the R18 utilizes a 3.7L turbocharged diesel V6 engine. Building the on track success of the previous LMP’s, the R18 helped Audi develop its engine technology and the Xtrac sequential gearbox — technology that has trickled down to production cars. Use of hybrid systems on the R18 E-tron has propelled this racecar to new levels of success, and performance, and was developed alongside the Audi R8 E-tron prototype road car. 6. Auto Union Type D (1938) Auto Union was comprised of four manufacturers: Wanderer, DKW, Audi & Horsh — which is present day Audi. Developed in 1938 by Auto Union’s Horsh Works, the Type D was the evolution of the Type A, B & C. Utilizing a 550 hp V12, which overpowered the chassis, it allowed the driver to initiate wheel spin at 100 mph and produced ample over-steer. The Type D was a precursor to the modern Le Mans prototypes that would evolve decades later. During the latter part of the of World War II, an estimated eighteen Auto Union team cars were hidden within the Horch factory where the Auto Union race shop was based. In 1945 the Russians discovered these cars and shipped them back to Moscow. Most of the cars were probably reduced to scrap but so far five vehicles have been recovered ranging from collections of parts to almost complete cars. Image Source: My Car Heaven 5. Audi RS6/RS6 Avant (2002 – Present) Through 3 generations, the Audi RS6 and its wagon (Avant) counterpart have given the automotive world super-car power levels in a well-tailored suit. The second generation RS6 was the single most powerful car Audi had ever released with a whopping 571hp. That type of power is just plain mad in a family car, but then again those zany Germans from Neckersulm have been producing laser fast wagons since the RS2 in 1994. All this excitement was not available in North America, but Audi changed that with the third generation RS6, now on sale and only in wagon form. Rejoice! 4. Horch 26/65 (1907) The company Audi as we know it today is actually the final evolution of Auto Union AG. This was a group of 4 German car companies that made significant contributions to the engineering and evolution of the automobile during the early 1900’s. The 1907 Horch 26/65 introduced one of the first production 6 cylinder engines to the world. This car was very successful in production and racing, and was considered far superior to the Mercedes-Benz’s of the era. Image Source: Wikimedia 3. DKW Monza (1956) Using an Auto Union chassis and an ultra-lightweight plastic body, the DKW Monza set 5 world records at the Monza racecourse in Italy. This small volume sports car was wildly popular in the US, and a large number were exported. The car did not actually make much power, just 44 ponies to be exact, but due to its lightweight it had a considerable top speed of 140 km/h. Image Source: Motor Classic 2. Audi R8 (2006- Present) This list would not be complete without the R8. This Audi’s polarizing looks and advanced aluminum space frame have made it one of the most coveted sport’s cars on the market today, and quite a bargain by super car standards. The R8 name hails from the winning R8 LMP (Le mans Prototype), and it’s based on the Lamborghini Gallardo platform. The R8 has been described as one of the best handling cars on the road today, and is one of the most livable. This one is destined to become a future classic. 1. Audi Quattro (1980-1991) There’s a lot to a name, and the name Quattro (Italian for four) was given to Audi’s first production car with AWD. This was the first example of an AWD car with a turbo engine and was a huge success. Even more important was the fact that this car practically dominated every Rally circuit it raced on. Thanks to its AWD system and potent turbo plant, the Audi won the World Rally no less than 8 times, making this one of the most successful racing cars in history. The Quattro name is now used on all Audi vehicles with AWD, and is in my opinion the greatest Audi ever produced.

Which automaker could snipe a large portion of Tesla's electric car sales?

Which automaker could snipe a large portion of Tesla's electric car sales? None. You make the same mistake as most people do - you think that battery electric cars are a 2% niche and now everybody is fighting over those 2%. A zero sum game. No. Simply wrong. They all fight against the remaining 98%. Tesla is unable to produce enough of them, they sell as hot cakes with no advertising, only their brand and Elon Musk himself. Any competitive car will actually take a few percent from this big market, ready to be taken. Maybe by making cheaper, but also less technologically advanced car. Volkswagen Group MEB platform Or smaller city cars like the Volkswagen e-Up! , a short-to mid range commuter car, the second (third?) car in the family for daily errands with the ability to make short road trips too, preferably up to 300 km (200 miles). Or by making more luxurious cars like Audi e-tron 55 quattro or Mercedes EQC 400 4MATIC . Or premium sports car market like Porsche Taycan Turbo (or some other version of it). Or Hyundai, Kia, Nissan, Renault, Peugeot, Volvo, Polestar etc. Most of them aren’t competing against Tesla. They are competing against their own internal combustion engine fleet.

What is the future of electric cars in India?

In the world of ever-involving technology and serious environmental concerns, there’s no doubt that electric vehicles are the future. With billions of dollars being pumped in its veins, the EV section of the automotive industry is expected to flourish in the next 5–10 years. There are definite challenges that stare us right in the face, including concerns over efficient development, the use of battery technologies, and efficient shifting from building mechanical competencies to IT and electronics skills. We need to make sufficient provisions for accommodating new players in the industry and manufacturers. Dealers and suppliers need to make some critical process changes and resolve their internal conflicts to remain relevant and profitable; EV-friendly technologies, on the other hand, such as Advanced Industrial Robotics (AIR), Industrial Internet of Things (IoT), trends like self-driving technology, and car-sharing need to be further promoted for long-term success. With a record number of EVs making their debut, 2018 emerged as the big year for EVs and the future looks even brighter. Here are the top 10 revolutionary models to keep an eye out for in 2019: Porsche Taycan The very first EV by Porsche, Porsche Taycan, will be a sports car which will be ultra-sleek with the electrified four-door. It will have 2 synchronous motors which will generate in excess of 600 hp and have a target range of 300 miles. This will enable the EV to reach 60 mph within 3.5 seconds. Volvo Polestar 2 This sedan by Volvo will be completely electric. It will have a hp of 400 and the estimated mile range is 300. Mercedes EQC The EQC will be a very classy crossover SUV by Mercedes and is expected to have 2 electric motors that will generate 400 hp. This will enable it to run 0-60 mph within 5 seconds and have a range of 279 miles. Tesla Model 3 Tesla is making many attempts to deliver a revolutionary EV and the Tesla Model 3 is one of its many upcoming electronic models that is supposed to release this year. Hyundai Kona Electric With a powertrain with a horsepower of 201 hp and estimated operating range of 258 miles, the Kona Electric is a fully electric version of Hyundai’s small crossover SUV. Kia Niro EV The Kia Niro EV is a fully electric version of Kia’s compact crossover SUV which is set to release in 2019. This EV is driven with the help of a 64- kilowatt-hour lithium-ion battery. Volkswagen ID The Volkswagen ID is expected to be a series of EVs which will be affordable and powered by small batteries. BMW i3 With a futuristic look and impeccable style, the BMW i3 makes for a perfect city EV. Audi E-Tron The Audi E-Tron is a luxury crossover SUV which is completely electric and has is similar in size to Audi Q7. It has a 95- Click here to read a comprehensive blog about EVs and their marketplace.

Would you buy an electric car that isn't a Tesla?

As someone who isn’t a Tesla owner, BUT is on the search for a new daily driver and have tested out extensively Tesla. I would say…YES ABSOLUTLY. BUT it depends. I won’t buy any electric Kia or entry-level family car (Model 3) because for that price I would be happy to buy a performance vehicle or save it for something better in terms of quality and design. However, because of my lifestyle and the fact that I drive 1) very few miles and distance 2) always against the traffic flow. 3) Single and don’t need to do any family thing I could easily own a sport car or even a supercar as my daily driver with no problem. But, I could easily own an electric car too. As someone who grew up with more upscale vehicle, when I drove and tested out Tesla, I expected that it would blow my brain off because of how advance it suppose to be or it is. I was impressed, but not too impress either. I have to say that I could see why someone would easily buy another brand that isn’t Tesla: Shit quality (the biggest reason actually and something that people who have and actually appreciate luxury vehicle will understand). Ahem I remember when Tesla used to have good interior with a lot of option like any luxury car. Now, because of underproduction and high-demand they have eliminated many options, which is a major drawback for many people who are used to luxury cars. Before and After: “Vegan Leather”- okay personally, I think this should just be an option or at least offer consumer to have full and real leather. But wait they can’t. Cause of production problem. Like its still fake leather and its the same shit that most other car brands even the most cheapest one offer. Panels and attention to details is very very low. Some people, like me, appreciate and have an eye for every single components a car has and how its made and the quality. NO PREVIOUS LUXURY CAR OWNER WANT TO BE TOLD THAT “PLEASE CHECK YOUR CAR IF ANY PANELS OR PAINT IS BAD”. WE DONT EXPECT THAT. Interior design (very important if you are used to luxury vehicle) In the case of the Model 3/Y. I don’t like how simple it is, especially for the price. Like it doesn’t even have a front gauge cluster, just a big screen in the middle. It has its appeal for some people, but personally I don’t like it that much due to that fact that I like to go fast and be able to read easily without taking my eyes from the front view. Personally, I like to have some tiny details and focus on details, such as buttons and trims parts. Or thing you never notice (like the rim of a cupholder being made out of aluminum instead of plastic). Exterior design (subjective, but understandable). Model Y/3 look like a fucking frog. It isn’t beautiful at all. In addition to that, for some people it could be too quirky and not subtle. Warranty Tesla doesn’t have the best warranty for an electric car. That honors goes to Jaguar. Performance When it comes to taking it to the track or going in corners. Some people like a nimble steering and feel. Suspensions and driving I’m going to be honest but the suspension was not the best I ever driven. Lack of customization and real luxury (a big blow to Tesla) Tesla only offer 5 colors (white, black, midnight grey, blue, and red), two rims, two interior option (three for Model S/X), No sunroof option, No ambient lights, No 3D camera compared to BMW, Audi and MB, No special order request or individual premium, no personalization or changes to badges, and other things. You get it Tesla are not luxurious due to the fact that they are more catered now to the mass. Its not bad, but they have done it in a way that compromise their luxury touch for those who are used to luxury car and to the original buyers of Tesla’s. When it comes to their model as someone who is used to luxury cars, Model 3/Y personally is less luxury as more of an economy or just premium car. But not luxury. I say this because the Model Y/3 is often compared to traditional luxury car brand by car journalist due to the price. In my opinion, within Tesla, the best in my opinion is Model S/X cause its their flagship to start with. However, they have lowered their quality and their customization possibility. Now which electric car would I buy, that isn’t Tesla? Well here’s my list: Audi E-Tron Look at that beauty. I drove this SUV. For people who are transition from petrol to electric, I would say Audi is definitely the winner. Quality? Go to the dealership see one sit in one and see the difference. Its immediate. They have two body style: Sportback Normal For those who care about rear visibility and practicality its easy to guess why Audi E-tron Normal is a great choice compared to let say a Model Y. Now lets see the option they have: Oh wait. We see that they have over 5 colors! Wow! ALSO THEY HAVE INTERIOR AMBIENT LIGHT. So whats the con of this SUV?: Well to start with the price jumps super fast (German characteristic) and for the fully packed version of it, One could buy a Model S/X. Audi E-Tron GT The only problem with this car is that its slighty cheaper than the Taycan. WTF!? I want it to be the same price as the Model S or cheaper. Porsche Taycan (honestly my favourite of all the electric cars) Hey They even offer a Station Wagon version! Now this one is my favorite. Beside the performance, it offer such a great handling. I would argue even better than Tesla when it comes to corners. This is just the tip of the ice-berg on Porsche options, as Porsche have soo many options. Now the only thing I don’t like about this car is that, well they charge me for every single detail of this car, when other brand such as Tesla and even Audi comes standard. However, if you (like me), likes very very simple Porsche and want an electric car that is soo simple that it actually feels more traditional than a high-tech electric car. Configure it to the cheapest option and buy this. Jaguar I-Pace Another good contender. Its very elegant, excellent built quality (more impressive given that its a Jaguar) and also has a superior warranty over Tesla in many ways. There are many other that I won’t be mentioning that are coming in the future, but I haven’t driven or sat at it yet. Given that the US will come late in terms of Electric car model compared to Europe, there’s very few options currently. However, I think Tesla are just very weird (in a good and bad way) and that could deter people from buying one cause theirs a lot of people that like things their used to already. [EDIT] As you can see clearly I am more of a Model S/X person and I personally want something that is more close to that. For those people who argue “Tesla is a revolutionary car company ya, uuu Tesla is not trying to be luxurious, ooo u buy a Tesla for its tech.” Please understand I don’t care about the miles. Its my money and clearly for does who aren’t car people then obviously tech will be seen more of a lux. As you can see, being affordable is something that I really don’t care. What I care is “good and reasonable price”, and performance and quality overall. In summary, a well balance and well rounded car. Very german in my own opinion. I am not willing to pay over $100k or over $95k on an electric car too easily because I could get a Porsche 911 or something like that.

Which electric cars are going to revolutionize the way we see them?

The surging interest in electric vehicles, hybrids (HEVs), plug-in hybrids (PHEVs), battery electric vehicles (BEVs), and fuel cell electric vehicles (FCEV) have caused a disruption in the automobile industry, which was previously centered on combustion engines. Technological advancements throughout manufacturing and supply chains are solving the limitations faced by the first generation of EVs, including a better range for vehicles and long-lasting batteries as well as better battery components while forcing a shift of focus from mechanical to IT and electronics in automobiles. Almost all the major players in the industry are already working on electric versions of their products in order to keep up with their competition and find relevance in the continuously evolving market. Here are the top revolutionary models to keep an eye out: Porsche Taycan: The very first EV by Porsche, Porsche Taycan, is a sports car that is ultra-sleek with the electrified four-door. It has 2 synchronous motors that generate in excess of 600 hp and have a target range of 300 miles. This enables the EV to reach 60 mph within 3.5 seconds. Volvo Polestar 2: This sedan by Volvois completely electric. It has a hp of 400 and the estimated mile range is 300. Mercedes EQC: The EQC is a very classy crossover SUV by Mercedes having 2 electric motors that generate 400 hp. This enables it to run 0-60 mph within 5 seconds and have a range of 279 miles. Tesla Model 3: Tesla is making many attempts to deliver a revolutionary EV and the Tesla Model 3 is one of its many upcoming electronic models released in the last year. Hyundai Kona Electric: With a powertrain with a horsepower of 201 hp and an estimated operating range of 258 miles, the Kona Electric is a fully electric version of Hyundai’s small crossover SUV. Kia Niro EV: The Kia Niro EV is a fully electric version of Kia’s compact crossover SUV which is set to release in 2019. This EV is driven with the help of a 64- kilowatt-hour lithium-ion battery. Volkswagen ID: The Volkswagen ID is expected to be a series of EVs that will be affordable and powered by small batteries. BMW i3: With a futuristic look and impeccable style, the BMW i3 makes for a perfect city EV. Audi E-Tron: The Audi E-Tron is a luxury crossover SUV that is completely electric and is similar in size to Audi Q7. It has a 95-kilowatt-hour battery which is expected to deliver a 250 miles range. By working towards solving the pollution crisis, Electric Vehicles will help in reducing the toxicity levels in the air, thereby reducing the cases of pollution-related diseases like asthma and lung cancer. EVs, therefore, will not only disrupt the automotive industry; they will also prove vital in giving our future generations a cleaner, greener, and more sustainable planet.

FAQs ที่เกี่ยวข้อง audi e tron advanced sport

  • Q

    ความกว้างของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    lina_love_peace

    มีความกว้างและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ที่วางขวดน้ำของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Fifa-girl

    มีที่วางขวดน้ำและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    พวงมาลัยปรับระดับได้ของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    กินเที่ยวทะลุโลก

    มีพวงมาลัยปรับระดับได้และรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
หน้าหลัก