แท็ก

audi e tron air conditioning

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e tron air conditioning

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

ๆ ร้อน ๆ ก็คือ Audi Q5 (อาวดี้ คิว5) ที่มาพร้อมชุดแต่งเอสไลน์ ทั้งภายในและภายนอก รวมไปถึงช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งใหม่

Review: Audi A8 ซีดานหรูสไตล์ผู้นำ

Audi ผู้นำด้านยนตรกรรมรถยนต์ที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน ส่ง 2020 Audi A8 (อาวดี้ เอ8) ด้วยราคาเริ่มต้น

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

"ซิลิโคน" จะเป็นทางเลือกใหม่ในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าให้ อึด ทน นาน กว่าเดิม

ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายต่อธรรมชาติ เช่น ของเหลว กรด หรือตะกั่ว จึงปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมAudi

ดูเพิ่มเติม

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

จับตา 10 รถใหม่เตรียมเปิดตัวปี 2021 รุกตลาดโลก หลายรุ่นเข้ามาขายเมืองไทยด้วย

โดยเฉพาะสปอยเลอร์หลังในตัวแบบเชิดขึ้นที่บั้นท้าย เครื่องยนต์จะใช้เทคโนโลยีของ Subaru บล็อก 4 สูบนอน ขนาด 2.4 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศAudi

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ขณะที่ Chevrolet (เชฟโรเลต) เป็นแบรนด์ยอดนิยมในอียิปต์ ส่วน Toyota ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% ในเยเมนAudi

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

ฟังเหตุผล ทำไมรถล้ำ ๆ อย่าง 2022 Mercedes-Benz EQS ยังใช้กระจกมองข้างแบบดั้งเดิม

ผลการศึกษาพบว่าการดูภาพหน้าจอที่แสดงผลด้านหลังหรือด้านข้างตัวรถจะทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่เวียนศีรษะ”กระจกมองข้างดิจิทัลใน Audi

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพิ่มความเป็นไฟฟ้าที่ดูแลง่าย จึงทำยอดจองเยอะมาก ต้องต่อคิวรอนานเป็นปี ด้วยราคาขายเพียง 2.29 ล้านบาทAudi

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

2021 Audi RS 5 Coupe ราคาไทยอย่างเป็นทางการ 5.99 ล้านบาท แพงไปเหรอ ดูออพชั่นซะก่อน

2021 Audi RS 5 Coupe (อาวดี้ อาร์เอส 5 คูเป้) รถคูเป้ 2 ประตูขนาดกลาง พื้นฐานเดิมจาก Audi A5 (อาวดี้

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

รีวิว Q&A audi e tron air conditioning

What is the price of the Audi Q4 E-Tron in India?

The price of Audi e-tron is expected to be in the range of ₹ 1.00 - 1.50 Crore. the e-tron measures 4,901 millimeters in length, 1,935 millimeters wide and has a height of 1,616 millimeters. The five-seat SUV has a total luggage capacity of 660 liters. Two electric motors drive the electric SUV powerfully, free of emissions, and almost silently, with a system output of up to 300kW and 664Nm (489.7 lb-ft) of torque. The maximum drive torque is available within fractions of a second and provides enormous pulling power. The Audi e-tron completes the standard sprint in 5.7 seconds. Top speed is an electronically-limited 200 km/h (124 mph). The Audi drive select feature lets the driver vary the characteristics of the Audi e-tron between seven profiles depending on the driving situation, road conditions or personal preferences. The system also influences the standard air suspension with adaptive dampers. As a result, there is a vast difference between smooth rolling comfort and sporty, stable handling. The air springs adjust individually to the road conditions depending on the speed and the driver's preferences, varying the ride height by as much as 76 millimeters (3.0 in). Especially on long journeys, a lower ride height improves aerodynamics, thus increasing the range.

Will the Audi E-Tron eventually outsell the Tesla Model X?

Will the Audi E-Tron eventually outsell the Tesla Model X? Which year are we talking about? Today, near future or 2025? Well, let’s see, the Tesla Model X with the 100 kWh battery (95 kWh available to the user) has an EPA range of 295 miles (Wikipedia) or 325 miles in the recent, newest, upgraded version, according to Tesla. Audi E-Tron with the 95 kWh battery (84 kWh available) has an EPA range of 204 miles. If we account a few percent for degradation of the battery, less-than-ideal road conditions and higher freeway speeds and subtract 25% from the range of each car to get to real-life ranges, we get to 325 (-25%) = 244 miles for Model X and 153 miles for the E-Tron. That’s the range on which customers can actually rely on. If we get to winter conditions, subtract another 10–15%. Not only the E-Tron isn’t in the same league as the Model X, it actually disqualifies itself as a reasonable choice for this class / price segment. It will get only customers who absolutely don’t want a Tesla and absolutely want an Audi. At those differences in performance and range I don’t think that there are many. Yes, Audi does charge faster up to 80% (which is good) and it left a few percent more as safety in the battery to make it last longer, they could have “unlocked” a few percent more at the top, but still - its not even a competitor, yet alone a car that could outsell the Model X. This extra charging speed gets nullified by a much higher consumption, so as a result the Model X actually charges faster, especially if the user mostly charges on Superchargers in the (most common) 10% - 70% state of charge region. Leave aside that Tesla’s Supercharger is already up and running and Electrify America is still building it, it has the Autopilot that will have full self driving capability in a couple of years and it has over-the-air updates. The final point is - Tesla can produce as many Model X as it wants, it has no shortage of the 18650 battery cells. Audi - in contrast - has a shortage of their battery cells. I was asking whether we talk about the year 2025. Yes, by then Audi could start from scratch, massively redesign the car and give it a 130+ kWh battery. But these wouldn’t be the cars we are are talking about today. Edit: I have seen information that initial sales in Spain, Netherlands and Norway were quite good; but actually I am not surprised - first, it is a new car which some people like because it is new and second - it offers some features that Teslas don’t. Let’s not forget - the Model S is available since 2013 and Model X since late 2015. Many people who wanted those already have them. Norway has mostly roads with a speed limit of 80 km/h (50 mph) and people who bought the e-Tron obviously don’t drive very far very often and at those speeds the e-Tron can probably make close to those 300 km. But we are talking about 500, maybe close to 1000 cars per month. Globally. Early birds. Update 1: I wrote all of the above in May 2019. Now the opinion became a fact-based opinion. In US sales the Model X outsells the e-Tron at a ratio between 2:1 and 3:1. Final Update: Monthly Plug-In EV Sales Scorecard: July 2019 In Europe the E-Tron might have a slight home advantage, but don’t think that it is able to flip the ratio. Side note - Audi just recently announced another version of the e-Tron. With battery with 71 kWh gross capacity. Not 120 kWh, but 71 kWh. Less power, slower charging. I don’t think that this will boost sales. For this size and price category this is laughable.

How does Tesla get so much more range than other electric cars?

Short answer: Many small reasons put together. Tesla in general puts larger batteries into its vehicles. Top Model S and X have 100 kwh batteries, competitors like the Porsche Taycan 93 kwh or Audi eTron 95 kwh. Tesla generally allows more of the battery to be accessed by the user. For instance a Model 3 with 75 kwh battery can use up to 73 kwh. Bjørn Nyland Tests Tesla Model 3 Performance Battery Capacity While an Audi eTron appears to only allow 83 of its 95 kwh capacity. Does Audi e-Tron Really Only Use 83 Out Of Its 95-kWh Battery Pack? Higher battery energy density - this either means more batteries for less weight or the more energy for the same weight as competitors. Tesla Model 3 2170 Energy Density Compared To Bolt, Model S P100D Less weight means more efficiency. More efficient motors, better aerodynamics - Even with equal amount of power, how its used can translate into more miles per kwh. Tesla Model 3 gets about 131 eMPG. A Porsche Taycan gets 68 eMPG. So with the same amount of energy available, the Tesla will go about twice as far. A Model 3 has a Drag Coefficient (Cd) of 0.21. A Jaguar iPace 0.29, Audi eTron 0.28, lower is better. Additional usage efficiencies - keeping the batteries at optimal temperature for use. Hot batteries are inefficient and cold batteries can’t discharge fully. Tesla uses a unique “superbottle” all in one heating and cooling solution. Some companies like Nissan use air-cooling which is less efficient meaning the battery can more easily be out of optimal operating temperature. The Tesla Model 3 'Superbottle' Easter Egg Is a Fascinating Packaging Solution This also reuses waste heat from one system to heat another (heat from motors used to warm the batteries) saving on energy use for heating without having to use extra heaters. High degree of computer control. Tesla’s battery control system is unmatched, meaning it can keep the battery in optimal condition for use much more closely than other brands, meaning less energy is wasted. Overall weight is usually less. Less weight, less energy needed to move it. Model 3 Performance 75 kwh battery- 4,100 lbs. Audi eTron - 5,754 lbs. Nissan Leaf - 3883 lbs (62 kwh battery), Porsche Taycan - 5,132 lbs. The secret is Alien Dreadnought. The machine that makes the machine. By having a high level of vertical integration Tesla can design parts and systems that work and mesh finely together. The Superbottle is the ultimate example of that with 3 separate heating and cooling systems combined into single integrated unit. Also by designing the car as an integrated whole from a clean sheet of paper, rather than various pre-built modules that have to connect to each other at discrete points, efficiencies in weight and energy use can be created. By ensuring things like its battery supply it can bring down manufacturing costs and offer bigger, more dense batteries for less cost than its competitors, rather than having to purchase batteries from a battery company that also has to make a profit. Update 07/17/2020 Model S hits 400 mile range using the same 100 kwh batteries as before. Model S Long Range Plus: Building the First 400-Mile Electric Vehicle

Aside from Tesla, what other electric cars are good?

I’ve never driven an EV besides Tesla, so I can’t answer from personal experience. The people I follow on YouTube with lots of experience with many electric brands, and whose opinions I respect, say that Tesla is the best. The problem with any discussion like this is that not every car excels in every category. So you can say, “the Audi e-tron is more luxurious on the inside and has more precise alignment of body panels than a Tesla Model S.” But then someone can come back and say, “yes, but the Tesla has 166 more miles of range and a higher top speed.” How do you weigh every possible measurement and feature? The weights one assigns are value judgments. At what point does range, acceleration, body panel alignment and top speed reach the point of being “enough”? Personally, I’m going to cite things that I think make Tesla Model 3 better and I would include: Range Energy efficiency Performance Steering stability (Model 3 aced the Moose Test) The best air conditioning vents and controls of any car in history Over-the-air software updates (last week my car didn’t play chess; today it does) Beach Buggy Racing 2 No-haggle pricing Worldwide fast charging network You can actually buy the car around the world, and not just in California. And last, but not least, Autopilot/Full Self-Driving

Do hills and headwind make a large impact on the range of a Tesla or would running the A/C have a larger effect?

First off, this has nothing to do with Tesla. It pertains to the fuel exhaustion of any vehicle, ICE, or EV. Hills, headwinds, heating, and A/C will all reduce the range. Long steep hills can be deadly to the range. As far as headwinds, the main component that judges whether a car is “slippery” is the drag coefficient, effectively giving a value to how well a vehicle can cut its way through the air. The average modern automobile achieves a drag coefficient of between 0.22 and 0.3. SUVs, with their typically boxy shapes, typically achieve a Cd=0.35–0.45. Tesla’s are down around .23 to .24 which is one way they get great range. It’s a trade-off between efficiency and utility. Obviously, you can fit much more in an Audi E-Tron but they pay a hefty range penalty. In gridlock city traffic, heating or air conditioning can be a serious issue for electric cars. ICE cars get free heat from the motor but AC can substantially reduce mileage in both types of car categories. Headwinds have the least impact because they are very short-lived weather events on the ground that constantly change direction and intensity. It’s not like a 100 mph jet stream at 35,000ft.

FAQs ที่เกี่ยวข้อง audi e tron air conditioning

  • Q

    ซันรูฟของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    มานพ ดอนบุญไทย

    มีซันรูฟและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหันของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Tagg Kittisak

    มีสัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหันและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    เสาอากาศกำลังไฟของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    เมธาสิทธิ์

    มีเสาอากาศกำลังไฟและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
หน้าหลัก