แท็ก

audi e tron awards

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e tron awards

"ซิลิโคน" จะเป็นทางเลือกใหม่ในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าให้ อึด ทน นาน กว่าเดิม

ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายต่อธรรมชาติ เช่น ของเหลว กรด หรือตะกั่ว จึงปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมAudi

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

ๆ ร้อน ๆ ก็คือ Audi Q5 (อาวดี้ คิว5) ที่มาพร้อมชุดแต่งเอสไลน์ ทั้งภายในและภายนอก รวมไปถึงช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งใหม่

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ขณะที่ Chevrolet (เชฟโรเลต) เป็นแบรนด์ยอดนิยมในอียิปต์ ส่วน Toyota ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% ในเยเมนAudi

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

ดูเพิ่มเติม

'รถไฟฟ้าทุกคันในปัจจุบันดูเหมือนกันไปหมด' นายใหญ่ BMW ย้ำต้องสร้างความแตกต่างเมื่อเวลามาถึง

แม้ว่าคู่แข่งมากหน้าหลายตาจะเดินหน้าเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าบนแพลตฟอร์มของตัวเองกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Audi

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

Honda Accord คว้ารางวัลความปลอดภัย ASEAN NCAP Grand Prix Awards 2020 และ Toyota กวาดรางวัลไปมากที่สุด

Programme for Southeast Asian Countries (ASEAN NCAP) หรือศูนย์ความปลอดภัยบนถนน จัดงาน ASEAN NCAP Grand Prix Awards

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

จับตา 10 รถใหม่เตรียมเปิดตัวปี 2021 รุกตลาดโลก หลายรุ่นเข้ามาขายเมืองไทยด้วย

โดยเฉพาะสปอยเลอร์หลังในตัวแบบเชิดขึ้นที่บั้นท้าย เครื่องยนต์จะใช้เทคโนโลยีของ Subaru บล็อก 4 สูบนอน ขนาด 2.4 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศAudi

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

ฟังเหตุผล ทำไมรถล้ำ ๆ อย่าง 2022 Mercedes-Benz EQS ยังใช้กระจกมองข้างแบบดั้งเดิม

ผลการศึกษาพบว่าการดูภาพหน้าจอที่แสดงผลด้านหลังหรือด้านข้างตัวรถจะทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่เวียนศีรษะ”กระจกมองข้างดิจิทัลใน Audi

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพิ่มความเป็นไฟฟ้าที่ดูแลง่าย จึงทำยอดจองเยอะมาก ต้องต่อคิวรอนานเป็นปี ด้วยราคาขายเพียง 2.29 ล้านบาทAudi

รีวิวโพสต์ audi e tron awards

#Audi’s #E-Tron becomes first #electric #car to win top safety award

Bayern-Nachrichten: eCar Award 2014 für Audi A3 Sportback e-tron-4.10.2014. Audi punktet mit se http://my-bavaria.com/?p=30929

Et on oublie pas de voter pour l'#Audi #e-tron #Spyder dans la catégorie #Design des @fubiz #awards

#Audi A1 e-#tron побеждает на «E-Car Award 2010″: Audi A1 e-tron побеждает на «E-Car Award… http://goo.gl/fb/iH2Ow

Electric Car: Audi A1 e tron concept wins 2010 "e car award" ... http://tinyurl.com/254r3rx

I feel like you should have mentioned the e-Tron recall and production struggles as well as Audi’s history of cheating in emissions testing every time there’s an article: “e tron wins safety award, but had to recall all its car over battery fire risk”

Herzlichen Glückwunsch @audi_online zum ''e-car-award 2010'' für den A1 e-tron- #elektroauto #e-auto

รีวิว Q&A audi e tron awards

How does the Audi e-tron compares to the Nissan Leaf?

An audi e tron is a technology Audi developed and under E-tron there are various other car models available like A3 sportback, Q4 and Q2 as well as A4. E tron is a complete line up of electric cars from Audi. The E-tron R8 also made appearance in the famous IRONMAN film series. Whereas, the Nissan Leaf is a electric Car from Nissan . To be frank besides many awards this car has received, The Leaf stands as most successful car all time highway electric car. It has been named as World Car of the year in 2011.

Which car should I buy, a Maserati, Audi or BMW?

I can’t really tell why you should/shouldn’t buy a Maserati or a BMW but I can definitely tell you something about Audi. Some unknown facts (Starters) about Audi: Back in 1932, Audi Front was the first car in the Europe that offered a six-cylinder engine with front wheel drive. In 1938, the Auto Union type C reached a top speed of 431 kmh on a V16 (Can you even imagine that? 1930s and 400+ kmh?). Ever heard of Audi Quattro? One of the most successful rally model, Audi Quattro. It marked the future of AWD systems. 13 Le-Mans victory since they entered the arena in 1999. Developed a 1000hp rally car back in 80s. First brand to win Le-mans with a Diesel vehicle(R10 TDI). First brand to win Le-mans with a hybrid electric car(R18 e-tron quattro). Audi TTS was the first driver-less car to reach the top of Pike's peak at close to racing speeds in year 2010. Using dual clutch transmissions since early 80s. As of Round 10 of 2014 season, Audi has a total of 75 pole positions in DTM against 43 of BMW. In 1990 and 1991, Audi was the first brand to achieve two consecutive DTM title wins. In 2007, 2008 and 2009, Audi was the first and has so far remained the only one to achieve three consecutive DTM title wins. 12 International Engine of the Year Awards. Audi can claim to be the first car company to conduct crash test. More than Half a century ago, DKW simply rolled the subcompact F7 model down a hill in front of spectators in order to demonstrate the car's safety. Audi does not brag about its achievements. It's the brand that makes its presence felt. Look at the Tag line Audi: Truth in Engineering/ Progress through technology (Vorsprung Durch Technik) BMW: Sheer Driving Pleasure. I hope, You are not just looking for pleasure. I mean, there is much more to ask for. Legendary Quattro AWD system. This is by far the most subtle, responsive and powerful AWD system in the luxury car business. And it was carved out of never ending quest to achieve perfection not just to fill in the void. State of Art Audi Matrix LED technology, Look how far they are when it comes to progress through tech. (They even have Laser beam tech) Best in class Bang & Olufsen and Bose Sound systems Nvidia Tegra 3 processor based Google Earth SAT-NAV. (Works like a charm) The brand created a foray back in 2005 with Audi R8. Google the accolades won by the Audi R8 worldwide. Cars with Virtual Cockpit.(Audi TT, Audi A4, Audi R8, Audi Q7) Cars with 5 star NCAP ratings. Audi has a reputation for designing the best in class interiors. Audi also has a reputation of including latest cutting edge technology to its cars whether it's autonomous driving, Audi Connect, Audi Pre-Sense, Lane assist, Park Assist, Piloted Parking, Night vision, head-up display etc. I mean, there's a lot to play around. ASF(Audi Space Frame) lightweight construction which saves weight and improves torsion rigidity. FSI(Fuel Stratified Injection) technology that improves fuel efficiency without compromising performance. Audi MMI(Multimedia Interface) is best in class without any doubt. Making the present more futuristic by R&D of Audi E-tron, H-tron models. 107 years of experience and unwavering determination to achieve perfection in the Automotive industry. This list could go on and on and on and on and on and on and on........ I believe, while buying a $50,000+ car , you might be looking for a perfect blend of performance, comfort and luxury not just pleasure. And Audi turns out to be a complete package. Originally Answered:Shashank Chikara's answer to Which one is better: Audi or BMW?

Do electric cars accelerate faster? What is the fastest accelerating car?

Electric cars are just starting to take hold in the auto market. No longer relegated to the luxury segment, EVs now run the gamut from small to large and expensive to mainstream. And as you'll see on this list, some are quite quick. Keep reading to find out the top 10 fastest-accelerating electric cars from 0 to 60 mph ever tested by MotorTrend. To avoid repetition, we're listing each model only once in the highest-performing variant we've tested. Mercedes-Benz B-Class Electric - 6.5 Seconds The Mercedes B-Class hatchback was relatively quick, smooth, and luxurious. It was able to reach 60 mph in 6.5 seconds and it made 177 hp and 251 lb-ft of torque. But with just 87 miles of range, it wasn't a practical commuter. The model was discontinued in 2017. Luckily, Mercedes has a swarm of stylish and more practical EVs in the works. Nissan Leaf Plus - 6.5 Seconds We were pleasantly surprised when we first stepped on the accelerator in the Leaf Plus, the long-range version of Nissan's popular electric car. With 214 hp and 250 lb-ft of torque, it's substantially more potent than the standard version. Who ever thought a Nissan Leaf could outrun a Honda Civic? If you can get past the dull steering, you'll also enjoy its quiet, stable ride in the city and on the highway. Range in this quick electric car tops out at 226 miles. BMW i3 - 6.4 Seconds We appreciate the BMW i3's tight turning radius and quick acceleration, not to mention its eco-friendly interior with natural materials such as Eucalyptus wood. Overall, the i3 is not a bad first foray into the EV game. But we're generally not a fan of the driving dynamics; sloppy handling mars the experience. We expect BMW's next generation of electric vehicles to feel better suited to the blue-and-white roundel. Chevrolet Bolt - 6.3 Seconds No question about it: The Chevrolet Bolt made long-range electric cars accessible to the masses. Roomy, quiet, and fun-to-drive, the Bolt is the second EV to win MotorTrend's Car of the Year award after the Tesla Model S. Chevrolet sweetened the pot for the 2020 model year by extending range even further, to 259 miles. The Bolt makes a healthy 200 hp and 266 lb-ft of torque. Audi E-Tron - 5.1 Seconds The first all-electric product from Audi is the sleek E-Tron SUV. Part of the first wave of battery-electric vehicles planned by Volkswagen Group, the E-Tron is built on a new EV-specific platform that incorporates components from the group's existing SUV architectures. In many ways, the E-Tron is a stopgap until VW Group's dedicated modular MEB platform arrives, but that doesn't mean Audi just phoned this one in. With its two electric motors making a combined 355 hp and 413 lb-ft of torque, the Audi E-Tron is one of the fastest accelerating electric cars we've tested. In our tests, the E-Tron did 0-60 mph in 5.1 seconds. Range is estimated at just 204 miles by the EPA, however. Stay tuned for our real-world range test results. Jaguar I-Pace - 4.0 Seconds Jaguar's electric crossover is a pleasant sight to behold, and pure fun to drive. This stylish electric crossover makes 394 hp and 512 lb-ft of torque. With precise steering, instant acceleration, and next to no body roll, the I-Pace deserves a seat at the top of this list alongside the Teslas. As one of our 2019 SUV of the Year finalists, it even performed well off-road, trekking across dirt hills and sand pits thanks to its all-wheel-drive traction. Range is a healthy 234 miles. Tesla Model X P90D - 3.2 Seconds One of the fastest electric cars is actually an SUV. The Tesla Model X has many gimmicks, from its falcon wing doors to oversized front windshield and monopost second-row seats. But it's also functional, with sufficient room in the optional third row and an aerodynamic design that loses little range to the Model S. It's also surprisingly quick for its size. We tested a 2016 Model X P90D Ludicrous running from 0-60 mph in 3.2 seconds, although it took a much less powerful 75D model 5.5 seconds to hit the same mark. Tesla Model 3 Dual Motor Performance - 3.1 Seconds It may be Tesla's entry-level car, but the Model 3 packs a strong punch. In our tests, the dual-motor Model 3 Performance zipped from 0-60 mph in 3.1 seconds. This quick electric car packs 450 hp and 471 lb-ft of torque. The dual-motor Long Range model was noticeably slower, though, reaching 60 mph in 4.0 seconds. Both versions can travel 310 miles on a charge, although the Performance is currently $8,000 more expensive to start. Porsche Taycan Turbo S - 2.4 Seconds The Porsche Taycan Turbo S set a new quarter-mile record for electric cars in our tests. But in the 0-60 run, it comes in second place. We recorded a 2.4-second time in this car, ahead of Porsche's own estimated time of 2.6 seconds in Launch Control mode. Tesla Model S P100D - 2.3 Seconds The Tesla Model S isn't just the quickest electric car MotorTrend has ever tested. It's also the quickest production car we've ever tested—period. We clocked a 2017 Model S P100D, comparable to today's Model S Performance, hitting 60 mph in 2.28 seconds. In our review, we said this Model S "snaps your body in a manner that is utterly impossible to replicate in any other street-legal production car on normal tires and dry asphalt at a mid-$100,000 price point." Of course, we've tested less potent versions with slower times, everything from the P90D (2.6 seconds) to the P85D (3.2 seconds) and the previous "budget" 60 version (5.0 seconds). Fastest Electric Cars from 0-60 MPH Mercedes-Benz B-Class Electric: 6.5 Seconds Nissan Leaf Plus: 6.5 Seconds BMW i3: 6.4 Seconds Chevrolet Bolt: 6.3 Seconds Audi E-Tron: 5.1 Seconds Jaguar I-Pace: 4.0 Seconds Tesla Model X: 3.2 Seconds Tesla Model 3: 3.1 Seconds Porsche Taycan: 2.4 Seconds Tesla Model S: 2.3 Seconds Please Upvote and Share if you like.

Should I go for Tesla or Audi E-Tron in the electric vehicle market?

That depends… If I were in a crash, I would choose the Model 3. It is the safest car there is. If I were parking in an unsafe neighborhood, I would choose the Model 3. It is the most secure car there is. Thieves who try to steal it get caught quickly. If I want a less expensive car, the Model 3 is the choice. If I want a car with great resale value, the Model 3 is the choice. If I want to save money on fuel, I would choose the Model 3. With 130 mpg equivalent, it is the more efficient than the E-Tron (which has ~80 mpg equivalent). Also, supercharging the Model 3 is cheaper. If I want a car with faster charging, the Model 3 is the choice. If I want a car with better acceleration, the Model 3 is the choice. If I want a car with better range, the Model 3 is the choice. If I want to use the car for long road trips, the Model 3 is the choice. Tesla’s superchargers are all over the place, and at strategic locations. If I want a car that can drive itself on the highway (at speeds up to 90 mph), the Model 3 is the choice. If I don’t like parallel, or perpendicular parking (facing outwards), and want a car that will do that parking for me, the Model 3 is the choice. If I want a car that increases in functionality after I buy the car, and throughout its life, at no extra cost to me, the Model 3 is the choice. When my car’s software needs a bug fix or update, the Model 3 is the choice. Such fixes or updates will probably happen 5–50 times over the lifetime of the car. With the Model 3, the update will happen while I’m sitting in the comfort of my home, sipping a cold drink. With the E-Tron, you will have to go to the dealer to get this. As a result, Audi will only have you in to fix critical bugs, whereas Tesla will give you updates that even have minor fixes. So the Tesla experience is far superior - imagine if your Windows computer couldn’t update itself every so often but you had to take to Microsoft to update it; or worse still, you never had it updated at all because of the inconvenience! If I want a great user interface, and easy to use navigation, music and phone, the Model 3 is the choice. If I want to do away with tens of buttons, the Model 3 is the choice. If I want a very configurable driving experience, the Model 3 is the choice. One day I can drive it as a sports car, and the next day I can reconfigure it to drive as a family sedan. If I want a beautiful glass roof, the Model 3 is the choice. The Model 3 has won several prestigious awards since its debut. The E-Tron has yet to win any. In the US, during Apr - Jul 2019 (The E-Tron’s debut was in Apr 2019) the E-Tron sold only 2513 cars. whereas the Model 3 sold 58,675 cars! So I think , buyers have realized what I’ve said above, and made their decision accordingly. The E-Tron is a nice car, and is luxurious on the inside, but the Model 3 is a very versatile, practical and sensible car. And I think it looks cooler too!

What is your favorite car and why?

It was back in 2008 when I first got to know about R8. And let me tell you, it was love at first sight. My heart skipped couple of beats and then started pumping like a V8. The spark that I was searching for. The meaning, it's here. How could one create such an art with utmost perfection? Not a single flaw from any angle whatsoever. I was astounded. Audi R8 is the perfect blend of Power, Performance, Design, Dynamics and Craftsmanship. It’s a perfect art in itself. From the interiors to exterior, front grille to rear diffuser, everything about this car will make you go “WOW”. I mean, just look at this machine. Not just me, it ruled even the world's toughest critics. The reception of R8: The R8 was awarded Best Handling Car and Fastest Car In The World of 2007 by Autocar magazine. It was awarded SportsCar of the year by German magazine Autobild. Playboy magazine awarded it Car of The Year for 2008. The Automobile Journalists Association of Canada (AJAC) named the R8 Canadian Car of the Year, and, in addition, gave it the Best New Prestige Car and Best New Design awards for model year 2008. Fifth Gear named the R8 both the Best fast car and the Car of the Year 2007. Automobile Magazine awarded the R8 the 2008 Automobile of the Year. The Audi R8 was named 2008 "MSN Car of the Year", with 42% of the votes, beating the Ferrari F430 into 2nd with 13%, and the BMW M3 into 3rd with 11%. The JB car pages awarded the Audi R8 its maximum rating of 5 stars. In the 2008 World Car of the Year awards, the R8 was awarded World Performance Car of the Year and World Design Car of the Year. European Car magazine rated the R8 as Car of the Year. Motor Klassik readers named the Audi R8 the "Classic Car of the Future 2009" in the Sports Car category Source: R8 Wiki Page. Let me tell you more about this car. It's a two seater, mid engine, AWD(quattro) sports car which was first introduced in 2006. This car is exclusively designed, developed and manufactured at Quattro GMBH, a state of art high performance private subsidiary of Audi AG. Initially, R8 was powered through a 4.2l V8 that could churn out a whooping 420 HP of power and 430N-m of torque. In 2009, Audi unveiled the V10 version with minor updates. This model used a 5.2 l V10 FSI engine that could produce 532 metric horsepower and 530N-m of torque. It was the World's first car with Full-LED headlamps. 0-100 could be achieved within 3.9 seconds. Since 2006, there has been a number of prototypes as well as concept cars based on R8. Some of them are: R8 e-tron, R8 LMX, R8 V12 TDI, R8 Le-Mans, R8 LMS, R8 GT, R8 LMS Evolution, R8 Limited Edition, R8 Grand-AM, R8 LMS Ultra, R8 Chifacena Edition (Including several Sypder versions) etc. Second Generation(2016): The second generation was unveiled in 2013 at Geneva Motor Show.Equipped with 5.2L V10 FSI that makes 610 PS of nerve braking power and 560 N-m of Earth shattering torque. Thanks to the perfectly tuned V10, 0-60 comes in 3.2 seconds. Some users have claimed the figures within 2.8 seconds. According to 6-time 24 hours of Le-Mans winner, Jacky Ickx, R8 is the best handling car available today. As of 2016, Audi R8 is most successful model in World Car Awards' History. The Audi R8 was awarded 2016 World Performance Car at the 2016 New York International Auto Show. This award denoted the third time the R8 has collected this specific qualification, and the fourth time it has been perceived by the World Car Awards. Another accolade it got preceding this latest one was the World Car Design of the Year Award. For detailed technical data and other specifications, feel free to DM.

FAQs ที่เกี่ยวข้อง audi e tron awards

  • Q

    ระบบปรับอากาศของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    อ้อม เผ่าทอง

    มีระบบปรับอากาศและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    กินเที่ยวทะลุโลก

    มีระบบความปลอดภัยอัจฉริยะและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ความสูงของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    ปรัช สุวรรณ

    มีความสูงและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
หน้าหลัก