แท็ก

audi e tron certified

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e tron certified

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

'รถไฟฟ้าทุกคันในปัจจุบันดูเหมือนกันไปหมด' นายใหญ่ BMW ย้ำต้องสร้างความแตกต่างเมื่อเวลามาถึง

แม้ว่าคู่แข่งมากหน้าหลายตาจะเดินหน้าเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าบนแพลตฟอร์มของตัวเองกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Audi

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

"ซิลิโคน" จะเป็นทางเลือกใหม่ในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าให้ อึด ทน นาน กว่าเดิม

ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายต่อธรรมชาติ เช่น ของเหลว กรด หรือตะกั่ว จึงปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมAudi

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

ๆ ร้อน ๆ ก็คือ Audi Q5 (อาวดี้ คิว5) ที่มาพร้อมชุดแต่งเอสไลน์ ทั้งภายในและภายนอก รวมไปถึงช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งใหม่

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

ดูเพิ่มเติม

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ขณะที่ Chevrolet (เชฟโรเลต) เป็นแบรนด์ยอดนิยมในอียิปต์ ส่วน Toyota ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% ในเยเมนAudi

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

รวมราคารถยนต์ไฟฟ้าในไทย ทุกรุ่นในปี 2021 ต้อนรับการมาของ ORA Good Cat

270 นิวตันเมตร ระยะทางการวิ่ง 217 กม. 2021 Lexus UX300eLexus UX 300 e

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพิ่มความเป็นไฟฟ้าที่ดูแลง่าย จึงทำยอดจองเยอะมาก ต้องต่อคิวรอนานเป็นปี ด้วยราคาขายเพียง 2.29 ล้านบาทAudi

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

ฟังเหตุผล ทำไมรถล้ำ ๆ อย่าง 2022 Mercedes-Benz EQS ยังใช้กระจกมองข้างแบบดั้งเดิม

ผลการศึกษาพบว่าการดูภาพหน้าจอที่แสดงผลด้านหลังหรือด้านข้างตัวรถจะทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่เวียนศีรษะ”กระจกมองข้างดิจิทัลใน Audi

จับตา 10 รถใหม่เตรียมเปิดตัวปี 2021 รุกตลาดโลก หลายรุ่นเข้ามาขายเมืองไทยด้วย

โดยเฉพาะสปอยเลอร์หลังในตัวแบบเชิดขึ้นที่บั้นท้าย เครื่องยนต์จะใช้เทคโนโลยีของ Subaru บล็อก 4 สูบนอน ขนาด 2.4 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศAudi

รีวิวโพสต์ audi e tron certified

Tesla model x, Audi e tron and mercedes eqc seem to be the only elec cars currently certified to tow with weight capacity for a caravan. The range is also severely affected by towing.

#Hydro supplying #ASI-certified sustainable #aluminum for #Audi #e-tron #battery housing

รีวิว Q&A audi e tron certified

What are some modern electric cars?

Volkswagen ID.4 160 km/h (100 mph)[1] 5[2] 402 km (250 mi) (EPA, North America) 501 km (311 mi) (Europe)[3] 2020 - Present Volkswagen ID.3 160 km/h (99 mph)[4] 5[5] 45 kWh: up to 330 km (205 mi) 58 kWh: up to 420 km (260 mi) 77 kWh: up to 550 km (340 mi) (WLTP) 2019 - Present Aiways Aiways U5 160 km/h (99 mph)[6] 10 s[6] 5[6] DC fast charging time (30% ~ 80%): 27min AC standard charging time (0% ~ 100%): 10.5h[6] 400 km (249 mi) (WLTP)[7] ? Audi Audi e-tron 55(2018) 200 km/h (124 mph) 5.7 s 5 8.5 hours, DC Charging 150 KW 80% in 30 min 328 km (204 mi) (EPA), 433 km (269 mi) (WLTP) 2019 Audi Audi e-tron 50 190 km/h (118 mph) 6.8 s 5 6 hours, DC Charging 120 KW 80% in 30 min 329 km (204 mi) (WLTP) ? BMW i3 150 km/h (93 mph) 8 s 4 4h - 6h with the 240 V charging unit or 30 – 40 minutes at public DC charging stations (when charging from 0 to 80%) 246 km (153 mi)[8] MY 2019 (120 A·h) (EPA) 183 km (114 mi)[9] MY 2017/18 (94 A·h) (EPA) 130 km (81 mi)[9]MY 2014/17 (60 A·h) (EPA) Released in Europe in 2013 and in 2014 in the U.S. A gasoline-powered range extender option is available to increased range to 240 km (150 mi) (EPA rating).[10] Starting with the model year 2017, released in July 2016, two battery options are available, 94 A·h and 60 A·h.[9] For the 2019 model year, a larger 120 A·h battery became the only option, and the Range Extender was discontinued in some markets.[8] BYD BYD e6 160 km/h (100 mph) 8 seconds 5 Fast charging within 15 minutes to 80%, and 40 minutes to 100% 400 km (250 mi) Market Release 2009, Cumulative sales in China totaled 34,862 units through December 2016. Chevrolet Bolt EV 150 km/h (93 mph) (speed limited) 6.5 s 5 383 km (238 mi) Production started in October 2016, deliveries started in late 2016[11] Citroën C-Zero 130 km/h (81 mph) 15.9 s 4 7 hours when charged from household; 30 minutes when charging from a quick charger system[12] 150 km (93 mi) Rebranded Mitsubishi i-MiEV; since 2010 Available in Europe Ford Ford Focus Electric 135 km/h (84 mph) 5 5.5 hours for the 2017 model using a SAE J1772-2009 charging station powered from a standard 240 volt socket 2017 model's EPA certified range is 185 km (115 mi) 2011–2018 Honda Clarity Electric 7.7 s 143 km (89 mi) For lease only, in some US states from 2017 to 2020. Hyundai Ioniq Electric MY20 165 km/h (103 mph)[13] 9.9 s[13] 4 Domestic socket (220 V / 12 A): 16 h Type 2 charger (3.6 kW): 11.5 h Type 2 charger (22 kW): 6 h CCS type 2 charger (50 kW): 57 min CCS type 2 charger (100 kW): 54 min[13] 311 km (193 mi) (WLTP)[13] 270 km (170 mi) (EPA)[14] Production commenced in late 2016, with sales commencing in 2017 Hyundai Kona Electric 167 km/h (104 mph)[15] 6.4 s[16] 5 470 km (292 mi) (WLTP) Presented on Geneva Motor Show 2018, sales starting summer 2018[17] Jaguar Land Rover Jaguar I-Pace 200 km/h (124 mph), electronically limited 4.8 s 5 350 km (215 miles) (EPA) 2018 Kandi K23 112 km/h (70 mph) 4 7.5 hours on Level 2 (240 v @ 32 amp) 302 km (188 miles) 2018 Kandi K27 100 km/h (62 mph) 4 7 hours on Level 2 (240 v @ 16 amp) 161 km (100 miles) 2018 Kia Soul EV 145 km/h (90 mph) 11.2 5 4–5 hours (208 V - 6.6 kW: 4h 50min, 240 V - 6.6 kW: 4h 10min.) Type 3: 33 minutes for up to 80%. Type 1: Up to 24 hours (2016,2017) 93 mi (150 km) (2018) 111 mi (179 km) (2020) 243 mi (391 km) (EPA) 2014 Kia e-Niro 39.2 kWh 155 km/h (96 mph)[18] 9.8 s[18] 5 289 km (180 mi) (WLTP)[19] 385 km (239 mi) (EPA)[20] ? Kia e-Niro 64 kWh 167 km/h (104 mph)[18] 7.8 s[18] 5 455 km (283 mi) (WLTP)[21] ? Kyburz Race 140 km/h 4 s 2 0-100% in under 4 hours 220 km (137 mi) 2016 Lightning Lightning GT 200 km/h (124 mph) 5 s 2 under an hour 240 km (149 mi) Production expected to begin in 2020 Mahindra e2o plus 82 km/h (51 mph) 4 5 – 8 hours (Home socket: 220 V, 16 A), 1.5 hours (Fast Charge: Commercial 3-phase AC, up to 12 kW) 110–140 km (68–87 mi) November 2016[22] Mahindra e-Verito 85 km/h (53 mph) 5 6 – 8 hours (Home Socket: 220 V, 16 A), 2.01 hours (Fast Charging: with 15 kW charger) 110–180 km (68–112 mi) January 2017[23] Mercedes-Benz B-Class Electric Drive 160 km/h (99 mph) 7.9 s 5 9 hours when charging from 220/240 V outlet; 2.4 hours from 400 V 200 km (124 mi) 2015 Mercedes-Benz EQC 180 km/h (112 mph) 4.9 s 5 12 hours 354 km (220 mi) 2019 MG Motor ZS EV 140 km/h (87 mph) 8.2 s 5 7.45 hours 263 km (163 mi)(WLTP) 2018 Micro Mobility Systems Microlino 90 km/h (56 mph) 2 [24] 1 hours w/ Type 2 connector, 4 hours w/ domestic power [24] 120–215 km (75–134 mi) (depending on battery) [24] Late 2018 (initially only in Germany and Switzerland) Mitsubishi i-MiEV 130 km/h (81 mph) 4 7 to 14 hours when charged from household, depending on the type of power; 30 minutes when charging from a quick charger system (80% charged)[25] 170 km (106 mi) Released in Japan in July 2009 for fleet customers. Available in Japan, Hong Kong, Australia, Europe, the U.S., Canada and some Latin American countries. As of June 2016, and accounting for all variants of the i-MiEV, including the rebadged Peugeot iOn and Citroën C-Zero sold in Europe, about 37,600 units have been sold worldwide since 2009.[26] Motores Limpios Zacua 85 km/h 2 8 hours 160 km (99 mi) 2017 in Mexico MW Motors Luka EV 148 km/h (92 mph) 9.3 s 2 9 hours standard domestic socket. 2 hours with 3 phase rapid charger 300 km (186 mi)(unverified) July 2016 NIO ES8 200 km/h (124 mph) 4.4 s 7 0.8h (0%-80% SOC)DC Charge 7.5-8h (0-80% SOC)AC Charge 355 km (221 mi) (NEDC) Released in China in 2017 NIO ES6 200 km/h (124 mph) 4.7s 5 Intelligent e-AWD system consists of a 160kW PM motor and a 240kW induction motor, a duo of efficiency and performance. 410–510 km (255–315 mi) Released in China in 2019 NIO EC6 5.6s (320kW) 4.7s (400kW) 5 320kW model with PM motor front and rear. 400kW model with PM front and induction motor in rear. 615 km with optional 100kW battery pack To release in China in 2020 Nissan Leaf 150 km/h (93 mph) 5 Up to 20 hours when charged from 110/120 V outlet; 8 hours when charging from 220/240 V outlet; 30 minutes for 440 V "quick charge" (to 80% of battery capacity) 252 km (157 mi) with 40 kWh battery [27] 200 km (120 mi) (NEDC) Released in the U.S. and Japan in December 2010, is available in 46 countries. The Leaf is the top selling electric car in history, with global sales of more than 250,000 units through December 2016.[28] 2016 LEAFs have an optional 40 kWh battery. ECOmove QBeak 90 km/h (56 mph) 4 8 hours 250 km (155 mi) Available in Denmark for now.[29] Peugeot i0n 130 km/h (81 mph) 15.9 s 4 7 hours when charged from household; 30 minutes when charging from a quick charger system[12] 150 km (93 mi) Rebranded Mitsubishi i-MiEV; since 2010 Available in Europe. Peugeot Peugeot e208 Polestar 2 4.7 s 5 470 km (292 mi) (WLTP), 275 mi (443 km) (EPA) 2020 (Belgium, Canada, China, Germany, Netherlands, Norway, Sweden, Switzerland, UK, US) Rayttle E28 80 km/h (50 mph) 2 130 km (81 mi) Chinese clone of the Renault Twizy. Sales began in China in September 2014.[30] Renault / Renault Samsung Fluence Z.E. / SM3 Z.E. 135 km/h (84 mph), electronically limited 5 22 kWh battery: 6 to 8 hours on a 220 V 10 A or 16 A domestic socket; 30 minutes on a 400 V 32 A fast charging station; or battery swap in 5 minutes (Better place) 213 km (132 mi) (36 kWh battery)[31] 135 km (84 mi) + 15 km limp home mode (22 kWh battery) Released in France in 2010, Israel in Jan 2012, UK in Jan 2012, Turkey in May 2012, South Korea in 2013. Renault Zoe 135 km/h (84 mph), electronically limited 13.5 s 11.4 s (R110) 5 Six to nine hours with 3.7 kW, 30 minutes with 43 kW (80%) 400 km (250 mi) 41 kWh battery 210 km (130 mi) 22 kWh battery Released in France in December 2012. Global cumulative sales totaled to nearly 130,000 units by the end of 2018.[32][33] Renault Twizy 80 km/h (50 mph) (Urban 80 version) 2 3.5 hours 100 km (62 mi) From March 2012. Available in Europe. As of June 2016, global sales totaled 17,873 units, mostly in Europe.[34] SEAT Mii Electric 130 km/h (81 mph) 12.3 s 4 0-80% 1 Hour 260 km (162 mi) (WLTP) Available in Europe since 2019 Skoda CITIGOe IV 130 km/h (81 mph) 12.3 s 4 0-80% 1 Hour 260 km (162 mi) (WLTP) Available in Europe since 2019 Smart Smart electric drive 125 km/h (78 mph) 11.5 s 2 145 km (90 mi) Available in Europe, the United States and Canada. Global sales totaled about 12,250 units through December 2014. The second generation, launched in 2009, sold over 2,300 units through 2012,[35] and almost 10,000 units of the third generation, launched in 2013, have been sold through December 2014.[36][37] Sono Motors Sion 140 km/h (87 mph)[38] 9 s (approximately)[38] 5[38] Eight hours with 3.7 kW, 30 minutes with 50 kW (80%)[38][39] 250 km (160 mi) (this is real world range according to the company[40]) 35 kWh battery[38] To be released in Germany in mid-2019. Prototype for test-drives in Europe. Preorder: EUR 16.000,- + EUR 4.000,- (battery)[38] Stevens ZeCar 90 km/h (56 mph)[41] 5[42] 6–8 hours[43] 80 km (50 mi) March 2008 Tata Motors Tata Nexon 120 km/h (75 mph) 9.9 s 5 8 hours 300 km (186 mi)(IDC) 2019 Tesla Model S Long Range 250 km/h (160 mph)[44] 3.8 s[45] 5 + 2[Note 1] 8 hours with home charging; 50% in ~20 minutes from a Tesla Supercharger[46] 610 km (379 mi) (WLTP)[45] 629 km (391 mi) (EPA)[47] First released in the U.S. in June 2012.[28] Tesla Model S Performance 261 km/h (162 mph)[44] 2.5 s[45] 5 + 2[Note 1] 8 hours with home charging; 50% in ~20 minutes from a Tesla Supercharger[46] 593 km (368 mi) (WLTP)[45] 560 km (348 mi) (EPA)[47] First released in the U.S. in June 2012.[28] Tesla Model X Long Range 250 km/h (160 mph)[48] 4.6 s[49] 5-7[49] 8 hours with home charging; 50% in ~20 minutes from a Tesla Supercharger[46] 507 km (315 mi) (WLTP)[49] 565 km (351 mi) (EPA)[50] First released in the U.S. in September 2015.[51] Tesla Model X Performance 250 km/h (160 mph)[48] 2.8 s[49] 5-7[49] 8 hours with home charging; 50% in ~20 minutes from a Tesla Supercharger[46] 487 km (303 mi) (WLTP)[49] 491 km (305 mi) (EPA)[50] First released in the U.S. in September 2015.[51] Tesla Model 3 Long Range 233 km/h (145 mph)[52] 4.6 s[53] 5[53] 7.3h for 100%, ~14% per hour with home charger, 50% in ~30 minutes from a Tesla Supercharger 560 km (348 mi) (WLTP)[53] 518 km (322 mi) (EPA)[54] 2017 Tesla Model 3 Performance 261 km/h (162 mph)[52] 3.4 s[53] 5[53] 7.3h for 100%, ~14% per hour with home charger, 50% in ~30 minutes from a Tesla Supercharger 530 km (329 mi) (WLTP)[53] 481 km (299 mi) (EPA)[54] 2017 Tesla Model 3 Standard Range Plus 225 km/h (140 mph)[52] 5.6 s[53] 5[53] 7.3h for 100%, ~14% per hour with home charger, 50% in ~30 minutes from a Tesla Supercharger 409 km (254 mi) (WLTP)[53] 400 km (250 mi) (EPA)[54] 2017 Tesla Model Y Long Range 217 km/h (135 mph)[55] 5.1 s[55] 5-7[55] 7.3h for 100%, ~14% per hour with home charger, 50% in ~30 minutes from a Tesla Supercharger 505 km (314 mi) (WLTP)[55] 509 km (316 mi) (EPA)[56] Released in the US on March 13, 2020 Tesla Model Y Performance 241 km/h (150 mph)[55] 3.7 s[55] 5-7[55] 7.3h for 100%, ~14% per hour with home charger, 50% in ~30 minutes from a Tesla Supercharger 480 km (298 mi) (WLTP)[55] 507 km (315 mi) (EPA)[56] Released in the US on March 13, 2020 Venturi Fétish 200 km/h (124 mph) 4 s 2 3 hours with external charge booster, 8 hours with onboard charging system 340 km (211 mi) 2006 to present Volkswagen e-Golf MY2020 150 km/h (93 mph)[57] 9.6 s[57] 5 SE and SEL Premium in under 6 hours at a 240 V charging station. Optional (standard on SEL Premium) DC Fast Charging to 80% in 1 hour at a DC fast charging station. 232 km (144 mi) (WLTP)[57] Released in Europe in March 2014. Updated model with new battery management system released in Europe in July 2017. Volkswagen e-up! MY2019 130 km/h (81 mph)[58] 11.9 s[58] 4 Charge time AC 2.3 KW 100% SOC: 16:12 Charge time DC 40 KW 80% SOC: 01:00[58] 256 km (159 mi) (WLTP)[58] Updated in 2019 Xpeng G3 400 170 km/h (110 mph)[59] 8.5 s[59] 5[59] DC Charging Time (30% to 80%): 38min AC Charging Time (30% to 80%): 4.3h[59] 401 km (249 mi) (NEDC)[59] ? Xpeng G3 520 170 km/h (110 mph)[59] 8.6 s[59] 5[59] DC Charging Time (30% to 80%): 30min AC Charging Time (30% to 80%): 5.5h[59] 520 km (323 mi) (NEDC)[59] ? Xpeng P7 High Performance 170 km/h (110 mph)[60] 4.3 s[60] 5[60] DC Charging Time (30% to 80% charge): 31min AC Charging Time (30% to 80% charge): 6.5h Three-phase Electric Charging Time (30% to 80% charge): 4.2h[60] 552 km (343 mi) (NEDC)[60] ? Xpeng P7 Long Range 170 km/h (110 mph)[60] 6.7 s[60] 5[60] DC Charging Time (30% to 80% charge): 28 min AC Charging Time (30% to 80% charge): 5.7h Three-phase Electric Charging Time (30% to 80% charge): 3.6h[60] 568 km (353 mi) (NEDC)[60] ? Xpeng P7 Super Long Range Standard 170 km/h (110 mph)[60] 6.7 s[60] 5[60] DC Charging Time (30% to 80% charge): 31min AC Charging Time (30% to 80% charge): 6.5h Three-phase Electric Charging Time (30% to 80% charge): 4.2h[60] 706 km (439 mi) (NEDC)[60] ? Xpeng P7 Super Long Range Smart/Premium 170 km/h (110 mph)[60] 6.7 s[60] 5[60] DC Charging Time (30% to 80% charge): 31min AC Charging Time (30% to 80% charge): 6.5h Three-phase Electric Charging Time (30% to 80% charge): 4.2h[60] 656 km (408 mi) (NEDC)[60]

What do people not like about the Tesla model 3?

I can’t speak for everyone, but I’ll speak from my personal point of view. And I want to preface this by saying that the Model 3 is a very nice car, but you asked for the negatives. These are the problems I had with it: It was smaller than what I was looking for - I was looking at it as a trade-up for the Chevy Volt that I had and really liked. No gas engine to accomodate means a lot more interior room, and the pictures online made the rear-seat look cavernous compared to the Volt (of course). I really liked the Volt, but I have a 6 year old, so I was looking at options. When we got to the showroom and sat in it, it was clear right away that it wasn’t noticeably bigger than the Volt for rear seat, and maybe actually smaller. Price - yes, it’s a Tesla, and they’re trying to position themselves as a luxury sport equivalent along the lines of an Audi or BMW. The problem is, the big performance that you feel is kind of inherent in electric motors period. If you test drive a Volt (or Bolt) and compare to Tesla Model 3, it’s hard to see $15k more worth of car there. There’s just not. If it were a $3k premium for the model 3, okay, probably. At $5k it’s tough to justify - at $15k-20k we’re too far apart to even talk. The front end - the front bumper cover looks like someone is trying to smother a regular car by pulling a sheet of plastic over its face. It looks like a horror movie filmed in the World of Disney’s Cars. It kinda works on the new Model S, but on the model 3 it’s too far gone. The message is to think of it like a Porsche front end, but it’s not. Round the front more and make it less tall, make the lip more pronounced. Just adding the little lip like the Model S has would make a huge difference. According to my wife, if you squint and catch just the right color at just the right angle, the best it ever gets is ‘acceptable’. I don’t like it, she absolutely hates it, and considers it in the same league as the Nissan Cube. Center tablet. This just looks like an iPad glued to the dashboard. If you’re going to do this, just make a casing and let me use a real iPad with an app, it’ll be cheaper for you to produce and cheaper for me to replace. I’m sorry, this is just really cheap looking. At least one person was pulled over for having a laptop open in his field of view and had to prove it was attached to the car. This is a fad not peculiar to Tesla, but this is maybe the worst implementation of it I’ve seen. Lack of gauges in front of you - This is related to the center tablet. I get it, you made it cheaper to produce by only having to make one dashboard for left hand and right hand drive models. Just like the Toyota Echo did. Except the Toyota Echo was under $10k. Right now you’re doing good to get a Model 3 less than $50k out the door after taxes and fees. That’s not acceptable. Why not make a dash that has a decorative panel on it, then you can use the same instrument cluster on both sides, and just put a decorative panel over the other? Or you know what? GIVE ME A Heads Up Display. If people already get into accidents because they’re looking over to play with the radio, you’ve now forced them to look over there constantly just to see how fast they’re going. If you projected the speed and range in front of me at all times, then I could tolerate it maybe. Without it, this is dumb. (Maybe) The dashboard itself is like an art piece. I can’t tell if I like it or not, it definitely will inspire conversation. It looks like something out of a speedboat more than a car. The full width vent is an interesting concept, but without having to live with it, I can’t say for sure how I’d feel about it. My initial thought sitting in it was “That’s… weird.” Perceived Value - this is similar to price but not quite. The problem is, say that you feel this is a great car and you don’t mind the other things that are pointed out, the looks, the lack of gauges, etc. By the end of 2019, the $35k version is going to be out. Even though that’s a ways out for now, it’s going to happen while you’re still making payments for sure. Even now, more so when that happens, it’s always going to be ‘the cheap Tesla’. And it’s definitely not cheap! It’s still a good car, don’t get me wrong! But to put it in a different perspective for car people out there, remember the Porsche 944? Exactly. Actual Value - this was the showstopper for me. Go to the configurator. Pick out a Model 3 - Dual Motor - 19″ wheels - any color except for base black - upgraded interior - add AutoPilot. As of today, the price for this is $50,200 AFTER savings. (That’s if you get it within the next 2 weeks, if it’s delivered in January, the price goes up $3750) BEFORE the savings, that’s $62,000. So instead, I bought a certified pre-owned Model S, through Tesla - dual motor, not-black, 19″ wheels, upgraded interior, upgraded interior lighting, with AutoPilot, with 22k miles, 4 year warranty (just like the new ones), INCLUDES unlimited Supercharging. There’s a small ding in one door, and a scratch under the front lip where someone scraped the parking curb. I spent $52,000, and I don’t mind saying, that’s not the deal of a lifetime, that’s about average, and there were plenty of options for me at that price. Would you pay an extra $1,800 to have a fully-loaded Model S instead of a Model 3? Even though you’re not the first owner? I would. The Model S backseat IS cavernous, it has a REAL gauge cluster (did you know part of the gauge cluster shows your nav route when you’re using nav? I didn’t and that’s really cool), it has a dashboard that doesn’t look like it came out of a speedboat, and it has the front end that my wife and I both like best. The Model 3 is a good car, but I just don’t think it’s worth it right now. If you’re after electric at a $35–40k price point, look at the Chevy Bolt/Volt, the VW e-Golf, Audi A3 e-Tron, the Honda Clarity, the Hyundai Sonata-whatever it is —or wait until the cheaper Model 3 comes (and then cross shop, it may still not be as good a deal as the others). If you’re fine paying at the $50k price point, buy a used Model S or Model X - pretty much anything under 30k miles gets a 4 year warranty like new rather than the 2 year, and now you’re buying a $80k car for $25–30k less. If you simply MUST have new, and are fine paying $54k (because you won’t get it before the end of December at this point) for a car that’s going to be available for almost $20,000 less than that by the end of the year, then I don’t think you’ll be unhappy with the car at all. It’s a good car, and it’s proof that you can drive electric and not compromise… it just wasn’t a good deal for me.

Which car is the most luxurious car in the world?

5 best luxury cars currently on sale 1. Mercedes-Benz S-Class When Mercedes-Benz sets out to make a new S-Class, the brief is to make the best car in the world. While it might not visually seduce like a Jaguar XJ, the big Merc offers an ownership experience that should be even more appealing. This car does what it’s supposed to do superbly and is functionally exceptional. It was conceived as a long-wheelbase saloon, giving it unprecedented torsional rigidity, and the ride is helped by standard air suspension with adaptive dampers. There’s a choice of four petrol and two diesel engines, with a nine-speed automatic ‘box standard equipment. An advanced 48v hybrid electric powertrain technology used to boost both performance and efficiency in some derivates, while the plug-in hybrid S560e will be the default choice in the range for anyone liable to pay benefit-in-kind tax (it attracts less than half as much BIK tax as any of the other derivative). For those who don't care a bit about such things, meanwhile, there's always the 600-horsepower S63. The S-Class is engineered to operate quietly and comfortably at all times. On both town roads and motorway it could hardly ride better, and it steers directly and precisely, with luxury-appropriate isolation. 2. Range rover The latest Range Rover, the fourth generation of the model, is as revolutionary as any in history, with an aluminium monocoque chassis and an unashamedly luxurious agenda. That it is a luxury car first and 4x4 second is not to run down its capability offroad one jot, however. The spacious interior exudes quality and luxury, the seats are excellent and the driving position is first-rate, making it easy to drive for a car of its size. The heavy bodyshell provides excellent isolation from rough surfaces and, while it doesn’t offer the driving engagement of a Porsche Cayenne, it’s easy to make enjoyable and brisk progress should the need arise. Land Rover's engine range still includes six- and eight-cylinder petrol and diesel options, without a weak or under-endowed-feeling option among them. The one fleet operators will be interested in, however, is the plug-in hybrid P400e (77g/km, 25 miles EV range) which qualifies for company car tax at just 18% BIK. 3. Audi E-tron Quattro We’re now entering reasonably well established times for the premium electric car. There have been fast ones, very fast ones, big ones, small ones, expensive ones and cheap, and some that even attempt a bit of four-wheel driven versatility. Never has an electric car come along and done onboard luxury better than Audi’s first stab at the zero-emissions template: the E-tron Quattro. This car combines four-wheel drive and a commanding outright performance level with SUV-level space, convenience and usability and with Audi-brand desirability. But what really makes it stand out is how superbly hushed, comfortable and refined it is. When we road tested one, our decibel placed its cabin noise level closer, at a 70mph cruise, to that of a Rolls-Royce Phantom than a Tesla Model X. Audi-brand modern luxury comes with state-of-the-art onboard technology too, of course, while the potential for 150kW public rapid charging, combined with an everyday range of between 200- and 250 miles on a charge, also makes the E-tron a more usable electric car than some of its ilk. Right now, there is no more luxurious electric car in the world than this one. 4. Tesla Model S The first bespoke creation from electric car pioneer Elon Musk’s firm, the Model S is the machine that brought credibility, luxury, pace and useful range to the electric car market. With lesser-capacity derivatives now discontinued, there are effectively only two Model Ss to choose from, both using a 100kWh battery pack - and the 'long range' version getting a claimed 379-mile WLTP-certified range that Tesla claims makes it the longest-legged EV in production. You’ll need to drive the car pretty conservatively to reproduce that range figure in real-world use, but even getting within 80 per cent of it would make this a singularly usable electric car for a great many. The Model S can take off with the ferocity of a super saloon, but even more wonderful is how precisely and effortlessly you can meter out its pace, and how quietly it can be delivered. The car’s credentials as a luxury car are very good, while its large, quiet cabin and massive cargo spaces are also key selling points. For a select niche, it will make financial as well as environmental sense - especially allowing for the 0% benefit-in-kind tax status that has been recently restored to UK-registered EVs. 5. Audi A8 The latest Audi A8 features even more advanced chassis, powertrain and in-car technology than the latest Mercedes S-Class including, when it’s finally switched on, what promises to be the greatest capability for autonomous driving of any production car in the world. There’s a choice of turbocharged engines – a 282bhp diesel or 335bhp petrol – with four-wheel-drive as standard and a 48V electrical system that gives it mild hybrid status. Higher up the model range you'll find the tax-saving six-cylinder petrol '60 TFSIe', whose refinement and effortless responsiveness really boost the appeal of the car's driving experience - as well as the range-topping V8-powered S8 executive express. The A8's quality interior feels like it was built to outlast civilization itself, although it lacks the elegance and ambient warmth of the S-Class. The ride is smooth and the car is easy to drive, although it's not quite as pillowy and luxurious as its key German rival, and not quite the Mercedes' equal in the ways that matter most. You can follow me on quora {Hassan Sheikh} to get answers to more such questions, I will give you complete information there. Thank you.

FAQs ที่เกี่ยวข้อง audi e tron certified

  • Q

    ระบบ Auto Brake HoldของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Kaewhom

    มีระบบ Auto Brake Holdและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    บอกราคาของAudi E Tronหน่อย.

    อุ้ย'เหี้ยย ส่อง

    ราคา ของ Audi E Tron มีดังนี้

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    แรงบิดสูงสุด (นิวตัน-เมตร)ของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Kaewhom

    มีแรงบิดสูงสุด (นิวตัน-เมตร)และรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม

Tags

หน้าหลัก