แท็ก

audi e tron digital matrix led

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e tron digital matrix led

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

ขณะที่มือจับเปิดประตูดีไซน์แบบแนบไปกับตัวถัง เสาหลังคามีเส้นสายสะดุดตา กระจกบังลมแบบไร้กรอบ และไฟหน้า LED

พาชมคันจริง 2020 Audi A4 Avant ไมเนอร์เชนจ์ ราคา 3.399 ล้านบาท เจาะสเปคเปลี่ยนเยอะทั้งคัน

อาวดี้แบรนด์พรีเมี่ยมจากเยอรมัน นำเข้ารถ Audi A4 Avant โฉมไมเนอร์เชนจ์ใหม่มาขายแล้ว มีชื่อสร้อยรุ่นย่อยว่าเป็น

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

Review: Audi A6 Avant รถหรูสายสปอร์ต

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์ยักษใหญ่ส่ง 2020 Audi A6 (อาวดี้ เอ6) สู่ตลาดรถยนต์ประเทศไทย ชื่ออย่างเป็นทางการคือ

ดูเพิ่มเติม

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

ๆ ร้อน ๆ ก็คือ Audi Q5 (อาวดี้ คิว5) ที่มาพร้อมชุดแต่งเอสไลน์ ทั้งภายในและภายนอก รวมไปถึงช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งใหม่

Audi เปิดตัวเอสยูวีโหด 2021 Audi RS Q3 Sportback เคาะ 4.75 ล้านบาท ถูกกว่า Mercedes-AMG GLC

Audi (อาวดี้) ประเทศไทย เปิดตัวรถรุ่นใหม่รวดเดียว 3 รุ่น นำทัพด้วย 2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

e-tron ได้หรือไม่ก็ต้องรอดูกันต่อไป แต่ก่อนที่จะไปวิเคราะห์ ทาง AutoFun จะพาไปรู้จัก Lexus UX ก่อนที่จะกลายเป็น

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

Review: 2020 Audi A4 สปอร์ตซีดานเพื่อผู้นำทุกไลฟ์สไตล์

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากฝั่งยุโรป ส่ง 2020 Audi A4 (อาวดี้ เอ4) รถซีดานสายสปอร์ต ที่มีการออกแบบทันสมัย

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

Review: Audi A6 Avant รถหรูสไตล์ผู้นำ

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากเยอรมันส่ง 2020 Audi A6 Avant ในรหัส 40 TFSI ลงสู้คู่แข่งด้วยราคาเริ่มต้น

ชมคันจริง 2021 Audi RS 6 Avant ปลุกความแรง 600 แรงม้าด้วยราคา 9,890,000 บาท

ปัจจุบัน Audi (อาวดี้) ประเทศไทย เล็งเห็นว่ารถในตะกูล Avant เป็นรถที่ตอบโจทย์ลูกค้าทั้งด้านสมรรถนะ, เทคโนโลยี

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

2021 Audi RS 5 Coupe ราคาไทยอย่างเป็นทางการ 5.99 ล้านบาท แพงไปเหรอ ดูออพชั่นซะก่อน

2021 Audi RS 5 Coupe (อาวดี้ อาร์เอส 5 คูเป้) รถคูเป้ 2 ประตูขนาดกลาง พื้นฐานเดิมจาก Audi A5 (อาวดี้

Review: Audi A8 ซีดานหรูสไตล์ผู้นำ

ตัวถังมีมิติช่วยให้รถดูมีพลังแข็งแกร่ง ไฟหน้าเป็นแบบ LED ในรุ่น Premium ส่วนรุ่น Prestige เป็น HD Matrix

รีวิว Q&A audi e tron digital matrix led

Which car is the most luxurious car in the world?

Top Gear's top 10: luxury cars We put our sensible hats on to bring you the 10 best luxury cars out there 1.Jaguar XJ Jaguar’s futuristic range-topping saloon remains a striking car, even three years after launch. For 2014 it was tweaked, with subtly honed suspension settings, better sat nav, a standard eight-speed auto with stop-start plus big improvements in diesel efficiency. Now it’s been facelifted again, with revised engines and interior tech, full-LED headlights and more distinctive ‘J-blade’ daytime running lights. The XJR is still around, with its 550bhp supercharged 5.0-litre V8 and Merc-AMG-like attitude. But now there’s a R-Sport model for those who want the looks but not the fuel bills. There’s a new top-of-the-line Autobiography trim too, for those who like to spend no less than six figures. 9.Porsche Panamera The all-new, second-generation Porsche Panamera. Yep, really. All of its parts are new, even if it does just look like a facelift. Albeit a very successful one: the Panamera has finally grown into its skin, and wears its 911 styling cues better than ever. You may disagree, but we think it looks pretty darn good. 8.Bentley Bentayga £133,100 – £196,590 It’s what happens with the might of the VW Group megazords together to combine all its tech and toys in one ultimate SUV. The Bentley Bentayga is the Crewe marque’s first SUV, and if you we’re being cynical, you’d immediately point out that underneath, this car shares some of its roots with the likes of the Porsche Cayenne, the Audi Q7, the Lamborghini Urus, and indeed the VW Touareg. But being a Bentley, it has to be faster than the Porsche, more luxurious than the Audi, more refined than the VW and better off-road than the Lambo. Excess all areas. And you know what? Bentley has succeeded. We can debate the morality of two-tonne-plus SUVs versus their popularity forever, but there’s no doubt that the Bentayga is a tour de force. It’s been around since, so there have been several models of Bentayga so far. The original was the standard W12, powered by a 6.0-litre bi-turbo engine good for 605bhp. That’s now been superseded by the Bentayga Speed, which uses a redeveloped version of the same engine to achieve 626bhp. Too profligate? If you were quick ,you could have got hold of the first and only diesel Bentley ever made: the Bentayga diesel, which used Audi’s 430bhp electro-turbo V8 derv. A magnificently rangey and torque-rich experience, the tide-turn against diesel saw the model killed off in Europe, effectively replaced by a V6 petrol a plug-in hybrid model instead, bolstering the Bentayga’s eco ranks. Sort of. There’s also a V8 petrol model, which is probably the sweet spot of the range, as it is with most Bentleys, truth be told. All Bentaygas are of course four-wheel drive, all weigh north of two tonnes, and all of them seat five people. Apart from the ones optioned like a private jet to seat four instead. Prices? From £130,000, if you avoid the options. As if you would… 7.Rolls-Royce Wraith £251,240 – £288,410 The Wraith is billed as “the most powerful and dynamic Rolls-Royce in history”. The first bit is easily dealt with: a turbocharged 6.6-litre V12 sends 624bhp to the rear wheels, ten per cent more power than you’ll find even in the new Phantom and Cullinan. As for the most dynamic? Well, you’d argue that’s not difficult, given Rolls has long mastered the art of hefty, comfy cars that are designed to soothe not scintillate. But the Wraith is based upon the Ghost limo, so it’s hardly got a sporting chassis at its core, though its rear axle has been widened and its wheelbase shortened. “The car’s suspension has also been tuned to minimise body roll and discreetly amplify feedback when cornering,” says Rolls, “while steering weight is heavier at high speeds and lighter at low speeds adding to the spirited drive.” Achieving those high speeds ought to be a doddle; with two turbos, the Wraith has a ginormous 590lb ft of torque available from 1,500rpm, enough to shift its 2.4 tonnes to 60mph in 4.4secs. Quicker than hot hatches with not dissimilar power-to-weight ratios, and quite startling to experience in something with lambs’ wool floor mats. Indeed, it may be the most sporting Rolls ever, but it’s still dripping in luxury. There are four finely proportioned seats, sumptuous materials across most surfaces and head- and leg-room aplenty, even in the rear. Don’t worry, the front seats electrically whirr forward to allow anyone climbing into the back some extra grace. Its £250,000 starting price really is just the start, too. Few Rolls-Royces leave the Goodwood factory without first having been made fully bespoke to their buyer’s needs; colour-matched inside and out, fibre-optic star headlining fitted, the full works. Half the fun of having a Rolls-Royce isn’t driving it (or being driven in it), but the buying process itself. The Wraith is now one of the oldest Rolls-Royces on sale, having arrived in 2013. The Ghost it’s spun from landed in 2010, and its drop-top sibling – the Dawn – started production in 2015. While the new-generation Phantom is sold only as a saloon, the Wraith is the car of choice if you want your Rolls-Royce to take the form of a two-door coupe. 6.BMW 7 Series Well, it used to be the ultimate BMW. A 7 Series was the undisputed flagship. But is that the case any more? Especially now that the X7 exists – a luxury limo in the (ghastly) shape of a seven-seat SUV. There’s the new 8 Series too, which will spawn a four-door saloon version – with an M badge. Certainly, there are other BMWs vying for the title of boss of the family. Meanwhile, BMW’s been listening to what its customers wanted from the 7 to beat the likes of the Mercedes S-Class (traditionally the class-defining leader in the limo set) and the Audi A8. And, what they came up with was a triple-threat approach. “Make it more imposing, make it look more different to a 3 and 5 Series, and give us more novelty features,” said the customers. Well, we can probably tick off tasks 1 & 2. The new 7 Series is a mildly terrifying looking object, thanks mostly to slimmer laser headlights framing a grille that’s 40 per cent bigger than the last version. No kidding. The whole bonnet is 50mm higher to squeeze in the mega grille, all in the name of giving the car more road presence. Lower down, the bumper now has cleaner, slipperier aero, diverting draughts into the front wheelarches and back out again by newly vertical ‘air breather’ vents, which reduce drag. Boy is it bluff to look at. A BMW caricature. In a hall of mirrors. Round the back, the LED lights are now more angular and their lighting elements animate and ‘scroll’ across the car. Apparently the boss of BMW Korea hugged the designers when they demonstrated this, so grateful was he that this gimmick – sorry, novelty – had been built in. Oh, and there’s a full-width light bar at the back, like every other German car these days. Are you not convinced? Are you wretching over your screen? Well frankly, unless you’re in China, BMW doesn’t give a monkey’s. In China, the 7 Series has a 40 per cent market share, and the big grilles and XXL chrome is bang-on for Asian tastes. BMW says it’s also had bags of positive feedback about how the car looks from American and European customers. They seem to be quite difficult to track down, though… Inside, the 7 has been gifted a new centre console layout with flush glossy buttons from the 8 Series, and the new digital dials from right across the BMW range. The highlight is the bodyshell. BMW made use of techniques and production methods devised for the i3 and i8 to trim 40kg from the 7’s chassis, which incorporates bits of carbon fibre (some as long as a normal-sized bloke is tall) for added stiffness, strength and lightness. All told, the new 7 is some 130kg lighter than the old car. A net 200 if you factor in all the added kit, which weighs 70kg by itself. Powertrain wise, the biggest improvements come in the 740Le plug-in hybrid, which can now go up to 36 miles on a charge, thanks to a 40 per cent increase in battery capacity. There’s also an entirely new, and utterly glorious V8, in the 750i, which is great news for American customers but of little note in Britain, where it’ll incur more tax than a cross-channel ferry. The M760Li V12 lives on, albeit dropping below 600bhp because of pesky new particulate filters strangling the power a touch. We doubt you’ll notice. 5.Audi A8 £70,785 – £104,590 A big, important barge of a thing relatively few will buy, and a technical achievement few have the resources or engineering might to match or surpass. It’s the new Audi A8 – the cleverest Audi of all. And so it should be, because if you really want to see what a manufacturer is truly capable of engineering, you look at its flagship. And the A8 is and always had been Audi’s, which is why the new one gets a load of tech’ we haven’t seen before, but almost certainly will on future A6s and A4s. Tech’ like ‘Traffic Jam Pilot’, which delivers “conditional level three autonomy” by taking complete control of the steering, brakes and accelerator on motorways and dual-carriageways. Or the new infotainment system, which pairs Audi’s ‘Virtual Cockpit’ instrument cluster with two touchscreens for a largely button-free centre-console. Much of said tech’ can only exist for the 48-volt, water-cooled electrical system that technically makes the A8 an ‘MHEV’, or ‘mild-hybrid electric vehicle’. This all takes some explaining, so more later. More too on the interior, which because the new A8 is bigger than the car it replaces – longer by 32mm and taller by 13 in either short- or long-wheelbase (which adds another 13cm of rear legroom) – is suitably spacious. The car’s heavier too; for all the aluminium, CFRP and magnesium Audi promises it’s used in the more rigid ‘Space Frame’ chassis, it’s almost 100kg up on the old car and lardier than either of its main competitors, the (relatively) featherweight carbon-cored BMW 7 Series and Mercedes S-Class. So in the short-term anyway, it’s not massively quick. For starters Brits get a 3.0-litre V6 in either petrol or diesel. An ‘e-tron’ plug-in hybrid (with wireless charging) will follow along with a W12 and 4.0-litre diesel V8. And the one you want is… 4.Bentley Continental GT There’s a key point in Bentley’s timeline that we can call BC: Before Continental. So vital was the first Conti GT – not only for sales, but setting a template and tone for the whole brand – that you could easily argue that were it not for the two-door coupe Bentley might very well not be with us today. The most successful luxury car of modern times? Quite probably. And now it’s into its second generation. It must sell well, and it must still be the focal point for the whole brand, to embody what a Bentley is while the Bentayga SUV makes the big bucks elsewhere in the range. It’s a handsome thing, the new Conti GT, at least in profile, where the front wheels have been shifted forward to improve the weight distribution and drop the engine lower and further back in the chassis. In fact 55 per cent of the weight still sits on those front wheels, but there’s less of it than before – the body alone is 80kg lighter, helping the new Conti GT weigh ‘only’ 2,244kg. But Bentley has made no secret of the fact that a heavy kerb weight actually helps deliver the road-crushing stability and momentum that characterises the way its cars drive. They’re knowingly hefty things. Powerful 48v electrics from the Bentayga are used – among other things – to manage the suspension, with actuators on front and rear anti-roll bars combating body roll. The set 40:60 power split is now fully variable and actually sends 100 per cent of torque to the rear wheels as often as possible to the benefit of fuel efficiency and emissions. There are two engines to choose from. Cheapest is the V8, a 4.0-litre twin turbo offering up 550bhp, a 4.0sec 0-62mph time and 198mph top speed. Another eleven grand upgrades you to the big-boy 6.0-litre W12 engine. Basically two V6s on a common crank, it’s carried over from the old Conti albeit modified enough for Bentley to declare it the ‘most advanced 12-cylinder engine in the world’. It features cylinder shut off under light loads, while also producing 626bhp and a thumping 664lb ft of torque from a mere 1,350rpm, maintaining that through to 4,500rpm. Performance is better: 0-62mph takes 3.7sec and its top speed is 207mph. Both versions powering all four wheels through an eight-speed gearbox and, should be feel like behaving uncouthly, via a launch control system. Standard specification includes full Matrix LED lights, a 12.3in central touchscreen, wifi, head-up display, night vision, a 650w stereo and 21in wheels. Pricing starts at around £150,000, putting this in direct competition with the likes of the Aston Martin DB11, Mercedes S63 Coupe and Ferrari Portofino. But you won’t be spending that. You’ll be spending much more, getting the stitching to match your shoes, the wood to match the office in your third home, and so on. This is a car made for the bespoke treatment. 3.Rolls-Royce Phantom Since the first Phantom appeared in 1925, Rolls-Royce Motor Cars has had its ups and downs. When the outgoing Phantom appeared at the stroke of midnight on January 1st 2003, the company even called it ‘the last great automotive adventure’. Maybe that should have been penultimate, because we’ve just driven the new car, and as internal combustion most likely won’t be around in another 14 years’ time, this really could be The One. Rolls-Royce reckons the Phantom is the barometer by which everyone else in the world of expensive luxury goods measures themselves, so the bar isn’t just raised here, it’s bejewelled and platinum-plated. You know when someone claims to be ‘the Rolls-Royce of watches/furniture/granite-kitchen-worktops’? Well, this is the Rolls-Royce of Rolls-Royces. Rolls says the Phantom’s new spaceframe structure is 30 per cent more rigid than the previous model, a figure that rises significantly in key areas such as suspension and gearbox. This new structure, coincidentally, offers sufficient flexibility to underpin the next wave of Rolls product, its SUV included. The chassis gets an all-new suspension setup, with a double wishbone configuration on the front, a five-link axle at the rear, adaptive dampers, and active anti-roll bars. It’s also the latest car to benefit from four-wheel steering, whose three degrees of counter-steer help shrink the car’s heft at higher speeds, as well as improving low-speed agility. The Phant’s air springs feature bigger chambers than on any previous Rolls, and the tyres are specially developed Continentals whose structure incorporates 2kg of sound absorbent material. There’s 6mm-thick, dual-layer double glazing windows all-round. The body-in-white features the largest-ever cast aluminium joints to enhance sound insulation, and overall the Phantom carries more than 130kg of sound-deadening material. There’s double skin alloy within the floor and on the front bulkhead, into which a foam and felt layer is squeezed. There’s more insulating material in the headliner, doors, and boot cavity. All of this contributes to the car’s 2,560kg kerbweight (2,610kg if you go for the long ’un, which adds 220mm to the wheelbase), but that’s surely an irelevance. As well as monitoring body and wheel acceleration and steering inputs, a stereo camera mounted in the windscreen reads the road ahead to effectively erase surface unpleasantness before it’s allowed to upset the occupants’ Dom Perignon. The new Phantom also features so many assistance systems that the heart of its electronic architecture is the single largest component produced by the BMW Group. 2.Range Rover £81,785 – £177,485 Arguably the definitive big, luxury SUV. Frequently imitated, but rarely bettered or even equalled, the Range Rover has been around since the early Seventies. And even though that means it’s only a couple years shy of its fiftieth birthday, the Rangie is still only in its fourth generation. Admittedly the fact the first-gen (later known as the ‘Classic’) lasted for more than two decades skews that figure a bit. But still… The current car was launched in 2012. It debuted a new aluminium monocoque that cost the company a billion quid or so to develop. So even though it’s bigger than the car it replaced, it’s lighter by in some cases almost half a tonne. That means it’s faster, tangibly better to drive and more efficient. And with the 2018 facelift comes even more efficiency, thanks to the introduction of the P400e plug-in hybrid, which pairs a 296bhp, four-cylinder petrol engine with a 114bhp electric motor for 64g/km of CO2, a claimed 101mpg and 31 miles of all-electric range. The P400e replaces the SDV6 Hybrid (a conventional, non-plug-in hybrid with the 3.0-litre V6 diesel and a small electric motor) in the line-up, but V6s and V8s in petrol and diesel (with up to 557bhp for the flagship, 5.0-litre supercharged V8 petrol) remain available. All are linked to an eight-speed automatic gearbox and all-wheel drive with the deeply clever ‘Terrain Response’ technology that gives the Rangie its peerless off-road ability. Nowadays the Rangie doesn’t just compete with other big SUVs, but conventional luxury saloons like the Mercedes S-Class, BMW 7 Series and Audi A8. It has to rival those cars – traditionally their makers’ technological flagships – on every level. Which is why the new car offers higher levels of luxury and cleverer tech than we’ve yet seen from JLR. For the facelift it’s added the dual-touchscreen infotainment setup as debuted in the Range Rover Velar, ‘Pixel’ headlamps with 144 LEDs and four laser diodes each for more than 500m of visibility and much besides. We’re promised a new seat design - adjustable up to 24 (!) ways - makes the Rangie “more comfortable than ever” in the front, and that the ‘Executive Class Seating’ option for rear-seat passengers gives “the impression of a luxurious wraparound lounge-like interior”. Exterior changes include a new grille and bumper, with larger vent blades. At the side the lower accents and vents have been reworked, while at the rear the updated bumper features integrated tailpipes across all derivatives. Long- and short-wheelbase options are available, with prices starting at £79,595 for the former and £112,900 for the latter, and rising to £177,030 for V8-engined examples of Rangies fettled by JLR’s Special Vehicle Operations division. 1.Mercedes-Benz S-Class Without a doubt the benchmark big luxury saloon, the one Audi, BMW, Lexus, Cadillac and even Jaguar and Maserati must define themselves by and be measured against. This car defines the sector and is the one all others must topple. The latest A8 and 7 Series are both much newer than the S and thus have some exceptionally clever tech on-board, but while both are excellent cars in their own right, neither is quite as special as the big Merc. A facelift in 2017 – this generation’s last before it’s replaced by an entirely new S-Class – gave many new things. Chief among them new engines, Merc’s latest-generation in-line six-cylinder diesels and petrols, plus a plug-in hybrid and the S63 AMG’s V8 bi-turbo petrol. The rare-groove S65 is no more, but you can still get a V12-engined S-Class in the form of the super-luxe, super-rare and super-expensive £180,000 Mercedes-Maybach S650. This update also gave the S-Class an array of semi-autonomous driving technology like Active Speed Limit Assist, Active Lane Change Assist and Remote Parking Assist, most of which debuted in the E-Class. But to make sure the S-Class kept its crown as the techiest Merc, it got a few of its own too. The main one is a kind of active cruise control that, as well as sensing and maintaining gaps to other cars, knows to slow you for roundabouts, corners and tolls using GPS. Of course that particular system has been rolled out to other Mercs now, but it’s reasonable to expect much cleverness from the new S-Class, which could be revealed as soon as this year. Because this particular era of S-Class is so near the end of its life, Mercedes has massively cut back on the number of trim levels/equipment combinations if offers. Now there’s just one trim for the non-AMGs – ‘Grand Edition’ – and only the cheapest S350d is available with the short-wheelbase.

FAQs ที่เกี่ยวข้อง audi e tron digital matrix led

  • Q

    ระบบ Auto Brake HoldของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Kaewhom

    มีระบบ Auto Brake Holdและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ที่วางแก้วน้ำด้านหลังของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Phachara

    มีที่วางแก้วน้ำด้านหลังและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ถาดวางอเนกประสงค์ สำหรับผู้โดยสารตอนหลังของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Chatchai Srikham

    มีถาดวางอเนกประสงค์ สำหรับผู้โดยสารตอนหลังและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม

Tags

หน้าหลัก