แท็ก

audi e-tron dual motor

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e-tron dual motor

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ขณะที่ Chevrolet (เชฟโรเลต) เป็นแบรนด์ยอดนิยมในอียิปต์ ส่วน Toyota ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% ในเยเมนAudi

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

แบงค์บอกวาร์ป พาชมพริตตี้งาน BIMS 2021 สวยสดใส ลืมไปเลยว่ามาดูรถ

Instagram ของสาว ๆ กันToyota น่ารักทุกคนซ้าย IG: m_marajung ขวา IG: panatda_newGreat Wall MotorGreat Wall Motor

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

ดูเพิ่มเติม

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

Motor Expo 2020 เปิดตัวรถใหม่ 9 รุ่นดัง MG5, Outlander, Carnival ฯลฯ พร้อมแง้มแคมเปญเด็ด

งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37 หรือมอเตอร์ เอ็กซ์โป Motor Expo 2020 พร้อมประชันรถยนต์จาก 31แบรนด์ และจักรยานยนต์อีก

ฟังเหตุผล ทำไมรถล้ำ ๆ อย่าง 2022 Mercedes-Benz EQS ยังใช้กระจกมองข้างแบบดั้งเดิม

ผลการศึกษาพบว่าการดูภาพหน้าจอที่แสดงผลด้านหลังหรือด้านข้างตัวรถจะทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่เวียนศีรษะ”กระจกมองข้างดิจิทัลใน Audi

แบงค์บอกต่อ สนใจรุ่นไหนมาดู รวมโปรโมชั่นจัดเต็ม Motor Expo 2020

แบงค์บอกต่อ จะพามาต่อกันที่งาน Motor Expo 2020 ณ อาคาร Challenger Impact เมืองทองธานี หลังจากได้นำเสนอรถใหม่ที่อัดแคมเปญร้อนแรงกันมาแล้ว

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

เพื่อเรียกน้ำย่อยให้กับคุณผู้อ่านทั้งหลายที่อยากจะมาลองเข้าชมงานดูกันครับเอากลับบ้านได้ไหมครับGreat Wall Motorแน่นอนความน่าสนใจในงานนี้คือการเปิดตัว

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

รวม 10 รถใหม่เด่นสุด ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 มีสเปคและราคา ยกเว้น Great Wall Motor

สปีด พร้อมขายแล้วด้วยราคา 9,999,000 บาทHaval H62021 Haval H6 (ฮาวาล เอช6) เอสยูวีจากเครือ Great Wall Motor

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

โดยเราได้รวบรวมข้อมูลและราคา EV ของใหม่มาอัพเดตกัน พร้อมบอกสเปคและราคา ยกเว้นรถไฟฟ้าในบูธ Great Wall Motor

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

รีวิว Q&A audi e-tron dual motor

If you believe that Tesla is five years ahead of the competition, does that mean that their products and prices from five years ago would be market competitive today, and is that true?

If you believe that Tesla is five years ahead of the competition, does that mean that their products and prices from five years ago would be market competitive today, and is that true? OK, let’s look at the 2015 Tesla range and see how it stacks up against the current offerings. The Tesla 2015 Model S came in three basic variants, the 70D, 85D and 90D. All were dual motor (although I believe that there was a single rwd version of the “85”), all wheel drive vehicles and were mostly differentiated by the different battery capacities and trim levels. The model range covered a price from $75,000 to $105,000, with engine power starting at 329 hp all the way to 691 hp for the P85D, and had a range that varied from 240 miles to 270 miles, depending on battery pack and model specification. Reviews of the day were rather effusive, with The Car Connection saying, “The 2015 Tesla Model S has no direct competition; the electric luxury hatchback is the benchmark among its kind in a market with more than 20 plug-in models. It's likely the most advanced car on the planet.” The Model X came in 75D, P90D or P100D variants, once again all were dual motor driven and mostly differentiated by the different battery pack capacities. At the time of its launch, it was the quickest and most aerodynamic SUV on the market, yet was still a seven seater. Prices ranged from $132,000 for the 90D with 257 miles range, to $142,000 for the P90D with 250 miles range. Performance was otherworldly, with 11.7 second quarter mile times from the P90D possible, putting it well inside the normal super car territory. Now lets look at the current competition, starting with the lovely Jaguar I-Pace. The current offering costs between $71,000 and $82,000 for a vehicle with 394 hp on tap and a claimed range of 253 miles…. Sounds rather familiar to the 5 year old Model S, doesn’t it? (although to be fair the current base model S is actually cheaper by a few hundred dollars than the base I-Pace) Perhaps the Audi E-Tron can fare better. Not bad looking, but a bit fussy and fiddly to my mind, but anyway that’s purely subjective, lets look at the basic specs. The E-Tron costs between $78,395 and $84,295 for this particular variant, and boasts of 355 hp with a range of only 204 miles. This looks to be rather less than what Tesla was offering 5 years ago, which seems strange. Perhaps the all new, all singing Polestar 2 can fare better. This is the new automotive line established by Volvo, who wish to make significant inroads into the EV market with fresh designs. The Polestar 2 is aimed at a lower market and as such starts at $61,200 for the base model, which is the only available model at the moment. It has a 201 hp motor mounted front and rear which gives a lively performance similar to the 2015 Model S. The 78 kWh battery gives the car a 233 mile range, which once again is right back at 2015 Tesla levels. Now it can be said that at $61k it’s substantially cheaper than the 2015 model S was when it was released, but it now has to compete with $39,190 to $56,190 Model 3s that offer ranges from 263 miles to 353 miles. Another point that has not been mentioned until now is the fact that Tesla has been continually expanding its Supercharger network which is something that no other manufacturer has even attempted. The sheer fact of this system of fast charging depots exists means that Tesla could easily operate with reduced range than the competition, yet they consistently offer more. Look, I’m really pleased that cars like the I-Pace, E-Tron and Polstar 2 exist, and I would absolutely love to own any one of them because they are all really great cars that are absolutely superior to their ICE brethren. The fact of the matter is that these manufacturers are aiming at an ever receding target that Tesla represents, and it’s no good if your model in development can only match the competitions current model in production when they are one or two development cycles ahead of you. (Vehicle prices and specs taken from Car and Driver magazine)

Does an AWD electric car have four motors for each tire or 2 motors for each pair in the front and back?

Most EVs have two motors, one for each pair of wheels. All Teslas with a “D” marking (dual motor), Jaguar i-Pace and Audi E-Tron are good examples. Tesla Roadster 2 will have three. One for each rear wheel and one for the two wheels in front. It reduces weight. Rimac Concept 1 and 2 have four, one for each wheel. So has NIO EP9 (another sports car). Rivian R1S and R1T will have four of them too.

How can the Tesla Model S get 370 miles of range out of a battery pack the same size as other EVs with less range?

Primarily from superior aerodynamics, but also from superior EV technology and engineering. The EVs with similar battery packs are the Jaguar I-Pace (90kWh) and Audi e-tron (95kWh). They’re both smaller than the 100kWh pack in the long range Model S, but not by a lot - basically within 10%. Still, the EPA range of the I-Pace is a mere 234 miles, and the e-tron gets a relatively pitiful 204 miles. Relatively speaking, both the I-Pace and the e-tron are bricks compared to the Model S, which is the most aerodynamically efficient car in its class. This is evident when you look at their consumption numbers at various speeds. At low speed, where aerodynamics are not a big factor, the I-Pace is actually quite efficient, but at highway speed an I-Pace has higher consumption than the much larger Model X. The e-tron is in a whole other league of awfulness in the aero department, and that’s why it gets such a low EPA range out of its big battery. Then there’s the EV technology and engineering. Like the old Model S, the Audi uses AC induction motors, which are less efficient than the permanent magnet motors used in the Jaguar. However induction motors have the advantage that they can be idled without creating much drag. Back when Tesla introduced the dual motor version of the Model S, they also introduced something they call “torque sleep”, which essentially means that they disconnect the rear motor of the car in normal driving, not by using a clutch or anything mechanical, but electrically. The front motor drives the car, and is geared at lower ratio than the rear motor which allows it to consume less energy. This is why the dual motor Model S actually has better range than the single motor versions. The Jaguar uses permanent magnet motors, which cannot be torque slept. Both motors must be powered at all times, or they will create drag. The Audi uses an induction motor, but it’s just too heavy and aerodynamically inefficient to be saved by torque sleep (though I believe they do the same). Tesla’s stroke of brilliance in the updated Model S is that they’ve replaced the front induction motor, which is always running anyway, with a more efficient permanent magnet motor, while retaining the induction motor in the rear for the crazy performance and ability to torque sleep. It’s the best of both worlds. Furthermore, they’ve used their superior knowledge and experience in EV engineering to create a new inverter for the motors which is more efficient than the old one. All in all they’ve been able to squeeze out a fairly significant range increase by working smarter instead of harder. It’s very, very impressive.

Should I buy a Tesla car in 2019?

This is very critical moment of decision to buy or not to buy a Tesla . As I am a person who within 1 month is going to have Model S Raven 2019 Long Range, and as a Tesla lover since I made first test drive of model S at 2016 and always read about Tesla news and their development, and about another EV cars, I feel that I am the right person to answer this question. This question is is so critical because we are living at a period where German car companies are aware of the Electric Car Revolution and promising to produce new EV cars. New cars has been announced since 2009 and some of them are already released: • Audi E-Tron • Jaguar I-Pace • Mercedes EQC (and other EQS or EQA) • VW ID - 3 • Porsche Taycan Turbo Some of them to be released in the next two - three years: Mercedes EQS Audi E-Tron Sportback, E-Tron GT E-Tron Quattro: Audi E-Tron - Revenge of the E-Tron - 2010 Audi E-Tron news - Frankfurt show: Audi E-Tron - 2009 (You can note from the above two links that it is so funny to see that German companies [Audi in particular]have very futuristic ideas since 2009 but the only realistic car that came this year was just the usual E-Tron) they can make whatever cars that make you surprise and happy that they are coming soon! But the are not taking it seriously. They are just dreams and concept cars. Volkswagen I.D. series - Wikipedia : VW ID-Crozz VW ID-Vizzion VW ID-Roomzz Tesla Y model So if you asked me two years ago I will definitely say yes buy a Tesla car, but for now (end of 2019) your question has to be answered depending on your situation (economical and future plans) So if you are asking what is the best car now with the best price? My answer will definitely be: Tesla model 3, it is the best time to buy a Tesla model 3. Tesla Model 3 - Wikipedia But if you have extra 30.000€ and able to pay about 70-100.000 € for model S (and considering that you may loose 30-50% of the model S price within 4-5 years from now, just like every other car), and I say maybe because one statistic showed that Tesla model S cars hold their prices over time (just like iPhones) Tesla vehicles still hold values better than competition on used market, study shows - Electrek But even though you will enjoy a luxurious car with best of its type and that would lasts many years. But if you have the patience to wait about 3 years to see the next generation of Tesla cars and maybe German cars mentioned above (this also can lead to better concurrence and better technology, better motors, better Autopilot, better batteries that can charge quickly, better car interiors, more futuristic and luxurious and lower prices), if you don’t need a car now then it is better to wait, but don’t buy in any case an ICE (Internal Combustion Engine) car. The advantages of buying a Tesla Model S now are: * According to Elon Musk there will be rise in Tesla prices when they are fully automated (FSD full self driving). * You get free lifetime supercharging this was announced 3 Aug 2019 (this opportunity can end soon, and last time they offered that was in old models between 2012 and 2015) * The model S is made of Aluminum , and looks so great and futuristic so non the body get corrosion or old modeled * The new Version (Raven) is capable of quick supercharging about 150 kWh , so when the version 3 of superchargers available everywhere you won’t need more than 20 min to fully charge your car. * Elon Musk already announced that there won’t be and change in design of model S or X. this means if you are considering buy a Tesla then buy it now, either 3 model or S model. But if you are waiting for better quality than Tesla with better price then you have to wait 2-3 years (even though Tesla is upgrading their functions, quality, design, and prices) , after three years you have to compare the next coming cars with the new Tesla. Tesla Model X 100kWh Dual Motor Performance Ludicrous 5dr Auto Finally if you find my article was useful to make a decision of buying a Tesla car, please use my Referral Code: Free Supercharger Miles This will give both us 1500 km of free supercharging at Tesla supercharging station In addition to the Supercharging bonus, owners who refer Tesla sales get entered into drawings to win a Tesla Model Y or a new Tesla Roadster (neither of which is on the market yet). If you’re a Tesla owner with unlimited free Supercharging, then you get additional entries into the car giveaways for each referral. Model Y giveaways are (or will be) held monthly, while Roadster drawings will be held once per quarter (four times per year). Please push ”Upvote” button if you like the article and share it with your friends 🙏🏻😊.

Which electric vehicles are all wheel drive?

Which electric vehicles are all wheel drive? Tesla: - all currently produced Model S and Model X have it; older cars - all those which have a D (dual motor) in their name. - with Model 3 it is optional - dual motor and performance versions have it All Jaguar i-Pace and Audi e-Tron. Coming soon: Mercedes Benz EQC, Porsche Taycan, Rivian R1S and R1T. This sums it up pretty much.

FAQs ที่เกี่ยวข้อง audi e-tron dual motor

  • Q

    ราคา SRP(Bangkok)ของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    อุ้ย'เหี้ยย ส่อง

    มีราคา SRP(Bangkok)และรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    รุ่นของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Keawjai Chaihong

    มีรุ่นและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    บอกภายในของAudi E Tronหน่อย.

    Tagg Kittisak

    ภายใน ของ Audi E Tron มีดังนี้

    อ่านเพิ่มเติม
หน้าหลัก