แท็ก

audi e tron fuel economy

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e tron fuel economy

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

ดูเพิ่มเติม

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพิ่มความเป็นไฟฟ้าที่ดูแลง่าย จึงทำยอดจองเยอะมาก ต้องต่อคิวรอนานเป็นปี ด้วยราคาขายเพียง 2.29 ล้านบาทAudi

'รถไฟฟ้าทุกคันในปัจจุบันดูเหมือนกันไปหมด' นายใหญ่ BMW ย้ำต้องสร้างความแตกต่างเมื่อเวลามาถึง

แม้ว่าคู่แข่งมากหน้าหลายตาจะเดินหน้าเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าบนแพลตฟอร์มของตัวเองกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Audi

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ขณะที่ Chevrolet (เชฟโรเลต) เป็นแบรนด์ยอดนิยมในอียิปต์ ส่วน Toyota ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% ในเยเมนAudi

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

รวมราคารถยนต์ไฟฟ้าในไทย ทุกรุ่นในปี 2021 ต้อนรับการมาของ ORA Good Cat

270 นิวตันเมตร ระยะทางการวิ่ง 217 กม. 2021 Lexus UX300eLexus UX 300 e

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

ฟังเหตุผล ทำไมรถล้ำ ๆ อย่าง 2022 Mercedes-Benz EQS ยังใช้กระจกมองข้างแบบดั้งเดิม

ผลการศึกษาพบว่าการดูภาพหน้าจอที่แสดงผลด้านหลังหรือด้านข้างตัวรถจะทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่เวียนศีรษะ”กระจกมองข้างดิจิทัลใน Audi

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

ๆ ร้อน ๆ ก็คือ Audi Q5 (อาวดี้ คิว5) ที่มาพร้อมชุดแต่งเอสไลน์ ทั้งภายในและภายนอก รวมไปถึงช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งใหม่

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

"ซิลิโคน" จะเป็นทางเลือกใหม่ในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าให้ อึด ทน นาน กว่าเดิม

ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายต่อธรรมชาติ เช่น ของเหลว กรด หรือตะกั่ว จึงปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมAudi

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

จับตา 10 รถใหม่เตรียมเปิดตัวปี 2021 รุกตลาดโลก หลายรุ่นเข้ามาขายเมืองไทยด้วย

โดยเฉพาะสปอยเลอร์หลังในตัวแบบเชิดขึ้นที่บั้นท้าย เครื่องยนต์จะใช้เทคโนโลยีของ Subaru บล็อก 4 สูบนอน ขนาด 2.4 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศAudi

รีวิว Q&A audi e tron fuel economy

What makes Tesla cars so efficient?

Tesla’s aren’t particularly efficient when looking at the batteries or electric motors. Lots of other electric cars are just as efficient or even better. (Look at the Hyunda models!) There is only one part where Tesla is different, and that is aerodynamics. All Tesla’s are shaped for optimal energy efficiency, and that is noticable on higher speeds, i.e. highway. There is nothing special of new about their aerodynamics. It is just that most other electric cars prioritize other aspects of the car, and thus the energy efficiency at high speeds suffers. That is a design choice, done because customers want more than just fuel/energy efficiency. If you look in Europe, you’ll notice that sedans simply do not sell. It is not a type of car that people want. Europeans want more practical hatchbacks and combi. The last decade, even that has shifted, and people are buying MPVs and SUVs. MPVs and SUVs are high and short. That’s terrible for fuel/energy efficiency, but that is what people are buying. And thus you see the Audi e-Tron and Jaguar iPace are high SUVs, and not sedans/coupe like the Tesla. Fuel economy has gotten worse in the last decade, because people buy practicality, not efficiency. Only with electric cars has efficiency become relevant again. Now that battery price has gone down, that is becoming less important again.

Which car brand is better overall, considering service, car performance, reliability, and value: Audi or Tesla?

I’m familiar with Tesla, not so much Audi. I’m going to answer this question in two parts. The first assumes we’re talking about an Audi gasoline car. Gas Performance: The Tesla Model S P100D is has the fastest 0–60 time of any production car (or at least any costing less than $1 million). Tesla cars, however, are not going run faster than 140 mph for long periods of time without the car reducing speed to cool off. You can run at 130 OK. Reliability: Early Tesla cars had some reliability problems. More recently Consumer Reports put them at average. Personally, after two years, the only problem I had was a camera that had to be replaced under warranty. If you want to get out your micrometer out, Tesla panels will not be as well aligned as the best cars, presumably BMW and Audi, but they are improving. I could measure, but not see, variances in my July 2018 Model 3. Value: Tesla and Audi are premium cars, but in different ways. I don’t know enough to pair Audi models with Tesla models. Audi cars start at lower prices than Tesla, but I saw one for $139,000 that’s getting up to the high end for Tesla. I think that if you’re going to spend over $50,000 for a car, you’re really not looking at fuel economy and the savings of the Tesla in that area, but here is a comparison between a high-end Tesla Model S and an Audi that gets US average fuel economy (but requires premium gas): Maintenance is much less expensive on the Tesla. I think that someone who is trying to make a decision between an Audi and Tesla would do well to select the model from each that fits their needs and their budget. Then they should seriously test drive them. Electric I personally would never even consider another gasoline car. So let’s look at the 2019 Audi A3 e-tron, an all electric vehicle. Here’s a review of the car at Car and Driver magazine . The price of the A3 e-tron starts at $75,795. That’s in the ballpark of a Tesla Model S 75D ($78,000). Both are all-wheel drive cars. I don’t have the exact range of the A3, but it appears to be very similar to the Tesla (~250 miles), even though its battery is a good bit larger. (Why the e-tron and the Jaguar I-PACE don’t have greater range with their big batteries is somewhat of a mystery.) The e-tron is an SUV and the Model S is a sedan (there is a Tesla SUV, the Model X). The top speed on the e-tron is 124 mph, the Tesla 140. It Audi’s not as quick either. I don’t like the e-tron interior with controls literally scattered everywhere. There are just too few specifications available on the e-tron to compare at this point. It might be better to compare it to the Tesla Model 3 long range AWD at $55,000, with 310 miles of range. Anyway, compare that clutter with this: The one YouTuber that seems to have as much experience with a wide variety of electric cars is Bjorn Nyland, and I’ll leave a link to one of his videos about the e-tron (Nyland personally drives a Tesla Model X).

Do you recommend a hybrid or electric car? I prefer not to have to plug in my car every night or plan routes to supercharge my car on trips.

You have to consider how much of a pain it is to plug in the car, and how much of a pain it is plan trips with charging. *IF* you have your own garage, then plugin in the car is super simple. You simply have the connector hanging on the wall next to your car. Only need to take it in your hand, and plug it in the car. Takes 5 seconds. If you don't have your own garage, then things become more problematic. At the very least, you want a dedicated parking spot in front of your house, where you can reach with a charging cable. If you don't have anything like that… then do NOT get an electric car. You really must be able to charge at home, otherwise it becomes a huge pain. As for charging every night… On average, most people only drive 30 to 50 km per day. Even when you only have 300 km range, that means you can drive the whole workweek without recharging. (This is much more on a plug-in hybrid, where you really need to charge it after every drive) (super)charging for long trips is a different matter. This can be a huge issue, especially with cars that don't have long range, nor good recharge rates. A medium class electric car might only do 200 km highway, and charge at maximum 50 kW, meaning it takes 45 minutes to charge to 80% for the next part. That would make long trips a HUGE PAIN. Needing 45 min recharge for every 2 hours of driving is unacceptable. (Looking at you BMW i3!) However, the long range EV, (like Tesla) allow 300 to 400 km of range, and more importantly, 100 to 150 kW recharge rate, and over a larger part of the capacity. (up to 80% on the Audi E-tron! ). Meaning they can drive 3 to 4 hours, while only needing half an hour of recharge. That's is very acceptable, as the human driver will also need a bathroom and lunch spot by that time. The home-charging is depending on your situation. If you can't charge at home, then do not get an electric vehicle. If you can charge at home, then it really is no problem to plug it in. The long trip issue, depends on the kind of electric car. Most affordable electric cars are pretty bad in this respect… simply because a small battery automatically also means low recharge rate. The long range electric vehicles with high recharge rates tend to be very expensive… Compared to hybrids… Well, a plug-in hybrid increases the amount of recharging at home. You really have to charge always if you want to drive electric. But it doesn't have a range issue for long trips. A regular hybrid works like a normal car, but with much better fuel economy, especially at low speeds and city. Financially, it completely depends on the tax incentives and subsidies. Without tax benefits and stuff, the extra cost of the plug-in hybrid typically is not earned back by the fuel savings and low electricity costs. Only regular hybrids like the Toyota's have such low extra cost compared to pure petrol cars, that they are financially worth it. The enormous extra cost of the electric car is mostly also not earned back by lower energy cost when driving. However, including tax benefits and stuff, anything is possible…. My wife's company car is a plug-in hybrid. Even though the catalog price of the car is more than the diesel version, it actually costs us only half of the cost per month as the diesel. So that was a no-brainer to decide. The electric vehicle in the same lease class, with the same catalog price, would cost one third of the diesel… However, that was a much smaller car, with only 200 km range, and lousy recharge rate. So not an option. The financial side cannot be answered by Quora… that is too much dependent on the local financial incentives for electric vehicles.

My grandfather said he would buy me a 2017 Audi R8 in 7 years. How much will it cost at that time?

We’re at a pivotal time in the history of the supercar and the R8, specifically. There’s a push in the industry towards forced induction and electrification in order to avoid taxes on large displacement engines and increase fuel economy, respectively. What this means is that the Gen 2 R8 and Huracan, as they share the same platform, might have the last naturally aspirated V10’s in the supercar market. On the horizon, we have the Huracan Evo, which will continue to squeeze life out of this V10 powerplant; however, the rumor mill out of Ingolstadt is indicating that Audi will not be producing a Gen 3 R8. As such, the current Gen 2 R8 may be discontinued in the 2020–2021 timeframe. A possible successor might be based on PB18 E-tron concept, which is propelled by electric motors. Given the aforementioned information, R8 prices will obviously do one of two things: 1.) Mirror Gen 1 depreciation rates, which haven’t been terrible. I’ve seen 2012 R8s sell for the the same price as MP4–12cs. Prices hover between $60–110k based on specs (i.e. V8, V10, GT, etc.) and mileage. Current Gen 2 R8 depreciation puts used models in the $130-$170k band. Again, spec (RWS, Base, Plus, etc.) and mileage are considerations. 2.) Prices may hold steady or there may even be some appreciation. If indeed no naturally aspirated successor is built and the market moves towards electricfication, the number of Gen 2 R8s floating in the used market may be minimal. This will help to buoy pricing. Ultimately, this is all conjecture as the true answer lies in a crystal ball to which I do not have access.

What is the future of electric cars in India?

With rapid urbanization, rising income, government support and policies has helped the country to become the world’s 4th largest automobile market in 2017.[1] The country also has one of the largest road networks in the world, covering more than 5.5 million kms. Due to improved connectivity between cities, towns and villages more than 64% of all the goods are transported via roads and around 90% of the country’s passenger traffic uses road network for travelling.[2] Growth in sales of automobiles contributed to the increase in the demand of oil consumption and rise in the greenhouse gases. In 2018, India is the 3rd largest importer of crude oil and around 80% of its oil needs are fulfilled through imports[3]. After China and the US, India is also the 3rd largest emitter of Greenhouse gases in the world[4]. Even the report on AQI (Air Quality Index) for the top 10 countries with the worst air pollution index shows the unhealthy air pollution level which is really alarming[5]. Under the Paris Agreement, India has pledged a 33-35% reduction in the “emissions intensity” of its economy by 2030, compared to 2005 levels. To achieve this target, India has started working in reducing its dependence on fossil fuels. Out of various initiatives, Government of India launched National Electric Mobility Mission Plan (NEMMP) 2020 in the year 2013. This initiative was launched with an aim to achieve national fuel security, providing affordable and environmentally friendly transportation and creation of employment opportunities by developing competitive & world class manufacturing facility for electric vehicles.[6] Inline with its objective, Government of India is pushing for a complete conversion of three-wheelers, scooters and motorcycles with engine capabilities of less than 150cc to electric by 2023 and 2025[7] . But there are certain challenges that are associated with the mass adoption of electric vehicles in India. Challenges: 1) One of the significant factors for the slow growth of EVs is their higher price which is around 2-2.5 times more than the similar conventional vehicles.[8] 2) The range per charge for electric vehicle is also a major concern. Higher range will need higher battery capacity and it will lead to increase in the price of electric vehicles and thus, making it unaffordable by the majority of people. 3) There is a need to develop robust charging infrastructure which is essential for the faster adoption of electric vehicles. This will also help in addressing the range-related anxiety among the people. 4) Refuelling the tank of conventional vehicles (internal combustion engine) will hardly take 5-6 minutes. Whereas, in case of EVs even the fast charging options on luxury cars like the Mercedes-Benz EQC and Audi e-tron need a minimum of 30-40 minutes for charging the batteries.[9] 5) This also require our cities, residential complex, shopping malls etc. to be designed in such a way that provide better parking facilities and sufficient open spaces with charging infrastructure to accommodate large fleet of vehicles.[10] 6) The important component of electric vehicle is its battery and currently all electric vehicles use lithium-ion batteries (LIBs). These batteries are expensive and don’t support long distance travel. 7) The critical element that are present in these batteries are lithium & cobalt. Major problem with these metals is that they are available in only few countries. 60% of the world’s total reserves of cobalt is in Congo and 65% of lithium reserves is with Bolivia and Chile. 8) China the largest producer of electric vehicles has captured more than 60% of the global battery market share. To maintain its supremacy and to become a global hub of manufacturing EVs and batteries, it has purchased the mines in Congo, Chile, Bolivia and Australia.[11] 9) In 2016, the Indian government announced that the country would skip the BS-V norms altogether and adopt BS-VI norms by 2020. Expert estimated that industry would have to spend more than Rs 60,000 crore to comply with BS-VI norms. This makes more investment in electric vehicles a challenge.[12] 10) Switching to EVs will also need skilled manpower to tackle the problems associated with it. So, the country has to reskill the large number of mechanics to make them aware of the technicalities of the vehicles. 11) Electric vehicles will also eliminate the need of various auto components like engine valves, pistons, fuel injection systems, cooling systems, exhaust pipe etc. that are used in internal combustion engine vehicles. As a result, the survival of various auto ancillary manufacturing unit could become unviable and thus it will put around 1.5 million jobs at risk.[13] Implementation of EVs need long term approach and proper planning because any haphazard and forceful decision, will have an adverse effect on automotive industries. Meanwhile, the nation should invest more in R&D to become a leader in next generation battery technology that will reduce our dependence on other countries. Image Source: https://niti.gov.in/writereaddata/files/document_publication/EV_report.pdf Footnotes [1] Automobile Industry in India [2] Road Network in India: National Highways, Projects, Govt Initiatives [3] India's oil import bill to jump by 25% in FY18 [4] The Carbon Brief Profile: India [5] World's Air Pollution: Real-time Air Quality Index [6] Implementation of National Electric Mobility Mission Plan [7] India's electric vehicle journey so far: A story of nudges and trudges [8] http://www.siam.in/uploads/filemanager/114SIAMWhitePaperonElectricVehicles.pdf [9] Opinion: India’s Electric Vehicle Challenge [10] https://www.pwc.in/assets/pdfs/publications/2018/use-of-electric-vehicles-to-transform-mass-transportation-in-india.pdf [11] Dream or nightmare: Why India should postpone its electric vehicle plans for ten years [12] Why the government is betting big on EVs, and why the gambit has automobile industry worried - ET EnergyWorld [13] Why the government is betting big on EVs, and why the gambit has automobile industry worried - ET EnergyWorld

FAQs ที่เกี่ยวข้อง audi e tron fuel economy

  • Q

    ระบบเสริมแรงเบรกของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    จิ๊ป คับ

    มีระบบเสริมแรงเบรกและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ลำโพงด้านหลังของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Virat Wongsawai

    มีลำโพงด้านหลังและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ระยะห่างระหว่างล้อคู่หลังของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    ตี้ดี๊ด๊าปาทังกี้ปาทังก้า

    มีระยะห่างระหว่างล้อคู่หลังและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม

Tags

หน้าหลัก