แท็ก

audi e tron edition 1

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e tron edition 1

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

ฟังเหตุผล ทำไมรถล้ำ ๆ อย่าง 2022 Mercedes-Benz EQS ยังใช้กระจกมองข้างแบบดั้งเดิม

ผลการศึกษาพบว่าการดูภาพหน้าจอที่แสดงผลด้านหลังหรือด้านข้างตัวรถจะทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่เวียนศีรษะ”กระจกมองข้างดิจิทัลใน Audi

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

Audi เปิดตัวเอสยูวีโหด 2021 Audi RS Q3 Sportback เคาะ 4.75 ล้านบาท ถูกกว่า Mercedes-AMG GLC

Audi (อาวดี้) ประเทศไทย เปิดตัวรถรุ่นใหม่รวดเดียว 3 รุ่น นำทัพด้วย 2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

ดูเพิ่มเติม

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพราะทรงน่ารักแหวกแนว พร้อมออพชั่นหลากหลาย ตามสเปคเมืองจีนเผยว่า วิ่งได้ระยะทาง 500 กม.ต่อการชาร์จ 1

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2021) เปิดตัวกันอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ที่ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-

รวมข้อดีข้อเสีย Audi A5 Coupé ที่ควรรู้ก่อนเป็นเจ้าของ

A5 Coupé ให้ก่อนตัดสินใจข้อดี Audi A5 Coupé1.Audi A5 - ดีไซน์เรียบหรูดูทันสมัย Audi A5

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ผู้จัดจำหน่ายสีตัวถังรถยนต์จากสหรัฐอเมริกาทำการสำรวจรถยนต์ที่มียอดขายสูงที่สุดในแต่ละประเทศ พร้อมกับรวบรวมว่าบริษัทรถยนต์รายใดมีส่วนแบ่งตลาดมากที่สุดในปี 2020 ที่ผ่านมาแน่นอนว่าอันดับที่ 1

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

150,000 กิโลเมตร, ฟรี ค่าแรงเช็คระยะ นาน 5 ปี หรือ 10 ครั้ง / 100,000 กิโลเมตร และ ฟรีประกันภัยชั้น 1เครื่องยนต์เบนซิน

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

e-tron ที่เรียกว่าขายอย่างจริงจังเป็นแบรนด์รถยนต์หรูหรารายแรก รวมไปถึงรถยนต์กลุ่มตระกูลตัวแรงอย่าง RS

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

พาชมคันจริง 2020 Audi A4 Avant ไมเนอร์เชนจ์ ราคา 3.399 ล้านบาท เจาะสเปคเปลี่ยนเยอะทั้งคัน

อาวดี้แบรนด์พรีเมี่ยมจากเยอรมัน นำเข้ารถ Audi A4 Avant โฉมไมเนอร์เชนจ์ใหม่มาขายแล้ว มีชื่อสร้อยรุ่นย่อยว่าเป็น

2020 Audi A4 Avant เตรียมเปิดตัวในไทย 18 สิงหาคมนี้

2020 Audi A4 Avant (2020 อาวดี้ เอ4 อวานต์) ประกาศพร้อมเปิดตัวในประเทศไทยในวันที่ 18 สิงหาคมที่จะถึงนี้

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

ซึ่งยอดขายรถพลังงานไฟฟ้าในชาติสแกนดิเนเวียนแห่งนี้มีสัดส่วนเพียง 42% และยิ่งถ้าเทียบกับเมื่อปี 2009 จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1%

รีวิว Q&A audi e tron edition 1

Would you buy an electric car that isn't a Tesla?

As someone who isn’t a Tesla owner, BUT is on the search for a new daily driver and have tested out extensively Tesla. I would say…YES ABSOLUTLY. BUT it depends. I won’t buy any electric Kia or entry-level family car (Model 3) because for that price I would be happy to buy a performance vehicle or save it for something better in terms of quality and design. However, because of my lifestyle and the fact that I drive 1) very few miles and distance 2) always against the traffic flow. 3) Single and don’t need to do any family thing I could easily own a sport car or even a supercar as my daily driver with no problem. But, I could easily own an electric car too. As someone who grew up with more upscale vehicle, when I drove and tested out Tesla, I expected that it would blow my brain off because of how advance it suppose to be or it is. I was impressed, but not too impress either. I have to say that I could see why someone would easily buy another brand that isn’t Tesla: Shit quality (the biggest reason actually and something that people who have and actually appreciate luxury vehicle will understand). Ahem I remember when Tesla used to have good interior with a lot of option like any luxury car. Now, because of underproduction and high-demand they have eliminated many options, which is a major drawback for many people who are used to luxury cars. Before and After: “Vegan Leather”- okay personally, I think this should just be an option or at least offer consumer to have full and real leather. But wait they can’t. Cause of production problem. Like its still fake leather and its the same shit that most other car brands even the most cheapest one offer. Panels and attention to details is very very low. Some people, like me, appreciate and have an eye for every single components a car has and how its made and the quality. NO PREVIOUS LUXURY CAR OWNER WANT TO BE TOLD THAT “PLEASE CHECK YOUR CAR IF ANY PANELS OR PAINT IS BAD”. WE DONT EXPECT THAT. Interior design (very important if you are used to luxury vehicle) In the case of the Model 3/Y. I don’t like how simple it is, especially for the price. Like it doesn’t even have a front gauge cluster, just a big screen in the middle. It has its appeal for some people, but personally I don’t like it that much due to that fact that I like to go fast and be able to read easily without taking my eyes from the front view. Personally, I like to have some tiny details and focus on details, such as buttons and trims parts. Or thing you never notice (like the rim of a cupholder being made out of aluminum instead of plastic). Exterior design (subjective, but understandable). Model Y/3 look like a fucking frog. It isn’t beautiful at all. In addition to that, for some people it could be too quirky and not subtle. Warranty Tesla doesn’t have the best warranty for an electric car. That honors goes to Jaguar. Performance When it comes to taking it to the track or going in corners. Some people like a nimble steering and feel. Suspensions and driving I’m going to be honest but the suspension was not the best I ever driven. Lack of customization and real luxury (a big blow to Tesla) Tesla only offer 5 colors (white, black, midnight grey, blue, and red), two rims, two interior option (three for Model S/X), No sunroof option, No ambient lights, No 3D camera compared to BMW, Audi and MB, No special order request or individual premium, no personalization or changes to badges, and other things. You get it Tesla are not luxurious due to the fact that they are more catered now to the mass. Its not bad, but they have done it in a way that compromise their luxury touch for those who are used to luxury car and to the original buyers of Tesla’s. When it comes to their model as someone who is used to luxury cars, Model 3/Y personally is less luxury as more of an economy or just premium car. But not luxury. I say this because the Model Y/3 is often compared to traditional luxury car brand by car journalist due to the price. In my opinion, within Tesla, the best in my opinion is Model S/X cause its their flagship to start with. However, they have lowered their quality and their customization possibility. Now which electric car would I buy, that isn’t Tesla? Well here’s my list: Audi E-Tron Look at that beauty. I drove this SUV. For people who are transition from petrol to electric, I would say Audi is definitely the winner. Quality? Go to the dealership see one sit in one and see the difference. Its immediate. They have two body style: Sportback Normal For those who care about rear visibility and practicality its easy to guess why Audi E-tron Normal is a great choice compared to let say a Model Y. Now lets see the option they have: Oh wait. We see that they have over 5 colors! Wow! ALSO THEY HAVE INTERIOR AMBIENT LIGHT. So whats the con of this SUV?: Well to start with the price jumps super fast (German characteristic) and for the fully packed version of it, One could buy a Model S/X. Audi E-Tron GT The only problem with this car is that its slighty cheaper than the Taycan. WTF!? I want it to be the same price as the Model S or cheaper. Porsche Taycan (honestly my favourite of all the electric cars) Hey They even offer a Station Wagon version! Now this one is my favorite. Beside the performance, it offer such a great handling. I would argue even better than Tesla when it comes to corners. This is just the tip of the ice-berg on Porsche options, as Porsche have soo many options. Now the only thing I don’t like about this car is that, well they charge me for every single detail of this car, when other brand such as Tesla and even Audi comes standard. However, if you (like me), likes very very simple Porsche and want an electric car that is soo simple that it actually feels more traditional than a high-tech electric car. Configure it to the cheapest option and buy this. Jaguar I-Pace Another good contender. Its very elegant, excellent built quality (more impressive given that its a Jaguar) and also has a superior warranty over Tesla in many ways. There are many other that I won’t be mentioning that are coming in the future, but I haven’t driven or sat at it yet. Given that the US will come late in terms of Electric car model compared to Europe, there’s very few options currently. However, I think Tesla are just very weird (in a good and bad way) and that could deter people from buying one cause theirs a lot of people that like things their used to already. [EDIT] As you can see clearly I am more of a Model S/X person and I personally want something that is more close to that. For those people who argue “Tesla is a revolutionary car company ya, uuu Tesla is not trying to be luxurious, ooo u buy a Tesla for its tech.” Please understand I don’t care about the miles. Its my money and clearly for does who aren’t car people then obviously tech will be seen more of a lux. As you can see, being affordable is something that I really don’t care. What I care is “good and reasonable price”, and performance and quality overall. In summary, a well balance and well rounded car. Very german in my own opinion. I am not willing to pay over $100k or over $95k on an electric car too easily because I could get a Porsche 911 or something like that.

What are the upcoming SUVs in India by 2021?

Here are some upcoming launches in India in 2021 with some expected dates. jeep wrangler 2021( march 2021) jaguar I-pace (march,2021) Mercedes-Benz-A-class Limousine(March 2021) Mahindra eKuv100 (March 2021) Jaguar e-pace(March 2021) Audi new Q3 HAVAL H6 Skoda Kushaq Mahindra s204 Tata Altroz EV Rolls-Royce NEW Ghost Tata tiger EV Facelift. Porsche Taycan Toyota Yarish black Limited edition Tata HBX Hond Amaze Facelift Skoda Kamiq Isuzu MU-X Bs6 Nissan Leaf EV Audi e-Tron Hyundai new Kona Tata Tiago EV This list is some quater number of expected upcoming Cars in India In 2021. You can find many more by google search.

Will the Audi E-Tron eventually outsell the Tesla Model X?

Will the Audi E-Tron eventually outsell the Tesla Model X? Which year are we talking about? Today, near future or 2025? Well, let’s see, the Tesla Model X with the 100 kWh battery (95 kWh available to the user) has an EPA range of 295 miles (Wikipedia) or 325 miles in the recent, newest, upgraded version, according to Tesla. Audi E-Tron with the 95 kWh battery (84 kWh available) has an EPA range of 204 miles. If we account a few percent for degradation of the battery, less-than-ideal road conditions and higher freeway speeds and subtract 25% from the range of each car to get to real-life ranges, we get to 325 (-25%) = 244 miles for Model X and 153 miles for the E-Tron. That’s the range on which customers can actually rely on. If we get to winter conditions, subtract another 10–15%. Not only the E-Tron isn’t in the same league as the Model X, it actually disqualifies itself as a reasonable choice for this class / price segment. It will get only customers who absolutely don’t want a Tesla and absolutely want an Audi. At those differences in performance and range I don’t think that there are many. Yes, Audi does charge faster up to 80% (which is good) and it left a few percent more as safety in the battery to make it last longer, they could have “unlocked” a few percent more at the top, but still - its not even a competitor, yet alone a car that could outsell the Model X. This extra charging speed gets nullified by a much higher consumption, so as a result the Model X actually charges faster, especially if the user mostly charges on Superchargers in the (most common) 10% - 70% state of charge region. Leave aside that Tesla’s Supercharger is already up and running and Electrify America is still building it, it has the Autopilot that will have full self driving capability in a couple of years and it has over-the-air updates. The final point is - Tesla can produce as many Model X as it wants, it has no shortage of the 18650 battery cells. Audi - in contrast - has a shortage of their battery cells. I was asking whether we talk about the year 2025. Yes, by then Audi could start from scratch, massively redesign the car and give it a 130+ kWh battery. But these wouldn’t be the cars we are are talking about today. Edit: I have seen information that initial sales in Spain, Netherlands and Norway were quite good; but actually I am not surprised - first, it is a new car which some people like because it is new and second - it offers some features that Teslas don’t. Let’s not forget - the Model S is available since 2013 and Model X since late 2015. Many people who wanted those already have them. Norway has mostly roads with a speed limit of 80 km/h (50 mph) and people who bought the e-Tron obviously don’t drive very far very often and at those speeds the e-Tron can probably make close to those 300 km. But we are talking about 500, maybe close to 1000 cars per month. Globally. Early birds. Update 1: I wrote all of the above in May 2019. Now the opinion became a fact-based opinion. In US sales the Model X outsells the e-Tron at a ratio between 2:1 and 3:1. Final Update: Monthly Plug-In EV Sales Scorecard: July 2019 In Europe the E-Tron might have a slight home advantage, but don’t think that it is able to flip the ratio. Side note - Audi just recently announced another version of the e-Tron. With battery with 71 kWh gross capacity. Not 120 kWh, but 71 kWh. Less power, slower charging. I don’t think that this will boost sales. For this size and price category this is laughable.

Why should I buy Tesla Model X instead of Audi e-tron?

Let’s say when to buy an e-Tron, this is easier. do you live in USA? If yes, you will be almost certainly be limited to the range of the e-Tron which is 204 miles according to EPA, which means about 150 miles at highway speeds. It can charge at up to 150 kW, but those chargers are rare and will stay like this for a year or two. There are some 50 kW CCS chargers, but for a car with an usable battery of 84 kWh this means top-ups of at least 1 hour, probably more, meaning that for long trips you must have plenty of time, the car is “thirsty” - significantly less economical than the Model X. If this doesn’t bother you and some more premium interior is more important, the e-Tron may be the car for you. Tesla Model X has more space, can have up to 7 seats, consumes less and has especially in the 100 kWh version a lot more range - about 50% more. Although it (currently) can charge at up to 120 kW, this will change with over-the-air updates. Even if the e-Tron can get to a HPC rapid charger, Tesla almost makes this up with lower consumption. Tesla already has a dense network of Superchargers which cover most of USA and Western and Central Europe, offering the ability to make long road trips without a problem. And Tesla has the Autopilot with the ability to become (optionally) fully self driving in a couple of years. So yes, if you live in suburbs of some bigger city and the longest trip is to the local (international) airport and you don’t care about the autopilot - the e-Tron may make some sense. Or you live in Norway where almost the whole country has a speed limit of 80 km/h (50 mph) which results in relatively small consumption - and once again don’t really make very long road trips. In any other case - it’s the Tesla Model X. Highly preferable with the 100 kWh battery because (let’s admit) - it’s a big car. A SUV/crossover. The 75 kWh battery is too small to make it work as designed. Edit: I almost forgot towing capability. Yes, both cars can tow some trailers (while the Model X can take bigger ones), but with the e-Tron you will run out of your battery so fast that it will become a real pain because towing adds roughly 50% to the consumption. With the Model X you will be able to tow for some 200 miles and with some 30+ minutes breaks (from Supercharger to Supercharger) it will still be able to do some road trips in a reasonable time. So if you consider towing, the Model X is the clear winner. This video shows Model X, towing a 2250 kg (5000 lb) boat, uphill. Well, I like that video, especially after the 5:00 mark. Just watch it :)

Why is the Audi E-Tron so popular in Norway?

The theoretical answer. Norwegian voters historically have a tendency to prioritize voting for safety, security, stability and solidarity. Today, there is a bit less solidarity and a lot more wealth from the oil. Combined the preferences if manifested into a vehicle might very well be something close to the Audi E Tron. That is, Norwegian purchasers get all of the advantages of an electric vehicle and perhaps the most conservative German luxury car manufacturer in one package. If Norwegians were to turn into cars overnight many may turn into an Audi. The practical answer. For the Audi loyalist the E Tron is going to cost 25 to 40 percent less than the Q8 (in Norway) depending on the features chosen. My guess is many loyal Audi buyers are switching to electric. For those deciding between Tesla X, Jaguar I-Pace and E Tron a few reviews have placed the E Tron at the top for some of the following reasons. Reasons which I say reflect Norwegian lifestyles and values. The Audi is a good value for the money priced significantly less than the Tesla X (especially the performance edition) and moderately less than the Jaguar I-Pace. Audis are known in Norway for having good road handling capabilities which is important in a country with many very narrow, twisty roads often covered with snow and ice. The build quality and dependability of the Audi seems better than the Jaguar and especially the Tesla and is likely perceived that way by Norwegians. Norwegians often spend their free time out in the nature and at cabins. Many Norwegians have access to two or more cabins, usually one in the mountains and one near the sea. While the Tesla X offers the ability to tow the heaviest trailer (2,250 kilos) followed by the Audi at 1,800 kilos. The Jaguar only can tow 750 kilos so if towing vs. price is a high priority then the Audi wins out here. Norwegians being born with skis on their feet as some say here also want a box on the roof of their vehicles they can place their ski gear. The Tesla X rear box is less than ideal in terms of location and aesthetics and the roof box does not look “right”. Regarding brand affinity Audi wins in Norway. Jaguar until recently was a less preferred vehicle in Norway and they should be commended for selling as many I-Pace’s as they have. The Tesla looks like a blown up beetle and the doors are a bit ghetto rich. The Jaguar has sharp lines and looks too much like a trophy wife or husbands car. While the Audi has clean and classic lines that are understated (i.e., conservative) yet, sublime. Although, I was surprised to see a very popular Audi E Tron model being sold in petroleum blue with orange accents on the brake shoes. It used to be in Norway car buyers would have model and engine size bades removes from the car as it was seen as bad form to advertise or brag about such things*. To summarize, I think the E Tron of the four models mentioned has the highest utility for most Norwegians. In America, we say the early bird gets the worm. In Norway, its more the early bird gets eaten by the fox. The Tesla X was sort of that fox and was purchased by early adopters. The Audi E Tron is more or less the Electric SUV choice of Norway’s everyday person, and in a land obsessed with everyone is the same, its a good choice to have a piece of luxury that still fits in with the social democratic narrative (albeit, an increasingly affluent , luxury oriented and individualistic one).

FAQs ที่เกี่ยวข้อง audi e tron edition 1

  • Q

    ระบบเสริมแรงเบรกของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    จิ๊ป คับ

    มีระบบเสริมแรงเบรกและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ที่วางแก้วน้ำด้านหน้าของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    กมล สุพิศ

    มีที่วางแก้วน้ำด้านหน้าและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ระยะห่างระหว่างล้อคู่หลังของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    ตี้ดี๊ด๊าปาทังกี้ปาทังก้า

    มีระยะห่างระหว่างล้อคู่หลังและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
หน้าหลัก