แท็ก

audi e tron highway range

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e tron highway range

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

ชมคันจริง 2021 Range Rover Evoque Lafayette Edition ราคา 4.199 ล้านบาท แต่มีแค่ 3 คัน

เรนจ์โรเวอร์ อีโวค เปิดตัวรุ่นแต่งพิเศษในไทย2021 Range Rover Evoque Lafayette Edition (เรนจ์ โรเวอร์

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

รู้จักข้อดีข้อเสียก่อนเป็นเจ้าของรถสายลุย Land Rover RANGE ROVER

Land Rover Range Rover1.ภายใน Range Rover ตกแต่งหรูหราการออกแบบภายในของ Land Rover Range Rover ใช้วัสดุคุณภาพสูง

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

ดูเพิ่มเติม

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพิ่มความเป็นไฟฟ้าที่ดูแลง่าย จึงทำยอดจองเยอะมาก ต้องต่อคิวรอนานเป็นปี ด้วยราคาขายเพียง 2.29 ล้านบาทAudi

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ขณะที่ Chevrolet (เชฟโรเลต) เป็นแบรนด์ยอดนิยมในอียิปต์ ส่วน Toyota ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% ในเยเมนAudi

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

รู้จักข้อดีข้อเสีย Audi Q8 ก่อนยกให้เป็นรถคู่ใจ

Audi Q8 รถยนต์ครอสโอเวอร์ที่มาพร้อมความเป็นเอกลักษณ์สไตล์ Audi ด้วยชื่อแบรนด์ก็บ่งบอกแล้วว่าต้องหรูดูดี

ฟังเหตุผล ทำไมรถล้ำ ๆ อย่าง 2022 Mercedes-Benz EQS ยังใช้กระจกมองข้างแบบดั้งเดิม

ผลการศึกษาพบว่าการดูภาพหน้าจอที่แสดงผลด้านหลังหรือด้านข้างตัวรถจะทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่เวียนศีรษะ”กระจกมองข้างดิจิทัลใน Audi

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

ๆ ร้อน ๆ ก็คือ Audi Q5 (อาวดี้ คิว5) ที่มาพร้อมชุดแต่งเอสไลน์ ทั้งภายในและภายนอก รวมไปถึงช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งใหม่

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

รวมข้อดีข้อเสีย Land Rover Range Rover Velar ก่อนเป็นเจ้าของ

Crossover SUV ทำให้หลายคนสนใจ และอยากมีสักคัน แต่ก่อนจะให้ Land Rover Range Rover Velar เป็นรถคู่ใจสายลุย

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

รีวิว Q&A audi e tron highway range

Should I go for Tesla or Audi E-Tron in the electric vehicle market?

While it’s a nice car, I would not consider the Audi e-tron. I drive an EV and I just got back from a 5,000 mile road trip in one. Long distance travel in a car with just 205 miles of range (i.e., the e-tron) would be inconvenient, to put it mildly. I ran my road trip through a route planner with an e-tron and the electricity cost was over $900, compared to around $220 for my Tesla Model 3. I would have to limit speed to make some of the trip and I would have to spend over 25 hours charging! Good grief! Plus I had Tesla Autopilot to drive most of the way on those long, straight interstate highways. Sorry, but I really do not know what Audi was thinking when they designed this car.

How can the Tesla Model S get 370 miles of range out of a battery pack the same size as other EVs with less range?

Primarily from superior aerodynamics, but also from superior EV technology and engineering. The EVs with similar battery packs are the Jaguar I-Pace (90kWh) and Audi e-tron (95kWh). They’re both smaller than the 100kWh pack in the long range Model S, but not by a lot - basically within 10%. Still, the EPA range of the I-Pace is a mere 234 miles, and the e-tron gets a relatively pitiful 204 miles. Relatively speaking, both the I-Pace and the e-tron are bricks compared to the Model S, which is the most aerodynamically efficient car in its class. This is evident when you look at their consumption numbers at various speeds. At low speed, where aerodynamics are not a big factor, the I-Pace is actually quite efficient, but at highway speed an I-Pace has higher consumption than the much larger Model X. The e-tron is in a whole other league of awfulness in the aero department, and that’s why it gets such a low EPA range out of its big battery. Then there’s the EV technology and engineering. Like the old Model S, the Audi uses AC induction motors, which are less efficient than the permanent magnet motors used in the Jaguar. However induction motors have the advantage that they can be idled without creating much drag. Back when Tesla introduced the dual motor version of the Model S, they also introduced something they call “torque sleep”, which essentially means that they disconnect the rear motor of the car in normal driving, not by using a clutch or anything mechanical, but electrically. The front motor drives the car, and is geared at lower ratio than the rear motor which allows it to consume less energy. This is why the dual motor Model S actually has better range than the single motor versions. The Jaguar uses permanent magnet motors, which cannot be torque slept. Both motors must be powered at all times, or they will create drag. The Audi uses an induction motor, but it’s just too heavy and aerodynamically inefficient to be saved by torque sleep (though I believe they do the same). Tesla’s stroke of brilliance in the updated Model S is that they’ve replaced the front induction motor, which is always running anyway, with a more efficient permanent magnet motor, while retaining the induction motor in the rear for the crazy performance and ability to torque sleep. It’s the best of both worlds. Furthermore, they’ve used their superior knowledge and experience in EV engineering to create a new inverter for the motors which is more efficient than the old one. All in all they’ve been able to squeeze out a fairly significant range increase by working smarter instead of harder. It’s very, very impressive.

Why should I buy Tesla Model X instead of Audi e-tron?

Let’s say when to buy an e-Tron, this is easier. do you live in USA? If yes, you will be almost certainly be limited to the range of the e-Tron which is 204 miles according to EPA, which means about 150 miles at highway speeds. It can charge at up to 150 kW, but those chargers are rare and will stay like this for a year or two. There are some 50 kW CCS chargers, but for a car with an usable battery of 84 kWh this means top-ups of at least 1 hour, probably more, meaning that for long trips you must have plenty of time, the car is “thirsty” - significantly less economical than the Model X. If this doesn’t bother you and some more premium interior is more important, the e-Tron may be the car for you. Tesla Model X has more space, can have up to 7 seats, consumes less and has especially in the 100 kWh version a lot more range - about 50% more. Although it (currently) can charge at up to 120 kW, this will change with over-the-air updates. Even if the e-Tron can get to a HPC rapid charger, Tesla almost makes this up with lower consumption. Tesla already has a dense network of Superchargers which cover most of USA and Western and Central Europe, offering the ability to make long road trips without a problem. And Tesla has the Autopilot with the ability to become (optionally) fully self driving in a couple of years. So yes, if you live in suburbs of some bigger city and the longest trip is to the local (international) airport and you don’t care about the autopilot - the e-Tron may make some sense. Or you live in Norway where almost the whole country has a speed limit of 80 km/h (50 mph) which results in relatively small consumption - and once again don’t really make very long road trips. In any other case - it’s the Tesla Model X. Highly preferable with the 100 kWh battery because (let’s admit) - it’s a big car. A SUV/crossover. The 75 kWh battery is too small to make it work as designed. Edit: I almost forgot towing capability. Yes, both cars can tow some trailers (while the Model X can take bigger ones), but with the e-Tron you will run out of your battery so fast that it will become a real pain because towing adds roughly 50% to the consumption. With the Model X you will be able to tow for some 200 miles and with some 30+ minutes breaks (from Supercharger to Supercharger) it will still be able to do some road trips in a reasonable time. So if you consider towing, the Model X is the clear winner. This video shows Model X, towing a 2250 kg (5000 lb) boat, uphill. Well, I like that video, especially after the 5:00 mark. Just watch it :)

How does the new Audi electric SUV compare to the Tesla X?

If you ask this question to a Tesla fan like me you’ll get an answer that focuses on the strong points of the Tesla, since these are the reasons we bought the car ourselves. The number one strong point for Tesla cars is range. While the Model X is the lowest-range Tesla car, the range is still 250 or 325 depending on the trim selected. The Audi e-tron is a jaw dropping 204. If I were considering a car that I intended for long-distance travel, I wouldn’t accept a car with 204 miles of range. I had a Tesla Model S 60 with 210 miles of range and it was a little short for easy travel sometimes. Then we’re going to talk about Autopilot and Full Self-Driving. Audi has a lane-keeping system called Audi AI, that if I understand correctly has a top speed of 37 mph. What use is that for highway driving? Anyway Tesla will be pretty much doing all the driving by this time next year. Audi is not even close. Tesla cars have over-the-air firmware updates, adding performance, range and new features. I think that’s unique. The e-tron tows 4,000 lbs, 4,980 on the Model X. The e-tron can accelerate 0–60 in 5.5 seconds, but the Tesla goes it in 4.6. The e-tron top speed is 124 mph compared to 155 on the Tesla. Tesla also has a performance version of the Model X that goes 0–60 in 3.4 seconds and has a top speed of 163 mph. The Audi still has buttons and knobs plus three separate display screens. Why would anyone do that in the smartphone era? Ahd what is that gear selector (on the console)? In the e-tron’s favor, it’s supposed to be able to go offroad, which you shouldn’t do with a Tesla. And I’m sure the interior of the e-tron is more luxurious. I heard that there is an optional seat massager in the e-tron. The Audi e-tron starts at $74,800; the Model X at $83,000.

Are electric cars faster in zero to sixty MPH tests than cars with internal combustion engines?

The top 10 fastest BEVs from 0–60 mph currently, are: Honda Clarity: 8 sec, 161 hp, 25.5 kWh, 89 mi Mercedes-Benz B250e: 7.9 sec, 177 hp, 36 kWh, 87 mi BMW i3: 7.2 sec, 170 hp, 33 kWh, 114 mi Chevrolet Bolt: 6.3 sec, 200 hp, 60 kWh, 91 mi Audi E-Tron: 5.5 sec, 355 hp, 95 kWh, 204 mi Jaguar I-Pace: 4.5 sec, 394 hp, 90 kWh, 292 mi Tesla Model 3: 5.6 sec, 250 hp, 75-80 kWh, 310 mi Tesla Model Y: 3.5 sec, 280 mi Tesla Model X: 2.8 sec, 60-75 kWh, 289 mi Tesla Model S P100D: 2.5 sec, 259/503 hp F/R, 100 kWh, 315 mi The new Tesla Roadster (coming soon): 7,376 pound-feet of torque (at wheels) 0-60 mph, 1.9 sec (fastest production car in the world for 0–60 mph) 0-100 mph, 4.2 sec 1/4-mile, 8.8 sec (faster than other production cars) 250+ mph top speed 620 miles highway range Please look up the top 10 fastest production ICE cars with the same data as above to compare. Thanks. ADDENDUM In case, you felt only BEV cars can achieve the above performance numbers, I forgot to mention the Tesla Semi (tractor or bobtail) time from 0–60 mph is 5-seconds. Someone said that’s faster than the Alfa Romeo Giuila. ADDENDUM 2 Just came across this article related to the question: Gas-powered vs. Electric Cars: Which Is Faster?

FAQs ที่เกี่ยวข้อง audi e tron highway range

  • Q

    เบาะผ้าของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Tee Rayong

    มีเบาะผ้าและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ถุงลมฝั่งคนขับของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Keawjai Chaihong

    มีถุงลมฝั่งคนขับและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ที่วางแก้วน้ำด้านหน้าของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    กมล สุพิศ

    มีที่วางแก้วน้ำด้านหน้าและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม

Tags

หน้าหลัก