แท็ก

audi e tron horsepower and torque

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e tron horsepower and torque

แรงม้า VS. แรงบิด แรงอะไรเป็นอะไร มาทำความเข้าใจกัน

สำหรับวันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจกันครับว่ามันต่างกันอย่างไรแรงม้าคืออะไรแรงม้าเป็นคำที่เราน่าจะได้ยินบ่อยที่สุดเวลาดูการแต่งรถ และมีการเข้าใจกันไปว่า แรงม้ายิ่งสูง รถยิ่งเร็ว แรงม้า (HorsePower

2021 Audi RS 5 Coupe ราคาไทยอย่างเป็นทางการ 5.99 ล้านบาท แพงไปเหรอ ดูออพชั่นซะก่อน

2021 Audi RS 5 Coupe (อาวดี้ อาร์เอส 5 คูเป้) รถคูเป้ 2 ประตูขนาดกลาง พื้นฐานเดิมจาก Audi A5 (อาวดี้

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

ๆ ร้อน ๆ ก็คือ Audi Q5 (อาวดี้ คิว5) ที่มาพร้อมชุดแต่งเอสไลน์ ทั้งภายในและภายนอก รวมไปถึงช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งใหม่

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพิ่มความเป็นไฟฟ้าที่ดูแลง่าย จึงทำยอดจองเยอะมาก ต้องต่อคิวรอนานเป็นปี ด้วยราคาขายเพียง 2.29 ล้านบาทAudi

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

ฟังเหตุผล ทำไมรถล้ำ ๆ อย่าง 2022 Mercedes-Benz EQS ยังใช้กระจกมองข้างแบบดั้งเดิม

ผลการศึกษาพบว่าการดูภาพหน้าจอที่แสดงผลด้านหลังหรือด้านข้างตัวรถจะทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่เวียนศีรษะ”กระจกมองข้างดิจิทัลใน Audi

ดูเพิ่มเติม

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ขณะที่ Chevrolet (เชฟโรเลต) เป็นแบรนด์ยอดนิยมในอียิปต์ ส่วน Toyota ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% ในเยเมนAudi

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

จับตา 10 รถใหม่เตรียมเปิดตัวปี 2021 รุกตลาดโลก หลายรุ่นเข้ามาขายเมืองไทยด้วย

โดยเฉพาะสปอยเลอร์หลังในตัวแบบเชิดขึ้นที่บั้นท้าย เครื่องยนต์จะใช้เทคโนโลยีของ Subaru บล็อก 4 สูบนอน ขนาด 2.4 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศAudi

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

"ซิลิโคน" จะเป็นทางเลือกใหม่ในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าให้ อึด ทน นาน กว่าเดิม

ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายต่อธรรมชาติ เช่น ของเหลว กรด หรือตะกั่ว จึงปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมAudi

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

รีวิว Q&A audi e tron horsepower and torque

What is your favorite car and why?

It was back in 2008 when I first got to know about R8. And let me tell you, it was love at first sight. My heart skipped couple of beats and then started pumping like a V8. The spark that I was searching for. The meaning, it's here. How could one create such an art with utmost perfection? Not a single flaw from any angle whatsoever. I was astounded. Audi R8 is the perfect blend of Power, Performance, Design, Dynamics and Craftsmanship. It’s a perfect art in itself. From the interiors to exterior, front grille to rear diffuser, everything about this car will make you go “WOW”. I mean, just look at this machine. Not just me, it ruled even the world's toughest critics. The reception of R8: The R8 was awarded Best Handling Car and Fastest Car In The World of 2007 by Autocar magazine. It was awarded SportsCar of the year by German magazine Autobild. Playboy magazine awarded it Car of The Year for 2008. The Automobile Journalists Association of Canada (AJAC) named the R8 Canadian Car of the Year, and, in addition, gave it the Best New Prestige Car and Best New Design awards for model year 2008. Fifth Gear named the R8 both the Best fast car and the Car of the Year 2007. Automobile Magazine awarded the R8 the 2008 Automobile of the Year. The Audi R8 was named 2008 "MSN Car of the Year", with 42% of the votes, beating the Ferrari F430 into 2nd with 13%, and the BMW M3 into 3rd with 11%. The JB car pages awarded the Audi R8 its maximum rating of 5 stars. In the 2008 World Car of the Year awards, the R8 was awarded World Performance Car of the Year and World Design Car of the Year. European Car magazine rated the R8 as Car of the Year. Motor Klassik readers named the Audi R8 the "Classic Car of the Future 2009" in the Sports Car category Source: R8 Wiki Page. Let me tell you more about this car. It's a two seater, mid engine, AWD(quattro) sports car which was first introduced in 2006. This car is exclusively designed, developed and manufactured at Quattro GMBH, a state of art high performance private subsidiary of Audi AG. Initially, R8 was powered through a 4.2l V8 that could churn out a whooping 420 HP of power and 430N-m of torque. In 2009, Audi unveiled the V10 version with minor updates. This model used a 5.2 l V10 FSI engine that could produce 532 metric horsepower and 530N-m of torque. It was the World's first car with Full-LED headlamps. 0-100 could be achieved within 3.9 seconds. Since 2006, there has been a number of prototypes as well as concept cars based on R8. Some of them are: R8 e-tron, R8 LMX, R8 V12 TDI, R8 Le-Mans, R8 LMS, R8 GT, R8 LMS Evolution, R8 Limited Edition, R8 Grand-AM, R8 LMS Ultra, R8 Chifacena Edition (Including several Sypder versions) etc. Second Generation(2016): The second generation was unveiled in 2013 at Geneva Motor Show.Equipped with 5.2L V10 FSI that makes 610 PS of nerve braking power and 560 N-m of Earth shattering torque. Thanks to the perfectly tuned V10, 0-60 comes in 3.2 seconds. Some users have claimed the figures within 2.8 seconds. According to 6-time 24 hours of Le-Mans winner, Jacky Ickx, R8 is the best handling car available today. As of 2016, Audi R8 is most successful model in World Car Awards' History. The Audi R8 was awarded 2016 World Performance Car at the 2016 New York International Auto Show. This award denoted the third time the R8 has collected this specific qualification, and the fourth time it has been perceived by the World Car Awards. Another accolade it got preceding this latest one was the World Car Design of the Year Award. For detailed technical data and other specifications, feel free to DM.

What are your thoughts on the BMW electric vehicle line?

BMW i3 is in fact a fast and out of control vehicle. Its most recent carbon fiber and aluminum structure has made it light weight and furthermore more competitive. This EV is astutely designed which gives great power yield without trading off on solace and generally speaking security. It positions very great in the little electric extravagance vehicle portion. Running on an electric engine, this little i3 siphons out standard 170-pull for the base(i3) and 184-strength for its higher trim(i3s).It is clearly very costly and can go up to $52,050 based on the kind of setup that you want for. With its unique suspension and larger wheels, it genuinely brings out legendry driving dynamics of the EV. BMW i3 is offered in four diverse trim dimensions to be specific Basei3, i3 Range Extender, i3S, and i3S Range Extender. The significant distinction between these different trims its extra gas fueled range Extender which is utilized after the consumption of the battery. The base i3 display has indistinguishable battery from that of its kin and comes prepared with19-inch composite wheels, LED headlights and Level 3 DC quick charging capacity close by a portion of a noteworthy inside update like the keyless section, rain-detecting headlights and versatile journey among others. Engine: The motor of i3 is very amazing as its electric engine with a solitary rigging draws from a lithium-particle high-voltage battery with a limit of 94Ah (33kWh) making it thunder with 170 horsepower and crest torque of 184lb ft. In light of your inclination the i3 premium can be fitted with two-chamber gas go extender which can be utilized when your battery is running low. With its other trim i3S and a sportier i3 which gets a bit 14bhp/15lb ft control climb contrasted with its base variation. Among its companions, the Chevrolet Volt takes the show as its 1.5L Direct Injection (DI) DOHC 4-chamber kicks out great 294lb.- ft of torque with combined 149 strength. While the Audi A3 Sportback e-Tron has higher pull than the Chevrolet giving out sound 204hp from its powerful 1.4-liter motor. Seating and Comfort: The 2018 BMW i3 auto can effortlessly suit four grown-ups with sufficient leg-and headroom all around. Be that as it may, the back inhabitants may discover the seats a tiny bit bargained which can be irksome in the event that you are making arrangements for long separation cruising. Keeping flawless its image name, BMW i3 has entirely agreeable seats and it displays a dimension of clean that is very one of a kind for a little vehicle. Within the vehicle is magnificently very which makes the ride more agreeable. Its particularly planned suspension ingests street flaws which likely lifts up your solace level. Mileage: The joined EPA of i3 is 118 mpg-e which is more than Audi A3 and Toyota Prime Plus. While driving up in the expressway it might devour a significant part of the i3's battery juice contrasted with the city drive. As a result of its streamlined drag the city driving feels more adventurous. Be that as it may, the gas powered range-expanding generator comes into the image when the EVs charge drops to 5 percent. You have the choice of refueling the i3 with its range extender and continue onward, yet the BMW's little 2.4-gallon gas tank includes just 80 miles of gas-fueled range, as indicated by the EPA. BMW boasts of an intriguing mix of high-quality and eco-friendly materials with the typical solid BMW switch gear which is complimented by its peppy acceleration and strong handling. Being a modern EV it still doesn't catch up to the level of performance and driving dynamics as you'll expect from aBMW3 Series. No doubt the i3 is a well suited as an agile city car which is quite eco-friendly and has a healthy mpg-e rating which appeals a wider audience for being a green car.

What are the pros and cons of petrol and diesel engines?

The situation today is very different from what it was.. So here are the positives about diesel. 1. Diesel is no longer dirty or loud. Thanks to new engine technology and the mandatory transition to ultra-low sulfur diesel, today's diesel cars run quietly, and don’t spew black smoke all over the road. 2. More power. There’s a reason trucks run on diesel: The fuel provides more torque, which means more towing power and more power off the line. Audi’s new 3-liter TDI diesel engine (used in the A6 and A7) produces 428 pound-feet of torque. The 3-liter TFSI gasoline engine generates 325 pound-feet. 3. Germans do it. In 2011, diesel car sales made up 51.8% of the European market, according to the U.S. Department of Energy . In Germany, 41.9% of cars sold that year ran on diesel. 4. Diesel cars hold their value better than gasoline cars. According to research firm ALG , compact diesels held 63% of their value after 36 months. For gasoline cars, the number was 53%. Hybrids, 55%. Alec Gutierrez, a senior market analyst at KBB, said that’s partly because there are fewer diesel cars on the market, so used ones command higher prices. They are also “tremendously fuel efficient,” Gutierrez said, a big selling point when gas prices are high. “Demand is outpacing supply,” he noted. 5. You go to the pump a lot less often. Diesel may cost more than regular gasoline (about $0.24 more per gallon, per AAA’s current figures ) but it’s much richer in energy — between 25% and 30% richer. The new BMW 328d (d for diesel) gets better mileage than the gas-powered Smart fortwo coupe. And it produces 180 horsepower, compared to the Smart’s measly 70. 7. If you’re buying a fancy car, diesel fuel isn’t actually more expensive. The current national average price for premium gasoline is $3.866/gallon. For diesel, it’s $3.876/gallon. So for anyone driving a luxury ride, gas costs just as much, and you need a lot more of it. 8. The price premium over a gasoline car is lower than for a hybrid or electric car. Per figures from LMC Automotive, cars running on diesel cost $2,500 more than the cars with a gasoline internal combustion engine, on average. For a hybrid, the difference is $4,100. For a fully electric car, it’s $13,000. All three types of vehicles will save you money on gas, but you'll overpay the least for the diesel. 9. It’s easy to find a place to fill up. The big problem with electric cars is that the public charging infrastructure is just beginning to be built. But because diesel has been a common fuel for trucks for decades, it’s available at nearly 50% of American gas stations. 10. Diesels win the 24 Hours of Le Mans. Since 2006, every car to win the famous endurance race — the Audi R10 TDI, Peugeot 908 HDi FAP, Audi R15 TDI plus, Audi R18 TDI, and Audi R18 e-tron quattro — burned diesel on the way to first place. Read more: 10 Reasons You Should Buy A Diesel Car

About last Marvel movie, Captain America Civil War, how rich must be Tony Stark to pay all MIT´s students' projects? Is it possible?

Here is a detailed breakdown of all his assets: 1. Iron Man Suits (cost: $8.46 billion) We’re all familiar with the acclaimed Iron Man suit that Tony Stark originally built after being captured by the enemy led by Wong-Chu. Since then, Iron Man has built numerous exoskeleton suits, each estimated in the hundreds of millions. Here’s an example from Helping You Make The Most Of Your Money of why one suit can be so expensive: Gold-titanium exoskeleton suit: $10 million Helmet with projected holographic HUD: $54.1 million Shoulder-mounted anti-personnel guns: $400,000 Back- and shoulder-mounted ailerons: $2 million Arc reactor nuclear power: $36 million Wrist-mounted anti-tank missile launchers: $1.5 million Hand-mounted stabilization and maneuvering jets: $2 million Hip-mounted battery packs: $2,000 Thigh-mounted flare deployment system: $500,000 Boot-mounted repulsor jet packs: $3.8 million His Iron Man and Iron Man 2 suits (Mark 1 to Mark 7) are worth an approximately $1.464 billion, while his Iron Man 3 suits (Marks 17, 33, 35, 38, 39, 40 and 42, along with the War Machine Mark 2) are said to cost an estimated $7 billion. (Image: erafeygossips.blogspot.com ) 2. Stark Tower (cost: $600 million) Stark Tower is a beautiful Fifth Avenue townhouse located in Manhattan. The tower was built by Stark for an estimated $600 million (though it’s likely worth far more by now) and also takes on the name Avengers Mansion because it serves as the team’s original base of operations. The tower’s entire top floor is occupied by the war room, a glass-panelled conference room with 360-degree views of the city. The room is also known for being able to generate 3D holographic computer displays while picking up news feeds from over 50 stations simultaneously. On the rooftop are the team’s helicopters and Quinjets. (Image: cgcalero.blogspot.com ) 3. J.A.R.V.I.S. (cost: $10 million) Tony Stark’s computer is known as J.A.R.V.I.S. (short for Just a Really Very Intelligent System). This system serves as artificial intelligence for his suits and also controls his house, workshop and components. The computer’s name is a reference to Stark’s butler, Edwin Jarvis. (Image: jarvistheme.blogspot.com ) 4. Tony Stark’s House ($25 million) In May 2011, the real mansion used as Tony Stark’s house in the movie was put up for sale for $25 million. The 11,000-square-foot Malibu home offers four bedrooms, six bathrooms and a gorgeous private beach. Trailers show that this beautiful mansion will come under attack in Iron Man 3! (Image: erafeygossips.blogspot.com ) 5. Tony Stark’s Cars ($3.4 million) In Iron Man 3, Tony Stark is expected to roll around town in a 2014 Bugatti Veyron Hyper Sport with a price tag of $2 million, according to Latino Review. What does that type of money bring to the table? A top speed of 269 mph and a 8.0-litre quad-turbo W16 motor boasting 1,200 horsepower and 1,106 pound-feet of torque. He is also expected to drive an electric Audi R8 e-tron concept (featured in the trailers) with a range of around 150 miles, the ability to go 0-60 in less than five seconds and a price tag of around $118,000. His previously featured vehicles include the 1932 Ford Flathead roadster ($40,000), the 1967 Shelby Cobra ($45,000), Saleen S7 ($550,000), Tesla Roadster ($110,000), Rolls Royce Phantom ($388,000) and Audi R8 Spyder ($152,000). After reviewing his various purchases and overall worth, Tony Stark does appear to be worth upwards of $9 billion, not including the estimated $20.3 billion in sales from Stark Industries, shared on Forbes’ list of the 25 largest fictional companies. There’s no doubt that his savings accounts are pretty content right now. While he’s made tons of purchases over the years, his assets are through the roof. But since most of his budget has gone toward fighting evil, spending a few billion on some fancy suits doesn’t sound too extravagant, does it?

What are some interesting facts about Mercedes?

Look out Tesla—the 2020 Mercedes-Benz EQC 400 4MATIC made its World Premiere in Stockholm, Sweden today. The EQC 400 4MATIC is the first Mercedes-Benz to debut under the all-electric EQ (Electric Intelligence) brand. It sports an all-new drive system with compact drivetrains at each axle. "The EQC embodies the Progressive Luxury design idiom of our new EQ product and technology brand. This creates an experience and a preview of the 'next big thing' to come tomorrow," said Gorden Wagener, Daimler chief design officer, in a statement. "With its seamless, clear design, the EQC is a pioneer for an avant-garde electric look with trailblazing design details and color highlights typical of the brand inside and out." Here are a few facts about the latest luxury EV from Mercedes-Benz that goes on sale in the U.S. in 2020. 1. The dual motor electric motors generate 402 horsepower and 564 pound-feet of torque. The motors are mated to a single-speed transmission. Mercedes-Benz claims an estimated 0-60 mph time in 4.9 seconds and a top speed of 112 mph. 2. An 80 kWh lithium ion battery with standard DC Fast Charging (110 kW) can provide 10-80% of a charge in 40 minutes. Charging times for 120V home socket and 240V wall socket have not been announced. 3. The EQC 400 4MATIC has an estimated range of up to 200 all-electric miles. Aside from Tesla, its chief competitors are the Audi e-tron quattro, Jaguar i-Pace, and BMW iX3. Pricing hasn't been announced at this time.

FAQs ที่เกี่ยวข้อง audi e tron horsepower and torque

  • Q

    ปีที่เปิดตัวของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    ลูกชาย คนเล็ก

    มีปีที่เปิดตัวและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้งของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    จิ๊ป คับ

    มีระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้งและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    เบาะผ้าของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Tee Rayong

    มีเบาะผ้าและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม

Tags

หน้าหลัก