แท็ก

is audi e tron

บทความที่เกี่ยวข้อง is audi e tron

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพิ่มความเป็นไฟฟ้าที่ดูแลง่าย จึงทำยอดจองเยอะมาก ต้องต่อคิวรอนานเป็นปี ด้วยราคาขายเพียง 2.29 ล้านบาทAudi

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

2021 Mazda MX-30 เตรียมเปิดตัวเครื่องไฟฟ้าใหม่ e-SKYACTIV G ผสานความแรงมอเตอร์ไฟฟ้าและเบนซิน

2021 Mazda MX-30 เตรียมเปิดตัวเครื่องไฟฟ้าใหม่ e-SKYACTIV G ผสานความแรงมอเตอร์ไฟฟ้าและเบนซินMazda ทำการเปิดตัว

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

ดูเพิ่มเติม

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

รู้ข้อดีข้อเสีย Lexus IS ก่อนให้เป็นรถคู่ใจ

ไฟหน้าทำให้รถดูพรีเมียม2.วัสดุภายใน Lexus IS คุณภาพสูงห้องโดยสารของ Lexus IS ใช้วัสดุดี มีพื้นผิวสัมผัสที่นุ่มนวล

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

แต่ก็มีรถยนต์สุดหรู และรถยนต์ไฟฟ้ามาให้ชมกันทั้ง Lexus LS (เลกซัส แอลเอส) Lexus UX (เลกซัส ยูเอ็กซ์) Lexus IS

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

ฟังเหตุผล ทำไมรถล้ำ ๆ อย่าง 2022 Mercedes-Benz EQS ยังใช้กระจกมองข้างแบบดั้งเดิม

ผลการศึกษาพบว่าการดูภาพหน้าจอที่แสดงผลด้านหลังหรือด้านข้างตัวรถจะทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่เวียนศีรษะ”กระจกมองข้างดิจิทัลใน Audi

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

"ซิลิโคน" จะเป็นทางเลือกใหม่ในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าให้ อึด ทน นาน กว่าเดิม

ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายต่อธรรมชาติ เช่น ของเหลว กรด หรือตะกั่ว จึงปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมAudi

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

เปิดตัว 2021 Lexus UX300e เอสยูวีไฟฟ้ารุ่นแรกเคาะ 3.49 ล้านบาท พร้อม IS และ LS ใหม่

รถครอสโอเวอร์-เอสยูวีรุ่นเล็กขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมด้วย 2021 Lexus LS (เลกซัส แอลเอส) และ 2021 Lexus IS

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ขณะที่ Chevrolet (เชฟโรเลต) เป็นแบรนด์ยอดนิยมในอียิปต์ ส่วน Toyota ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% ในเยเมนAudi

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

รีวิว Q&A is audi e tron

What could explain Tesla getting outsold by the much inferior Audi E-Tron in Norway?

“Much inferior” depends a lot on your point of view. Tesla has been a mainstream brand in Norway for years, and have in that time “successfully” defended the American automotive industry’s reputation in Europe for poor quality. A lot of people have simply been holding out for their beloved German premium manufacturers to come up with an alternative. (see my opening and closing comments, written in 2015, to Christian Bull's answer to What are the biggest complaints from owners of a Tesla car?) Now that the e-Tron is here it has released a lot of pent up demand for a non-American premium EV. Furthermore, sedans are not popular in Norway. The popularity of the Model S and Model 3 has been in spite of their form factor. Norwegians vastly prefer wagons/estate cars and SUVs, which is why the Model X has outsold the Model S by a considerable margin here. The electric car market is very mature in Norway - fully electric cars are, and have been for some time, the most popular “fuel.” This means that Norwegians are far less obsessed with range. Norwegians have caught on to the fact that for the vast majority of people a real world range of 250 km per charge is more than enough. We also have several extensive fast charging networks. 100+ kW chargers are widely available, so on the rare occasion that you need to go more than 250 km in a single day, it’s not so much of an inconvenience to stop for a charge that it’s worth paying a lot extra for. Finally, and probably most importantly, it’s the price. The base e-Tron 50 is significantly cheaper than a base Model X, which is a very expensive car (NOK 499.900 vs. 845.900). Sure, you can easily spec an e-Tron 55 to be at least as expensive as a Model X, and it will in many ways be an inferior car, but the e-Tron covers a much wider market. The Model Y, which looks perfectly suited for the Norwegian market, is still a year away from deliveries in Norway. The e-Tron 50 base model. The “decor” on those 19″ wheels is a sticker!

Why is Audi E-Tron a flop in France?

It’s fair to assume it’s because its main competition, the Tesla Model X, beats it handily in terms of range and availability of a wide charging network. With a hundred kilometers less range - would you still opt for the eTron? The graph is from a comparison done by a German rental car company under real life driving conditions: Tesla Model S, 3, X takes on Audi e-tron in Autobahn range and efficiency test

Will the Audi E-Tron eventually outsell the Tesla Model X?

Will the Audi E-Tron eventually outsell the Tesla Model X? Which year are we talking about? Today, near future or 2025? Well, let’s see, the Tesla Model X with the 100 kWh battery (95 kWh available to the user) has an EPA range of 295 miles (Wikipedia) or 325 miles in the recent, newest, upgraded version, according to Tesla. Audi E-Tron with the 95 kWh battery (84 kWh available) has an EPA range of 204 miles. If we account a few percent for degradation of the battery, less-than-ideal road conditions and higher freeway speeds and subtract 25% from the range of each car to get to real-life ranges, we get to 325 (-25%) = 244 miles for Model X and 153 miles for the E-Tron. That’s the range on which customers can actually rely on. If we get to winter conditions, subtract another 10–15%. Not only the E-Tron isn’t in the same league as the Model X, it actually disqualifies itself as a reasonable choice for this class / price segment. It will get only customers who absolutely don’t want a Tesla and absolutely want an Audi. At those differences in performance and range I don’t think that there are many. Yes, Audi does charge faster up to 80% (which is good) and it left a few percent more as safety in the battery to make it last longer, they could have “unlocked” a few percent more at the top, but still - its not even a competitor, yet alone a car that could outsell the Model X. This extra charging speed gets nullified by a much higher consumption, so as a result the Model X actually charges faster, especially if the user mostly charges on Superchargers in the (most common) 10% - 70% state of charge region. Leave aside that Tesla’s Supercharger is already up and running and Electrify America is still building it, it has the Autopilot that will have full self driving capability in a couple of years and it has over-the-air updates. The final point is - Tesla can produce as many Model X as it wants, it has no shortage of the 18650 battery cells. Audi - in contrast - has a shortage of their battery cells. I was asking whether we talk about the year 2025. Yes, by then Audi could start from scratch, massively redesign the car and give it a 130+ kWh battery. But these wouldn’t be the cars we are are talking about today. Edit: I have seen information that initial sales in Spain, Netherlands and Norway were quite good; but actually I am not surprised - first, it is a new car which some people like because it is new and second - it offers some features that Teslas don’t. Let’s not forget - the Model S is available since 2013 and Model X since late 2015. Many people who wanted those already have them. Norway has mostly roads with a speed limit of 80 km/h (50 mph) and people who bought the e-Tron obviously don’t drive very far very often and at those speeds the e-Tron can probably make close to those 300 km. But we are talking about 500, maybe close to 1000 cars per month. Globally. Early birds. Update 1: I wrote all of the above in May 2019. Now the opinion became a fact-based opinion. In US sales the Model X outsells the e-Tron at a ratio between 2:1 and 3:1. Final Update: Monthly Plug-In EV Sales Scorecard: July 2019 In Europe the E-Tron might have a slight home advantage, but don’t think that it is able to flip the ratio. Side note - Audi just recently announced another version of the e-Tron. With battery with 71 kWh gross capacity. Not 120 kWh, but 71 kWh. Less power, slower charging. I don’t think that this will boost sales. For this size and price category this is laughable.

Can Audi eTron catch Tesla in the market?

The question is a little bit odd. Usually Tesla fans love to praise the sales figures of one single Tesla model against one single competitor‘s model (i.e. Tesla S against Mercedes S class), neglecting the fact that the competitors have more than one model in each price range. Now we read the question the other way round: Can a manufacturer with one SUV for at least 80,000 USD beat a manufacturer with a small sedan for 40 K, a big sedan for 70 K and a big SUV for 90 K? Well, let‘s see what will happen in the future. The current eTron is based on an ordinary gas SUV, and from what I read it is better than a Tesla X. It runs smoother and is more refined. In July, Audi sold five times more eTron than Tesla sold Model X - in Germany… However, the eTron SUV will most probably not decide the fate of Tesla nor the fate of Audi. However, Porsche is just launching the Taycan, which will probably be the first real competitor to the Tesla model S. And VW is launching the id.3, which will be the first real mass production EV. How long will it take for an Audi A7 eTron based on the Taycan chassis, and an Audi A4 eTron based on the id.3 platform? When Porsche launched the Cayenne SUV, its platform was used for the first Panamera, the drivetrain was used in the VW phaeton as well as in several Bentley models. VW Touareg and Audi Q7 share components. In other words: Not the eTron will catch Tesla in the market - the whole VW group probably will.

Should I go for Tesla or Audi E-Tron in the electric vehicle market?

That depends… If I were in a crash, I would choose the Model 3. It is the safest car there is. If I were parking in an unsafe neighborhood, I would choose the Model 3. It is the most secure car there is. Thieves who try to steal it get caught quickly. If I want a less expensive car, the Model 3 is the choice. If I want a car with great resale value, the Model 3 is the choice. If I want to save money on fuel, I would choose the Model 3. With 130 mpg equivalent, it is the more efficient than the E-Tron (which has ~80 mpg equivalent). Also, supercharging the Model 3 is cheaper. If I want a car with faster charging, the Model 3 is the choice. If I want a car with better acceleration, the Model 3 is the choice. If I want a car with better range, the Model 3 is the choice. If I want to use the car for long road trips, the Model 3 is the choice. Tesla’s superchargers are all over the place, and at strategic locations. If I want a car that can drive itself on the highway (at speeds up to 90 mph), the Model 3 is the choice. If I don’t like parallel, or perpendicular parking (facing outwards), and want a car that will do that parking for me, the Model 3 is the choice. If I want a car that increases in functionality after I buy the car, and throughout its life, at no extra cost to me, the Model 3 is the choice. When my car’s software needs a bug fix or update, the Model 3 is the choice. Such fixes or updates will probably happen 5–50 times over the lifetime of the car. With the Model 3, the update will happen while I’m sitting in the comfort of my home, sipping a cold drink. With the E-Tron, you will have to go to the dealer to get this. As a result, Audi will only have you in to fix critical bugs, whereas Tesla will give you updates that even have minor fixes. So the Tesla experience is far superior - imagine if your Windows computer couldn’t update itself every so often but you had to take to Microsoft to update it; or worse still, you never had it updated at all because of the inconvenience! If I want a great user interface, and easy to use navigation, music and phone, the Model 3 is the choice. If I want to do away with tens of buttons, the Model 3 is the choice. If I want a very configurable driving experience, the Model 3 is the choice. One day I can drive it as a sports car, and the next day I can reconfigure it to drive as a family sedan. If I want a beautiful glass roof, the Model 3 is the choice. The Model 3 has won several prestigious awards since its debut. The E-Tron has yet to win any. In the US, during Apr - Jul 2019 (The E-Tron’s debut was in Apr 2019) the E-Tron sold only 2513 cars. whereas the Model 3 sold 58,675 cars! So I think , buyers have realized what I’ve said above, and made their decision accordingly. The E-Tron is a nice car, and is luxurious on the inside, but the Model 3 is a very versatile, practical and sensible car. And I think it looks cooler too!

FAQs ที่เกี่ยวข้อง is audi e tron

  • Q

    บอกภาพรวมของAudi E Tronหน่อย.

    สุรสิงห์ มีสกุล

    ภาพรวม ของ Audi E Tron มีดังนี้

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ที่พักแขนตรงกลางเบาะหลังของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    คน เคียงข้าง

    มีที่พักแขนตรงกลางเบาะหลังและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    พนักพิงด้านคนขับปรับ สูง / ต่ำของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    ลูกชาย คนเล็ก

    มีพนักพิงด้านคนขับปรับ สูง / ต่ำและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม

Tags

หน้าหลัก