แท็ก

audi e tron let it go

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e tron let it go

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพิ่มความเป็นไฟฟ้าที่ดูแลง่าย จึงทำยอดจองเยอะมาก ต้องต่อคิวรอนานเป็นปี ด้วยราคาขายเพียง 2.29 ล้านบาทAudi

Hyundai x BTS เปิดตัวซิงเกิ้ล IONIQ: I’m on it โปรโมทรถยนต์ไฟฟ้า

Hyundai x BTS เปิดตัวซิงเกิ้ล IONIQ: I’m on it โปรโมทรถยนต์ไฟฟ้ารถยนต์ไฟฟ้านั้น เกิดขึ้นมาได้สักพักแล้ว

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

ๆ ร้อน ๆ ก็คือ Audi Q5 (อาวดี้ คิว5) ที่มาพร้อมชุดแต่งเอสไลน์ ทั้งภายในและภายนอก รวมไปถึงช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งใหม่

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

ดูเพิ่มเติม

ฟังเหตุผล ทำไมรถล้ำ ๆ อย่าง 2022 Mercedes-Benz EQS ยังใช้กระจกมองข้างแบบดั้งเดิม

ผลการศึกษาพบว่าการดูภาพหน้าจอที่แสดงผลด้านหลังหรือด้านข้างตัวรถจะทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่เวียนศีรษะ”กระจกมองข้างดิจิทัลใน Audi

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ขณะที่ Chevrolet (เชฟโรเลต) เป็นแบรนด์ยอดนิยมในอียิปต์ ส่วน Toyota ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% ในเยเมนAudi

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

'รถไฟฟ้าทุกคันในปัจจุบันดูเหมือนกันไปหมด' นายใหญ่ BMW ย้ำต้องสร้างความแตกต่างเมื่อเวลามาถึง

แม้ว่าคู่แข่งมากหน้าหลายตาจะเดินหน้าเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าบนแพลตฟอร์มของตัวเองกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Audi

"ซิลิโคน" จะเป็นทางเลือกใหม่ในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าให้ อึด ทน นาน กว่าเดิม

ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายต่อธรรมชาติ เช่น ของเหลว กรด หรือตะกั่ว จึงปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมAudi

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

จับตา 10 รถใหม่เตรียมเปิดตัวปี 2021 รุกตลาดโลก หลายรุ่นเข้ามาขายเมืองไทยด้วย

โดยเฉพาะสปอยเลอร์หลังในตัวแบบเชิดขึ้นที่บั้นท้าย เครื่องยนต์จะใช้เทคโนโลยีของ Subaru บล็อก 4 สูบนอน ขนาด 2.4 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศAudi

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

รีวิวโพสต์ audi e tron let it go

SYNC SPOTLIGHT: Disney's 'Let it Go' (from Frozen) performed by Maisie Williams is featured in the new add for the sustainable Audi e tron Sportback #audi #disney #SuperBowl https://youtu.be/WvEAklsAAts

Let it goを歌うとはw[Audi e-tron] TVCM / Audiの電気自動車e-tron Sportback [アウディ ジャパン] https://youtu.be/IslJYFSvU8g

Audi e tron Sportback "Let It Go" featuring Maisie Williams #ads

アリア・スターク役の女優さんがCM出てる!!ちなみに、let it goは海外ドラマのgleeに出てるレイチェルのお母さん役の人が歌ってる歌!!Audiの電気自動車e-tron Sportback

รีวิว Q&A audi e tron let it go

Why have Jaguar and Audi's electric SUVs failed to put a dent in Tesla's electric car dominance?

While they can talk about interior quality and panel gaps all they want, that’s just the frosting, and you need to look at the cake. When you start looking a the basic stats for the Jaguar I-Pace and Audi E-Tron and start comparing them to the many different Tesla vehicles, they look pretty bad. Lets take a Performance Model 3. The 3 has a little less cargo space, but they’re all 5 passenger vehicles. The acceleration or the E-Tron is okay, the I-Pace is quick, but the Model 3 will cause people to shout, giggle, or swear and leaves everyone impressed when you step down. The Model 3 has about 100 miles more range. The Model 3 costs $15k - $20k less. The Model 3 has a built in charging network that doesn’t require setting up accounts with each location to use. Go through every Tesla vehicle and you get similar advantages in the base stats: longer range, higher performance, more space, or lower price and they all have access to the supercharger network. There are very few people that there isn’t at least one Tesla vehicle that serves them better, so the only people who are buying the Jaguar and Audi are people that wouldn’t buy a Tesla anyway. To further reduce sales, Jaguar and Audi are focusing their advertising on people that already like Tesla when the people most likely to buy an I-Pace or E-Tron are people that know nothing about Tesla.

Is the Tesla Model 3 a good investment out of college?

First of all, if you want to get a Tesla Model 3 and you think it will make you happy, do it. It’s an awesome car for its price range. It’s probably still a bit expensive for someone who just graduated, but who am I to judge. What makes me worried is when you say this: Ultimately, I'm looking at a car as an investment Let me be very clear. A car is not an investment. It’s a depreciating asset. I repeat: A car is not an investment. From a purely financial standpoint, a car is one of the worst ways to spend your money. It’s a money sink. Ideally, you want to minimize that loss. You also mention the unrivaled deprecation value of the Model 3. Yes, until now that is. It seems unrealistic that Model 3 cars can continue to depreciate as little as they have in the last three years. But the truth is, we simply don’t know what the future holds. Tesla has disrupted the car industry, and now every car maker is going electric. Mercedes is releasing its EQS which is like a Model S but with luxury interior. Audi e-Tron has been here for a while and BMW iX is right around the corner. Eventually, these concepts will trickle down to the Model 3 segment. And then there’s the race for self-driving technology, where Volvo and Mercedes have been making great strides. With all the changes happening, everything is very uncertain in the car industry, and we don’t know how that will affect the value of Tesla cars in the near future. So by all means, get the Model 3, but do it because you think it’s a cool car and not because it’s supposedly an investment.

Why is the Audi e-tron able to charge much faster than a Tesla?

Part of the e-tron’s charging speed is an illusion. Let me give an example. Let’s say that I fill a glass of water at my sink and it takes 8 seconds. Now let’s fill a 1000 gallon tank with a fire hose and it takes 2 minutes. So which is faster, 0–100% in 8 seconds or 1–100% in two minutes? Would you say that my kitchen faucet fills faster than a 500-gallon-per-minute firehose? You wouldn’t say that. That’s not as extreme as comparing a Tesla Model 3 with an Audi e-tron, but there are similarities. Usually when Audi publishes charging comparisons, they compare going from 0 to 100% in their car and in the Tesla car. What is not apparent is that the Audi only has 204 miles of range, compared to the Tesla which, depending on model, might have 370 miles of range. The other trick that blurs the comparison is the display of a charging curve. Audi does two things with the curve. First they show the Tesla along its entire charge cycle, and stretch the Audi curve to match it, when in fact the Tesla had already added as much range as the Audi much earlier in the curve. You can see in this charging curve illustration from Audi that the Tesla Model 3 (the dark gray curve that starts out on top) only goes to about 88%. I’m assuming that Audi is using the Tesla Model 3 Standard Range Plus in the test because of they way they cut it off. If they had used the Long Range model, Tesla would have done better, and if Audi had used their Quattro 50, they would have done worse. The other thing has to do with how lithium-ion batteries charge—faster at first and then a lot slower at the very end. Tesla cars charge much closer to the top than an Audi does, so the charge curve shows the Tesla charging very slowly at the end. Audi doesn’t charge to the full capacity of the battery, so that slow charging region is hidden. They top off at 96% (which they call 100%). If I recall correctly, if you take a Model 3 Long Range Tesla at a V3 Supercharger (250 kW) and compare charging it from 0–204 miles (the max on the Audi) at an Ionity 340 kW DC fast charger, the Tesla finishes first. To be fair, I’ve been talking about the size of the tank in terms of range, rather than energy. The Tesla looks much better because it’s more energy efficient. If we talked about how much energy the battery can hold, then the e-tron does charge faster (although they still don’t charge their battery all the way). That difference probably comes from a more efficient cooling system. Tesla Model 3 charges faster than Model S for just that reason, a more efficient cooling design. To me, the important question is which car gets from Point A to Point B the fastest, and which car spends more time charging to get there. YouTuber Bjørn Nyland runs what he calls the 1000 km challenge with various cars. The Audi e-tron Quattro 55 completed 1000 km in 10 hours 15 minutes. The e-tron 50 took an hour longer. His Model 3 took 10 hours even. Here is his spreadsheet: Nyland notes that the e-tron 50 was tested in wet cool weather, and he estimates between 11:15 and 11:30 for dry roads in summer. The data doesn’t cover what would happen with Tesla V3 Superchargers. Here is the complete list of Nyhand 1000 km challenge videos . The point is that any advantage e-tron has in charging speed is lost due to its lower energy efficiency. In the real world, the Tesla spends less charging time and gets you there faster.

Are the big car makers not responding to Tesla in a big way because they don't regard it as a threat?

They are responding to Tesla in a big way and they do regard Tesla Motors as a threat. By 2021, in Europe there will be 218 EV models for sale on new car lots. VW — 48 PSA — 23 Daimler — 21 Fiat Chrysler — 18 BMW — 17 Renault/Nissan — 17 Hyundai — 16 Toyota — 15 Volvo/Geely — 15 Jaguar/Land Rover — 13 Others — 8 Tesla — 5 Ford — 4 GM’s CEO was on the tube yesterday. “GM will not build hybrids, they are just a stop gap measure and a waste of development money. We will build EV’s only.” Just how the hell is that not “in a big way?” There are, planned or under construction, 81 battery plants to be operating by 2028. Audi e tron outsold Tesla Model 3 in Norway last month. Horrors! In the EU for the last quarter of sales, IC vehicle sales are negative and EV sales are up. Lets’ step back from “Tesla this and automaker’s that” for the simple reason that….nobody cares. The human race is subject to behavioral concepts. I don’t know why, I’ve just observed them since the 60’s. Electric vehicles are no different from color TV’s, wifi, smart phones, refrigerators. Humans have black and white TV’s and then…poof! They have color ones. Talk about robots? In 15 years if you aren’t driving an EV you’ll just be regarded as some prehistoric flip phone wielding loser. It’s how it works. We are in the blade of the hockey stick now and when we hit the handle? You’ll be gassing up your Subaru at your favorite gas station and will realize that you’re the only one there. Across the street, at the electric charging place? It’ll be freaking mobbed. All those car companies are going positively full bore at cranking out EV’s because, if they don’t? They will lose market share and get fired. In Europe? They’re going to ban IC vehicles and have already started the process. You’re on you way to work in Belgium somewhere in your VW Golf Diesel and there’s a sign where you pull off the highway to go to work. So you grab your flip phone and call the boss. “Boss? I’m gonna be late for work. I uh…I have to go buy an electric car.”

Will Tesla fail?

Tesla as of now in the picture, may seemingly fail. Owing to an unreliable Musk with a weird etiquette on the social media calling in for a lot of controversy, it probably shows a 'solid' track for Tesla reaching bankruptcy. But there are facts beyond all of this that literally brings Tesla in a position to threaten all of the premium automobile makers around the globe even in its present scenario. Before you guys call this answer bullshit, do spend a bit more time to read this out entirely and then evaluate. Let me put this out to you guys clear and straight. There is no single automaker in the world that is capable of competing with Tesla making EVs as of now. And so will be the case in the coming future. Let me reason this out. The figures don't lie. These figures are just pointing out the monthly sales of EVs in the US. Clearly, Tesla dwarfs any given automaker in the sales of EV. From this we can easily conclude that Teslas are the most preferred and inevitably the best EVs in the market. No big player comes anywhere close to where Tesla is in the EV market. Having said that, let me also subsequently make a safe prediction that Tesla is an immense threat to all the automakers in the planet. One might argue that, it's just a matter of time and at the moment the big players in the arena of premium cars, say BMW, Audi or Porsche for that matter are just not focussing much into EVs as they get huge profit and turnover from ICE cars and not from EVs. BUT, if that's the case then how come BMW for example let Tesla Model 3 outsell all of their models together in the Small and Midrange luxury cars category. This is where the great danger to BMW or any other prominent premium car maker could be smelt. The Tesla Model 3 Tesla Model 3 alone outsold all small and midsize luxury vehicles from Infiniti, Volvo, Alfa Romeo, Acura, Jaguar, Audi, Genesis, Lincoln, BMW, Lexus and Mercedes in its category, depriving them all of any chance of growth. (Data as of August 2018, in USA) https://www.google.com/amp/s/insideevs.com If this is the trend in the US, then there's no reason why we shouldn't see this happening in Europe or Asia in the near future. The bitter truth here for BMW, Mercedes, Audi, Porsche or Volvo is that, as of today they are still ages behind Tesla. If they had the technical know how to compete with Tesla they would've beaten Tesla long ago in the EV segment itself. With the kind of turnover and infrastructure BMW or Audi possess, they wouldn't have waited for Tesla to eventually outsell all of their cars combined. I'm afraid, but none of the EVs proposed to be released by German automakers or others in the coming years or released recently are not even at par with Tesla models rolling out since 2012. Not even the Audi E Tron that released last month comes to par with Tesla's Model X. Of course E Tron of Audi and iNext cars of BMW would certainly find buyers. But the thing that changes the entire scene is 'option'. If given this option with Tesla, why would buyers go for an E Tron or iNext when it's clearly not in the league of Tesla? And there's no specific reason why Tesla would remain limited in the US. In the coming years, they surely would expand their operations, which might be a brutal rampage for the monopoly BMW, Audi, Mercedes or anyone you name enjoy. None of the major luxury car makers as a matter of fact have any car (gas/petrol/diesel/ev) to compete with Tesla Model 3 in the US. This picture could effortlessly extend to other countries and other segments of automobiles as well. Again there's nothing stopping Tesla from innovating further. If huge industries like BMW or Daimler find it hard to compete with models that already released a few years back from Tesla, then they so have the potential to crush any big automobile maker. Unless these players innovate and do something real quick to reach the levels of capability in producing an Electric Vehicle as good as a Tesla, we can have a guaranteed foresight of every single carmaker losing grounds to Tesla. So the verdict here is, I do not see Tesla failing. In fact I consider Tesla a revolution powerful enough to challenge any given automaker on Earth. The future is pretty much in favor of Tesla, regardless of them losing their shareholders.

FAQs ที่เกี่ยวข้อง audi e tron let it go

  • Q

    ระบบนำทางของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    อ้อม เผ่าทอง

    มีระบบนำทางและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิงของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    กฤตกร มานะดี

    มีประเภทน้ำมันเชื้อเพลิงและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    คานเหล็กด้านหน้ารถของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    disornr

    มีคานเหล็กด้านหน้ารถและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
หน้าหลัก