แท็ก

audi e tron 4 wheel drive

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e tron 4 wheel drive

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

ส่องข้อดีข้อเสีย Audi A7 รถหรูดีไซน์เด่นก่อนเป็นเจ้าของ

โซนระบบควบคุมอุณภูมิภายในห้องโดยสารของ Audi A7 แยกออกเป็น 4 โซน ซึ่งผู้โดยสารเบาะหลังสามารถปรับอุณหภูมิเองได้ตามต้องการ

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

งานรถยนต์ไฟฟ้าเข้าฟรี มีทุกรุ่นให้ลองขับ ระดับราคา 10,000,000 กว่าบาทก็มาด้วย

มีการจัดแสดงรถยนต์ในกิจกรรม EV Asia 2020 โชว์รถต้นแบบ และโชว์รถพร้อมขายจริง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม EV Drive

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

โดยรุ่น Audi e-tron 55 quattro เปิดตัวในไทยในต้นปี 2019 ต่อมาในปลายปี 2020 ก็ได้เปิดตัว Audi e-tron

ใครว่าสีเขียวไม่สวย? รวม 4 รถสีเขียวเปรี้ยวจนต้องเหลียวหลังมอง

ผู้ชายขับสนุกด้วยรัศมีวงเลี้ยวที่แคบ และมีความประหยัดน้ำมันมาก ๆ ทำให้ขายได้เรื่อย ๆ เริ่มกันที่ราคา 495,000 บาทในรุ่น 1.2 E

เจาะเทคโนโลยี 2019 Subaru XV ทำไมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อถึงครองใจสาวก

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบสมมาตรระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบสมมาตรหรือ Symmetrical All Wheel Drive คือซิกเนเจอร์ที่มีอยู่ในรถทุกรุ่นของ

ดูเพิ่มเติม

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

เปิดตัวกันอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ที่ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม-4

Review: 2020 Audi A4 สปอร์ตซีดานเพื่อผู้นำทุกไลฟ์สไตล์

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากฝั่งยุโรป ส่ง 2020 Audi A4 (อาวดี้ เอ4) รถซีดานสายสปอร์ต ที่มีการออกแบบทันสมัย

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพิ่มความเป็นไฟฟ้าที่ดูแลง่าย จึงทำยอดจองเยอะมาก ต้องต่อคิวรอนานเป็นปี ด้วยราคาขายเพียง 2.29 ล้านบาทAudi

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

e-tron ได้หรือไม่ก็ต้องรอดูกันต่อไป แต่ก่อนที่จะไปวิเคราะห์ ทาง AutoFun จะพาไปรู้จัก Lexus UX ก่อนที่จะกลายเป็น

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

ชมคันจริง 2021 Audi RS 6 Avant ปลุกความแรง 600 แรงม้าด้วยราคา 9,890,000 บาท

ปัจจุบัน Audi (อาวดี้) ประเทศไทย เล็งเห็นว่ารถในตะกูล Avant เป็นรถที่ตอบโจทย์ลูกค้าทั้งด้านสมรรถนะ, เทคโนโลยี

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

รีวิว Q&A audi e tron 4 wheel drive

Do electric cars accelerate faster? What is the fastest accelerating car?

Electric cars are just starting to take hold in the auto market. No longer relegated to the luxury segment, EVs now run the gamut from small to large and expensive to mainstream. And as you'll see on this list, some are quite quick. Keep reading to find out the top 10 fastest-accelerating electric cars from 0 to 60 mph ever tested by MotorTrend. To avoid repetition, we're listing each model only once in the highest-performing variant we've tested. Mercedes-Benz B-Class Electric - 6.5 Seconds The Mercedes B-Class hatchback was relatively quick, smooth, and luxurious. It was able to reach 60 mph in 6.5 seconds and it made 177 hp and 251 lb-ft of torque. But with just 87 miles of range, it wasn't a practical commuter. The model was discontinued in 2017. Luckily, Mercedes has a swarm of stylish and more practical EVs in the works. Nissan Leaf Plus - 6.5 Seconds We were pleasantly surprised when we first stepped on the accelerator in the Leaf Plus, the long-range version of Nissan's popular electric car. With 214 hp and 250 lb-ft of torque, it's substantially more potent than the standard version. Who ever thought a Nissan Leaf could outrun a Honda Civic? If you can get past the dull steering, you'll also enjoy its quiet, stable ride in the city and on the highway. Range in this quick electric car tops out at 226 miles. BMW i3 - 6.4 Seconds We appreciate the BMW i3's tight turning radius and quick acceleration, not to mention its eco-friendly interior with natural materials such as Eucalyptus wood. Overall, the i3 is not a bad first foray into the EV game. But we're generally not a fan of the driving dynamics; sloppy handling mars the experience. We expect BMW's next generation of electric vehicles to feel better suited to the blue-and-white roundel. Chevrolet Bolt - 6.3 Seconds No question about it: The Chevrolet Bolt made long-range electric cars accessible to the masses. Roomy, quiet, and fun-to-drive, the Bolt is the second EV to win MotorTrend's Car of the Year award after the Tesla Model S. Chevrolet sweetened the pot for the 2020 model year by extending range even further, to 259 miles. The Bolt makes a healthy 200 hp and 266 lb-ft of torque. Audi E-Tron - 5.1 Seconds The first all-electric product from Audi is the sleek E-Tron SUV. Part of the first wave of battery-electric vehicles planned by Volkswagen Group, the E-Tron is built on a new EV-specific platform that incorporates components from the group's existing SUV architectures. In many ways, the E-Tron is a stopgap until VW Group's dedicated modular MEB platform arrives, but that doesn't mean Audi just phoned this one in. With its two electric motors making a combined 355 hp and 413 lb-ft of torque, the Audi E-Tron is one of the fastest accelerating electric cars we've tested. In our tests, the E-Tron did 0-60 mph in 5.1 seconds. Range is estimated at just 204 miles by the EPA, however. Stay tuned for our real-world range test results. Jaguar I-Pace - 4.0 Seconds Jaguar's electric crossover is a pleasant sight to behold, and pure fun to drive. This stylish electric crossover makes 394 hp and 512 lb-ft of torque. With precise steering, instant acceleration, and next to no body roll, the I-Pace deserves a seat at the top of this list alongside the Teslas. As one of our 2019 SUV of the Year finalists, it even performed well off-road, trekking across dirt hills and sand pits thanks to its all-wheel-drive traction. Range is a healthy 234 miles. Tesla Model X P90D - 3.2 Seconds One of the fastest electric cars is actually an SUV. The Tesla Model X has many gimmicks, from its falcon wing doors to oversized front windshield and monopost second-row seats. But it's also functional, with sufficient room in the optional third row and an aerodynamic design that loses little range to the Model S. It's also surprisingly quick for its size. We tested a 2016 Model X P90D Ludicrous running from 0-60 mph in 3.2 seconds, although it took a much less powerful 75D model 5.5 seconds to hit the same mark. Tesla Model 3 Dual Motor Performance - 3.1 Seconds It may be Tesla's entry-level car, but the Model 3 packs a strong punch. In our tests, the dual-motor Model 3 Performance zipped from 0-60 mph in 3.1 seconds. This quick electric car packs 450 hp and 471 lb-ft of torque. The dual-motor Long Range model was noticeably slower, though, reaching 60 mph in 4.0 seconds. Both versions can travel 310 miles on a charge, although the Performance is currently $8,000 more expensive to start. Porsche Taycan Turbo S - 2.4 Seconds The Porsche Taycan Turbo S set a new quarter-mile record for electric cars in our tests. But in the 0-60 run, it comes in second place. We recorded a 2.4-second time in this car, ahead of Porsche's own estimated time of 2.6 seconds in Launch Control mode. Tesla Model S P100D - 2.3 Seconds The Tesla Model S isn't just the quickest electric car MotorTrend has ever tested. It's also the quickest production car we've ever tested—period. We clocked a 2017 Model S P100D, comparable to today's Model S Performance, hitting 60 mph in 2.28 seconds. In our review, we said this Model S "snaps your body in a manner that is utterly impossible to replicate in any other street-legal production car on normal tires and dry asphalt at a mid-$100,000 price point." Of course, we've tested less potent versions with slower times, everything from the P90D (2.6 seconds) to the P85D (3.2 seconds) and the previous "budget" 60 version (5.0 seconds). Fastest Electric Cars from 0-60 MPH Mercedes-Benz B-Class Electric: 6.5 Seconds Nissan Leaf Plus: 6.5 Seconds BMW i3: 6.4 Seconds Chevrolet Bolt: 6.3 Seconds Audi E-Tron: 5.1 Seconds Jaguar I-Pace: 4.0 Seconds Tesla Model X: 3.2 Seconds Tesla Model 3: 3.1 Seconds Porsche Taycan: 2.4 Seconds Tesla Model S: 2.3 Seconds Please Upvote and Share if you like.

Between Audi, BMW, and Mercedes-Benz, which brand has the best affordable car?

All of these manufacturers make good cars, some are often fun to drive and pleasant to ride in. My wife and I have have owned vehicles from each of them, none passed 100K miles w/o needing very expensive maintenance despite adhering to the manufacturer’s service recommendations. If you want one and are willing to pay a premium over similarly sized Hondas, Toyotas, Hyundai, lease it when you see a good deal or buy it if you are as effective a negotiator as my late grandfather. Don’t forget to buy comprehensive, collision & gap insurance or you might find you owe the lease company BIG bucks if the car has been in an accident. Because of a predicted repair bill of close to $10,000 my wife sold her 8 yo BMW 335D at 88K to one dealer and leased an Audi A3 e-Tron for 3 years. The 335 was more fun to drive (rear wheel vs front wheel drive, more responsive steering), and had a larger trunk which we found useful. The Audi’s all electric range of ~25 miles is more than adequate for us - she buys gasoline every month or two, the battery is charged by previously installed solar panels. Extremely important her son wanted her to buy an Hybrid EV - the Audi has a 1.4 liter gas engine that comes on when needed. A decade ago a co-worker bought a low end Mercedes 4 door. I thought he paid about twice as much as a similar Honda Accord, though the Merc might have been closer in size and power to a Civic. He loved it, last time I saw him he was planning to visit family in Germany, buy a bigger Mercedes and spend a month or so traveling around Europe with his wife. If JPM is reading this, I’m talking about you. Having driven in Italy and France I’ve come to the conclusion that I never want to drive in Europe - the likelihood of coming across very narrow streets is close to 100%. Having been driven around much of Portugal last April, often in a Mercedes mini-van, by a local driver, I was delighted to sit back and watch as he negotiated ancient roads. If one lasts long enough the benefits of deferred gratification can be very pleasant. As to “the best”, what are your criteria? W/o knowing it is impossible to make a useful comparison. As I often say de gustibus non disputandum est.

Why is the the Jaguar I-Pace so inefficient when compared to the Tesla Model X?

The limiting factor for performance is set by how much power and how fast the power can be modulated in the inverter. How much power can be released by the batteries is another quality parameter, as is the performance of the electric motor. At the moment I can not see where exactly the advantages of Tesla are, but the drivetrain (batteries, inverter motor) is clearly more efficient, than the iPace, I think also more efficient than the Nissan Leaf, taken all into consideration (in particular weight, size and Cw value of cars). The Cw values have to be multiplied with the total frontal area to indicate drag, so the bigger car needs a smaller Cw value to have similar drag. It is clear that models with all wheel drive will have higher mechanical losses than RWD models, and the iPace is AWD, so there could go easily 10–20% of the efficiency, if you compare it to a RWD only model. The losses come from the additional inverter losses, transmission, and motor, they all warm up, which equals loss if efficiency. The batteries will probably not be punished much more when you drive at constant speed 4 wheel or 2 wheel drive, but will eat more due to the AWD when accelerating. However, the AWD Tesla 85D had a 5 mile range increase over the 85, but it seems a bit more complex than that, up to the point where Tesla (like other companies) use sometimes different type of EVs in AWD models:Tesla Model S Dual-Motor Is Quicker, Has Higher Range Too: How Do They Do That? (UPDATED) . I would guess the main underlying effect is that EVs loose efficiency when they are under load (mainly because they heat up more and the inverters are less efficient, and the batteries more strained?). Two motors can sometimes overcome the loses and punishment in weight to increase range by anything from 2–13% depending on how you drive, by keeping the drivetrains in the lower load range of higher efficiency: Notice, the torque is capped by regulation (more is not needed), the motor alone could develop a lot more torque. The motors and their regulation are complex, so much so that further increases in efficiency are to be expected, if you are interested read up on it here:r/teslamotors - The new Model 3 motor. Its history and what it is likely to be. Long + References. Interestingly, the iPace is up there with Teslas acceleration, as it might well be for a Jag. It is between an XP100D and the X100D in acceleration, slower than the first, and faster than the latter. Interestingly, the iPace can hold its top speed without diminishing, basically it drives 130mph till the battery is empty. This is surely due to a restriction of the iPace to a lower speed; several Teslas drive a lot faster than that, for about 7 minutes, then the are overheated (I am guessing the batteries) and drop back to the same 130mph as the iPace. The iPace and the X100PD are within a second around Laguna Seca, the Tesla is more expensive of course, has nearly twice the power, is the bigger car and is 1 sec faster at 1.47. So in performance the iPace is there, very impressive! Back to efficiency; at top speed (208km/h) the iPace does 570 KWh/km, the Tesla X100D does 456 KWh/km at the slower 147km/h average (both from user videos), so I think at high speeds both are comparable. At lower speed (100-120km/h around 65mph) the Tesla X is clearly better, about 23% better than the iPace (it is also bigger and heavier, which is not a factor at constant speed): So basically a 90KWh iPace will give the range of an 70KWh Tesla (if it existed) in most situations. I would assume that Tesla simply has the better overall efficiency at moderate speeds, a better control of the inverter, more efficient batteries (less “internal resistance”), the better software for the inverter and a more efficient motor. It could also be that Tesla manages to run the motor for longer in the high efficiency range of the drive train by a different ratio of the transmission; the iPace seems to prefer the sprint, compared to the Tesla X and might have a shorter transmission ratio, forcing higher losses at switching the voltages and the power in the inverter, which (particular with batteries as source) gets less efficient at higher RPM (ranging from maybe 94% to 82%). Will Jaguar be able to change this via software updates a la Tesla? I doubt it, but at least a partial remedy might be possible. Both cars charged relatively similar, and the charging time will depend most likely on the installed performance, which will increase drastically on the iPace system soon (the one in the test was limited to 85KW). Edit: Tesla’s batteries come in small, metal encased units (some are plastic?) while the iPace uses pouches. I could not find any real information, but if you cool a pack of 4 or more battery pouches down to 30 degrees, the interior might well be 40 degrees, which makes the batteries less efficient. The metal in the small batteries is a heat sink, and allows in principle better cooling, this might be a factor for efficiency! Jaguar has answered the calls why it seems less efficient than “the other guys”, but it is mostly no real information, other than that it is all state of the art, has a heat pump, and the motor uses synchronous permanent magnets (but not what type of motor it is, they seem to use identical motors front and rear, one point for Tesla), see also comments.Jaguar Responds To Criticism About I-PACE Efficiency Interestingly Jaguar states their efficiency for the motor is over 95% from 30–150km/h (20–94mph), supporting the graph shown earlier and stating efficiency is lower at very low speeds (not important) and importantly at higher speeds, which is seen in all electric cars. See the direct efficiency comparison here: In Dscherman, but with English subtitles.Would we not all be interested in direct comparisons with the model 3? On the motorway, the Autobahn (no Teslas 3 in Europe, so far) and on drag strips and race tracks, all to come soon, as is the Audi E Tron (also AWD, with an ugly grill).

Which one is better: Audi or BMW?

First things first — here’s the classic picture which Audi fans like myself trot out when this question comes up: But the reality is that this is very much an “eye of the beholder” question with no correct answer. A lot of people will use various classic arguments to push one brand ahead of the other (driven wheels, racing pedigree, driving feel), but all these attributes have changed in the actual cars in recent years. Let’s look at some of those recent developments: BMW makes FWD cars now, and Audi makes sportscars which can send 100% of the power to the rear. BMW xDrive is specced on a lot of cars these days, too, and it’s an excellent system. So much for that whole RWD vs FWD argument that kept us fans going for decades. Audi interior quality has gone up, BMW interior quality has leveled off. BMW’s M cars were built on an incredible race-car lineage that they no longer pursue; Audi’s racing lineage was nowhere near as strong, but that has grown over time. Audi makes a supercar; BMW does not. Audi and BMW fight for second place behind Mercedes when it comes to top-end luxury sedans and limousines. Sure, it’s a close fight with no clear winner, but who really cares if you aren’t actually the best? The migration to electric power is going to change both brands, by quite a bit. I’ve driven an Audi e-tron vehicle…. feels like a regular Audi, just heavier in the corners. I’ve also driven the BMW i3, and while it’s great, and I’d be very happy to own one, it didn’t feel like a BMW to me.

What is the future of electric cars?

FIVE ELECTRIC CARS THAT WILL CHANGE THE FUTURE CARS 16 SEPTEMBER 2017 Electric cars have a bunch of advantages that might not be immediately obvious. First and most important, they are insanely fun. Electric motors produce maximum torque at zero RPMs, which means they snap to life at the touch of the accelerator. 1. Audi E-Tron Sportback: This is the Audi E-Tron Sportback, an all-electric concept car designed by Audi. First revealed at the Shanghai Motorshow in 2017, Audi has hinted at a production version being available sometime in 2019. Audi says the E-Tron Sportback is a mix between the current A7 and an SUV - presenting a longer and more dynamic vehicle with a striking design. This all-electric car is intended to have around 429bhp and enough torque to push it from 0-62mph is under 4.5 seconds, so it's certainly no slouch. 2. Bentley EXP 12 Speed 6E: Pitched as "the future of luxury" the Bentley EXP 12 Speed 6E concept is intended as a statement of Bentley's intention to create the World's first luxury electric sports car. 3. Toyota I-TRIL: The Toyota I-Tril is one of the quirkier looking cars on our list, it's also the first car here that's self-driving. The keen-eyed among you might also note the lack of a fourth wheel. That's because the Toyota I-Tril is essentially an electric tricycle. 4. Honda NeuV: The Honda NeuV concept is a natty little self-driving, AI-powered car with a smart assistant that'll talk back to you and keep you company as you drive. This car promises to learn your favorite journeys and pit stops - like which coffee shops you enjoy frequenting and even has a heart-rate monitor built into the seat to detect when you're stressed or anxious. 5. Porsche Mission E: The Mission E in undeniably Porsche in profile and Porsche in power and performance too. With 300 miles of possible range on a single charge and over 600hp, the Porsche E offers both convenience and speed in a sublime package. A top speed of 155 mph and the ability to reach 62mph in 3.5 seconds make this concept a car to be reckoned with.

FAQs ที่เกี่ยวข้อง audi e tron 4 wheel drive

  • Q

    ความสูงของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    ปรัช สุวรรณ

    มีความสูงและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ราคา SRP(Bangkok)ของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    อุ้ย'เหี้ยย ส่อง

    มีราคา SRP(Bangkok)และรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    รูปแบบเกียร์ของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    พรพรพร

    มีรูปแบบเกียร์และรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม

Tags

หน้าหลัก