แท็ก

audi e tron english

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e tron english

"ซิลิโคน" จะเป็นทางเลือกใหม่ในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าให้ อึด ทน นาน กว่าเดิม

ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายต่อธรรมชาติ เช่น ของเหลว กรด หรือตะกั่ว จึงปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมAudi

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ขณะที่ Chevrolet (เชฟโรเลต) เป็นแบรนด์ยอดนิยมในอียิปต์ ส่วน Toyota ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% ในเยเมนAudi

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

ฟังเหตุผล ทำไมรถล้ำ ๆ อย่าง 2022 Mercedes-Benz EQS ยังใช้กระจกมองข้างแบบดั้งเดิม

ผลการศึกษาพบว่าการดูภาพหน้าจอที่แสดงผลด้านหลังหรือด้านข้างตัวรถจะทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่เวียนศีรษะ”กระจกมองข้างดิจิทัลใน Audi

'รถไฟฟ้าทุกคันในปัจจุบันดูเหมือนกันไปหมด' นายใหญ่ BMW ย้ำต้องสร้างความแตกต่างเมื่อเวลามาถึง

แม้ว่าคู่แข่งมากหน้าหลายตาจะเดินหน้าเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าบนแพลตฟอร์มของตัวเองกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Audi

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

ๆ ร้อน ๆ ก็คือ Audi Q5 (อาวดี้ คิว5) ที่มาพร้อมชุดแต่งเอสไลน์ ทั้งภายในและภายนอก รวมไปถึงช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งใหม่

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

ดูเพิ่มเติม

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพิ่มความเป็นไฟฟ้าที่ดูแลง่าย จึงทำยอดจองเยอะมาก ต้องต่อคิวรอนานเป็นปี ด้วยราคาขายเพียง 2.29 ล้านบาทAudi

จับตา 10 รถใหม่เตรียมเปิดตัวปี 2021 รุกตลาดโลก หลายรุ่นเข้ามาขายเมืองไทยด้วย

โดยเฉพาะสปอยเลอร์หลังในตัวแบบเชิดขึ้นที่บั้นท้าย เครื่องยนต์จะใช้เทคโนโลยีของ Subaru บล็อก 4 สูบนอน ขนาด 2.4 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศAudi

รวมราคารถยนต์ไฟฟ้าในไทย ทุกรุ่นในปี 2021 ต้อนรับการมาของ ORA Good Cat

270 นิวตันเมตร ระยะทางการวิ่ง 217 กม. 2021 Lexus UX300eLexus UX 300 e

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

รีวิวโพสต์ audi e tron english

Perfect! Check my youtube e-tron EV - just love it English version#ev #etron #audi #Audi_e_tron

Have Audi dropped a clanger? The translation of e'tron to English is TURD. I know its battery efficiency is pretty poor but surely calling it a "turd" is not going to enhance sales in french speaking markets.

É tron, English for turd.

รีวิว Q&A audi e tron english

Why do young Norwegian-Pakistani men in Oslo drive such expensive cars?

Why do young Norwegian-Pakistani men in Oslo drive such expensive cars? (A2A) Thanks for asking, and since you are bearing the 409th name of Vishnu, Pranav, I will assume that you are of Indian descent? Surely, then you must be aware of the fact that it is not exactly taboo to flash your riches in Punjab, whether it be the Pakistani or the Indian part? Sikhs do it, Muslims do it, Hindus do it. When the first Pakistani guest workers arrived in Norway around 1970, they “all” came from the Lahore region. Lahore, the home of Lollywood, the richest city in Pakistan, the center of Pakistani science, technology, art and culture? But “our” Pakistanis were neither rich nor city folks. They came to find work and support their low-income families back home. Few had any education, some none at all. The first generation wore cheap tweed jackets, worked their asses off in cleaning, warehouses, factories, transport, junk food - it was actually the small Pakistani-owned chain of Malik’s which introduced the modern hamburger to Norway, which until then had been a flat, large meatball (karbonade) in a bun w/mustard and tomato ketchup, maybe added a sallad leaf for colour. The jumble sale/discount clothes signalled: “We are sending all the money we can back to our families in Pakistan.” They lived cheaply, often 4–6 guys in one small apartment, and they were hardly ever seen in the streets after work. They were not intending to stay. But, after some time, they discovered that they actually liked living in Norway. Wages were good, you could start your own business without having to bribe someone, great higher education was available for your children, health services were cheap and welfare generous, and if you had a steady job, you could buy yourself a rather spacious family apartment. So from 1975 family reunification became very popular. I have many Norwegian-Pakistani friends, and they may not like to hear it, but if you ask me, there is no demographic group in Norway more obsessed with social status than the Pakistani community. However, it is not really directed at Norwegian society as a whole. Quite the contrary. Norwegian-Pakistanis flash their riches to each other. Pakistan is a class society into the extreme. Social hierarchies are rigid. Compared to the great number of Pakistani poor, the rich of Pakistan can easily be compared to the English aristocracy when it comes to lifestyle. But while the English aristocracy’s social, cultural and political power has been reasonably gelded over time in England, the rich of Pakistan are also the powerful. It has been said that 22 families own most of the country. After the first generation of Pakistanis settled in Norway, as soon as they had children, they cast their eyes on education. I swear to you, there was a time in the 1980s, when every single Pakistani taxi driver “accidentially” told me while driving me somewhere, that his son was (btw!) studying law or medicine - beaming with pride. They couldn’t help themselves! Back home in Lahore, grandpa (baba) would start on a tour of his neighbours or call them to notify them that his grandson was becoming a doctor, a solicitor, a dentist! Celebrations were held, sweets were served. And yes, the car. Let’s not forget the car. Now, of course, Lahore is a well developed city, and there are thousands upon thousands of cars driving the streets there. But for a Norwegian-Pakistani who came from the poor countryside in the 1970s, owning your own car was completely out of reach. What was the greatest status symbol in the West in the 50s–70s? The car. Elvis Presley, James Dean, right? What greater social divide ever existed in the US than between, one the one hand, the rich kid whose dad bought him a sports car for his 18th birthday, and, on the other, the kid who still had to take the bus to work or school, or let mum or dad drive him there? Now, 1st generation Norwegian-Pakistani dad will most likely drive a moderately priced family Ford or a sturdy Volvo. But, hey, young 2nd generation son will want a Beemer or an Audi. “Relax, dad. When I become a doctor, I can afford a car like that. I will make twice of what you make as a subway train driver.” The frugal and hard-working dad may not like it, but he might indeed slip to baba in his next phone call home to Lahore, the fact that his son is actually driving an Audi A3 SportsBack E-tron Sport Business, whereupon the entire village will know it in days, and all will be very proud of their kin. Dad may shake his head and ask what’s wrong with a decent discount tweed suit, which he himself still wears (even with elbow patches), but young soon-to-be-a-stockbroker will want his Armani - and a nice watch. While studying, the young sons usually live at home. They work hard and study diligently, even overtime, some do indeed excel. They don’t drink, and not all of them smoke hashish, and not too excessive, anyway. Some of them also work part-time while studying. To lease a nice car in Norway is not all that expensive. 500 USD/month will do it. Two nights a week behind the counter of a 7-11 will cover it. Or a government student loan. If you have a brother or a friend who will share the monthly bill with you, all the better. The Norwegian-Pakistani gangsters were also fond of cars, but the police started impounding their Porches and Beemers. If you had a police record and drove a fancy car, the police would stop you on sight and ask how you were able to afford a 100 000 USD car while living on welfare. So the gangsta wheels period of the Norwegian underworld became fairly short-lived. No more hubcaps. Now, of course, not all Pakistanis are identical, neither are they a monolitic Norwegian social group. It takes all sorts. The 1st generation father of a Pakistani friend of mine loves his huge, slick Chevrolet AMCAR, and some young Pakistanis prefer to ride a bike or take the subway. Some, I’m sure, are environmentally concerned and simply don’t like cars. Others hang mostly with ethnic Norwegians, being more or less secular and “Norwegian” in life-style, and in the capital, few people aged 20–30 y o have a car, especially if they live in the inner city. But among the up-and-coming, especially if they come from families which still adhere mostly or to a large degree to Pakistani, not Norwegian customs and traditions, a nice car is a must. Besides, many girls are impressed by cars, right? In general, Pakistanis in Norway marry Pakistanis. If you for religious reasons don’t like going to clubs where alcohol is served, a nice car is a good alternative for a date with your prospective wife. Drive somewhere, have an icecream, maybe see a movie, stroll a bit in a park, kick some autumn leaves… Prospective father-in-law will appreciate it, including the car. “He’s going to be a real estate agent, daddy,” says the girl. “Look at his car. I will have a good life with him.” Pakistani dad sure don’t want no welfare client to marry his dear soon-to-be-a-pharmacist daughter. He himself works for a living, thank you very much, and has done so all his life, make no mistake about it! “Real estate, you said?” Anyway… I hope y’all will forgive this novelist for turning to a bit of fiction here. Sure, it may not be a bullseye answer, but I think I do come fairly close when I say it’s not Norwegian-Pakistanis who like nice cars. It’s Pakistanis. Ali, son of Lahori senator Ishaq Dar . And here are some of the young men of Lahore having a bit of automotive fun. More FACTS about Norway on my blog: NORWAY EXPLAINED: Your guide to Norway and Norwegians (to be updated)

Has anyone considered that Chevy hobbled its own entry into the electric car market by its confusing names of the Bolt and Volt?

That’s an interesting question. Just how important is the name of a vehicle in determining its market success? Auto manufacturers have traditionally put a lot of care in the choice of names. A name projects an image of power, strength, status, luxury, rebellion, fun, etc. I’ve often wondered what auto companies were intending by saddling their electric cars with names like: Leaf, Spark, Buzz, Crozz, I3, Bolt, e-tron, Zoe, etc. Who are these names supposed to attract as buyers? Maybe the intent is not to attract many buyers at all! Why would Chevy chose the name Bolt that sounds so much like Volt? Why did Audi chose the name e-tron for their EV which is so close to the French word étron which means ‘turd’ in English? I think it’s indicative of a cavalier attitude of legacy auto makers toward electric cars, and I’m betting when those attitudes are replaced with serious efforts to compete in the EV marketplace, better names will appear, like Porsche’s Taycan electric sports car. Then, again, Tesla’s Model 3 seems rather bland, and it’s doing extremely well. I guess even a so-so name will work if the car itself is really great.

What has been the worst name for a car?

The ones that don't work in foreign languages. Mitsubishi Pajero in Spanish is rather insulting Mazda MR2 in French sounds like emerdeux or merde, literally a rather shitty name. Audi's e-tron has almost the same problem with l'etron being just a little more sophisticated than la merde. If we stay with faeces, the Rolls Royce Silver Mist was renamed Silver Shadow when someone in Crewe realised that Mist in German means not a light fog but manure. Chevrolet’s Nova again in Spanish sounded like no va, doesn't run. Not the best advertisement. A Ford Probe in German sounds like a Ford rehearsal. But the worst decision was the manufacturer Kia, definitely not the car of choice for English speaking members of the military. KIA is definitely undesirable.

Why is the the Jaguar I-Pace so inefficient when compared to the Tesla Model X?

The limiting factor for performance is set by how much power and how fast the power can be modulated in the inverter. How much power can be released by the batteries is another quality parameter, as is the performance of the electric motor. At the moment I can not see where exactly the advantages of Tesla are, but the drivetrain (batteries, inverter motor) is clearly more efficient, than the iPace, I think also more efficient than the Nissan Leaf, taken all into consideration (in particular weight, size and Cw value of cars). The Cw values have to be multiplied with the total frontal area to indicate drag, so the bigger car needs a smaller Cw value to have similar drag. It is clear that models with all wheel drive will have higher mechanical losses than RWD models, and the iPace is AWD, so there could go easily 10–20% of the efficiency, if you compare it to a RWD only model. The losses come from the additional inverter losses, transmission, and motor, they all warm up, which equals loss if efficiency. The batteries will probably not be punished much more when you drive at constant speed 4 wheel or 2 wheel drive, but will eat more due to the AWD when accelerating. However, the AWD Tesla 85D had a 5 mile range increase over the 85, but it seems a bit more complex than that, up to the point where Tesla (like other companies) use sometimes different type of EVs in AWD models:Tesla Model S Dual-Motor Is Quicker, Has Higher Range Too: How Do They Do That? (UPDATED) . I would guess the main underlying effect is that EVs loose efficiency when they are under load (mainly because they heat up more and the inverters are less efficient, and the batteries more strained?). Two motors can sometimes overcome the loses and punishment in weight to increase range by anything from 2–13% depending on how you drive, by keeping the drivetrains in the lower load range of higher efficiency: Notice, the torque is capped by regulation (more is not needed), the motor alone could develop a lot more torque. The motors and their regulation are complex, so much so that further increases in efficiency are to be expected, if you are interested read up on it here:r/teslamotors - The new Model 3 motor. Its history and what it is likely to be. Long + References. Interestingly, the iPace is up there with Teslas acceleration, as it might well be for a Jag. It is between an XP100D and the X100D in acceleration, slower than the first, and faster than the latter. Interestingly, the iPace can hold its top speed without diminishing, basically it drives 130mph till the battery is empty. This is surely due to a restriction of the iPace to a lower speed; several Teslas drive a lot faster than that, for about 7 minutes, then the are overheated (I am guessing the batteries) and drop back to the same 130mph as the iPace. The iPace and the X100PD are within a second around Laguna Seca, the Tesla is more expensive of course, has nearly twice the power, is the bigger car and is 1 sec faster at 1.47. So in performance the iPace is there, very impressive! Back to efficiency; at top speed (208km/h) the iPace does 570 KWh/km, the Tesla X100D does 456 KWh/km at the slower 147km/h average (both from user videos), so I think at high speeds both are comparable. At lower speed (100-120km/h around 65mph) the Tesla X is clearly better, about 23% better than the iPace (it is also bigger and heavier, which is not a factor at constant speed): So basically a 90KWh iPace will give the range of an 70KWh Tesla (if it existed) in most situations. I would assume that Tesla simply has the better overall efficiency at moderate speeds, a better control of the inverter, more efficient batteries (less “internal resistance”), the better software for the inverter and a more efficient motor. It could also be that Tesla manages to run the motor for longer in the high efficiency range of the drive train by a different ratio of the transmission; the iPace seems to prefer the sprint, compared to the Tesla X and might have a shorter transmission ratio, forcing higher losses at switching the voltages and the power in the inverter, which (particular with batteries as source) gets less efficient at higher RPM (ranging from maybe 94% to 82%). Will Jaguar be able to change this via software updates a la Tesla? I doubt it, but at least a partial remedy might be possible. Both cars charged relatively similar, and the charging time will depend most likely on the installed performance, which will increase drastically on the iPace system soon (the one in the test was limited to 85KW). Edit: Tesla’s batteries come in small, metal encased units (some are plastic?) while the iPace uses pouches. I could not find any real information, but if you cool a pack of 4 or more battery pouches down to 30 degrees, the interior might well be 40 degrees, which makes the batteries less efficient. The metal in the small batteries is a heat sink, and allows in principle better cooling, this might be a factor for efficiency! Jaguar has answered the calls why it seems less efficient than “the other guys”, but it is mostly no real information, other than that it is all state of the art, has a heat pump, and the motor uses synchronous permanent magnets (but not what type of motor it is, they seem to use identical motors front and rear, one point for Tesla), see also comments.Jaguar Responds To Criticism About I-PACE Efficiency Interestingly Jaguar states their efficiency for the motor is over 95% from 30–150km/h (20–94mph), supporting the graph shown earlier and stating efficiency is lower at very low speeds (not important) and importantly at higher speeds, which is seen in all electric cars. See the direct efficiency comparison here: In Dscherman, but with English subtitles.Would we not all be interested in direct comparisons with the model 3? On the motorway, the Autobahn (no Teslas 3 in Europe, so far) and on drag strips and race tracks, all to come soon, as is the Audi E Tron (also AWD, with an ugly grill).

Does everybody envy Tesla drivers?

Even Tesla drivers can lose the envy they once had. My wife’s colleague and her husband loved their Tesla when they first got it but became so frustrated with repair costs and delays on the Tesla that they recently traded it in on the Audi e-tron Audi e-tron | The first purely electric SUV from Audi | Audi USA A new era of electric is here. Meet the Audi e-tron®, the only electric SUV built with Audi DNA. With ample space for everyday life, long-range capability and exhilarating performance with quattro® all-wheel drive, this is way more than an electric car. This is electric done the Audi way.

FAQs ที่เกี่ยวข้อง audi e tron english

  • Q

    กระจกมองข้างพับไฟฟ้าของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Keawjai Chaihong

    มีกระจกมองข้างพับไฟฟ้าและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ประเภทพวงมาลัยของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Pongpanot Changsan

    มีประเภทพวงมาลัยและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    กล่องอิเล็กทรอนิกส์ที่ควบคุมการทำงานของรถยนต์ของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    ลูกชาย คนเล็ก

    มีกล่องอิเล็กทรอนิกส์ที่ควบคุมการทำงานของรถยนต์และรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม

Tags

หน้าหลัก