แท็ก

audi e tron epa range

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e tron epa range

"ซิลิโคน" จะเป็นทางเลือกใหม่ในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าให้ อึด ทน นาน กว่าเดิม

ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายต่อธรรมชาติ เช่น ของเหลว กรด หรือตะกั่ว จึงปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมAudi

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

ฟังเหตุผล ทำไมรถล้ำ ๆ อย่าง 2022 Mercedes-Benz EQS ยังใช้กระจกมองข้างแบบดั้งเดิม

ผลการศึกษาพบว่าการดูภาพหน้าจอที่แสดงผลด้านหลังหรือด้านข้างตัวรถจะทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่เวียนศีรษะ”กระจกมองข้างดิจิทัลใน Audi

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพิ่มความเป็นไฟฟ้าที่ดูแลง่าย จึงทำยอดจองเยอะมาก ต้องต่อคิวรอนานเป็นปี ด้วยราคาขายเพียง 2.29 ล้านบาทAudi

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

ดูเพิ่มเติม

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

ๆ ร้อน ๆ ก็คือ Audi Q5 (อาวดี้ คิว5) ที่มาพร้อมชุดแต่งเอสไลน์ ทั้งภายในและภายนอก รวมไปถึงช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งใหม่

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

รู้จักข้อดีข้อเสียก่อนเป็นเจ้าของรถสายลุย Land Rover RANGE ROVER

Land Rover Range Rover1.ภายใน Range Rover ตกแต่งหรูหราการออกแบบภายในของ Land Rover Range Rover ใช้วัสดุคุณภาพสูง

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

ชมคันจริง 2021 Range Rover Evoque Lafayette Edition ราคา 4.199 ล้านบาท แต่มีแค่ 3 คัน

เรนจ์โรเวอร์ อีโวค เปิดตัวรุ่นแต่งพิเศษในไทย2021 Range Rover Evoque Lafayette Edition (เรนจ์ โรเวอร์

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

รวมข้อดีข้อเสีย Land Rover Range Rover Velar ก่อนเป็นเจ้าของ

Crossover SUV ทำให้หลายคนสนใจ และอยากมีสักคัน แต่ก่อนจะให้ Land Rover Range Rover Velar เป็นรถคู่ใจสายลุย

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ขณะที่ Chevrolet (เชฟโรเลต) เป็นแบรนด์ยอดนิยมในอียิปต์ ส่วน Toyota ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% ในเยเมนAudi

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

รีวิวโพสต์ audi e tron epa range

Updated “core efficiency” table.Audi e tron just officially came in with a 204 EPA mile range. Embarrassing.In comparison:Model X = 100 kWh = 295 EPA milese tron = 95 kWh = 204 EPA miles

Keep in mind that’s barely 200 miles EPA. In the winter with heat on, that could suffer from a ~40% range hit. That’s not what I want if I spend $70k. Audi should be able to do better. Assuming efficiency only SLIGHTLY better than MX, the e Tron should be over 300 miles minimum

รีวิว Q&A audi e tron epa range

Is Tesla about to crash and burn? I keep hearing a lot of doom and gloom about Tesla. Is it as bad as they say, or fake news?

It’s not fake news, but it is a very pessimistic twist on the facts. Tesla’s first quarter for 2019 was below expectations. It probably shouldn’t have been a surprise for several reasons, but it depressed the stock. Some say Tesla has reached a “demand cliff” but they ignore the fact that all car companies slack off in the first quarter, Tesla is in transition shipping Model 3s to Europe and China, and Tesla has still not shipped the car that everyone is waiting for, the $35,000 Model 3 Standard Range. Another bit of negative news was that Tesla’s head of power trains has moved to Apple, boosting speculation of an Apple car. And in general the very long list of upcoming competitors (“Tesla killers” some say) might lead some to think Tesla was in trouble. I’ve been looking at each of these new BEV entries, and there are problems with all of them. In my mind, the best of the lot was the Audi e-tron that we understand will be released in the US around this month, but there is some terrible news about the e-tron—the EPA tested it and it has only 205 miles of range with a 95 kWh battery pack. My old Model S gets 249 EPA miles with a much smaller 75 kWh battery pack and my Model 3 gets 325 miles with a 75. There is a serious efficiency issue there. And the e-tron costs about twice as much as my Model 3. That’s not a recipe for a Tesla killer, even with its optional seat massager. It’s also an open secret that traditional car dealerships do not want to sell electric cars because it cuts into their maintenance revenue stream. There is an anecdote that someone went to one of the Audi e-tron events in the US, checkbook in hand, but stayed for two hours unable to find anyone with an interest in taking his order. He left. Update: April 15, a week after the original answer, I bought Tesla stock. I did that for a few reasons. The stock is down today ($261.27) Tesla has scheduled a major webcast on its full self-driving technology for April 22. The fact that this is happening suggests a major announcement and some breakthrough in this area which I think is important for the success of the company) Tesla announced that going forward it was not going to write leases allowing customers to buy the cars at the end. Tesla will take the cars back and use them for a future autonomous ride-sharing service. This could be disruptive for Uber and Lyft, since Tesla would have a huge cost advantage. Fiat Chrysler is paying Tesla hundreds of millions of dollars for zero emissions credits in the EU Model 3 sales in Europe have been strong It turns out that slow deliveries of Model 3 in the first quarter of 2019 were not due to a demand plateau, but a constraint on batteries. All the other EV offerings announced have one thing or another wrong with them—too expensive, poor range or poor performance. And they will never drive themselves. This video of Musk and a leading MIT autonomous driving researcher:

How can Audi offer a 90+ kWh battery cheaper than Tesla can?

For one thing Tesla probably makes a good bit more profit on its cars than Audi will make on the e-tron. The average margin of a Tesla car is over 25%, and that’s weighted down by the Model 3, meaning that the Model S, which would be the only Tesla with a battery pack as large as the E-tron would be well above 25%. That margin number is before accounting for ZEV credits.[1][2] For reference, the average margin of a luxury care is 10–15% (lower for other cars). Other answers suggest that the e-tron is being sold at a loss (before carbon credits). The e-tron presumably doesn’t come with autonomous driving hardware that is standard on all Tesla cars. It has less acceleration and a lower top speed than the Teslas.[3] What’s odd about the e-tron and the new Jaguar I-PACE is why they don’t get more range from their larger batteries. The Tesla Model 3 gets 310 miles of range from its 75 kWh battery, while the e-tron looks to have an EPA range of 204 miles with a 95 kWh battery (supposedly this has been increased to 270, but the EPA website doesn’t have this). The Tesla Model S Long Range (100 kWh) battery 373 miles. If we put battery capacity aside and just look at range, the Tesla Model 3 long range AWD model blows the e-tron away with much greater range (and acceleration and top speed), and a considerably lower price. To get an e-tron with a premium stereo, glass roof, heated seats, etc. will cost $81,000. The AWD Model 3 long range would be around $48,990. Update: Audi has introduced it e-tron 50 with a 71 kWh battery pack with a starting price of $55,000 in some countries. EPA range numbers are not available, but the will be under 200 miles for sure. Footnotes [1] TSLA 3Q18 Update Letter | Tesla Model S | Revenue [2] What is ZEV? [3] https://www.caranddriver.com/news/2019-audi-e-tron-quattro-electric-crossover-ev-photos-info

Will the Audi E-Tron eventually outsell the Tesla Model X?

Will the Audi E-Tron eventually outsell the Tesla Model X? Which year are we talking about? Today, near future or 2025? Well, let’s see, the Tesla Model X with the 100 kWh battery (95 kWh available to the user) has an EPA range of 295 miles (Wikipedia) or 325 miles in the recent, newest, upgraded version, according to Tesla. Audi E-Tron with the 95 kWh battery (84 kWh available) has an EPA range of 204 miles. If we account a few percent for degradation of the battery, less-than-ideal road conditions and higher freeway speeds and subtract 25% from the range of each car to get to real-life ranges, we get to 325 (-25%) = 244 miles for Model X and 153 miles for the E-Tron. That’s the range on which customers can actually rely on. If we get to winter conditions, subtract another 10–15%. Not only the E-Tron isn’t in the same league as the Model X, it actually disqualifies itself as a reasonable choice for this class / price segment. It will get only customers who absolutely don’t want a Tesla and absolutely want an Audi. At those differences in performance and range I don’t think that there are many. Yes, Audi does charge faster up to 80% (which is good) and it left a few percent more as safety in the battery to make it last longer, they could have “unlocked” a few percent more at the top, but still - its not even a competitor, yet alone a car that could outsell the Model X. This extra charging speed gets nullified by a much higher consumption, so as a result the Model X actually charges faster, especially if the user mostly charges on Superchargers in the (most common) 10% - 70% state of charge region. Leave aside that Tesla’s Supercharger is already up and running and Electrify America is still building it, it has the Autopilot that will have full self driving capability in a couple of years and it has over-the-air updates. The final point is - Tesla can produce as many Model X as it wants, it has no shortage of the 18650 battery cells. Audi - in contrast - has a shortage of their battery cells. I was asking whether we talk about the year 2025. Yes, by then Audi could start from scratch, massively redesign the car and give it a 130+ kWh battery. But these wouldn’t be the cars we are are talking about today. Edit: I have seen information that initial sales in Spain, Netherlands and Norway were quite good; but actually I am not surprised - first, it is a new car which some people like because it is new and second - it offers some features that Teslas don’t. Let’s not forget - the Model S is available since 2013 and Model X since late 2015. Many people who wanted those already have them. Norway has mostly roads with a speed limit of 80 km/h (50 mph) and people who bought the e-Tron obviously don’t drive very far very often and at those speeds the e-Tron can probably make close to those 300 km. But we are talking about 500, maybe close to 1000 cars per month. Globally. Early birds. Update 1: I wrote all of the above in May 2019. Now the opinion became a fact-based opinion. In US sales the Model X outsells the e-Tron at a ratio between 2:1 and 3:1. Final Update: Monthly Plug-In EV Sales Scorecard: July 2019 In Europe the E-Tron might have a slight home advantage, but don’t think that it is able to flip the ratio. Side note - Audi just recently announced another version of the e-Tron. With battery with 71 kWh gross capacity. Not 120 kWh, but 71 kWh. Less power, slower charging. I don’t think that this will boost sales. For this size and price category this is laughable.

How can the Tesla Model S get 370 miles of range out of a battery pack the same size as other EVs with less range?

Primarily from superior aerodynamics, but also from superior EV technology and engineering. The EVs with similar battery packs are the Jaguar I-Pace (90kWh) and Audi e-tron (95kWh). They’re both smaller than the 100kWh pack in the long range Model S, but not by a lot - basically within 10%. Still, the EPA range of the I-Pace is a mere 234 miles, and the e-tron gets a relatively pitiful 204 miles. Relatively speaking, both the I-Pace and the e-tron are bricks compared to the Model S, which is the most aerodynamically efficient car in its class. This is evident when you look at their consumption numbers at various speeds. At low speed, where aerodynamics are not a big factor, the I-Pace is actually quite efficient, but at highway speed an I-Pace has higher consumption than the much larger Model X. The e-tron is in a whole other league of awfulness in the aero department, and that’s why it gets such a low EPA range out of its big battery. Then there’s the EV technology and engineering. Like the old Model S, the Audi uses AC induction motors, which are less efficient than the permanent magnet motors used in the Jaguar. However induction motors have the advantage that they can be idled without creating much drag. Back when Tesla introduced the dual motor version of the Model S, they also introduced something they call “torque sleep”, which essentially means that they disconnect the rear motor of the car in normal driving, not by using a clutch or anything mechanical, but electrically. The front motor drives the car, and is geared at lower ratio than the rear motor which allows it to consume less energy. This is why the dual motor Model S actually has better range than the single motor versions. The Jaguar uses permanent magnet motors, which cannot be torque slept. Both motors must be powered at all times, or they will create drag. The Audi uses an induction motor, but it’s just too heavy and aerodynamically inefficient to be saved by torque sleep (though I believe they do the same). Tesla’s stroke of brilliance in the updated Model S is that they’ve replaced the front induction motor, which is always running anyway, with a more efficient permanent magnet motor, while retaining the induction motor in the rear for the crazy performance and ability to torque sleep. It’s the best of both worlds. Furthermore, they’ve used their superior knowledge and experience in EV engineering to create a new inverter for the motors which is more efficient than the old one. All in all they’ve been able to squeeze out a fairly significant range increase by working smarter instead of harder. It’s very, very impressive.

Why should I buy Audi e-tron vs Tesla cars?

Personally, I wouldn’t suggest buying an Audi i-tron vs a Tesla unless there were some special situation involved. My favorite EV car guru, Bjørn Nyland, says the e-tron would be his second choice car. He drives a Tesla Model 3 Performance (previously a Tesla Model X and before that a Model S). First you need to catalog your requirements, what kind of driving you do, what kind of passengers and cargo you are carrying, how much range you need, how big your garage is, your budget and so on. I drove a Tesla Model S for a couple of years and now a Model 3. I’m a big fan of Model 3. Model 3 has better performance, better range, charges faster and costs a whole lot less than the e-tron. But Model 3 has less cargo space. If you need to seat 7 people than Model X is your only option. If you need to tow, it’s Model X or e-tron. If you want to drive 250 miles without charging, you’ll need a Tesla (e-tron EPA range is 204 miles—my Model 3 is 325). E-tron is less efficient than any Tesla (e-tron gets 74 MPG equivalent vs 133 on a Model 3 Standard Range Plus). You’d save $400 a year just on electricity. Audi e-tron is going to have a more “luxurious interior” than any Tesla. Also e-tron has some off-road capability while Tesla cars aren’t generally considered off-road vehicles. E-tron has air suspension as to Tesla Model S and X, but not Model 3. And of course Tesla cars have the promise of autonomous driving in the future.

FAQs ที่เกี่ยวข้อง audi e tron epa range

  • Q

    ขนาดล้อของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    ลูกชาย คนเล็ก

    มีขนาดล้อและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย BluetoothของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    lina_love_peace

    มีระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย Bluetoothและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    แรงบิดสูงสุด (นิวตัน-เมตร)ของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Kaewhom

    มีแรงบิดสูงสุด (นิวตัน-เมตร)และรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม

Tags

หน้าหลัก