แท็ก

audi e tron europe price

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e tron europe price

ฟังเหตุผล ทำไมรถล้ำ ๆ อย่าง 2022 Mercedes-Benz EQS ยังใช้กระจกมองข้างแบบดั้งเดิม

ผลการศึกษาพบว่าการดูภาพหน้าจอที่แสดงผลด้านหลังหรือด้านข้างตัวรถจะทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่เวียนศีรษะ”กระจกมองข้างดิจิทัลใน Audi

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

จับตา 10 รถใหม่เตรียมเปิดตัวปี 2021 รุกตลาดโลก หลายรุ่นเข้ามาขายเมืองไทยด้วย

โดยเฉพาะสปอยเลอร์หลังในตัวแบบเชิดขึ้นที่บั้นท้าย เครื่องยนต์จะใช้เทคโนโลยีของ Subaru บล็อก 4 สูบนอน ขนาด 2.4 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศAudi

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

ๆ ร้อน ๆ ก็คือ Audi Q5 (อาวดี้ คิว5) ที่มาพร้อมชุดแต่งเอสไลน์ ทั้งภายในและภายนอก รวมไปถึงช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งใหม่

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

ดูเพิ่มเติม

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพิ่มความเป็นไฟฟ้าที่ดูแลง่าย จึงทำยอดจองเยอะมาก ต้องต่อคิวรอนานเป็นปี ด้วยราคาขายเพียง 2.29 ล้านบาทAudi

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

"ซิลิโคน" จะเป็นทางเลือกใหม่ในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าให้ อึด ทน นาน กว่าเดิม

ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายต่อธรรมชาติ เช่น ของเหลว กรด หรือตะกั่ว จึงปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมAudi

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

'รถไฟฟ้าทุกคันในปัจจุบันดูเหมือนกันไปหมด' นายใหญ่ BMW ย้ำต้องสร้างความแตกต่างเมื่อเวลามาถึง

แม้ว่าคู่แข่งมากหน้าหลายตาจะเดินหน้าเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าบนแพลตฟอร์มของตัวเองกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Audi

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

รวมราคารถยนต์ไฟฟ้าในไทย ทุกรุ่นในปี 2021 ต้อนรับการมาของ ORA Good Cat

270 นิวตันเมตร ระยะทางการวิ่ง 217 กม. 2021 Lexus UX300eLexus UX 300 e

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ขณะที่ Chevrolet (เชฟโรเลต) เป็นแบรนด์ยอดนิยมในอียิปต์ ส่วน Toyota ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% ในเยเมนAudi

รีวิวโพสต์ audi e tron europe price

Audi has been outselling Tesla is Europe/ e Tron while half the range (improving) - what does matter is comfort/ etc and price point as wellMuch cheaper than Model X, range matters less going forward?

Audi rs e tron gt price in the US : 139k $Price in Europe : 140k €lol

รีวิว Q&A audi e tron europe price

Why is 2020 the turning point for electric cars?

A tipping point appears to have been reached. Up until the end of 2019, the predominant view as expressed in the media was that Tesla is not a sustainable enterprise. The stock had been heavily shorted all year, and Wall Street analysts with few exceptions were skeptical of the company’s prospects. Many issued sell recommendations on the stock, and sell it did, dropping to $189/share on June 3, 2019. But since that low point, the story has changed dramatically. Concerns about demand for the Model 3 began to evaporate, Gigafactory 3 in Shanghai was being constructed at record pace, Model Y delivery projections were moved up from fall of 2020 to summer, and Tesla unveiled their Cybertruck prototype and quickly accumulated 250,000 pre-orders. When Tesla announced 3rd quarter results exceeding Wall Street expectations, the stock rose 30% in October, and by the end of the year it achieved an all time high passing $420/share. Tesla passed Daimler into third place behind Toyota and VW in terms of market valuation. Tesla was selling their Model 3 as fast as it could be manufactured, out selling all gasoline luxury class vehicle brands in the U.S. in the 2nd quarter before allocating more production to Europe and China to meet strong demand there as well. There could be no denying what Tesla had accomplished. Tesla was not going away. Tesla was setting the future direction of the auto industry, and the world was waking up to it. The early EV product offerings by Audi (e-tron) and Jaguar (I-Pace), could not measure up to Tesla’s standards of performance and features. Hyundai (Iconiq, Kona) were well regarded, but availability was limited, and Porsche (Taycan) couldn’t exceed Model S performance and driving range despite a hefty price premium. The handwriting was on the wall, and the tepid experimentation with electric vehicles by major auto companies began to change, notably at Volkswagen and Ford. VW committed to large battery purchase contracts for EVs, converted an ICEV factory in Zwickau, Germany to produce their ID.3 EV, and announced plans to build an EV factory in Chattanooga, Tennessee. Ford unveiled their Mustang Mach E SUV with a design that incorporated many features that Model 3 buyers rave about. Ford announced a $500 million investment in Rivian, the electric truck startup, presumably to gain the technology to produce an electric version of their F-150 pickup truck. These are just a couple of examples of the shift of attention that traditional auto makers are making in order to remain relevant in the growing electric vehicle market currently dominated by Tesla. Any auto company that doesn’t take serious steps in 2020 to build competence in EV technology, production, sales and service will be staring extinction in the face by 2030.

What could explain Tesla getting outsold by the much inferior Audi E-Tron in Norway?

“Much inferior” depends a lot on your point of view. Tesla has been a mainstream brand in Norway for years, and have in that time “successfully” defended the American automotive industry’s reputation in Europe for poor quality. A lot of people have simply been holding out for their beloved German premium manufacturers to come up with an alternative. (see my opening and closing comments, written in 2015, to Christian Bull's answer to What are the biggest complaints from owners of a Tesla car?) Now that the e-Tron is here it has released a lot of pent up demand for a non-American premium EV. Furthermore, sedans are not popular in Norway. The popularity of the Model S and Model 3 has been in spite of their form factor. Norwegians vastly prefer wagons/estate cars and SUVs, which is why the Model X has outsold the Model S by a considerable margin here. The electric car market is very mature in Norway - fully electric cars are, and have been for some time, the most popular “fuel.” This means that Norwegians are far less obsessed with range. Norwegians have caught on to the fact that for the vast majority of people a real world range of 250 km per charge is more than enough. We also have several extensive fast charging networks. 100+ kW chargers are widely available, so on the rare occasion that you need to go more than 250 km in a single day, it’s not so much of an inconvenience to stop for a charge that it’s worth paying a lot extra for. Finally, and probably most importantly, it’s the price. The base e-Tron 50 is significantly cheaper than a base Model X, which is a very expensive car (NOK 499.900 vs. 845.900). Sure, you can easily spec an e-Tron 55 to be at least as expensive as a Model X, and it will in many ways be an inferior car, but the e-Tron covers a much wider market. The Model Y, which looks perfectly suited for the Norwegian market, is still a year away from deliveries in Norway. The e-Tron 50 base model. The “decor” on those 19″ wheels is a sticker!

Will the Audi E-Tron eventually outsell the Tesla Model X?

Will the Audi E-Tron eventually outsell the Tesla Model X? Which year are we talking about? Today, near future or 2025? Well, let’s see, the Tesla Model X with the 100 kWh battery (95 kWh available to the user) has an EPA range of 295 miles (Wikipedia) or 325 miles in the recent, newest, upgraded version, according to Tesla. Audi E-Tron with the 95 kWh battery (84 kWh available) has an EPA range of 204 miles. If we account a few percent for degradation of the battery, less-than-ideal road conditions and higher freeway speeds and subtract 25% from the range of each car to get to real-life ranges, we get to 325 (-25%) = 244 miles for Model X and 153 miles for the E-Tron. That’s the range on which customers can actually rely on. If we get to winter conditions, subtract another 10–15%. Not only the E-Tron isn’t in the same league as the Model X, it actually disqualifies itself as a reasonable choice for this class / price segment. It will get only customers who absolutely don’t want a Tesla and absolutely want an Audi. At those differences in performance and range I don’t think that there are many. Yes, Audi does charge faster up to 80% (which is good) and it left a few percent more as safety in the battery to make it last longer, they could have “unlocked” a few percent more at the top, but still - its not even a competitor, yet alone a car that could outsell the Model X. This extra charging speed gets nullified by a much higher consumption, so as a result the Model X actually charges faster, especially if the user mostly charges on Superchargers in the (most common) 10% - 70% state of charge region. Leave aside that Tesla’s Supercharger is already up and running and Electrify America is still building it, it has the Autopilot that will have full self driving capability in a couple of years and it has over-the-air updates. The final point is - Tesla can produce as many Model X as it wants, it has no shortage of the 18650 battery cells. Audi - in contrast - has a shortage of their battery cells. I was asking whether we talk about the year 2025. Yes, by then Audi could start from scratch, massively redesign the car and give it a 130+ kWh battery. But these wouldn’t be the cars we are are talking about today. Edit: I have seen information that initial sales in Spain, Netherlands and Norway were quite good; but actually I am not surprised - first, it is a new car which some people like because it is new and second - it offers some features that Teslas don’t. Let’s not forget - the Model S is available since 2013 and Model X since late 2015. Many people who wanted those already have them. Norway has mostly roads with a speed limit of 80 km/h (50 mph) and people who bought the e-Tron obviously don’t drive very far very often and at those speeds the e-Tron can probably make close to those 300 km. But we are talking about 500, maybe close to 1000 cars per month. Globally. Early birds. Update 1: I wrote all of the above in May 2019. Now the opinion became a fact-based opinion. In US sales the Model X outsells the e-Tron at a ratio between 2:1 and 3:1. Final Update: Monthly Plug-In EV Sales Scorecard: July 2019 In Europe the E-Tron might have a slight home advantage, but don’t think that it is able to flip the ratio. Side note - Audi just recently announced another version of the e-Tron. With battery with 71 kWh gross capacity. Not 120 kWh, but 71 kWh. Less power, slower charging. I don’t think that this will boost sales. For this size and price category this is laughable.

Is Tesla the best option for an electric car or should I wait for more choices from different car manufacturers?

Is Tesla the best option for an electric car or should I wait for more choices from different car manufacturers? I understand this question as “will in near future a competitor offer more bang for the buck”? And the answer is - no. Note: the answer was written in April 2019. Read the update at the end. Currently the Tesla Model 3 is the market leader. Soon it will be accompanied by the Model Y. If you are looking Hyundai (Kona), Kia (e-Niro), Nissan (Leaf 2.0 and Leaf 2.0 Plus) or Chevrolet (Bolt), for the same money they offer less. The first two also have delivery problems. Audi e-Tron and Jaguar i-Pace need rapid chargers that are capable to charge with a speed of at least 100 kW, the e-Tron can make usage of 175 kW - chargers which are currently still very uncommon. Once installed, they will quite likely offer electricity at a higher price than Tesla. Porsche Cayman will be able to use 350 kW chargers, but Porsche didn’t demonstrate a single charging session (update: it can charge at up to 270 kW, but only for a few minutes). Tesla recently introduced the Supercharger V3 which enables to use 250 kW and that one will be rolled out across the USA in 2019 (late 2019 also in Europe). Jaguar i-Pace, Audi e-Tron and Mercedes Benz EQC may offer more luxurious interiors, but they offer a far inferior long range capability. Model S and X are still champions in their class. Let’s not forget - all competitors mentioned before are more “thirsty” than Teslas. Focusing more on design than performance almost all of them need 15 –30% more energy than comparing Teslas. Very soon Tesla will update the Model S P100DL (now called Ludicrous Performance) which puts the Taycan in the bag in performance, it should charge in about the same time after the upgrade - while still probably being significantly cheaper. I like the Taycan styling too, but I would really want to know if you would be willing to pay a 20% premium just because of the styling. And Tesla Roadster 2, where the styling is just a matter of personal taste will wipe away with any competition. VW will come with a I.D. / NEO which should supposedly be a cheaper platform, but it will probably offer less and actually compete with cars that even today are not on par in technology (Nissan Leaf 2.0 40 kWh, Hyundai Kona 39 kWh). With batteries that will offer the same range as the current standard (60 kWh and above) I highly doubt that they will be competitive to Tesla Model 3 and Model Y in price. So in essence, I don’t see any competition coming which would be a better choice in the foreseeable future. Not 2019, not 2020 and quite likely not in 2021 either. Update, February 2021 This answer was written in April 2019. Now we have 2021 and yes, there are several alternatives, already available or expected at some moment in 2021. Tesla Model 3 Tesla Model Y Tesla Model S Tesla Model X Audi e-tron BMW iX3 Mercedes EQC Polestar 2 and its cousin Volvo XC40 Volkswagen ID.4 and (on the same platform) Skoda Enyaq Ford Mustang Mach-E Nissan Ariya Hyundai IONIQ 5 Most of them are coming in different battery sizes and a standard (or optional) 4WD. Not to mention some smaller EVs: Volkswagen ID.3 (in 3 battery sizes), the “triplets” (same technology, but different design) Peugeot e-208 / Peugeot e-2008 SUV / Opel Corsa-e , the still decent, albeit slightly dated (for their class) Korean triplets Hyundai Kona Electric , Kia e-Soul and Kia e-Niro and the updated Hyundai IONIQ Electric , BMW i3 and Renault Zoe ZE50 , commuters and cars for short road trips. I don’t mention city cars since they are in a totally different league. You can look them up in the EV Database . Everybody has to decide where he will want to drive since Tesla still has a significant advantage when it comes to road trips. Supercharger | Tesla is far better than Electrify America or IONITY EU , not to mention that Teslas can use the competing charging network (if needed) either directly or with an adapter (in USA) - it doesn’t work vice versa since other manufacturers refuse to pay a fee to Tesla. Another point is software and online software updates (which only some competitors offer) and the Autopilot, which may not be at Tesla’s level. Tesla is also still leading in efficiency, generally also in range and in most cases also in charging speed (added range in 15–20 minutes). But yes, alternatives are here. Some good, other only decent, but yes, now customers have choices, especially if they are willing to get into Tesla’s price range. Back in 2019, there were (almost) none. For new updates as they will come, read in the comments section.

How long till Tesla faces a formidable competitor with a better car?

It going to be several years at least, if it happens at all. But, really, one doesn’t have to produce a car that’s better than a Tesla, just one that people will buy. So far, no one has been able to do that with any force. In Europe, where the Renault Zoe does well in the under $25,000 price category, Tesla has no competitive offering, and clearly there’s a need in the ‘affordable’ category. When a legacy auto maker tries to go up against Tesla cars, they invariably fall short. The Jaguar I-Pace and Audi e-tron don’t even measure up to Tesla’s 2012 Model S in range, performance, efficiency, technology, or charging convenience. I think a lot of people underestimated how difficult producing a compelling EV is, especially doing so profitably. The problem is that legacy automakers don’t control their own destiny. Most out source large portions of what comprises their products. For example, GM outsourced the entire drive train of the Chevy Bolt to LG Chem. Every car maker except Tesla has to go to third parties for their EV batteries, and pay a premium for them in a tightening market. Every car maker has to go to an outside electronics supplier for advanced tech that buyers expect in today’s cars. Tesla does all this in house more efficiently and lightning response to innovation. How do you compete with that? I get a bad feeling about the future of many of today’s auto makers. They are in a very precarious position. I expect some will fold, many reorganize, and others merge. Giant organizations have never been good at adapting to changing technology, and today’s legacy auto companies face so many challenges. Frankly, I think there’s a greater chance that Tesla will dominate the auto industry in 10 years than for an existing legacy automaker to overtake Tesla. Particularly if autonomous cars become mainstream. Arguments to the contrary aren’t very convincing.

FAQs ที่เกี่ยวข้อง audi e tron europe price

  • Q

    ชนิดของมอเตอร์ของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Keawjai Chaihong

    มีชนิดของมอเตอร์และรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ที่วางขวดน้ำของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Fifa-girl

    มีที่วางขวดน้ำและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ยี่ห้อของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    bankyproud

    มียี่ห้อและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม

Tags

หน้าหลัก