แท็ก

audi e tron ev price in india

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e tron ev price in india

GolF ก็ว่า... อ่านเกมอินโดนีเซียหวังดูดเงินลงทุนรถยนต์ไฟฟ้าจากไทย แต่เราอยู่เฉย ๆ ก็ได้นะ

ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า หรือ Electric Vehicle (EV) เป็นตลาดรถยนต์ใหม่ที่มีความน่าสนใจ และแน่นอนว่าเป็นอนาคตของโลกอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกแน่นอน

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

มีรถใหม่เปิดตัวเป็นแบบพลังไฟฟ้าล้วนหลายรุ่น เป็นสัญญาณที่ทำให้รู้ว่าเทรนด์รถใส่มอเตอร์จะมาเร็วกว่าที่คาดคิด โดยเราได้รวบรวมข้อมูลและราคา EV

2021 MG5 EV เตรียมขายในไทย จะสู้รถไฟฟ้าอย่าง Nissan Kicks e-Power ได้หรือไม่?

2021 MG5 EV จะแย่งชิงส่วนแบ่งรถพลังงานไฟฟ้าจาก Nissan Kicks e-Power ได้มากน้อยแค่ไหน แต่ก่อนจะไปวิเคราะห์กัน

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

งานรถยนต์ไฟฟ้าเข้าฟรี มีทุกรุ่นให้ลองขับ ระดับราคา 10,000,000 กว่าบาทก็มาด้วย

ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆโชว์รถพลังไฟฟ้างาน EV Asia 2020 ภายในฮอลล์ EH101-102 เด่นสุดกับบูทการไฟฟ้าฝ่ายผลิต

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

Porsche ยอมแบกต้นทุนสูงกว่าเพื่อผลิตในเยอรมนีดีกว่าประทับตรา “Made in China”

คันจากยอดขายทั้งหมด 272,162 คันในปี 2020 ที่ผ่านมาบริษัทรถยนต์รายอื่นอย่าง Mercedes-Benz (เมอร์เซเดส-เบนซ์), Audi

เปิดตัว MG5 EV และ MG HS Plug-in ก่อนในอังกฤษ ไทยจะตามมาสิ้นปี

กำลังขยับขยายการผลิตด้วยการเพิ่มโมเดลรถยนต์ไฟฟ้าที่ราคาจับต้องได้ และใช้งานได้จริง เพื่อมาเคียงข้างกับ MG ZS EV

ดูเพิ่มเติม

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

รวมราคารถยนต์ไฟฟ้าในไทย ทุกรุ่นในปี 2021 ต้อนรับการมาของ ORA Good Cat

พร้อมสเปคสมรรถนะที่ทำได้ และราคาที่อัพเดตล่าสุดในปี 2021 นี้ ก่อนที่จะได้เจอกับ ORA Good Cat ที่จะเปิดตัวเดือนหน้าMG ZS EV

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

ที่ต้องรอชมภาพคันจริงแต่เขาก็ยังมีรถยนต์ไฟฟ้าสุดน่ารักอย่าง ORA Good Cat (โอรา กู๊ดแคท) ORA Black Cat (โอรา แบล็คแคท) รวมถึงกระบะไฟฟ้า GWM Poer EV

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

รีวิว Q&A audi e tron ev price in india

Why are electric cars not popular in India?

Electric car market isn’t growing as much in India as other countries because of two primary reasons - 1. Cost 2. Lack of infrastructure Cost Currently electric cars cost about twice than their ICE counterparts and India is a price sensitive market. Although over the course of ownership (let’s say 10+years), electric cars will be much cheaper than ICE cars but initial cost of investment is too high and Indians don’t necessarily foresee long term monetary gains and focus primarily on what’s visible in front of them. Lack of infrastructure New cars are first adopted by urban dwellers and majority of urban dwellers live in apartments with currently no means of installing a charger. Some housing colonies don’t even allow owners to install a charger on their parking space. Some apartments who do allow, lack space to do so. Although companies are setting up charging networks, it’s very convenient in my opinion to visit charging stations every week and wait for an hour or so to charge your vehicle and that is only if you have fast chargers available. If the fast chargers aren’t available, then I don’t think people will wait 5–6hrs every week in order to charge their vehicles. It will be terrible waste of time. Other factors such as range anxiety, fear of battery costs too deter people from buying electric cars. One other factor is that auto companies and car dealers don’t like electric cars at all. Reason ? Electric cars are more reliable and need very few repairs over the years. To give you a perspective, a drive-train for an ICE car has roughly 2000+ moving parts whereas an EV just has 20. [1] Plus, electric cars hamper their chances of getting commissions from lubricant industry via engine-oils, gear-oils and other such stuff. So you won’t be seeing companies enthusiastically working on EV’s and neither you’ll see dealers enthusiastically keen on selling them in India. India desperately need Tesla who single handedly changed the entire EV scenario in the world. Big automakers who were rather not so enthusiastic on making electric cars were forced to embrace the electrification because of Tesla. Ford launched Mustang Mach-E [Source: https://www.ford.com/suvs/mach-e/2021/ (https://www.ford.com/suvs/mach-e/2021/ )] BMW’s working on their new long range electric vehicle i4 [Source: BMW’s electric i4 sedan finally shown off in concept form (BMW’s electric i4 sedan finally shown off in concept form )] Audi’s new gen eTron will be ready by 2021 [Source: New Audi e-Tron Launch Edition REVEALED - Price, specs, and electric car range (New Audi e-Tron Launch Edition REVEALED - Price , specs, and electric car range ) ] India needs something like Tesla (or Tesla itself) to captivate people’s mind and kickstart EV adoption in the country. Footnotes [1] SAP BrandVoice: Seven Reasons Why The Internal Combustion Engine Is A Dead Man Walking [Updated]

Is there any good on-road electric car in India?

Whatever electric cars are sold in India are all BS. They are city cars only. They are not very practical for the price tag they sport. Available cars: Mahindra e-verito - 13 Lakhs, 110–140 km per charge (goes 80 to 90 Km: true range) Mahindra e2o plus - 8–9 Lakhs (unsold stock), 100–120 km per charge (true range about 90 km) Tata Tigor EV - 10–11 Lakhs, available for taxiwalas only (commercial purpose to be precise), with subsidy of 1.62 Lakhs Used e2o - in the affordable price range, but with lesser range!!! Cars that are arriving: Mahindra eKUV 100 Tata Tiago EV Tata Altroz EV Tata Nexon EV - future (2021) Audi e-Tron (price - 1 Crore) Hyundai Kona (price - 25 Lakhs) Nissan Leaf (price - 25–30 Lakhs) MG eZS (price - 25 Lakhs)

Which is the best electric cars in India?

Please study the following first before opting for any EV: Real time (preferably all weather) range of the vehicles: Kona (international Lite edition): 385 Km real range for a Mumbai based resident; best car you can buy. MG ZS EV: Not as efficient as the Kona (does less range on a bigger battery pack, 300 km city range, 277 Km highway range. Check Motoroctane’s 1550 Km Mumbai to Delhi travel on this vehicle. Tata Nexon EV: the most affordable product from Tata house after Tigor EV. This one provides 200–250 Km real time range. Get to know some hidden truths from the designer of Nexon Electric from this video: Review of Nexon electric: Price point offered: You cannot afford BMW i3, Jaguar iPace, EQC, Audi e-Tron. They are very very expensive unless you are earning a lot of money. Try the others, may be you can go for them. Miscellaneous points: Home AC wall charger needs a 3 phase connection (min 5 kW, 415 V) at your garage or wherever you would be parking. So get this connection points drawn by your electricity company. If you do not wish to use the wall charger, at least get a 16 Ampere single phase (3 pin) socket installed with its own miniature circuit breaker, designed to trip if excess current is drawn from the plug. The MCB should have allowance to trip at over current condition not exceeding 5% above rated input current of charger. Mahindra e2o Plus has been discontinued as it does not meet crash test norms. It has been replaced with e-KUV 100. The KUV 100 electric has a very bad range for an EV; at 120 km real time and is now available for commercial consumers at 8.25 Lakhs ex-sh. Add another 1.5 Lakhs for personal consumer as subsidy is not offered under FAME - II scheme. It can meet your city requirement if you can fully charge the battery twice or thrice a week. As a city or second car, both e-verito and Tigor EVs make a good choice, with Tigor EV being the better among the two, since real time range of e-verito is around 150 Km at best in city, but it is 200–210 Km for Tigor EV. The facelifted Tigor EV is slightly more costlier than pre-facelift version. The Tigor EV pre-facelift edition comes between 10.47 Lakhs to 10.75 Lakhs ex-sh in India, and e-verito is a little dearer. Availability of DC fast chargers or nearby showroom of company where AC or DC fast charger may be available, go for that maker having the better showroom network advantage. And keep track of showrooms, because until infra develops you will need them as a paid service during longer trips. If you don’t have fast chargers, then go for electric two wheelers, where lot of options are available. Driving requirement: Go electric only when you tend to drive more, that is when you make greater savings. This is due to the fact that the more you drive an electric the more you save compared to a oil guzzler. After-sales service: This needs to be readily available. In short: A. If you drive in city, choose either of e-verito or e-KUV 100. They are good second cars. B. If you are environment conscious, and need to drive mostly in city, go for the Tigor EV. C. If you have greater requirement of driving; like more than 2000 Km per month, then any of the other electric cars can very well replace a diesel car. Else if you need a car, go for petrol or electric two wheeler. D. If you don’t have easy fast charger access, go for electric two wheeler; if that is preferable. Electric two wheelers do not need fast chargers. A simple 5 (or 6 Amp) socket is enough. E. If you have solar rooftop connection, definitely go for electric and you SHOULD replace your oil guzzler with that.

What is the future of electric cars in India?

With rapid urbanization, rising income, government support and policies has helped the country to become the world’s 4th largest automobile market in 2017.[1] The country also has one of the largest road networks in the world, covering more than 5.5 million kms. Due to improved connectivity between cities, towns and villages more than 64% of all the goods are transported via roads and around 90% of the country’s passenger traffic uses road network for travelling.[2] Growth in sales of automobiles contributed to the increase in the demand of oil consumption and rise in the greenhouse gases. In 2018, India is the 3rd largest importer of crude oil and around 80% of its oil needs are fulfilled through imports[3]. After China and the US, India is also the 3rd largest emitter of Greenhouse gases in the world[4]. Even the report on AQI (Air Quality Index) for the top 10 countries with the worst air pollution index shows the unhealthy air pollution level which is really alarming[5]. Under the Paris Agreement, India has pledged a 33-35% reduction in the “emissions intensity” of its economy by 2030, compared to 2005 levels. To achieve this target, India has started working in reducing its dependence on fossil fuels. Out of various initiatives, Government of India launched National Electric Mobility Mission Plan (NEMMP) 2020 in the year 2013. This initiative was launched with an aim to achieve national fuel security, providing affordable and environmentally friendly transportation and creation of employment opportunities by developing competitive & world class manufacturing facility for electric vehicles.[6] Inline with its objective, Government of India is pushing for a complete conversion of three-wheelers, scooters and motorcycles with engine capabilities of less than 150cc to electric by 2023 and 2025[7] . But there are certain challenges that are associated with the mass adoption of electric vehicles in India. Challenges: 1) One of the significant factors for the slow growth of EVs is their higher price which is around 2-2.5 times more than the similar conventional vehicles.[8] 2) The range per charge for electric vehicle is also a major concern. Higher range will need higher battery capacity and it will lead to increase in the price of electric vehicles and thus, making it unaffordable by the majority of people. 3) There is a need to develop robust charging infrastructure which is essential for the faster adoption of electric vehicles. This will also help in addressing the range-related anxiety among the people. 4) Refuelling the tank of conventional vehicles (internal combustion engine) will hardly take 5-6 minutes. Whereas, in case of EVs even the fast charging options on luxury cars like the Mercedes-Benz EQC and Audi e-tron need a minimum of 30-40 minutes for charging the batteries.[9] 5) This also require our cities, residential complex, shopping malls etc. to be designed in such a way that provide better parking facilities and sufficient open spaces with charging infrastructure to accommodate large fleet of vehicles.[10] 6) The important component of electric vehicle is its battery and currently all electric vehicles use lithium-ion batteries (LIBs). These batteries are expensive and don’t support long distance travel. 7) The critical element that are present in these batteries are lithium & cobalt. Major problem with these metals is that they are available in only few countries. 60% of the world’s total reserves of cobalt is in Congo and 65% of lithium reserves is with Bolivia and Chile. 8) China the largest producer of electric vehicles has captured more than 60% of the global battery market share. To maintain its supremacy and to become a global hub of manufacturing EVs and batteries, it has purchased the mines in Congo, Chile, Bolivia and Australia.[11] 9) In 2016, the Indian government announced that the country would skip the BS-V norms altogether and adopt BS-VI norms by 2020. Expert estimated that industry would have to spend more than Rs 60,000 crore to comply with BS-VI norms. This makes more investment in electric vehicles a challenge.[12] 10) Switching to EVs will also need skilled manpower to tackle the problems associated with it. So, the country has to reskill the large number of mechanics to make them aware of the technicalities of the vehicles. 11) Electric vehicles will also eliminate the need of various auto components like engine valves, pistons, fuel injection systems, cooling systems, exhaust pipe etc. that are used in internal combustion engine vehicles. As a result, the survival of various auto ancillary manufacturing unit could become unviable and thus it will put around 1.5 million jobs at risk.[13] Implementation of EVs need long term approach and proper planning because any haphazard and forceful decision, will have an adverse effect on automotive industries. Meanwhile, the nation should invest more in R&D to become a leader in next generation battery technology that will reduce our dependence on other countries. Image Source: https://niti.gov.in/writereaddata/files/document_publication/EV_report.pdf Footnotes [1] Automobile Industry in India [2] Road Network in India: National Highways, Projects, Govt Initiatives [3] India's oil import bill to jump by 25% in FY18 [4] The Carbon Brief Profile: India [5] World's Air Pollution: Real-time Air Quality Index [6] Implementation of National Electric Mobility Mission Plan [7] India's electric vehicle journey so far: A story of nudges and trudges [8] http://www.siam.in/uploads/filemanager/114SIAMWhitePaperonElectricVehicles.pdf [9] Opinion: India’s Electric Vehicle Challenge [10] https://www.pwc.in/assets/pdfs/publications/2018/use-of-electric-vehicles-to-transform-mass-transportation-in-india.pdf [11] Dream or nightmare: Why India should postpone its electric vehicle plans for ten years [12] Why the government is betting big on EVs, and why the gambit has automobile industry worried - ET EnergyWorld [13] Why the government is betting big on EVs, and why the gambit has automobile industry worried - ET EnergyWorld

What’s stopping the Chinese from copying Tesla electric cars and selling them on the cheap?

What’s stopping the Chinese from copying Tesla electric cars and selling them on the cheap? Nothing, but no company in the world is able to produce the same performance at a cheaper price. Whatever they would produce - and actually they already do - it would be just an electric car, but not nearly at Tesla’s level. Tata Nexon EV is actually from India, but I will use it to show my point. Yes, the shape and size may be OK for some users. The range could be at rougly 200 km (120 miles), but this is at some mixed driving, not on freeways. The speed is limited to 120 km/h, 0–100 km/h in 9.9 seconds. Fast charging? 0–80% in 60 minutes. At 25 kW. Yes, it is an EV, but some 3 classes below Tesla, if we say that Audi e-Tron, MB EQC and Jaguar i-Pace might come close and Hyundai Kona, Kia e-Niro and Peugeot e-208 would form the next. Actually, even a Nissan Leaf 40 or 62 kWh or MG ZS EV is better than it. So whichever company would want to make cheaper replicas of Tesla would most likely fail either on features or quality.

FAQs ที่เกี่ยวข้อง audi e tron ev price in india

  • Q

    หน้าปัดบอกระยะทางแบบมัลติทริปของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    มีให้เธอเสมอ

    มีหน้าปัดบอกระยะทางแบบมัลติทริปและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    Card ควบคุมประตูแบบอัจฉริยะของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    อุ้ย'เหี้ยย ส่อง

    มีCard ควบคุมประตูแบบอัจฉริยะและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ฐานล้อของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Ja Kamonchanok

    มีฐานล้อและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม

Tags

เพจ & แท็กยอดนิยม

หน้าหลัก