แท็ก

audi e tron frunk

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e tron frunk

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

ๆ ร้อน ๆ ก็คือ Audi Q5 (อาวดี้ คิว5) ที่มาพร้อมชุดแต่งเอสไลน์ ทั้งภายในและภายนอก รวมไปถึงช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งใหม่

'รถไฟฟ้าทุกคันในปัจจุบันดูเหมือนกันไปหมด' นายใหญ่ BMW ย้ำต้องสร้างความแตกต่างเมื่อเวลามาถึง

แม้ว่าคู่แข่งมากหน้าหลายตาจะเดินหน้าเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าบนแพลตฟอร์มของตัวเองกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Audi

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

ดูเพิ่มเติม

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

"ซิลิโคน" จะเป็นทางเลือกใหม่ในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าให้ อึด ทน นาน กว่าเดิม

ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายต่อธรรมชาติ เช่น ของเหลว กรด หรือตะกั่ว จึงปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมAudi

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ขณะที่ Chevrolet (เชฟโรเลต) เป็นแบรนด์ยอดนิยมในอียิปต์ ส่วน Toyota ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% ในเยเมนAudi

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

Volvo เตรียมเพิ่มผลิตรถไฟฟ้า 3 เท่าที่โรงงานเกนท์ หลังลูกค้าตอบรับพุ่งทั่วโลก

ก็กำลังจะขายรถไฟฟ้าเหมือนกันหลังจากปล่อยให้คู่แข่งในระดับพรีเมียมเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ากันอย่างคึกคักในปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น MINI E

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพิ่มความเป็นไฟฟ้าที่ดูแลง่าย จึงทำยอดจองเยอะมาก ต้องต่อคิวรอนานเป็นปี ด้วยราคาขายเพียง 2.29 ล้านบาทAudi

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

จับตา 10 รถใหม่เตรียมเปิดตัวปี 2021 รุกตลาดโลก หลายรุ่นเข้ามาขายเมืองไทยด้วย

โดยเฉพาะสปอยเลอร์หลังในตัวแบบเชิดขึ้นที่บั้นท้าย เครื่องยนต์จะใช้เทคโนโลยีของ Subaru บล็อก 4 สูบนอน ขนาด 2.4 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศAudi

ฟังเหตุผล ทำไมรถล้ำ ๆ อย่าง 2022 Mercedes-Benz EQS ยังใช้กระจกมองข้างแบบดั้งเดิม

ผลการศึกษาพบว่าการดูภาพหน้าจอที่แสดงผลด้านหลังหรือด้านข้างตัวรถจะทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่เวียนศีรษะ”กระจกมองข้างดิจิทัลใน Audi

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

รีวิวโพสต์ audi e tron frunk

Does the e-tron have a frunk? I've asked @Audi twice now but they don't respond #e-tron #etron $tsla $tslaq

รีวิว Q&A audi e tron frunk

Why is there no Tesla killer car yet?

Whenever a new thing is introduced, it should be special/ creative enough to knock down the present things. And that’s what Tesla is doing. Electric cars have been there since around 1850 but no one took it seriously until Tesla have introduced its models. Tesla emphasized on weak points of an electric cars like its childish design, less range, heavy and expensive batteries and worked upon these points to make it a serious competition to ICE cars. Above that, they also added various interesting features and built a unique Tesla community which helped it to achieve a special place in the market. Coming to your question, there are various reasons why there is no Tesla killer yet : No company took Tesla seriously and hence they don’t have enough ideas till now for EV segment. Tesla has a major advantage of its supercharger which can charge a lot faster that none of the other companies have. As Tesla is fully EV company, its whole focus is to improve its EV technology. While other EV manufacturers like Nissan, Toyota etc. have their main focus on their ICE vehicles. Tesla cars have some interesting quirks and features like autopilot, practical frunk, highest safety rating, enjoyable drive which makes it attractive while other EVs are just normal cars that is powered with electricity. Some companies have such a weird designing and weird promises that their cars remained only concept car and never comes in production like Faraday’s Future and Lucid Air. However, there are some EVs like Jaguar iPace, Audi e-tron, upcoming Rivian, Volvo’s Polestar that are joining Tesla market but are not killing Tesla … You can see MKBHD’s thoughts on the same :

How would Volkswagen and Ford catch up with Tesla in the electric car market?

So the question is not whether or if. The question is how. The answer is simply - by taking it seriously, in every aspect. Look what consumers need and want, not what they are currently producing with the lowest possible effort, like the e-Golf (small-ish battery, no thermal management, slow rapid charging, limited range). The whole aspect of e-Golf is wrong. Yes, it is a nice car, but as an EV it is pretty much at the bottom of the list, only Nissan Leaf is worse. How to start? They should look at Tesla Model 3. Not the Model S and X what they are doing with the Audi e-Tron (Audi is a part of the VW group). Luxury SUVs and sedans are a niche where Tesla started because it didn’t have the ability to start with a mass production right away. But also Hyundai Kona and Kia e-Niro. Different style, different customers. What do they have in common? Good efficiency. A very good range. A very good charging speed (Model 3) or at least a decently good one (Kona, Niro) which could get some improvement. If they have some plans for some low-cost low-range crappy EV, forget them. Shred them. They are not worth the paper. Every car in the Golf-class should start with a 50–60 kWh battery, with the optional 80 kWh. Bigger sedans or SUVs, 90 kWh is the base model, 120+ should be the higher trim. Make efficient cars. A grill on the nose is simply stupid, but a frunk in the nose is actually useful. Ford, pickups? Start with at least 100 kWh and give an 150 kWh option, maybe even 180 kWh. Every EV should make good use of rapid chargers, smaller ones should go up to 100 kW, bigger ones up to 175 kW, maybe even use the 350 kW CCS capability. And finally - make EVs in big series of at least 300.000 cars per year, not 30.000. Scrap any plans for cars that would be produced in less than 200.000 per year. As I said, take them seriously. You can split R&D costs among far more cars. Use common platforms to lower costs, the same as Tesla will do with the Model 3 and the coming Model Y. Think ahead. And don’t forget on the charging infrastructure. Without it, every effort to make “a Tesla killer” is just a showroom car. Nobody will buy it if he cannot charge it across the whole continent. And yes, promote installation of Level 2 charger on parking spots and many many rapid chargers on freeways outside cities where they mostly reside in USA. And don’t be afraid to show these cars in showrooms. How can an Audi dealer sell a e-Tron if it can be only ordered online?

How did Tesla make their EVs more appealing to consumers compared to other EV products?

After a lot of talk I put my money where my mouth is an put a deposit on a Tesla today. The choice of BEVs is very small here. The Nissan Leaf is probably the cheapest but has two major problems. As far as I am aware they are not using modern battery designs that gives a long life so I would have had to factor in replacing the battery in the future. This is not something I have to worry about with the other offerings. When I looked online the Leaf price was POA. The old saying is if you have to ask you can’t afford it. I should not have ask how much the cheapest BEV cost, that is huge alarm bells. My guess is they are having supply shortages. The Audi e-tron looks nice but is twice the price of a Tesla and six times the new price of my current car. I just can’t bring myself to do that. I have made the assumption that Jag ipace is the same, I didn’t bother checking. I’m going with the Tesla Model 3. It is hugely expensive, of twice the price of the most expensive car I have ever owned, but I expect it to last twice as long as other cars I have. At my advanced age it has the potential to last me the rest of my life and having watched my father’s recent health declines I realise I should be making the most of the time I have left, which extends to buying a nice car regardless of the high cost since I no longer have family commitments holding me back. I am a tech geek, playing with computers since the 1970s, and have no trouble with a company that does things differently if they can back it up with results. I do have concerns that Tesla may be a bit like Apple, control freaks who try to control your user experience at the expense of freedom to apply you own touch to things. However I will live that as I feel that while other BEVs are good they are also compromised a bit with traditional thinking. For example if you open the bonnet of many BEVs the electric motor is in the same place as the ICE one was, a clear sign they have not worked out the full optimisation of design they could do. Tesla have their motor lower where it is more directly related to the wheels it is driving while also giving you a lower COG and a frunk.

Is it true that the Tesla interior is inferior to other luxury auto brands like Audi and BMW?

Every answer I’ve read so far except the one from Michael Barnard seem to fall into the false equivalency trap, comparing an old, entry level Tesla Model S with something like a top of the line BMW 7 or a Mercedes S Class. These cars range from 1.5 to 3.3 times the price of an entry level Tesla Model S depending on the spec you chose. See my comment on the answer from Travis Vinicombe for details. Of course the interior appointment is inferior to cars in this class. The reason is Tesla are after customers who value function over form, and the perception of exclusiveness. Tesla is not trying to be exclusive. A more objective comparison would be a high spec BMW 5 series, mid range Mercedes C-Class or an Audi A6 55 TFSI S (slightly cheaper), with the current entry level Tesla Model S. The earlier model Tesla S interior was considered inferior to the “best” Audi, BMW and Mercedes had to offer, but as already pointed out, that is a false comparison. Then you need to define “inferior” with regard to the interior design and if you are counting dollars, factor in that the Tesla will outperform these models in every way on the road. Then there is the TCO to consider, which is considerably less for a Tesla due to the lower maintenance and fuel costs, but lets just stick with what is considered “inferior” with regard to the interior of cars in the same price range. If you include luggage room in the consideration, every other similar sized car on the market looses to the Tesla Model S for obvious reasons. It has a Frunk. As for interior seats, dash, etc, here is a shot of the Tesla Model S Interior. Here is a better view of the dash. Here is BWM 5 Series interior review 2021 BMW 5 Series and a look at the dash and back seat, The design of the dash is fundamentally different. Reading both reviews indicates the Tesla has huge benefits if you like gaming and being online. The BMW is way behind in that respect and all the controls are pretty standard. The BMW dash design looks very busy compared to the clean simplicity of the Tesla. That’s a subjective judgement. Is one better than the other? Personal choice is the only guidance here. You cannot claim one is definitively inferior to the other based on personal subjectivity. The only advantage I could see in the BMW is the cooled rear seats (the Tesla only has ventilated front seats). The rest is just what you would expect in any car in this price range. The best comparison I’ve seen is an Audi E-Tron vs a Tesla, though he is comparing older models and the current Tesla Model S has had a major upgrade to the interior since this comparison was made. Regarding the interior only, the Tesla S and X are clearly superior for storage and passenger numbers, but are clearly inferior to the Audi with respect to seat comfort. I’ll let you decide which is more important. Most other interior features such as the instrument functionality seemed pretty even except for one. The Tesla is upgradable. The Audi is not. Since when have you been able to get free upgrades in a car? Since never, before Tesla. Those arguing that this is a bad thing need wake up. Tesla are not beta testing their cars on the customer base. If they think that they don’t understand what beta testing is. Tesla are fixing any minor issues found over the air with minimal inconvenience to their customers. With other manufacturers your options are a factory recall if the problem is serious enough, a loaner, if the dealer deems the issue is under warranty, or tough luck sucker, maybe it’ll be fixed in the next model you buy, that’s life. Tell me, who has the better customer service?

FAQs ที่เกี่ยวข้อง audi e tron frunk

  • Q

    เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลังสามารถพับได้ของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Pongpanot Changsan

    มีเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลังสามารถพับได้และรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    กุญแจรีโมทพร้อมสวิตช์เปิดฝากระโปรงท้ายของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    กินเที่ยวทะลุโลก

    มีกุญแจรีโมทพร้อมสวิตช์เปิดฝากระโปรงท้ายและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ระบบป้องกันการลื่นไถลของรถของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Ja Kamonchanok

    มีระบบป้องกันการลื่นไถลของรถและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม

Tags

หน้าหลัก