แท็ก

how far can audi e tron go

บทความที่เกี่ยวข้อง how far can audi e tron go

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพิ่มความเป็นไฟฟ้าที่ดูแลง่าย จึงทำยอดจองเยอะมาก ต้องต่อคิวรอนานเป็นปี ด้วยราคาขายเพียง 2.29 ล้านบาทAudi

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

ดูเพิ่มเติม

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

ฟังเหตุผล ทำไมรถล้ำ ๆ อย่าง 2022 Mercedes-Benz EQS ยังใช้กระจกมองข้างแบบดั้งเดิม

ผลการศึกษาพบว่าการดูภาพหน้าจอที่แสดงผลด้านหลังหรือด้านข้างตัวรถจะทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่เวียนศีรษะ”กระจกมองข้างดิจิทัลใน Audi

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ขณะที่ Chevrolet (เชฟโรเลต) เป็นแบรนด์ยอดนิยมในอียิปต์ ส่วน Toyota ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% ในเยเมนAudi

"ซิลิโคน" จะเป็นทางเลือกใหม่ในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าให้ อึด ทน นาน กว่าเดิม

ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายต่อธรรมชาติ เช่น ของเหลว กรด หรือตะกั่ว จึงปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมAudi

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

'รถไฟฟ้าทุกคันในปัจจุบันดูเหมือนกันไปหมด' นายใหญ่ BMW ย้ำต้องสร้างความแตกต่างเมื่อเวลามาถึง

แม้ว่าคู่แข่งมากหน้าหลายตาจะเดินหน้าเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าบนแพลตฟอร์มของตัวเองกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Audi

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

ๆ ร้อน ๆ ก็คือ Audi Q5 (อาวดี้ คิว5) ที่มาพร้อมชุดแต่งเอสไลน์ ทั้งภายในและภายนอก รวมไปถึงช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งใหม่

จับตา 10 รถใหม่เตรียมเปิดตัวปี 2021 รุกตลาดโลก หลายรุ่นเข้ามาขายเมืองไทยด้วย

โดยเฉพาะสปอยเลอร์หลังในตัวแบบเชิดขึ้นที่บั้นท้าย เครื่องยนต์จะใช้เทคโนโลยีของ Subaru บล็อก 4 สูบนอน ขนาด 2.4 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศAudi

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

ส่องรถหรูมาใหม่งาน BIMS 2021 ราคาจับต้องได้ที่ Mercedes-Benz, BMW, Audi, Volvo เขาขนมาให้

Cabrioletหลังจากเปิดตัวเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว Mercedes-Benz (เมอร์เซเดส-เบนซ์) ได้นำรถสปอร์ตสองตัวถัง E-Class

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

รีวิวโพสต์ how far can audi e tron go

Or said differently- how far can an E Tron go of if Audi decided to:-Strip off weight of luxury interior -Remove weight of sound dampening-Drop Audi styling for pure aerodynamics-Remove battery buffers

รีวิว Q&A how far can audi e tron go

How do Teslas compare with other electric vehicles?

YouTuber Bjørn Nyland rated a number of EVs that he personally tested. His rating put the Tesla Model 3 at top of the group:[1] Tesla Model 3 Hyundai Ioniq Electric Nissan Leaf Chevy Bolt Soul EV VW e-Golf e-NV200 e-NV200 Evalia BMW i3 Renault Zoe He didn’t include the Fiat 500e in that video, but he has driven it, and hates it. The main thing he found to complain about the Model 3 was its price, something significantly lower today than when he made the Video. That video doesn’t rate the Tesla Model S and X cars (which also had significant price reductions recently), the Audi e-Tron, the Jaguar I-PACE and the Porsche Taycan. Bjørn has reviewed the I-PACE and the e-Tron (with e-Tron videos expected to appear shortly). What concerns me about those other recent offerings is that they are all less energy efficient than the Model 3 and that they can’t match it on range. I thought the Jag was a particular disappointment. Probably the nicest of the bunch is the Audi, but with a base price of $74,800 it’s going to compete with the Tesla Model X SUV, not the much less expensive Model 3. The Model X will cost a little more, but has greater range, greater acceleration and goes faster. One can always pick something to make one car look better. I typically cite range, acceleration and top speed, where Tesla is clearly superior. But others will cite interior luxury, and less cargo volume against the Model 3. The one place where Tesla has no competition is in the area of self driving. They are far ahead. There is no reason why an experienced automaker can’t make a good electric vehicle, but they do so at the peril of cutting into their gasoline car business. I think these new offerings, particularly the Audi are credible competitors to Tesla. I’ve had such a great experience with Tesla, however, that I wouldn’t bother with them. Footnotes [1] Which EV to buy

Which car should I buy, a Maserati, Audi or BMW?

I can’t really tell why you should/shouldn’t buy a Maserati or a BMW but I can definitely tell you something about Audi. Some unknown facts (Starters) about Audi: Back in 1932, Audi Front was the first car in the Europe that offered a six-cylinder engine with front wheel drive. In 1938, the Auto Union type C reached a top speed of 431 kmh on a V16 (Can you even imagine that? 1930s and 400+ kmh?). Ever heard of Audi Quattro? One of the most successful rally model, Audi Quattro. It marked the future of AWD systems. 13 Le-Mans victory since they entered the arena in 1999. Developed a 1000hp rally car back in 80s. First brand to win Le-mans with a Diesel vehicle(R10 TDI). First brand to win Le-mans with a hybrid electric car(R18 e-tron quattro). Audi TTS was the first driver-less car to reach the top of Pike's peak at close to racing speeds in year 2010. Using dual clutch transmissions since early 80s. As of Round 10 of 2014 season, Audi has a total of 75 pole positions in DTM against 43 of BMW. In 1990 and 1991, Audi was the first brand to achieve two consecutive DTM title wins. In 2007, 2008 and 2009, Audi was the first and has so far remained the only one to achieve three consecutive DTM title wins. 12 International Engine of the Year Awards. Audi can claim to be the first car company to conduct crash test. More than Half a century ago, DKW simply rolled the subcompact F7 model down a hill in front of spectators in order to demonstrate the car's safety. Audi does not brag about its achievements. It's the brand that makes its presence felt. Look at the Tag line Audi: Truth in Engineering/ Progress through technology (Vorsprung Durch Technik) BMW: Sheer Driving Pleasure. I hope, You are not just looking for pleasure. I mean, there is much more to ask for. Legendary Quattro AWD system. This is by far the most subtle, responsive and powerful AWD system in the luxury car business. And it was carved out of never ending quest to achieve perfection not just to fill in the void. State of Art Audi Matrix LED technology, Look how far they are when it comes to progress through tech. (They even have Laser beam tech) Best in class Bang & Olufsen and Bose Sound systems Nvidia Tegra 3 processor based Google Earth SAT-NAV. (Works like a charm) The brand created a foray back in 2005 with Audi R8. Google the accolades won by the Audi R8 worldwide. Cars with Virtual Cockpit.(Audi TT, Audi A4, Audi R8, Audi Q7) Cars with 5 star NCAP ratings. Audi has a reputation for designing the best in class interiors. Audi also has a reputation of including latest cutting edge technology to its cars whether it's autonomous driving, Audi Connect, Audi Pre-Sense, Lane assist, Park Assist, Piloted Parking, Night vision, head-up display etc. I mean, there's a lot to play around. ASF(Audi Space Frame) lightweight construction which saves weight and improves torsion rigidity. FSI(Fuel Stratified Injection) technology that improves fuel efficiency without compromising performance. Audi MMI(Multimedia Interface) is best in class without any doubt. Making the present more futuristic by R&D of Audi E-tron, H-tron models. 107 years of experience and unwavering determination to achieve perfection in the Automotive industry. This list could go on and on and on and on and on and on and on........ I believe, while buying a $50,000+ car , you might be looking for a perfect blend of performance, comfort and luxury not just pleasure. And Audi turns out to be a complete package. Originally Answered:Shashank Chikara's answer to Which one is better: Audi or BMW?

I am trying to buy a German car. What are advantages and disadvantages of BMW, Audi, and Mercedes?

The disadvantages of German cars are that they are over-engineered, and if not maintained properly they will crumble. They are expensive to maintain and if you are on a budget buying a depreciated premium brand like Audi, BMW, or Mercedes is a bad, very bad idea. In detail these German brands do appeal to more or less the same crowd, however, they do have different philosophies. Audi Audi has the far better in-car tech, or at least they push that envelope in the cars they dish out. Many view Audi as upgraded Golf or Passat, but they are more than that. They made significant progress since the 80s with the Quattro (or the Audi 80 with AWD)which drove Audi to prominence. Now Audi has a wide diverse portfolio from mild (A1) to wild (R8). Sedans, hatches, coupes, and SUV along with three-ton SUV and e-Tron GT balance out the offerings. BMW It is sportier than other German brands, except for Porsche, and we see how BMW promotes its performance through its marketing. If you do your work on running a BMW it is not necessarily expensive, or If you have a good local independent BMW specialist it won't be any dearer than a Honda. However, if you go to the dealer it will hurt. Actually, in any top German Brand, this is the reality. Also, BMW is not as reliable as its competition, it has a lot of engine plastic parts that are prone to wear and tear. BMW looks great and drives beautifully. It is a masterpiece in the right owner's hands😏 Mercs Don’t buy an entry-level Mercedes. I would recommend that you aim for an actual proper Benz, go from the E class and up. Lower-end modern-day Mercs have Renault Magane engines. The older Mercedes is an option of purchase and has tank-like reliability, but the newer models are modern “schizophrenic” German engineering, so expect them to have issues. Remember, maintenance on the German cars is going to need a computer, even the simple things. Like any car, if the maintenance is carried out it can have somewhat decent reliability.

How can the Tesla Model S get 370 miles of range out of a battery pack the same size as other EVs with less range?

So I believe the comparison you are trying to make is with the Tesla Model S and the Audi e-tron, because that’s the only other EV with a somewhat comparable battery pack size (95kWh vs. 100kWh). So first of all, the e-tron is actually an SUV, so perhaps it is fairer to compare it to the Model X 100D, which offers a 325 mile range, still WELL above the e-tron’s 204 mile range, so your question is still quite valid. So what are the potential culprits of why the e-tron’s range is so low? Vehicle aerodynamics: the e-tron has a higher drag coefficient (0.29 vs 0.24) than the Model X. Vehicle weight: the e-tron is heavier than the Model X. Less efficient drivetrain: Audi doesn’t have quite the experience that Tesla has, so their drivetrain is not as efficient as Tesla’s. Higher energy overhead: Audi may not have as good a battery chemistry as Tesla and/or want to be conservative on their pack cooling/heating, so the pack cooling system may use more energy than Tesla’s. But by far, the main reason that people believe that the e-tron’s range is significantly less is because it is believed they are only using about 83kWh out of their 95kWh (Tesla uses a much higher percentage of their 100kWh battery). There may be several reasons for this: maybe they are being conservative to prolong battery life; maybe they want to enable 150kW charge rates all the way up to 80% state of charge; maybe they want to reserve some capacity to mitigate battery degradation. At the end of the day, I think it comes down to the fact that Tesla has about 10 years head start on most other automakers when it comes to EV development, and it’s simply going to take other automakers many years to catch up to where Tesla is today (by which time they will have moved forward themselves).

How does Tesla get so much more range than other electric cars?

Short answer: Many small reasons put together. Tesla in general puts larger batteries into its vehicles. Top Model S and X have 100 kwh batteries, competitors like the Porsche Taycan 93 kwh or Audi eTron 95 kwh. Tesla generally allows more of the battery to be accessed by the user. For instance a Model 3 with 75 kwh battery can use up to 73 kwh. Bjørn Nyland Tests Tesla Model 3 Performance Battery Capacity While an Audi eTron appears to only allow 83 of its 95 kwh capacity. Does Audi e-Tron Really Only Use 83 Out Of Its 95-kWh Battery Pack? Higher battery energy density - this either means more batteries for less weight or the more energy for the same weight as competitors. Tesla Model 3 2170 Energy Density Compared To Bolt, Model S P100D Less weight means more efficiency. More efficient motors, better aerodynamics - Even with equal amount of power, how its used can translate into more miles per kwh. Tesla Model 3 gets about 131 eMPG. A Porsche Taycan gets 68 eMPG. So with the same amount of energy available, the Tesla will go about twice as far. A Model 3 has a Drag Coefficient (Cd) of 0.21. A Jaguar iPace 0.29, Audi eTron 0.28, lower is better. Additional usage efficiencies - keeping the batteries at optimal temperature for use. Hot batteries are inefficient and cold batteries can’t discharge fully. Tesla uses a unique “superbottle” all in one heating and cooling solution. Some companies like Nissan use air-cooling which is less efficient meaning the battery can more easily be out of optimal operating temperature. The Tesla Model 3 'Superbottle' Easter Egg Is a Fascinating Packaging Solution This also reuses waste heat from one system to heat another (heat from motors used to warm the batteries) saving on energy use for heating without having to use extra heaters. High degree of computer control. Tesla’s battery control system is unmatched, meaning it can keep the battery in optimal condition for use much more closely than other brands, meaning less energy is wasted. Overall weight is usually less. Less weight, less energy needed to move it. Model 3 Performance 75 kwh battery- 4,100 lbs. Audi eTron - 5,754 lbs. Nissan Leaf - 3883 lbs (62 kwh battery), Porsche Taycan - 5,132 lbs. The secret is Alien Dreadnought. The machine that makes the machine. By having a high level of vertical integration Tesla can design parts and systems that work and mesh finely together. The Superbottle is the ultimate example of that with 3 separate heating and cooling systems combined into single integrated unit. Also by designing the car as an integrated whole from a clean sheet of paper, rather than various pre-built modules that have to connect to each other at discrete points, efficiencies in weight and energy use can be created. By ensuring things like its battery supply it can bring down manufacturing costs and offer bigger, more dense batteries for less cost than its competitors, rather than having to purchase batteries from a battery company that also has to make a profit. Update 07/17/2020 Model S hits 400 mile range using the same 100 kwh batteries as before. Model S Long Range Plus: Building the First 400-Mile Electric Vehicle

FAQs ที่เกี่ยวข้อง how far can audi e tron go

  • Q

    การเร่งความเร็วของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    ฟอง_พิชญา

    มีการเร่งความเร็วและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    บอกระบบขับเคลื่อนของAudi E Tronหน่อย.

    disornr

    ระบบขับเคลื่อน ของ Audi E Tron มีดังนี้

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ฐานล้อของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Ja Kamonchanok

    มีฐานล้อและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม

Tags

หน้าหลัก