แท็ก

audi e tron heat pump

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e tron heat pump

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

"ซิลิโคน" จะเป็นทางเลือกใหม่ในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าให้ อึด ทน นาน กว่าเดิม

ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายต่อธรรมชาติ เช่น ของเหลว กรด หรือตะกั่ว จึงปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมAudi

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ขณะที่ Chevrolet (เชฟโรเลต) เป็นแบรนด์ยอดนิยมในอียิปต์ ส่วน Toyota ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% ในเยเมนAudi

'รถไฟฟ้าทุกคันในปัจจุบันดูเหมือนกันไปหมด' นายใหญ่ BMW ย้ำต้องสร้างความแตกต่างเมื่อเวลามาถึง

แม้ว่าคู่แข่งมากหน้าหลายตาจะเดินหน้าเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าบนแพลตฟอร์มของตัวเองกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Audi

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

Shell กางแผนฟื้นตัว เพิ่มปั๊มรับมือ EV และใช้น้ำมัน B7 เป็นเกรดพรีเมี่ยม

ตอนนี้เริ่มติดตั้งกับพาร์ทเนอร์ไปบ้างแล้วบางแห่งD = Digitalisationการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซใหม่ๆ เช่น การชำระเงินแบบไร้สัมผัส Pay at Pump

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

ดูเพิ่มเติม

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

ๆ ร้อน ๆ ก็คือ Audi Q5 (อาวดี้ คิว5) ที่มาพร้อมชุดแต่งเอสไลน์ ทั้งภายในและภายนอก รวมไปถึงช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งใหม่

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพิ่มความเป็นไฟฟ้าที่ดูแลง่าย จึงทำยอดจองเยอะมาก ต้องต่อคิวรอนานเป็นปี ด้วยราคาขายเพียง 2.29 ล้านบาทAudi

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

จับตา 10 รถใหม่เตรียมเปิดตัวปี 2021 รุกตลาดโลก หลายรุ่นเข้ามาขายเมืองไทยด้วย

โดยเฉพาะสปอยเลอร์หลังในตัวแบบเชิดขึ้นที่บั้นท้าย เครื่องยนต์จะใช้เทคโนโลยีของ Subaru บล็อก 4 สูบนอน ขนาด 2.4 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศAudi

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

ฟังเหตุผล ทำไมรถล้ำ ๆ อย่าง 2022 Mercedes-Benz EQS ยังใช้กระจกมองข้างแบบดั้งเดิม

ผลการศึกษาพบว่าการดูภาพหน้าจอที่แสดงผลด้านหลังหรือด้านข้างตัวรถจะทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่เวียนศีรษะ”กระจกมองข้างดิจิทัลใน Audi

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

รีวิวโพสต์ audi e tron heat pump

#ElectricCar: Heat Pump Helps Audi E Tron Trump Tesla Performance ... https://goo.gl/KErYb9

รีวิว Q&A audi e tron heat pump

If there was no such thing as a Tesla, which electric car would you buy?

If there was no such thing as a Tesla, which electric car would you buy? First - if there was no Tesla and Elon Musk in the previous decade, the move to electric vehicles would go half the speed or even less. The rest of the industry saw EVs just as short-range commuter cars. Tesla is the only one which really pushed the ability to go on long road trips and rapid charge really fast. But if you ask for Tesla’s alternatives - today? End of 2020? Which could be the next best alternative? Instead of Tesla Model S Long Range ? Porsche Taycan 4S Plus . Instead of Tesla Model S Performance ? Porsche Taycan Turbo or Porsche Taycan Turbo S In either case, the alternative has less range and is significantly more expensive, but the ride and interior materials are said to be a bit better. Instead of Tesla Model X Long Range ? Audi e-tron 55 quattro Instead of Tesla Model X Performance ? Audi e-tron S 55 quattro Audi offers better soundproofing, but consumes a lot more and has significantly less range - and has space only for 5 and not for 7 people. Instead of Tesla Model 3 Standard Range Plus ? Well, it doesn’t have a direct competitor since it is a sedan. In this case the closest competitors by price are Hyundai Kona Electric 64 kWh and Kia e-Niro 64 kWh , both being crossovers, both offering slightly more range, but show their disadvantage on longer trips since they rapid charge at only half the speed. Tesla Model 3 Long Range or Tesla Model 3 Long Range Performance don’t have a close competitor either, the closest could be the Polestar 2 , but it seems to be inefficient almost like an Jaguar i-Pace - and rapid charging speed is about half the speed of a Tesla, especially at colder temperatures. Instead of Tesla Model Y Long Range ? Polestar 2 , but while the build is good, (as explained) it lacks the efficiency, range, rapid charging speed and it has no heat pump. Tesla Model Y Long Range Performance ? Audi e-tron Sportback 55 quattro . The build is good, it comes close to the performance and even rapid charging speed, but it has less range and more importantly - it is significantly more expensive. The alternatives to Model 3 and Model Y are also the Volkswagen ID.3 , Volkswagen ID.4 or Skoda Enyaq iV (all coming in many variants), but most of them are not on the market yet. Smaller cars? Opel Corsa-e , Peugeot e-208 and Peugeot e-2008 SUV are cheaper, but their smaller size, shorter range and slower charging (roughly at the speed of the Kona and e-Niro) don’t make them a Tesla competitor, more like an alternative. When it comes to the software updates, charging network, autonomous driving or a vision of it, there are no alternatives, just more or less near approximations.

What is the battery life of a Hyundai Kona electric car?

Lithium-ion battery cells used in the Hyundai Kona EV are manufactured by LG and use NMC 622 cathode chemistry. The battery pouch cells used in the Hyundai Kona EV, Jaguar I-PACE, Audi e-tron and Chevrolet Bolt all have a roughly similar shape, size, and energy capacity. Very similar lithium-ion battery pouch cells manufactured by SK Innovations are used in the Kia Niro EV, SK Innovations, part of SK Group. has also provided batteries to Daimler-Mercedes and CT&T United. The Hyundai Kona EV battery packs feature cooling plates and circulated water/glycol coolant for thermal regulation. Regional versions of the Kona EV feature resistive battery heaters and cabin air heaters, heat pumps or (for warm climates) no dedicated battery heaters at all, and changes can be expected as experience is gained. Kona EV owners should not experience battery pack longevity and degradation issues like those of the air-cooled Nissan Leaf EV battery packs. Exclusive: details on Hyundai’s new battery thermal management design Hyundai and it’s sister company Kia have been producing BEVs for a relatively short period of time, so their experience with battery life is very limited. The original Hyundai BEV was the BlueOn EV in 2010, followed by the Ioniq EV and PHEV and the Kona EV. Kia has produced the Soul EV and the Niro EV. Hyundai BlueOn - Wikipedia Hyundai Ioniq - Wikipedia In February 2017, SK Group acquired the polyethylene acrylic acid business of Dow Chemical Company for $370 million. On March 31, 2017, SK Innovation said that the electric vehicle battery plant it had in China had been closed since January 2017 after "Chinese joint venture partners halted production for no obvious reason." A new SK Innovations manufacturing factory is under construction in Commerce, GA near Atlanta and will supply lithium-ion battery cells for Kia BEVs manufactured in West Point, GA, Hyundai BEVs manufactured in Montgomery, AL and Mercedes BEVs manufactured near Tuscaloosa, AL By 2025, the site will employ nearly 2,000 with a production capacity reaching 9.8GWh by 2022. The venture is called SK Battery America SK Battery America, Inc. It’s possible that Volkswagen could also use lithium battery cells from the SK Innovations factory in new BEVs manufactured in nearby Chattanooga TN. $1.7B battery plant in Georgia won't be enough to meet industry's needs SK Innovation wants to increase investment in US battery factory by $5 billion to compete with Tesla Gigafactory - Electrek SK Innovation announces new electric vehicle battery gigafactory in the US - Electrek https://electrek.co/2017/11/30/sk-innovation-electric-car-battery-gigafactory-hungary/ SK Innovation is doubling its battery production for electric vehicles to 4GWh/year to support demand from Mercedes and others - Electrek

Why is the the Jaguar I-Pace so inefficient when compared to the Tesla Model X?

The limiting factor for performance is set by how much power and how fast the power can be modulated in the inverter. How much power can be released by the batteries is another quality parameter, as is the performance of the electric motor. At the moment I can not see where exactly the advantages of Tesla are, but the drivetrain (batteries, inverter motor) is clearly more efficient, than the iPace, I think also more efficient than the Nissan Leaf, taken all into consideration (in particular weight, size and Cw value of cars). The Cw values have to be multiplied with the total frontal area to indicate drag, so the bigger car needs a smaller Cw value to have similar drag. It is clear that models with all wheel drive will have higher mechanical losses than RWD models, and the iPace is AWD, so there could go easily 10–20% of the efficiency, if you compare it to a RWD only model. The losses come from the additional inverter losses, transmission, and motor, they all warm up, which equals loss if efficiency. The batteries will probably not be punished much more when you drive at constant speed 4 wheel or 2 wheel drive, but will eat more due to the AWD when accelerating. However, the AWD Tesla 85D had a 5 mile range increase over the 85, but it seems a bit more complex than that, up to the point where Tesla (like other companies) use sometimes different type of EVs in AWD models:Tesla Model S Dual-Motor Is Quicker, Has Higher Range Too: How Do They Do That? (UPDATED) . I would guess the main underlying effect is that EVs loose efficiency when they are under load (mainly because they heat up more and the inverters are less efficient, and the batteries more strained?). Two motors can sometimes overcome the loses and punishment in weight to increase range by anything from 2–13% depending on how you drive, by keeping the drivetrains in the lower load range of higher efficiency: Notice, the torque is capped by regulation (more is not needed), the motor alone could develop a lot more torque. The motors and their regulation are complex, so much so that further increases in efficiency are to be expected, if you are interested read up on it here:r/teslamotors - The new Model 3 motor. Its history and what it is likely to be. Long + References. Interestingly, the iPace is up there with Teslas acceleration, as it might well be for a Jag. It is between an XP100D and the X100D in acceleration, slower than the first, and faster than the latter. Interestingly, the iPace can hold its top speed without diminishing, basically it drives 130mph till the battery is empty. This is surely due to a restriction of the iPace to a lower speed; several Teslas drive a lot faster than that, for about 7 minutes, then the are overheated (I am guessing the batteries) and drop back to the same 130mph as the iPace. The iPace and the X100PD are within a second around Laguna Seca, the Tesla is more expensive of course, has nearly twice the power, is the bigger car and is 1 sec faster at 1.47. So in performance the iPace is there, very impressive! Back to efficiency; at top speed (208km/h) the iPace does 570 KWh/km, the Tesla X100D does 456 KWh/km at the slower 147km/h average (both from user videos), so I think at high speeds both are comparable. At lower speed (100-120km/h around 65mph) the Tesla X is clearly better, about 23% better than the iPace (it is also bigger and heavier, which is not a factor at constant speed): So basically a 90KWh iPace will give the range of an 70KWh Tesla (if it existed) in most situations. I would assume that Tesla simply has the better overall efficiency at moderate speeds, a better control of the inverter, more efficient batteries (less “internal resistance”), the better software for the inverter and a more efficient motor. It could also be that Tesla manages to run the motor for longer in the high efficiency range of the drive train by a different ratio of the transmission; the iPace seems to prefer the sprint, compared to the Tesla X and might have a shorter transmission ratio, forcing higher losses at switching the voltages and the power in the inverter, which (particular with batteries as source) gets less efficient at higher RPM (ranging from maybe 94% to 82%). Will Jaguar be able to change this via software updates a la Tesla? I doubt it, but at least a partial remedy might be possible. Both cars charged relatively similar, and the charging time will depend most likely on the installed performance, which will increase drastically on the iPace system soon (the one in the test was limited to 85KW). Edit: Tesla’s batteries come in small, metal encased units (some are plastic?) while the iPace uses pouches. I could not find any real information, but if you cool a pack of 4 or more battery pouches down to 30 degrees, the interior might well be 40 degrees, which makes the batteries less efficient. The metal in the small batteries is a heat sink, and allows in principle better cooling, this might be a factor for efficiency! Jaguar has answered the calls why it seems less efficient than “the other guys”, but it is mostly no real information, other than that it is all state of the art, has a heat pump, and the motor uses synchronous permanent magnets (but not what type of motor it is, they seem to use identical motors front and rear, one point for Tesla), see also comments.Jaguar Responds To Criticism About I-PACE Efficiency Interestingly Jaguar states their efficiency for the motor is over 95% from 30–150km/h (20–94mph), supporting the graph shown earlier and stating efficiency is lower at very low speeds (not important) and importantly at higher speeds, which is seen in all electric cars. See the direct efficiency comparison here: In Dscherman, but with English subtitles.Would we not all be interested in direct comparisons with the model 3? On the motorway, the Autobahn (no Teslas 3 in Europe, so far) and on drag strips and race tracks, all to come soon, as is the Audi E Tron (also AWD, with an ugly grill).

Why is Tesla two years ahead of the auto industry in some main areas of building electric vehicles?

It’s pretty obvious if you think about it. Established automakers are really good at designing, building and (through their dealers) selling ICE cars. They’ve been doing it for a long time and that institutional knowledge, not to mention some substantial capital investments has carried them a long way. With the notable exception of Renault-Nissan with the Zoe and the Leaf, they have viewed electric cars as a tree hugger’s curiosity and something you build to satisfy some government’s requirements so that they can go about the business of building real cars. They’re rushing to catch up now, and seem to be serious, but… Tesla’s been at it seriously since 2008 with the original Tesla Roadster. The Roadster was the first serious effort at a consumer car that happened to have an electric drivetrain instead of an “electric car.” (Yeah, yeah. EV-1 and all the short-range battery efficient lady’s electrics in the early 1900s) It was, by most non Top Gear accounts, great fun to drive but, from a manufacturing and engineering standpoint, not exactly a great car. From there, they went on 2012 to their breakthrough car, the Model S — and introduced the supercharger system. The Model S was and is a great car suitable for everyday driving and even taking on trips, albeit with a little planning and extra time. Note the year: 2012. No Audi E-Tron. No Jaguar I-Pace. No Parsche Taycan. No Hyundai Ioniq. No Chevy Bolt. There was a Nissan Leaf with 73 miles of range, 10 second 0–60 and passively cooled battery that lost capacity way too fast. 2015 brought the Model X with its troublesome falcon wing doors and definite cool. Finally, a Tesla even Jeremy Clarkson could like! Still no I-Pace, E-Tron, etc. 2018 sees first volume deliveries of the Model 3, with its new state-of-the art battery cells, battery pack and PM reluctance motor. If you count the S and X as one and ignore Tesla’s policy of continuously introducing running changes, this is the third full generation of Tesla cars — and drivetrains — since they began production. It is also the first Tesla with the hardware to use the new V3 250kw superchargers to full capacity. Now we start to see I-Pace and E-Trons starting to show up, followed by the very impressive and impressively expensive Taycan. 2020 brings the Model Y with more tweaks and improvements, notably the heat pump to reduce the penalty of cold weather driving. It also brings prototypes for the plaid Model S that will use yet another new battery cell and pack. I’m trying to remember if the S/X Ravens were 2019 or 2020, but those included the first 400 mile Tesla. In short, while established makers have enjoyed selling plenty of ICE cars and talking about the Tesla killers they could build, Tesla has continued to learn, improve and move on. There are more than a million Teslas on the road around the world and institutional knowledge and competence that goes with that. Of course the established makers are behind the 8-ball. They’ll learn, improve and catch up. If they want to. The days of Tesla killer opportunities is gone.

Which is the best, Tesla Model Y, Audi E-tron, Mercedes-Benz EQC, or BMW iX3?

Tesla Model Y - hands down. Most efficient by a lot, has supercharger network access, has that heat pump cabin heating/cooling system, has over the cellphone network software updates…. Unless you’re looking for a status symbol which screams that you have more money than you know what to do with, the Model Y is your best choice.

FAQs ที่เกี่ยวข้อง audi e tron heat pump

  • Q

    ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    มีให้เธอเสมอ

    มีไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    เบาะนั่งปรับไฟฟ้าของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Kaewhom

    มีเบาะนั่งปรับไฟฟ้าและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ขนาดล้ออัลลอยของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    พรพรพร

    มีขนาดล้ออัลลอยและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม

Tags

หน้าหลัก