แท็ก

audi e tron 22 kw

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e tron 22 kw

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพิ่มความเป็นไฟฟ้าที่ดูแลง่าย จึงทำยอดจองเยอะมาก ต้องต่อคิวรอนานเป็นปี ด้วยราคาขายเพียง 2.29 ล้านบาทAudi

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

ชมคันจริง 2021 Audi RS 6 Avant ปลุกความแรง 600 แรงม้าด้วยราคา 9,890,000 บาท

ปัจจุบัน Audi (อาวดี้) ประเทศไทย เล็งเห็นว่ารถในตะกูล Avant เป็นรถที่ตอบโจทย์ลูกค้าทั้งด้านสมรรถนะ, เทคโนโลยี

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

ดูเพิ่มเติม

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

"ซิลิโคน" จะเป็นทางเลือกใหม่ในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าให้ อึด ทน นาน กว่าเดิม

ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายต่อธรรมชาติ เช่น ของเหลว กรด หรือตะกั่ว จึงปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมAudi

2021 Haval H6 PHEV เผยสเปคไฟฟ้า 220 แรงม้าขึ้นไป เตรียมเปิดตัวในไทย 22 มีนาคมนี้

จึงไม่พลาดที่จะนำรถเข้ามาแย่งยอดขายอย่างฉับไวอ่านเพิ่ม : สรุป 5 จุดเด่นใน MG HS PHEVเปิดราคาวันที่ 22

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ขณะที่ Chevrolet (เชฟโรเลต) เป็นแบรนด์ยอดนิยมในอียิปต์ ส่วน Toyota ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% ในเยเมนAudi

ลองของแท่นชาร์จไฟ 50 kW ที่ EGAT ประทับใจทั้งความไว สถานที่และเจ้าหน้าที่ที่ดีเยี่ยม

แล้วตู้ชาร์จไฟในศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ถือว่าหลากหลายและมีความพร้อมมากที่สุดแห่งหนึ่ง โดยมีตู้ที่ผมเห็น 3 ตู้ ปล่อยกระแสไฟ 90, 50 และ 22

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

ฟังเหตุผล ทำไมรถล้ำ ๆ อย่าง 2022 Mercedes-Benz EQS ยังใช้กระจกมองข้างแบบดั้งเดิม

ผลการศึกษาพบว่าการดูภาพหน้าจอที่แสดงผลด้านหลังหรือด้านข้างตัวรถจะทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่เวียนศีรษะ”กระจกมองข้างดิจิทัลใน Audi

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

ๆ ร้อน ๆ ก็คือ Audi Q5 (อาวดี้ คิว5) ที่มาพร้อมชุดแต่งเอสไลน์ ทั้งภายในและภายนอก รวมไปถึงช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งใหม่

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

รีวิวโพสต์ audi e tron 22 kw

Audi bietet e-tron-#Elektroautos mit 22-kW-AC-Ladeleistung und mehr Fahrkomfort an #Energie

#Audi offers 22 kW #AC #charging option on #e-tron via GreenCarCongres

#Audi #e-tron. Kurz zusammengefasst: 95 kW Akku, 400+ km Reichweite (WLPT), max 150 kWh Lader, 22 kWh für zu Hause. Zugang zu 72.000 Ladestationen in der EU über eine Karte. Preis 79.000…

Audi e-tronがいよいよ22kWの普通充電(?)対応へ、80kWh程度の大容量バッテリーも4時間程度で満充電可能に。国内では未だに最大20kWの急速充電器(?)が多く、早急な刷新が待たれます。Europe: Audi e-tron Finally Gets 22 kW On-Board Charger Option

Audi pimpt e-tron-Baureihe mit 22-kW-Lader und mehr Fahrkomfort #elektroauto

รีวิว Q&A audi e tron 22 kw

Is it possible to recharge an electric car without a garage or a drive? I only have on street parking, will this be an issue?

Is it possible to recharge an electric car without a garage or a drive? I only have on street parking, will this be an issue? Well, the simple answer is yes, it is an issue. Li-Ion batteries simply need time to charge, they cannot be filled up like a gas tank. There is a simple way around this problem - they have to be charged while the car is standing around, doing nothing. So the solution of this problem is - there has to be a charger where you can plug in and get the car charged while you do other business. Probably the best alternative is at your workplace. If you don’t drive much, even a 230V 16A outlet, capable to deliver up to some 3.2 kW might be enough. Another possibility: a Type 2 charger. They are capable to deliver up to 22 kW, but there the limiting factor is most probably the onboard charger in the car, capable to take in most cases some 6–7 kW. The exception are Tesla Model 3 Long Range, Model S, Model X and Audi e-Tron, capable of charging at 11 kW or more. You need to examine if that is an option for you since you don’t want wasting your time, waiting for your car to charge. The last option are some rapid-chargers, placed in cities, mostly they are placed at some shopping malls. In most cases they are 50 kW CCS/CHAdeMO or (a few) Tesla Urban Chargers (up to 72 kW). Those are capable to charge your car in some 30–40 minutes to a pretty high state of charge, some 80% or even more; once you go beyond that, the charging speed significantly drops due to battery limitations, as a result you are wasting time of some other customer who might want/need it too. If there are some in your town? Great. If you don’t have neither option - it is simply not the time for you to buy an EV. Sorry.

Why does Tesla not lead the market of electric vehicles in Europe?

Why does Tesla not lead the market of electric vehicles in Europe? Europe is a significantly different market than USA. It is more densely populated. Travel distances are shorter. People in different countries are of different nationalities, which means that most of us don’t have relatives across the whole Europe either. Having a range of 500+ km (300+ miles) or even much more is far less important than in USA. I’ve just had a debate with a guy who protested that 180 km isn’t a short trip and he is right. Medium trips start at 150 km (100 miles) and long trips start at 400 km (250 miles). US citizens might double these numbers. In contrast to US citizens, people aren’t used to travel to holidays over distances of 1500+ km (1000 miles) by using a car; while some use a train (since the railroad network is far better than in USA), we either travel considerably shorter - or we fly. Europe has its own automotive industry which started to build decent EVs too: Volkswagen, Audi, BMW, Renault, Peugeot. And last but not least, once we look at the list of most sold EVs in 2020 (*), it goes like this, which clearly shows that the market is more diverse: Renault Zoe - 99,261 Tesla Model 3 - 85,713 Volkswagen ID.3 - 56,118 (sold since September 2020) Hyundai Kona - 47,796 Volkswagen Golf - 33,650 (on its way out) Peugeot e208 - 31,287 Kia Niro - 31,019 Nissan Leaf - 30,916 Audi e-Tron - 26,454 The Zoe hit the sweet spot: it is a small compact, but still beyond a city car (roughly the size of the Renault Clio which is also very popular), has decent range as a commuter - and it has a 22 kW onboard AC charger, very useful for people who cannot charge at home, but can charge somewhere on some public Type-2 charger decently fast. While it is still a commuter, it can make 300 km with a single charging stop (taking about 45 minutes) and it can make 500 km with 3 stops in about 7 hours. Far from good, but it can do it if you have some patience, and early adopters have it. So, while it is a compromise and the first car only for some people, it is actually a fairly good second car. And it is significantly cheaper. We like hatchbacks and crossovers more than sedans - and the Tesla Model Y isn’t offered in Europe yet, only the Model 3. Once it gets produced, it will face the competition from Volkswagen ID.4 and Skoda Enyaq . While Tesla may have superior performance, Europeans aren’t even nearly as impressed with 0–60 mph times as US citizen are. It’s more like “0–100 km/h in less than 4 seconds? OK, nice. And?” If you will go through the list - people prefer smaller cars, sales of VW ID.3 will show this in 2021 even more because it will also take most of sales of its older uncle, the VW e-Golf, most likely becoming the most sold EV in Europe. And last but not least - people are used to European / German fit and finish, a topic which is known to need some improvements at Tesla. As a result - while Tesla doesn’t have problems with sales in Europe, it didn’t produce the vehicle which would be in the perfect for the European market. Yes, the Model Y will most likely sell better than the Model 3, but what is actually needed is also a vehicle in the “Golf” / compact / (smaller) crossover class. Tesla simply needs to build one (or more) vehicles which will be more suitable for the European market. A Model 3 + Model Y in a smaller package. (*) Plug-in electric vehicles in Europe - Wikipedia

What are some modern electric cars?

Volkswagen ID.4 160 km/h (100 mph)[1] 5[2] 402 km (250 mi) (EPA, North America) 501 km (311 mi) (Europe)[3] 2020 - Present Volkswagen ID.3 160 km/h (99 mph)[4] 5[5] 45 kWh: up to 330 km (205 mi) 58 kWh: up to 420 km (260 mi) 77 kWh: up to 550 km (340 mi) (WLTP) 2019 - Present Aiways Aiways U5 160 km/h (99 mph)[6] 10 s[6] 5[6] DC fast charging time (30% ~ 80%): 27min AC standard charging time (0% ~ 100%): 10.5h[6] 400 km (249 mi) (WLTP)[7] ? Audi Audi e-tron 55(2018) 200 km/h (124 mph) 5.7 s 5 8.5 hours, DC Charging 150 KW 80% in 30 min 328 km (204 mi) (EPA), 433 km (269 mi) (WLTP) 2019 Audi Audi e-tron 50 190 km/h (118 mph) 6.8 s 5 6 hours, DC Charging 120 KW 80% in 30 min 329 km (204 mi) (WLTP) ? BMW i3 150 km/h (93 mph) 8 s 4 4h - 6h with the 240 V charging unit or 30 – 40 minutes at public DC charging stations (when charging from 0 to 80%) 246 km (153 mi)[8] MY 2019 (120 A·h) (EPA) 183 km (114 mi)[9] MY 2017/18 (94 A·h) (EPA) 130 km (81 mi)[9]MY 2014/17 (60 A·h) (EPA) Released in Europe in 2013 and in 2014 in the U.S. A gasoline-powered range extender option is available to increased range to 240 km (150 mi) (EPA rating).[10] Starting with the model year 2017, released in July 2016, two battery options are available, 94 A·h and 60 A·h.[9] For the 2019 model year, a larger 120 A·h battery became the only option, and the Range Extender was discontinued in some markets.[8] BYD BYD e6 160 km/h (100 mph) 8 seconds 5 Fast charging within 15 minutes to 80%, and 40 minutes to 100% 400 km (250 mi) Market Release 2009, Cumulative sales in China totaled 34,862 units through December 2016. Chevrolet Bolt EV 150 km/h (93 mph) (speed limited) 6.5 s 5 383 km (238 mi) Production started in October 2016, deliveries started in late 2016[11] Citroën C-Zero 130 km/h (81 mph) 15.9 s 4 7 hours when charged from household; 30 minutes when charging from a quick charger system[12] 150 km (93 mi) Rebranded Mitsubishi i-MiEV; since 2010 Available in Europe Ford Ford Focus Electric 135 km/h (84 mph) 5 5.5 hours for the 2017 model using a SAE J1772-2009 charging station powered from a standard 240 volt socket 2017 model's EPA certified range is 185 km (115 mi) 2011–2018 Honda Clarity Electric 7.7 s 143 km (89 mi) For lease only, in some US states from 2017 to 2020. Hyundai Ioniq Electric MY20 165 km/h (103 mph)[13] 9.9 s[13] 4 Domestic socket (220 V / 12 A): 16 h Type 2 charger (3.6 kW): 11.5 h Type 2 charger (22 kW): 6 h CCS type 2 charger (50 kW): 57 min CCS type 2 charger (100 kW): 54 min[13] 311 km (193 mi) (WLTP)[13] 270 km (170 mi) (EPA)[14] Production commenced in late 2016, with sales commencing in 2017 Hyundai Kona Electric 167 km/h (104 mph)[15] 6.4 s[16] 5 470 km (292 mi) (WLTP) Presented on Geneva Motor Show 2018, sales starting summer 2018[17] Jaguar Land Rover Jaguar I-Pace 200 km/h (124 mph), electronically limited 4.8 s 5 350 km (215 miles) (EPA) 2018 Kandi K23 112 km/h (70 mph) 4 7.5 hours on Level 2 (240 v @ 32 amp) 302 km (188 miles) 2018 Kandi K27 100 km/h (62 mph) 4 7 hours on Level 2 (240 v @ 16 amp) 161 km (100 miles) 2018 Kia Soul EV 145 km/h (90 mph) 11.2 5 4–5 hours (208 V - 6.6 kW: 4h 50min, 240 V - 6.6 kW: 4h 10min.) Type 3: 33 minutes for up to 80%. Type 1: Up to 24 hours (2016,2017) 93 mi (150 km) (2018) 111 mi (179 km) (2020) 243 mi (391 km) (EPA) 2014 Kia e-Niro 39.2 kWh 155 km/h (96 mph)[18] 9.8 s[18] 5 289 km (180 mi) (WLTP)[19] 385 km (239 mi) (EPA)[20] ? Kia e-Niro 64 kWh 167 km/h (104 mph)[18] 7.8 s[18] 5 455 km (283 mi) (WLTP)[21] ? Kyburz Race 140 km/h 4 s 2 0-100% in under 4 hours 220 km (137 mi) 2016 Lightning Lightning GT 200 km/h (124 mph) 5 s 2 under an hour 240 km (149 mi) Production expected to begin in 2020 Mahindra e2o plus 82 km/h (51 mph) 4 5 – 8 hours (Home socket: 220 V, 16 A), 1.5 hours (Fast Charge: Commercial 3-phase AC, up to 12 kW) 110–140 km (68–87 mi) November 2016[22] Mahindra e-Verito 85 km/h (53 mph) 5 6 – 8 hours (Home Socket: 220 V, 16 A), 2.01 hours (Fast Charging: with 15 kW charger) 110–180 km (68–112 mi) January 2017[23] Mercedes-Benz B-Class Electric Drive 160 km/h (99 mph) 7.9 s 5 9 hours when charging from 220/240 V outlet; 2.4 hours from 400 V 200 km (124 mi) 2015 Mercedes-Benz EQC 180 km/h (112 mph) 4.9 s 5 12 hours 354 km (220 mi) 2019 MG Motor ZS EV 140 km/h (87 mph) 8.2 s 5 7.45 hours 263 km (163 mi)(WLTP) 2018 Micro Mobility Systems Microlino 90 km/h (56 mph) 2 [24] 1 hours w/ Type 2 connector, 4 hours w/ domestic power [24] 120–215 km (75–134 mi) (depending on battery) [24] Late 2018 (initially only in Germany and Switzerland) Mitsubishi i-MiEV 130 km/h (81 mph) 4 7 to 14 hours when charged from household, depending on the type of power; 30 minutes when charging from a quick charger system (80% charged)[25] 170 km (106 mi) Released in Japan in July 2009 for fleet customers. Available in Japan, Hong Kong, Australia, Europe, the U.S., Canada and some Latin American countries. As of June 2016, and accounting for all variants of the i-MiEV, including the rebadged Peugeot iOn and Citroën C-Zero sold in Europe, about 37,600 units have been sold worldwide since 2009.[26] Motores Limpios Zacua 85 km/h 2 8 hours 160 km (99 mi) 2017 in Mexico MW Motors Luka EV 148 km/h (92 mph) 9.3 s 2 9 hours standard domestic socket. 2 hours with 3 phase rapid charger 300 km (186 mi)(unverified) July 2016 NIO ES8 200 km/h (124 mph) 4.4 s 7 0.8h (0%-80% SOC)DC Charge 7.5-8h (0-80% SOC)AC Charge 355 km (221 mi) (NEDC) Released in China in 2017 NIO ES6 200 km/h (124 mph) 4.7s 5 Intelligent e-AWD system consists of a 160kW PM motor and a 240kW induction motor, a duo of efficiency and performance. 410–510 km (255–315 mi) Released in China in 2019 NIO EC6 5.6s (320kW) 4.7s (400kW) 5 320kW model with PM motor front and rear. 400kW model with PM front and induction motor in rear. 615 km with optional 100kW battery pack To release in China in 2020 Nissan Leaf 150 km/h (93 mph) 5 Up to 20 hours when charged from 110/120 V outlet; 8 hours when charging from 220/240 V outlet; 30 minutes for 440 V "quick charge" (to 80% of battery capacity) 252 km (157 mi) with 40 kWh battery [27] 200 km (120 mi) (NEDC) Released in the U.S. and Japan in December 2010, is available in 46 countries. The Leaf is the top selling electric car in history, with global sales of more than 250,000 units through December 2016.[28] 2016 LEAFs have an optional 40 kWh battery. ECOmove QBeak 90 km/h (56 mph) 4 8 hours 250 km (155 mi) Available in Denmark for now.[29] Peugeot i0n 130 km/h (81 mph) 15.9 s 4 7 hours when charged from household; 30 minutes when charging from a quick charger system[12] 150 km (93 mi) Rebranded Mitsubishi i-MiEV; since 2010 Available in Europe. Peugeot Peugeot e208 Polestar 2 4.7 s 5 470 km (292 mi) (WLTP), 275 mi (443 km) (EPA) 2020 (Belgium, Canada, China, Germany, Netherlands, Norway, Sweden, Switzerland, UK, US) Rayttle E28 80 km/h (50 mph) 2 130 km (81 mi) Chinese clone of the Renault Twizy. Sales began in China in September 2014.[30] Renault / Renault Samsung Fluence Z.E. / SM3 Z.E. 135 km/h (84 mph), electronically limited 5 22 kWh battery: 6 to 8 hours on a 220 V 10 A or 16 A domestic socket; 30 minutes on a 400 V 32 A fast charging station; or battery swap in 5 minutes (Better place) 213 km (132 mi) (36 kWh battery)[31] 135 km (84 mi) + 15 km limp home mode (22 kWh battery) Released in France in 2010, Israel in Jan 2012, UK in Jan 2012, Turkey in May 2012, South Korea in 2013. Renault Zoe 135 km/h (84 mph), electronically limited 13.5 s 11.4 s (R110) 5 Six to nine hours with 3.7 kW, 30 minutes with 43 kW (80%) 400 km (250 mi) 41 kWh battery 210 km (130 mi) 22 kWh battery Released in France in December 2012. Global cumulative sales totaled to nearly 130,000 units by the end of 2018.[32][33] Renault Twizy 80 km/h (50 mph) (Urban 80 version) 2 3.5 hours 100 km (62 mi) From March 2012. Available in Europe. As of June 2016, global sales totaled 17,873 units, mostly in Europe.[34] SEAT Mii Electric 130 km/h (81 mph) 12.3 s 4 0-80% 1 Hour 260 km (162 mi) (WLTP) Available in Europe since 2019 Skoda CITIGOe IV 130 km/h (81 mph) 12.3 s 4 0-80% 1 Hour 260 km (162 mi) (WLTP) Available in Europe since 2019 Smart Smart electric drive 125 km/h (78 mph) 11.5 s 2 145 km (90 mi) Available in Europe, the United States and Canada. Global sales totaled about 12,250 units through December 2014. The second generation, launched in 2009, sold over 2,300 units through 2012,[35] and almost 10,000 units of the third generation, launched in 2013, have been sold through December 2014.[36][37] Sono Motors Sion 140 km/h (87 mph)[38] 9 s (approximately)[38] 5[38] Eight hours with 3.7 kW, 30 minutes with 50 kW (80%)[38][39] 250 km (160 mi) (this is real world range according to the company[40]) 35 kWh battery[38] To be released in Germany in mid-2019. Prototype for test-drives in Europe. Preorder: EUR 16.000,- + EUR 4.000,- (battery)[38] Stevens ZeCar 90 km/h (56 mph)[41] 5[42] 6–8 hours[43] 80 km (50 mi) March 2008 Tata Motors Tata Nexon 120 km/h (75 mph) 9.9 s 5 8 hours 300 km (186 mi)(IDC) 2019 Tesla Model S Long Range 250 km/h (160 mph)[44] 3.8 s[45] 5 + 2[Note 1] 8 hours with home charging; 50% in ~20 minutes from a Tesla Supercharger[46] 610 km (379 mi) (WLTP)[45] 629 km (391 mi) (EPA)[47] First released in the U.S. in June 2012.[28] Tesla Model S Performance 261 km/h (162 mph)[44] 2.5 s[45] 5 + 2[Note 1] 8 hours with home charging; 50% in ~20 minutes from a Tesla Supercharger[46] 593 km (368 mi) (WLTP)[45] 560 km (348 mi) (EPA)[47] First released in the U.S. in June 2012.[28] Tesla Model X Long Range 250 km/h (160 mph)[48] 4.6 s[49] 5-7[49] 8 hours with home charging; 50% in ~20 minutes from a Tesla Supercharger[46] 507 km (315 mi) (WLTP)[49] 565 km (351 mi) (EPA)[50] First released in the U.S. in September 2015.[51] Tesla Model X Performance 250 km/h (160 mph)[48] 2.8 s[49] 5-7[49] 8 hours with home charging; 50% in ~20 minutes from a Tesla Supercharger[46] 487 km (303 mi) (WLTP)[49] 491 km (305 mi) (EPA)[50] First released in the U.S. in September 2015.[51] Tesla Model 3 Long Range 233 km/h (145 mph)[52] 4.6 s[53] 5[53] 7.3h for 100%, ~14% per hour with home charger, 50% in ~30 minutes from a Tesla Supercharger 560 km (348 mi) (WLTP)[53] 518 km (322 mi) (EPA)[54] 2017 Tesla Model 3 Performance 261 km/h (162 mph)[52] 3.4 s[53] 5[53] 7.3h for 100%, ~14% per hour with home charger, 50% in ~30 minutes from a Tesla Supercharger 530 km (329 mi) (WLTP)[53] 481 km (299 mi) (EPA)[54] 2017 Tesla Model 3 Standard Range Plus 225 km/h (140 mph)[52] 5.6 s[53] 5[53] 7.3h for 100%, ~14% per hour with home charger, 50% in ~30 minutes from a Tesla Supercharger 409 km (254 mi) (WLTP)[53] 400 km (250 mi) (EPA)[54] 2017 Tesla Model Y Long Range 217 km/h (135 mph)[55] 5.1 s[55] 5-7[55] 7.3h for 100%, ~14% per hour with home charger, 50% in ~30 minutes from a Tesla Supercharger 505 km (314 mi) (WLTP)[55] 509 km (316 mi) (EPA)[56] Released in the US on March 13, 2020 Tesla Model Y Performance 241 km/h (150 mph)[55] 3.7 s[55] 5-7[55] 7.3h for 100%, ~14% per hour with home charger, 50% in ~30 minutes from a Tesla Supercharger 480 km (298 mi) (WLTP)[55] 507 km (315 mi) (EPA)[56] Released in the US on March 13, 2020 Venturi Fétish 200 km/h (124 mph) 4 s 2 3 hours with external charge booster, 8 hours with onboard charging system 340 km (211 mi) 2006 to present Volkswagen e-Golf MY2020 150 km/h (93 mph)[57] 9.6 s[57] 5 SE and SEL Premium in under 6 hours at a 240 V charging station. Optional (standard on SEL Premium) DC Fast Charging to 80% in 1 hour at a DC fast charging station. 232 km (144 mi) (WLTP)[57] Released in Europe in March 2014. Updated model with new battery management system released in Europe in July 2017. Volkswagen e-up! MY2019 130 km/h (81 mph)[58] 11.9 s[58] 4 Charge time AC 2.3 KW 100% SOC: 16:12 Charge time DC 40 KW 80% SOC: 01:00[58] 256 km (159 mi) (WLTP)[58] Updated in 2019 Xpeng G3 400 170 km/h (110 mph)[59] 8.5 s[59] 5[59] DC Charging Time (30% to 80%): 38min AC Charging Time (30% to 80%): 4.3h[59] 401 km (249 mi) (NEDC)[59] ? Xpeng G3 520 170 km/h (110 mph)[59] 8.6 s[59] 5[59] DC Charging Time (30% to 80%): 30min AC Charging Time (30% to 80%): 5.5h[59] 520 km (323 mi) (NEDC)[59] ? Xpeng P7 High Performance 170 km/h (110 mph)[60] 4.3 s[60] 5[60] DC Charging Time (30% to 80% charge): 31min AC Charging Time (30% to 80% charge): 6.5h Three-phase Electric Charging Time (30% to 80% charge): 4.2h[60] 552 km (343 mi) (NEDC)[60] ? Xpeng P7 Long Range 170 km/h (110 mph)[60] 6.7 s[60] 5[60] DC Charging Time (30% to 80% charge): 28 min AC Charging Time (30% to 80% charge): 5.7h Three-phase Electric Charging Time (30% to 80% charge): 3.6h[60] 568 km (353 mi) (NEDC)[60] ? Xpeng P7 Super Long Range Standard 170 km/h (110 mph)[60] 6.7 s[60] 5[60] DC Charging Time (30% to 80% charge): 31min AC Charging Time (30% to 80% charge): 6.5h Three-phase Electric Charging Time (30% to 80% charge): 4.2h[60] 706 km (439 mi) (NEDC)[60] ? Xpeng P7 Super Long Range Smart/Premium 170 km/h (110 mph)[60] 6.7 s[60] 5[60] DC Charging Time (30% to 80% charge): 31min AC Charging Time (30% to 80% charge): 6.5h Three-phase Electric Charging Time (30% to 80% charge): 4.2h[60] 656 km (408 mi) (NEDC)[60]

Why do other car manufacturers not try to copy or mimic the Tesla electric architecture for their electric vehicles?

They could do it, easily. Elon Musk and Tesla has shown how to do it since 2012. And they have more than enough money. And by building the Ionity 175 / 350 kW rapid charging network they are actually doing it. The question is just - how fast. Today there are only a couple of stations, pilot projects. They should supposedly build 400 charging stations in Europe with 4-6 chargers each by the end of 2019, but we'll see how far they will get in a year. While the prices for home chargers and public AC Level 2 chargers, capable of 22 kW (400V, 32A) are actually well within reasonable amounts, public rapid chargers, capable of 50 - 350 kW, are roughly ten times more expensive. Creating a grid that covers a continent (Europe) or a big state (like USA or China) is very expensive, we are talking about hundreds of millions. Actually a 50 kW grid (that isn't bad) already exists in Europe, it's just divided among many operators. Every state in USA would need just a few dozen chargers on interstates, but nobody wants to build them. Ionity has the plan, we'll see. But the question is actually - what for would they do it? Companies are driven solely by - profits. Present or future. That's the essence of capitalism and free market. But EVs are exactly the opposite: - they are expensive to build, especially their batteries, therefore it is difficult to sell them with a high profit margin, - they need little maintenance. When dealerships heavily rely on aftermarket activities (service), EVs will heavily change their business, so EVs are not in their interest either. - if properly built and with a battery that's big enough, not much can break. Their lifetime should be longer, that's not what some manufacturer wants. They have a massive fleet of ICE cars to which EVs would be only the disruptor. The result: they create more or less nice EVs, just to show presence, but most of them (with just a few exceptions) with some major design flaw, in most cases it has something to do with the range. Either the range is small, they rapid-charge too slow or they overheat. Or - manufacturers simply don't provide the charging network. Therefore only EVs are made which are short/medium range commuter cars. "The second car in the family". Or as show-off fancy big crossovers/SUVs for the very wealthy who don't make long trips and if they do, they have plenty of time or the trip actually goes to the nearest airport. There is another reason: they didn't participate in the development of battery production, therefore the supply is much lower than needed, the demand is high, so are the prices. Manufacturers impose low production numbers on themselves, high battery costs come as a good excuse. These are problems of the 2018 models of Hyundai Kona EV and the Kia Niro EV which are in any other respect, except being expensive for what they offer and comparing to their ICE/hybrid brothers, pretty good EVs. As a result, many (will) produce just working showroom cars in laughable series (iPace, EQC, e-Tron), or lower-cost EVs that fail at long range trips (Leaf, e-Golf) or with a range that is impractical (Ioniq, i3) since they need too many rapid charges. Tesla Model 3 LR is the revolution which more or less started in June 2018. A mass-produced upper-middle-class EV with performances that are at no point behind ICE cars of about the same class (VW Passat, BMW 3-series, Audi A4, Mercedes Benz C class). In August 2018 Tesla Model 3 outsold in USA all of them - combined. August 2018 YTD U.S. Passenger Car Sales Rankings – Best-Selling Cars In America Well, the base version of the Model 3 will have a smaller range, but due to the Supercharger capability it will still be a reasonably good road-trip EV. That's the point when producers will start thinking and that's why producing 5000 cars per week was so important. It was a clear message to them: "If you don't move, you will be sooner or later - out. Move!" VW already moved. It secured contracts worth $48 billion for buying batteries in the coming years. VW doubles its electric vehicle battery contracts to $48 billion Manufacturers of ICE cars understand only two things: profit margins and sales numbers. This is why it is so important for Tesla to succeed. It shows the path to a less polluted world. Consumers can vote - with their wallet.

FAQs ที่เกี่ยวข้อง audi e tron 22 kw

  • Q

    บอกความปลอดภัยของAudi E Tronหน่อย.

    คิดดีมีสูข

    ความปลอดภัย ของ Audi E Tron มีดังนี้

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ไฟเตือนสถานะเครื่องยนต์ของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Tee Rayong

    มีไฟเตือนสถานะเครื่องยนต์และรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    กินเที่ยวทะลุโลก

    มีระบบความปลอดภัยอัจฉริยะและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม

Tags

หน้าหลัก