แท็ก

audi e tron launch

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e tron launch

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพิ่มความเป็นไฟฟ้าที่ดูแลง่าย จึงทำยอดจองเยอะมาก ต้องต่อคิวรอนานเป็นปี ด้วยราคาขายเพียง 2.29 ล้านบาทAudi

New 2020 Maserati Levante Trofeo Launch Edition 590 แรงม้า หนึ่งเดียวในไทย 20.49 ล้านบาท

ด้วยการนำเข้าตัวแรงสุดพิเศษเข้ามาเปิดตัวในประเทศไทยเพียง 1 คันเท่านั้น จากการผลิต 100 คันทั่วโลกNew 2020 Maserati Levante Trofeo Launch

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

ดูเพิ่มเติม

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ขณะที่ Chevrolet (เชฟโรเลต) เป็นแบรนด์ยอดนิยมในอียิปต์ ส่วน Toyota ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% ในเยเมนAudi

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

จับตา 10 รถใหม่เตรียมเปิดตัวปี 2021 รุกตลาดโลก หลายรุ่นเข้ามาขายเมืองไทยด้วย

โดยเฉพาะสปอยเลอร์หลังในตัวแบบเชิดขึ้นที่บั้นท้าย เครื่องยนต์จะใช้เทคโนโลยีของ Subaru บล็อก 4 สูบนอน ขนาด 2.4 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศAudi

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

ๆ ร้อน ๆ ก็คือ Audi Q5 (อาวดี้ คิว5) ที่มาพร้อมชุดแต่งเอสไลน์ ทั้งภายในและภายนอก รวมไปถึงช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งใหม่

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

"ซิลิโคน" จะเป็นทางเลือกใหม่ในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าให้ อึด ทน นาน กว่าเดิม

ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายต่อธรรมชาติ เช่น ของเหลว กรด หรือตะกั่ว จึงปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมAudi

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

'รถไฟฟ้าทุกคันในปัจจุบันดูเหมือนกันไปหมด' นายใหญ่ BMW ย้ำต้องสร้างความแตกต่างเมื่อเวลามาถึง

แม้ว่าคู่แข่งมากหน้าหลายตาจะเดินหน้าเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าบนแพลตฟอร์มของตัวเองกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Audi

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

ฟังเหตุผล ทำไมรถล้ำ ๆ อย่าง 2022 Mercedes-Benz EQS ยังใช้กระจกมองข้างแบบดั้งเดิม

ผลการศึกษาพบว่าการดูภาพหน้าจอที่แสดงผลด้านหลังหรือด้านข้างตัวรถจะทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่เวียนศีรษะ”กระจกมองข้างดิจิทัลใน Audi

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

รีวิว Q&A audi e tron launch

Why are Tesla cars not imported in India?

Tesla is one of the best and leading manufacturer of EVs all over the globe. The riding comfort, class, design, affordability…. Nearly everything of in cars is of top standard. Unfortunately, even after much efforts, Tesla motors is finding it difficult to enter India because Tesla EVs will be imported as a CBU(completely built unit), so it will invite huge import duties on its cars. For example: Tesla model 3, the most affordable Tesla ever made costs ₹25 lakhs(approx.) in USA. But after import, it would cost a whopping ₹75 lakhs in India which is totally illogical. But still, Tesla would launch its EVs by end of 2020. So, even being known for its affordability, Tesla would enter as a premium brand and compete with EVs of Audi(e-tron), Lexus, Jaguar, Land Rover and BMW.

With the launch of Audi E-tron series (SUV and now a very gorgeous GT), I am instantly regretting booking a Model X - do you think I should wait?

Nope. You’ll be more than happy with the X. Audi is brand new to EVs so I wouldn’t expect the first ones off the line to be perfect by any means. Tesla is tried and true. And in a couple years, when these other manufacturers have proven models out there, then you could always trade in your X for something else. Furthermore, to my knowledge, we don’t have a solid release date for the e-Tron, so who knows how long you’d be waiting.

Tesla received almost 14,000 Model 3 orders in Europe. Do you think if this trend continues that Tesla can challenge Mercedes and Audi in the long run?

4500 of those are in Norway alone. Here, Tesla is already among the most popular car brands. Last month, Tesla sold four times as many cars as Mercedes and ten times as many as Audi. Model X was the second most sold car model in the country, just behind VW Golf. Model S sold fourth most. Electric cars are so popular here because of extremely strong incentives. They’re exempt from purchase tax, VAT, road tax, parking fees and toll payments. In addition, you avoid having to pay for gas of course, and there are fewer movable parts that can break. Having an electric vehicle is just much cheaper here. If other countries introduce similar incentives, Tesla can not only challenge Mercedes and Audi, but absolutely crush them. The question is what happens when traditional car manufacturers introduce competitive electric cars on the market. We already have cars like Nissan Leaf, BMW i3, Renault Zoe and Hyundai Ioniq, which are all very popular. But those aren’t premium cars. Jaguar I-Pace is the first car to really challenge Tesla, being a premium electric vehicle. It is selling very well, quickly becoming one of the most popular cars in Norway. Mercedes is launching its electric model EQC these days, and Audi is doing the same with its e-Tron Quattro. Competitive premium electric cars with the traditional German luxury feel will be a big challenge to face for Tesla.

Which electric car is better than Tesla in 2020?

It’s all a matter of what you consider important. “An Audi e-tron is quieter than a Tesla but the Tesla has better range,” or “the Porsche can launch 0–60 flat out more times in a row without loss of performance than Tesla, but Tesla is more energy efficient and has more cargo room,” and “The Honda e autopark is better than Tesla, but Tesla Autopilot on the road is better than Honda.“ And Polestar 2 is cool, but you can’t buy one outside California. I must confess, I find the Honda aquarium screensaver a hoot, but Tesla’s Romance Mode isn’t bad either. Figure out what what you like, what you can afford, what is actually available where you live and get it. No car is best in every category. Both of my cars are Tesla. If a tree fell on my Model 3, I’d get another Tesla. Norwegian YouTuber Bjørn Nyland has driven and reviewed just about every electric car out there. His reviews[1] are a valuable resource. The points I would make in favor of Tesla are: Energy efficiency Mature charging network Over-the-air software updates and new features Excellent performance Very good handling Comfortable Superior climate control for Model 3 and Y. Tesla Mobile Service Full Self-Driving that’s only getting better Excellent user interface design and functionality Extensive (and growing) voice controls Best app Footnotes [1] Bjørn Nyland

If you believe that Tesla is five years ahead of the competition, does that mean that their products and prices from five years ago would be market competitive today, and is that true?

If you believe that Tesla is five years ahead of the competition, does that mean that their products and prices from five years ago would be market competitive today, and is that true? OK, let’s look at the 2015 Tesla range and see how it stacks up against the current offerings. The Tesla 2015 Model S came in three basic variants, the 70D, 85D and 90D. All were dual motor (although I believe that there was a single rwd version of the “85”), all wheel drive vehicles and were mostly differentiated by the different battery capacities and trim levels. The model range covered a price from $75,000 to $105,000, with engine power starting at 329 hp all the way to 691 hp for the P85D, and had a range that varied from 240 miles to 270 miles, depending on battery pack and model specification. Reviews of the day were rather effusive, with The Car Connection saying, “The 2015 Tesla Model S has no direct competition; the electric luxury hatchback is the benchmark among its kind in a market with more than 20 plug-in models. It's likely the most advanced car on the planet.” The Model X came in 75D, P90D or P100D variants, once again all were dual motor driven and mostly differentiated by the different battery pack capacities. At the time of its launch, it was the quickest and most aerodynamic SUV on the market, yet was still a seven seater. Prices ranged from $132,000 for the 90D with 257 miles range, to $142,000 for the P90D with 250 miles range. Performance was otherworldly, with 11.7 second quarter mile times from the P90D possible, putting it well inside the normal super car territory. Now lets look at the current competition, starting with the lovely Jaguar I-Pace. The current offering costs between $71,000 and $82,000 for a vehicle with 394 hp on tap and a claimed range of 253 miles…. Sounds rather familiar to the 5 year old Model S, doesn’t it? (although to be fair the current base model S is actually cheaper by a few hundred dollars than the base I-Pace) Perhaps the Audi E-Tron can fare better. Not bad looking, but a bit fussy and fiddly to my mind, but anyway that’s purely subjective, lets look at the basic specs. The E-Tron costs between $78,395 and $84,295 for this particular variant, and boasts of 355 hp with a range of only 204 miles. This looks to be rather less than what Tesla was offering 5 years ago, which seems strange. Perhaps the all new, all singing Polestar 2 can fare better. This is the new automotive line established by Volvo, who wish to make significant inroads into the EV market with fresh designs. The Polestar 2 is aimed at a lower market and as such starts at $61,200 for the base model, which is the only available model at the moment. It has a 201 hp motor mounted front and rear which gives a lively performance similar to the 2015 Model S. The 78 kWh battery gives the car a 233 mile range, which once again is right back at 2015 Tesla levels. Now it can be said that at $61k it’s substantially cheaper than the 2015 model S was when it was released, but it now has to compete with $39,190 to $56,190 Model 3s that offer ranges from 263 miles to 353 miles. Another point that has not been mentioned until now is the fact that Tesla has been continually expanding its Supercharger network which is something that no other manufacturer has even attempted. The sheer fact of this system of fast charging depots exists means that Tesla could easily operate with reduced range than the competition, yet they consistently offer more. Look, I’m really pleased that cars like the I-Pace, E-Tron and Polstar 2 exist, and I would absolutely love to own any one of them because they are all really great cars that are absolutely superior to their ICE brethren. The fact of the matter is that these manufacturers are aiming at an ever receding target that Tesla represents, and it’s no good if your model in development can only match the competitions current model in production when they are one or two development cycles ahead of you. (Vehicle prices and specs taken from Car and Driver magazine)

FAQs ที่เกี่ยวข้อง audi e tron launch

  • Q

    ระบบปรับอากาศของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    อ้อม เผ่าทอง

    มีระบบปรับอากาศและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ระยะห่างระหว่างล้อคู่หลังของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    ตี้ดี๊ด๊าปาทังกี้ปาทังก้า

    มีระยะห่างระหว่างล้อคู่หลังและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ปริมาตรกระบอกสูบของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Ja Kamonchanok

    มีปริมาตรกระบอกสูบและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
หน้าหลัก