แท็ก

audi e tron lights

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e tron lights

รวมราคารถยนต์ไฟฟ้าในไทย ทุกรุ่นในปี 2021 ต้อนรับการมาของ ORA Good Cat

270 นิวตันเมตร ระยะทางการวิ่ง 217 กม. 2021 Lexus UX300eLexus UX 300 e

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

ๆ ร้อน ๆ ก็คือ Audi Q5 (อาวดี้ คิว5) ที่มาพร้อมชุดแต่งเอสไลน์ ทั้งภายในและภายนอก รวมไปถึงช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งใหม่

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

ดูเพิ่มเติม

"ซิลิโคน" จะเป็นทางเลือกใหม่ในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าให้ อึด ทน นาน กว่าเดิม

ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายต่อธรรมชาติ เช่น ของเหลว กรด หรือตะกั่ว จึงปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมAudi

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ขณะที่ Chevrolet (เชฟโรเลต) เป็นแบรนด์ยอดนิยมในอียิปต์ ส่วน Toyota ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% ในเยเมนAudi

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

ฟังเหตุผล ทำไมรถล้ำ ๆ อย่าง 2022 Mercedes-Benz EQS ยังใช้กระจกมองข้างแบบดั้งเดิม

ผลการศึกษาพบว่าการดูภาพหน้าจอที่แสดงผลด้านหลังหรือด้านข้างตัวรถจะทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่เวียนศีรษะ”กระจกมองข้างดิจิทัลใน Audi

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพิ่มความเป็นไฟฟ้าที่ดูแลง่าย จึงทำยอดจองเยอะมาก ต้องต่อคิวรอนานเป็นปี ด้วยราคาขายเพียง 2.29 ล้านบาทAudi

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

'รถไฟฟ้าทุกคันในปัจจุบันดูเหมือนกันไปหมด' นายใหญ่ BMW ย้ำต้องสร้างความแตกต่างเมื่อเวลามาถึง

แม้ว่าคู่แข่งมากหน้าหลายตาจะเดินหน้าเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าบนแพลตฟอร์มของตัวเองกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Audi

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

จับตา 10 รถใหม่เตรียมเปิดตัวปี 2021 รุกตลาดโลก หลายรุ่นเข้ามาขายเมืองไทยด้วย

โดยเฉพาะสปอยเลอร์หลังในตัวแบบเชิดขึ้นที่บั้นท้าย เครื่องยนต์จะใช้เทคโนโลยีของ Subaru บล็อก 4 สูบนอน ขนาด 2.4 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศAudi

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

รีวิวโพสต์ audi e tron lights

Catching light on the paintwork of the new e-tron! #Audi #e-tron #Audietron #car #filmmaking #reflection #glossy #orangeandteal

Show me your #LED lights... and I tell you who you are | @Audi #e-tron Spyder http://post.ly/3b9Bl

@whoisthatgaucho light the cat and kick the fire, check the Audi Etron hybrid 128 mpg

Audi Press Release: le mans audi r18 e tron quattro with laser light

Let there be light! #Audi #e-tron #quattro #concept #IAA @ IAA - Internationale Automobil-Ausstellung https://instagram.com/p/7p9OQ2PcyS/

Buyer beware - just rejected my E Tron as the virtual wing mirrors kept going black lots of electrical faults (boot opens on its own, heating won’t turn off, rear lights and hand break faults) ended up spraying water out of the fan. Shocking customer service from Audi

@Audi ICE cars have terribly bright blinding red LED stop lights! It is almost impossible to drive behind Audi car in traffic! Why not to comply with standards? Please reduce the brightness of stop lights on your future #E-Tron models to safe energy and increase the range! Thanks

The Audi E tron has hideous back lights and wheels, but yea the sls amg electric one is what every car manufacturer should be doing

Détails lumineux de l'Audi e-tron sportback. #audi #e-tron #light #lumiere #detail #instacar Photos: mootoors

New Audi R18 e-tron quattro racer shoots laser lights - Gizmag: Audi calls the all-new R18 e... #TRON #TRONLegacy

รีวิว Q&A audi e tron lights

What is the biggest difference driving an electric car?

The complete control the accelerator pedal gives you. Unless the car has not been software optimized to feel more like an ICE car, the pedal gives you instant power and torque, no gear- changing hiccups and it decelerates when you lift the pedal. In a light electric car, like i3, you may not need the brakes in a month. That kind of oneness with the car cannot be made without battery electric. The impression is even stronger in a Tesla, as they have done away with the start button, as the is no need to ignite anything. Some cars, like Mercedes-Benz B250E, Volkswagen e-Golf or apparently Audi E-tron have intentionally made to feel more like an ICE car.

Should Tesla be worried Audi built an electric concept car which will travel 0-60 in 2 seconds?

The concept car is worrisome, but it is the production e-tron that Tesla should be worried about. As a former Model X owner with an order for a first edition e-tron, let me explain. The $50,000 premium for a performance Model X or S is a gimmick. Yes, it's great to be the fastest car from the stoplight, but it is so fast that it is not practical. You get tunnel vision because your brain can only process what is front of you. This is only practical for short bursts of speed before it is dangerous. And it kills your electric range, much like burning a few gallons of gas racing away when the light turns green. The Model X is a wonderful suv. It is quiet, fast, and innovative. However, it is as wide as an F-150, the falcon wing doors are silly, the interior is spartan, there are a few rookie mistakes, and the build gaps are enormous, so the quality control is consistent with a new automaker. The Model 3 is outselling all other luxury sport sedans. Everyone wants an affordable Tesla. But what if they had started with the Model Y, a midsize SUV, which is what everyone really wants? The Model Y will debut after electric SUVs from Audi, Mercedes, Volvo, BMW, and even Hyundai and Kia. Huh? It will not be unique when it hits production. When our lease was up on the Model X, the customer loyalty efforts by Tesla consisted of an email asking me what I wanted to do next. That's it. I'd probably be in another X if the'd bothered to show me the improvements and ask for my business. I guess they're not too worried about Audi! Then the lease return was painful as they try and earn a bunch of more money through nickel and dime issues and undisclosed fees. Weak. So, I'm looking forward to the e-tron. Better size, better fit and finish, super nice interior, a vast dealer network, and no falcon wing doors!

What is it like to be an acoustic engineer in an automotive industry?

Today's audio/acoustics engineer in the automotive field has evolved to become an interdisciplinary expert with familiarity in material sciences, electronics hardware and software, sensors and transducers, and of course, acoustics, and be a car guy(gal). In some cases, even sound synthesis and soundscape designer. An automotive acoustician 40 years ago was primarily concerned with minimizing Noise, vibration, and harshness by applying known art given available technology which was quite limited. The same practice is still applied today if the hallmark of a particular vehicle is quiet and smooth riding - Buick, for example, but using state of the art test and measurement instrumentation and applying modern materials. It goes well beyond that, though. Electric cars emit little noise which can become a pedestrian hazard, sports car enthusiasts demand the perfect "exhaust note", luxury car buyers expect audiophile experiences, often making the requirement contradictory which becomes the audio/acoustics engineer's challenge. It's a fairly involved discipline but the following 3 videos can shed some light on what modern automotive acoustics and audio is all about - Audi E-Tron, Mercedes Benz, and Ford Mustang.

Will Tesla eventually overtake traditional auto manufacturers?

Thanks for the A2A. Electric does seem to be the future, and Tesla is leagues ahead of the traditional car makers in this space. Their technology is vastly underrated. When it comes to electric cars, batteries, motors, charging, and technology all play a significant role in EV market success. Batteries Batteries are the core of electric cars, so this is where it can be make or break for prospective electric car companies. When it comes to batteries, no one comes even remotely close to the sheer scale of Tesla’s battery manufacturing. Gigafactory 1 in Nevada, despite being just 30% complete, already produces almost more Lithium-ion battery cells than the rest of the world COMBINED. That’s right, Gigafactory 1 produces almost 50 Gigawatt hours of these batteries per year. Not only do they produce the MOST batteries per year, but they produce the BEST batteries as well! Tesla’s are of the highest technological standards today. While this is astonishing enough, Tesla still plans on building TWO MORE Gigafactories in the near future. There is one in Shanghai being built as we speak, it’s completion date being later this year. Tesla also plans to build another Gigafactory in Europe as well. With these 3 factories up and running, I find it hard to believe traditional car companies like Volkswagen catching up to Tesla. Motors Motors also play a very important role in electric cars, and again Tesla is far ahead. Their motors are the most efficient, powerful, lightest, and cheapest. Yes, all of the above is true, here is just a snippet of what experts have said on the Model 3 motor. “Another innovation that impressed the teardown team was how advanced the inverter/convertor device was that provides power to the motor, particularly in the use of silicon carbide on the devices’ integrated circuits. “It creates a lot less heat and is a lot faster than the Chevy and BMW,” Ellis added to the discussion. “Silicon carbide is the latest and greatest and Tesla so far is the only vehicle out there with it.” Munro and Ellis further noted the high level of tech Tesla’s motor contained, all while being considerably smaller than the competition. The study will be released in a few weeks and also includes detailed information about the motors inside the Chevy Bolt, BMW i3, and Jaguar I-Pace. Munro had very positive things to say about Tesla’s technology, but the electric vehicles produced by industry giants did not receive quite the same accolades. “It looks like the other guys just went around and glued together whatever they could find off the shelf,” Munro jabbed at Tesla’s competition.” These are the words of Sandy Munro, a man with 30 years of experience in designing, building and processing components in automobiles, not mine. Range, Charging, and Infrastructure Next comes charging. Electric cars are limited greatly by their range and charging speeds. Tesla AGAIN comes out on top here. Their cars have more range than basically every other EV on the market. The Long Range Model 3 can go 325 miles on a charge, while the highest capacity Nissan Leaf and Chevy Bolt can only go 226 miles and 238 miles, respectively. This is a 30% lower range than the Model 3, a significant margin indeed. When it comes to the Model S, there is really no level EV competitor to compare it to. The only significant non-SUV EV’s are the 2 aforementioned plus the BMW i3 and Volkswagen e-Golf. The Model X does have 2 competitors, the Jaguar i-Pace and the Audi E-Tron. The Model X outdoes the Jaguar and Audi in range as well, besting it 325 miles versus 234 miles and 204 miles, respectively. This gap is extremely significant, as the Model X is much larger than the 2 other cars. What is also disappointing is the range of the so called “ Model X killer “ E-Tron. How does it only have 204 miles of range? This pales in comparison to the Model X, a significant drawback indeed. It is also important to note the efficiencies of the batteries here. The Jaguar and Audi have capacities of 90kWh and 95kWh, respectively. The Model X has a 100kWh capacity. They are all within 5–10% of each other in terms of battery capacity, why does the Tesla Model X have 30–35% more range WHILE being the larger vehicle? This has to do with the superior battery and powertrain technology that Tesla is known to have. It is clear that the traditional car companies are significantly behind in the technology here, and the numbers show it. Here is a graph that shows battery capacity versus range. The Tesla’s make FAR better use of very similar battery capacity versus its current competitors. Here is a graph of the battery consumption at an average speed of 120 km/h. The Jaguar and Audi are FAR behind the Tesla. Next comes charging infrastructure. The great thing with EV’s is that for the great majority of the time, you never have to charge anywhere other than your home or work. You wake up with a full “ tank “ of juice, which should be more than enough for your daily commute. For longer trips, however, things get tricky. EV’s do not have the battery technology to charge in 5 minutes like you would similarly with an Internal Combustion Engine vehicle at a gas station. For trips like these, you need charging stations that are both FAST and COMMON. As you can probably guess, Tesla again is ahead of the competition. Tesla’s network of superchargers is by far the most intricate and largest in the United States. Here is the closest competitor, Electrify America, with it’s 900 charging stations. As you can see, Tesla is still ahead. There are now over 1,400 Tesla supercharger stations in America. They are all strategically located off of major highways at the optimal distance from each other to allow EV access to where ever you please to visit. It doesn’t end there though. In addition to having the most charging stations, Tesla superchargers, more importantly, are also the FASTEST available EV chargers at the moment. They charge at a max rate of 120kW. To put this into perspective, all a Tesla owner needs, the majority of the time, is a 30 minute charge to continue on their trip with enough range. This is not the case for other EV owners. The Leaf, Bolt, i3, I-Pace, and E-tron cannot charge at the 350kWh speeds that their charging stations offer as their battery technology cannot handle those speeds. Furthermore, Tesla has just announced v3 superchargers that can charge all Model 3’s and new Model S and X’s at 170kWh. This again pulls Tesla ahead of the competition, making it harder for the traditional car companies to catch up as they simply don’t have the battery technology just yet. Here is a graph that better displays the information regarding charging speeds. As you can see, the Teslas have the most range and fastest charging speeds compared to the competition. We aren’t done yet. Tesla just announced that they will be putting the new batteries and motors of the Model 3 into the new Model S’s and X’s. The Model 3 contained Tesla’s most technologically advanced batteries and motors, and they are now present in the newest Model S’ and X’s. These battery packs are capable of charging at 170kWh on the new v3 superchargers. It is true that the EV market at this current moment is underdeveloped and needs time before true competition starts, so let’s talk about technology and safety overall, encompassing ALL current vehicles. Technology It is no secret that Tesla makes technologically driven cars. A simple way to explain a Tesla is to think of it as a smartphone on wheels. It responds to all of your commands, receives software updates regularly, evolves with time and changing needs, and is extremely user intuitive. The center screen controls EVERYTHING in the car. Many people prefer buttons, and that’s perfectly fine, but the software configurability of a central screen like this is something hard to pass on. It’s basically a top of the line iPad slammed onto the dash. Everything is easy to use, exactly where it needs to be, and configurable. The left portion of the screen is an overhead view of the car showing all nearby object, speed, and range information. The right side is all Google Maps, arguably the best navigation system available today. The bottom contains all quick access climate control buttons. The screen is massive, completely lag free, and of the highest resolution of any screen in any car today. No other car company at this moment offers this level of technology. Now to the software, oh boy. Teslas wouldn’t be Teslas if it weren’t for the software configurability. Everything in the car can be readily improved via over the air free software updates. This is very under appreciated by the car industry. Imagine waking up, getting into your car to get to work, and seeing that your car now can automatically change lanes on highways and recognize red lights? What about being able to summon the car to your location in a parking lot? A security system utilizing 4 cameras that records suspicious movement/damage near and to your car? Improved braking distances and a 5% increase to peak power and range? The list goes on and on, showing the capabilities of having a car built around a software centered design. No other car manufacturer today has this level of software configurability in their GAS powered cars, forget trying to make an ELECTRIC VEHICLE from SCRATCH and trying to match this level of technology. It just isn’t possible. By the time some companies DO get to this point, Tesla will be 4 steps ahead of them. I think this analogy works well to describe what Tesla has done to the car industry. This Is to that What This Did to that I personally don’t look at it as Tesla overtaking other companies, but rather other companies trying to catch up and contest Tesla. Electric vehicles are the future, and having this sort of lead is simply HUGE. Tesla will stay at the top of the EV game for a long time until other car companies can produce EV’s that have comparable technology and infrastructure. Thanks, Liam Johnson

Is it true that Tesla Model 3 has many software issues? If so what are the most annoying issues?

I’ve had a Model 3 since November 2018. I fully expected the car to have bugs. The software is quite ambitious. We are beta testing a car and a car company. There will be issues. I had an issue where the screen occasionally would not come on immediately on entry to the car. It would take maybe 30 seconds and then reboot. The car was functional, but no screen for that initial period. It would happen maybe a couple times a day - most of the time it worked properly. I contacted Tesla. They did remote diagnostics and looked at the logs and their internal knowledge base. They told me it was a problem with a driver for one of the components and they were awaiting an update from the supplier. The issue continued for a couple of months. I would check in, they’d run the remote diagnostics and said again, firmware update needed. I got a little impatient, talked to a tech again (via email) and the tech escalated to Tesla engineering. The next day I got a firmware update and the problem has been fixed ever since. I was impressed. The backup rear camera occasionally is black for a second before showing the rear view. I’ve seen on the Tesla forums that this occurs to others, too. And I fully expect it’ll soon be fixed in a firmware update. I also had the screen go weird while I was driving. It was like the horizontal signal on a TV wasn’t synched. I parked when I got to my destination and rebooted the screen manually (press and hold both steering wheel buttons while pressing the brake). The problem hasn’t happened again. I’ve been pleasantly surprised at how few issues I’ve experienced and that Tesla has done a good job fixing. Over the air updates are fantastic. No trips to the dealer needed to do an update. PS. I’d like to add a few things after I’ve thought about this more. This stuff relates to the software that drives the car, versus managing the driver’s environment via the screen or other driver controls (on the steering wheel). Very impressive. Let’s start with the drivetrain software. The car drives great and a big part of that is the software that controls the motors and brake regeneration. I’ve driven in heavy snow and slush this past winter, on the stock all weather tires, and was very impressed with how the all wheel drive software worked — better than my Audi Q5 especially on icy and slushy roads. With software updates I’ve gotten more range and more power as Tesla gains more knowledge on how to better optimize its drivetrain software. For free. Look at the range Tesla gets from its battery and motors, and compare to the far less range that the Audi e-tron gets from a bigger battery, or what the Jaguar i-Pace gets. Tesla is far ahead in its drivetrain software technology. And I’ve not had any bugs whatsoever with it. Another area of advanced software is the whole range of capabilities relating to autopilot, starting with traffic aware cruise control (TACC) and all the way to navigation on autopilot and beyond with full self driving. I rarely used cruise control in my ICE vehicles. But TACC works extremely well, managing the car’s speed based on traffic. It works extremely well on the freeway, smoothly (for the most part) maintaining speed, speeding up, slowing down, or whatever as necessary. Even in city traffic or stop and go, it will stop if the car ahead stops and go again in a “normal” manner when traffic starts again. It’s much smoother than I would have expected. It doesn’t re-start for red lights or stop signs (yet). Auto steer also works suprisingly well, especially on the highway. I’m using it more and more. I remain with hands on the wheel and vigilant, but trusting it more and impressed. It’s not perfect and will get better. The next step is Navigation on Autopilot, where you enter an address and the car will do most of the driving on the highway from freeway on ramp to exit, including lane changes. Autopark, well, I’m not that impressed with it in its current state. It’s really slow and I don’t think it does a great job. That’s an area for improvement. Full safe driving? Elon talks about it a lot, and I’ll believe it when I see it. They are making progress but we’ll see…

FAQs ที่เกี่ยวข้อง audi e tron lights

  • Q

    ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    กินเที่ยวทะลุโลก

    มีระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    พวงมาลัยปรับระดับได้ของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    กินเที่ยวทะลุโลก

    มีพวงมาลัยปรับระดับได้และรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ระบบ เปิด / ปิด ไฟหน้าอัตโนมัติของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    kedkor

    มีระบบ เปิด / ปิด ไฟหน้าอัตโนมัติและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม

Tags

หน้าหลัก