แท็ก

audi e tron gt how much

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e tron gt how much

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

ฟังเหตุผล ทำไมรถล้ำ ๆ อย่าง 2022 Mercedes-Benz EQS ยังใช้กระจกมองข้างแบบดั้งเดิม

ผลการศึกษาพบว่าการดูภาพหน้าจอที่แสดงผลด้านหลังหรือด้านข้างตัวรถจะทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่เวียนศีรษะ”กระจกมองข้างดิจิทัลใน Audi

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

วางจำหน่ายในราคา 3.99 ล้านบาทนอกจากนี้ Audi (อาวดี้) นำรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ Audi e-tron GT (อาวดี้

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

e-tron GTสำหรับ 2021 Audi e-tran GT ที่กำลังจะมาถึงนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะสู้คู่แข่ง Porsche Taycan

จับตา 10 รถใหม่เตรียมเปิดตัวปี 2021 รุกตลาดโลก หลายรุ่นเข้ามาขายเมืองไทยด้วย

โดยเฉพาะสปอยเลอร์หลังในตัวแบบเชิดขึ้นที่บั้นท้าย เครื่องยนต์จะใช้เทคโนโลยีของ Subaru บล็อก 4 สูบนอน ขนาด 2.4 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศAudi

ดูเพิ่มเติม

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพิ่มความเป็นไฟฟ้าที่ดูแลง่าย จึงทำยอดจองเยอะมาก ต้องต่อคิวรอนานเป็นปี ด้วยราคาขายเพียง 2.29 ล้านบาทAudi

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

แบงค์บอกวาร์ป พาชมพริตตี้งาน BIMS 2021 สวยสดใส ลืมไปเลยว่ามาดูรถ

supatranunแถมอีกคน IG: ccream.thitiIG: moohamcnps เดินยังสวยเลยAudiAudi (อาวดี้) นอกจากจะนำสปอร์ตไฟฟ้าคันใหม่ Audi

"ซิลิโคน" จะเป็นทางเลือกใหม่ในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าให้ อึด ทน นาน กว่าเดิม

ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายต่อธรรมชาติ เช่น ของเหลว กรด หรือตะกั่ว จึงปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมAudi

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

มาฟังเหตุผล Nissan ยืนยันขุมพลัง e-Power ดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดเวลานี้

Leaf (นิสสัน ลีฟ) รถอีวีที่ผลิตออกจำหน่ายในวงกว้างรุ่นแรกของโลก ปัจจุบัน พวกเขานำเสนอระบบขับเคลื่อน e-Power

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ขณะที่ Chevrolet (เชฟโรเลต) เป็นแบรนด์ยอดนิยมในอียิปต์ ส่วน Toyota ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% ในเยเมนAudi

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

รีวิวโพสต์ audi e tron gt how much

That Audi RS e tron GT Let me see how much change I can find in my couch cushions so I can go on and cop one

everyone who knows me well knows how much I love Audi. and yall... when I tell you my family and I SCREAMED during endgame when Tony arrived in the Audi E-Tron GT and Steve in the Audi-E-Tron SUV. (despite the fake engine sounds)

รีวิว Q&A audi e tron gt how much

What is the best electric car which drives the longest and is also fast?

What is the best electric car which drives the longest and is also fast? It depends how fast you want it and how much money you have. Excellent choices would be Model 3 Long Range and Model S Long Range. If you want it also very fast, you can buy the Performance / Plaid version, which are faster, but at the expense of some 10% in range. And of course they are more expensive. Alternatives are Porsche Taycan and Audi e-Tron GT, which are about as fast as Teslas, but cost even more. The choice is yours. You can look all these up in the EV Database .

How come all the major companies are from the U.S.?

The premise of the question is wrong, all the major companies are definitely not from US. US has the biggest economy in the world, so there most definitely are a lot of U.S. companies that are famous and incredibly successful. It has probably the largest amount of such companies in the world due to its size and entrepreneurship and it has clear lead in big tech companies, but there is lot of giants based outside of USA. We can take a look at the biggest companies in the world by revenue and we will find out that just two out of the first top 10 are from USA: Let’s now go through some of the most famous and profitable companies from the major world economies other than the USA in the order from the largest downwardly. China So China is the second largest economy in the world with some of the largest companies in the world, with the biggest being mostly partially state owned giants specialising in electricity, oil and gas and financial sector. But from the companies that are probably known to a lot of people around the world there is the technological giant Huawei. It designs, develops, and sells telecommunications equipment and consumer electronics. It is one of the global leaders in 5G technology and it had revenue of 136 billion dollars in 2020. Japan Largest Japanese companies is the automotive giant Toyota. It produces vehicles under the brands Toyota, Lexus, Hino, Ranz, and Daihatsu. It has revenue of 275 billions of dollars in 2020 and it is the biggest automotive company in the world by sales in 2020. Toyota Headquarters: Toyota corolla: Another well known Japanese companies include Honda (automotive), Mitsubishi (conglomerate), Nissan (automotive), Sony (conglomerate) or Panasonic (consumer electronics). Germany Germany is the largest economy in Europe and its largest company is the automotive concern Volkswagen AG, which competes with Toyota for the title of largest automotive company in the world and beside the Volkswagen brand it owns Audi, Bentley, Bugatti, Lamborghini, Porsche, Škoda and Seat. It had revenue of 254 billions dollars in 2020. Audi e-tron GT: Porsche Taycan: Another famous German companies include Daimler AG (automotive company commonly known as Mercedes Benz), BMW (automotive), Siemens (conglomerate) or Bosch (engineering conglomerate). United Kingdom: Largest UK company is the oil and gas giant BP, or British petroleum. It had revenue of 183 billion in 2020 and it is one of the world’s largest oil and gas companies. Another famous British companies are HSBC (banking), Tesco (retail), Vodafone (telecomm) or GlaxoSmithKline (pharmaceuticals). India Largest company of India is Reliance Industries with headquarters in Mumbai. Reliance owns businesses across India engaged in energy, petrochemicals, textiles, natural resources, retail, and telecommunications. It had revenue of 92 billions dollars in 2020. Reliance industries plant: Another very important Indian company is TATA Group that does business in automotive, airlines, chemicals, defence, electric utility and much more. TATA for example owns car brands Jaguar or Land Rover. France: Largest French companies are oil and gas giant Total S.A. with revenue of 200 billions dollars in 2019. But other big and famous French companies include insurance giant AXA, Peugeot (automotive), Renault (automotive) and then French speciality which is couple of luxury brands conglomerates like LVMH or Dior. Dior headquarters: Louis Vuitton store in Tokyo: Italy Largest Italian company is one of the seven largest oil and gas world players ENI with revenue of 70 billions dollars in 2019. Another Italian famous and successful companies include the finance corporation Generali which is third largest insurance company in the world, second biggest chocolate producer in the world Ferrero SpA and luxury automobiles legend Ferrari. Ferrari Portofino M: Most famous Ferrero brand: Canada: Largest Canadian company is investment company Brookfield Asset Management with revenue of 56 billions dollars in 2018 and other Canadian companies include Alimentation Couche-Tard retail corporation or Magna International, which is largest automobile parts manufacturer in North America. Magna International factory montage: Alimentation Couche-Tard store: South Korea: South Korea is a technological giant with the world famous trio of Samsung Electronics, which is a largest consumer electronics company in the world with revenue of 197 billions dollars in 2019, automotive giant Hyundai Motor and technological conglomerate LG Electronics. Samsung headquarters: LG headquarters: And there are of course many other famous and successful companies from other main world economies like Russia, Spain, Netherlands, Switzerland, Australia, Brazil or Switzerland!

Will there be a common EV charging technology for all EVs in the US to top-up quickly?

Actually, there is. It’s called Rapid-Charging. At the present, there are two which are competing. Tesla with its Superchargers - a Model 3 Mid or Long range can charge at close to 120 kW and continue the trip to the next Supercharger in about 15–20 minutes. CCS is the competitive system. It promises 175 or even 350 kW, but you need a car that is able to use that. Only two are currently promised to be able to do it, Porsche Taycan and Audi e-Tron GT, no one of those are close to being sold yet, but both will be quite probably very expensive, in the class of Tesla Model S 100D or even the top-spec P100D. And the speed of charging isn’t everything, you need to divide the amount you charge with the consumption, otherwise you get a significant charge, but not much range. tl;dr If you want to top up quickly now, by far the best option is to have a Tesla. Tesla Supercharger is the huge market leader. In the foreseeable future, in USA there will be two standards: Tesla Supercharger and CCS. You’ll have to live with two, at least this is how it looks like. If you would be asking for Europe, the mid-term (by 2030) answer would be: only CCS.

Will the German car giants ever catch Tesla?

I don’t know if this is cheating, but I found this on line: Mar 29, 2020 - 08:19 pm German carmakers behind the curve in electric cars With the impressive Porsche Taycan, German engineers have shown all their skills. It proves that continued inaction is the highest risk for German domestic brands. At the same time, outdated vehicle designs remain electric top sellers. The Taycan is a Porsche through and through. More filigree than the baroque Panamera and with the highest quality finish. Precise, perfect and dynamic. The Taycan is not only fast on the drag strip, but also in curves. It is almost absurd how it hugs corners with rear-wheel steering and active roll compensation. And if the charge power indicator on the DC column continues to rise at 250 kilowatts (kW), it becomes clear: resistance is futile. This car is awesome. The price starts at 105,607 euros, for the Taycan Turbo with several options are starting at €175,483.80 – yet Porsche continuously caters on a luxury market so there will be clients. Luxury or not, the Taycan is an outstanding electric car and a testament to the skill of German engineers. It is both a reminder and an incentive: either the domestic car industry will promptly introduce further models at this level of engineering. Or it will lose market share worldwide to those who act. Anyone who opts for Tesla once will not come back so quickly. Tesla’s trump card is and will remain its unique position in many segments. For example, there is simply no alternative to Model 3, so the question arises: Germany, where are you, where are your top electric cars? Volkswagen under pressure? The greatest concern in this respect is currently with Volkswagen. It is noticeable that the number of new registrations of e-Up and e-Golf has been particularly high since the beginning of the year, and the discounts on list prices are the same. Volkswagen needs these battery-electric cars because they will enter the CO2 fleet balance as double zero in 2020: So-called supercredits ensure double crediting. One would assume that ID.3 could take over this task from late summer, but despite all denials, doubts are growing. Perhaps the software problems are bigger than previously communicated. And anyway: If the European market collapses – how many ID.3 will still be needed to compensate for the average CO2 values of the entire fleet? Probably a few less. The launch of ID.3 is also a credibility test. Last we received signals that the e-Golf is to be produced until the beginning of November. This does not inspire confidence. The Wolfsburg-based group is at the beginning of a severe crisis. The production ramp-up of the Golf 8 is not going as well as desired. Only 8,392 units were built in 2019. It is the best-selling car in Europe, but something is wrong. Works council chairman Bernd Osterloh names “overzealous board members who tried to stuff too much technology into a car” as the cause. An apparent confirmation of the thesis that bits and bytes are not working in Germany. BMW and Mercedes still a long way off The fact that Tesla has blatant weaknesses in service and complaints about fluctuating quality is of secondary importance to buyers. Besides Porsche and Volkswagen, BMW and Mercedes could also build first-class electric cars – but so far this remains in the realm of theory and conjuncture. At the Geneva Motor Show, or what was left of it, BMW presented another pre-version of the i4. Finally, a competitor to the Tesla Model 3, if it weren’t for a set launch in 2021 – without the month. And Mercedes has a whole armada of promising prototypes, from the EQB compact SUV to the EQS and EQE sedans. In series, however, only the Smart is available and, oh yes, the EQC, of which 109 units hit the road in February. Audi has awakened – almost At Audi, the realization that the market is shifting and requires adaptation has taken hold. In addition to the e-tron quattro, which offers the most stable temperature management of all electric cars, Audi offers the e-tron Sportback. Even more importantly, sales of the e-tron S will begin in the summer with two e-machines on the rear axle, which ensure perfect torque vectoring. At Tesla, this is called Plaid drive, and so far it is merely an announcement by Elon Musk. The modern Quattro presents the first ray of hope for the company slogan Vorsprung durch Technik (German for progress through technology). This is to be followed by the e-tron GT based on the Porsche Taycan and the Q4 e-tron as the first MEB model from the Ingolstadt-based company. It is a general shame that already outdated designs such as Renault Zoe, Volkswagen e-Golf and BMW i3 remain among the top sellers, and even Tesla Model S and Model X are off the Raven drive of yesterday. Besides, battery systems without active temperature management are offered too often – electric cars are, in many cases, a technical residual ramp. And for German industry, in the shape of the BMW Group, Daimler AG and Volkswagen AG, this means a mandate to work even harder to build the best electric cars in the world. In this decade, the battery-electric drive is an addition to the combustion engine. Listless participation is no longer enough. Or, to say it with Mercedes: Build the best or nothing. Reporting from Christoph M. Schwarzer, Germany. Tesla is also building Gigafactory 3 near Berlin; they have already broken ground. This should provide additional incentive for the German car makers to get moving. Will the Germans every catch Tesla? Only time will tell, ·

Would you buy an electric car that isn't a Tesla?

As someone who isn’t a Tesla owner, BUT is on the search for a new daily driver and have tested out extensively Tesla. I would say…YES ABSOLUTLY. BUT it depends. I won’t buy any electric Kia or entry-level family car (Model 3) because for that price I would be happy to buy a performance vehicle or save it for something better in terms of quality and design. However, because of my lifestyle and the fact that I drive 1) very few miles and distance 2) always against the traffic flow. 3) Single and don’t need to do any family thing I could easily own a sport car or even a supercar as my daily driver with no problem. But, I could easily own an electric car too. As someone who grew up with more upscale vehicle, when I drove and tested out Tesla, I expected that it would blow my brain off because of how advance it suppose to be or it is. I was impressed, but not too impress either. I have to say that I could see why someone would easily buy another brand that isn’t Tesla: Shit quality (the biggest reason actually and something that people who have and actually appreciate luxury vehicle will understand). Ahem I remember when Tesla used to have good interior with a lot of option like any luxury car. Now, because of underproduction and high-demand they have eliminated many options, which is a major drawback for many people who are used to luxury cars. Before and After: “Vegan Leather”- okay personally, I think this should just be an option or at least offer consumer to have full and real leather. But wait they can’t. Cause of production problem. Like its still fake leather and its the same shit that most other car brands even the most cheapest one offer. Panels and attention to details is very very low. Some people, like me, appreciate and have an eye for every single components a car has and how its made and the quality. NO PREVIOUS LUXURY CAR OWNER WANT TO BE TOLD THAT “PLEASE CHECK YOUR CAR IF ANY PANELS OR PAINT IS BAD”. WE DONT EXPECT THAT. Interior design (very important if you are used to luxury vehicle) In the case of the Model 3/Y. I don’t like how simple it is, especially for the price. Like it doesn’t even have a front gauge cluster, just a big screen in the middle. It has its appeal for some people, but personally I don’t like it that much due to that fact that I like to go fast and be able to read easily without taking my eyes from the front view. Personally, I like to have some tiny details and focus on details, such as buttons and trims parts. Or thing you never notice (like the rim of a cupholder being made out of aluminum instead of plastic). Exterior design (subjective, but understandable). Model Y/3 look like a fucking frog. It isn’t beautiful at all. In addition to that, for some people it could be too quirky and not subtle. Warranty Tesla doesn’t have the best warranty for an electric car. That honors goes to Jaguar. Performance When it comes to taking it to the track or going in corners. Some people like a nimble steering and feel. Suspensions and driving I’m going to be honest but the suspension was not the best I ever driven. Lack of customization and real luxury (a big blow to Tesla) Tesla only offer 5 colors (white, black, midnight grey, blue, and red), two rims, two interior option (three for Model S/X), No sunroof option, No ambient lights, No 3D camera compared to BMW, Audi and MB, No special order request or individual premium, no personalization or changes to badges, and other things. You get it Tesla are not luxurious due to the fact that they are more catered now to the mass. Its not bad, but they have done it in a way that compromise their luxury touch for those who are used to luxury car and to the original buyers of Tesla’s. When it comes to their model as someone who is used to luxury cars, Model 3/Y personally is less luxury as more of an economy or just premium car. But not luxury. I say this because the Model Y/3 is often compared to traditional luxury car brand by car journalist due to the price. In my opinion, within Tesla, the best in my opinion is Model S/X cause its their flagship to start with. However, they have lowered their quality and their customization possibility. Now which electric car would I buy, that isn’t Tesla? Well here’s my list: Audi E-Tron Look at that beauty. I drove this SUV. For people who are transition from petrol to electric, I would say Audi is definitely the winner. Quality? Go to the dealership see one sit in one and see the difference. Its immediate. They have two body style: Sportback Normal For those who care about rear visibility and practicality its easy to guess why Audi E-tron Normal is a great choice compared to let say a Model Y. Now lets see the option they have: Oh wait. We see that they have over 5 colors! Wow! ALSO THEY HAVE INTERIOR AMBIENT LIGHT. So whats the con of this SUV?: Well to start with the price jumps super fast (German characteristic) and for the fully packed version of it, One could buy a Model S/X. Audi E-Tron GT The only problem with this car is that its slighty cheaper than the Taycan. WTF!? I want it to be the same price as the Model S or cheaper. Porsche Taycan (honestly my favourite of all the electric cars) Hey They even offer a Station Wagon version! Now this one is my favorite. Beside the performance, it offer such a great handling. I would argue even better than Tesla when it comes to corners. This is just the tip of the ice-berg on Porsche options, as Porsche have soo many options. Now the only thing I don’t like about this car is that, well they charge me for every single detail of this car, when other brand such as Tesla and even Audi comes standard. However, if you (like me), likes very very simple Porsche and want an electric car that is soo simple that it actually feels more traditional than a high-tech electric car. Configure it to the cheapest option and buy this. Jaguar I-Pace Another good contender. Its very elegant, excellent built quality (more impressive given that its a Jaguar) and also has a superior warranty over Tesla in many ways. There are many other that I won’t be mentioning that are coming in the future, but I haven’t driven or sat at it yet. Given that the US will come late in terms of Electric car model compared to Europe, there’s very few options currently. However, I think Tesla are just very weird (in a good and bad way) and that could deter people from buying one cause theirs a lot of people that like things their used to already. [EDIT] As you can see clearly I am more of a Model S/X person and I personally want something that is more close to that. For those people who argue “Tesla is a revolutionary car company ya, uuu Tesla is not trying to be luxurious, ooo u buy a Tesla for its tech.” Please understand I don’t care about the miles. Its my money and clearly for does who aren’t car people then obviously tech will be seen more of a lux. As you can see, being affordable is something that I really don’t care. What I care is “good and reasonable price”, and performance and quality overall. In summary, a well balance and well rounded car. Very german in my own opinion. I am not willing to pay over $100k or over $95k on an electric car too easily because I could get a Porsche 911 or something like that.

FAQs ที่เกี่ยวข้อง audi e tron gt how much

  • Q

    เสาอากาศวิทยุแบบฝัง, สั้น หรือครีบฉลามของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Tee Rayong

    มีเสาอากาศวิทยุแบบฝัง, สั้น หรือครีบฉลามและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    พวงมาลัยหุ้มหนังของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    ตี้ดี๊ด๊าปาทังกี้ปาทังก้า

    มีพวงมาลัยหุ้มหนังและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ความยาวของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    kedkor

    มีความยาวและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม

Tags

หน้าหลัก