แท็ก

audi e tron safety features

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e tron safety features

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

ฟังเหตุผล ทำไมรถล้ำ ๆ อย่าง 2022 Mercedes-Benz EQS ยังใช้กระจกมองข้างแบบดั้งเดิม

ผลการศึกษาพบว่าการดูภาพหน้าจอที่แสดงผลด้านหลังหรือด้านข้างตัวรถจะทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่เวียนศีรษะ”กระจกมองข้างดิจิทัลใน Audi

"ซิลิโคน" จะเป็นทางเลือกใหม่ในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าให้ อึด ทน นาน กว่าเดิม

ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายต่อธรรมชาติ เช่น ของเหลว กรด หรือตะกั่ว จึงปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมAudi

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

ดูเพิ่มเติม

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

'รถไฟฟ้าทุกคันในปัจจุบันดูเหมือนกันไปหมด' นายใหญ่ BMW ย้ำต้องสร้างความแตกต่างเมื่อเวลามาถึง

แม้ว่าคู่แข่งมากหน้าหลายตาจะเดินหน้าเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าบนแพลตฟอร์มของตัวเองกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Audi

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

รู้จักข้อดีข้อเสีย Audi Q8 ก่อนยกให้เป็นรถคู่ใจ

Audi Q8 รถยนต์ครอสโอเวอร์ที่มาพร้อมความเป็นเอกลักษณ์สไตล์ Audi ด้วยชื่อแบรนด์ก็บ่งบอกแล้วว่าต้องหรูดูดี

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพิ่มความเป็นไฟฟ้าที่ดูแลง่าย จึงทำยอดจองเยอะมาก ต้องต่อคิวรอนานเป็นปี ด้วยราคาขายเพียง 2.29 ล้านบาทAudi

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

จับตา 10 รถใหม่เตรียมเปิดตัวปี 2021 รุกตลาดโลก หลายรุ่นเข้ามาขายเมืองไทยด้วย

โดยเฉพาะสปอยเลอร์หลังในตัวแบบเชิดขึ้นที่บั้นท้าย เครื่องยนต์จะใช้เทคโนโลยีของ Subaru บล็อก 4 สูบนอน ขนาด 2.4 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศAudi

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ขณะที่ Chevrolet (เชฟโรเลต) เป็นแบรนด์ยอดนิยมในอียิปต์ ส่วน Toyota ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% ในเยเมนAudi

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

ๆ ร้อน ๆ ก็คือ Audi Q5 (อาวดี้ คิว5) ที่มาพร้อมชุดแต่งเอสไลน์ ทั้งภายในและภายนอก รวมไปถึงช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งใหม่

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

รีวิวโพสต์ audi e tron safety features

Test of the Audi E‐tron, also the city safety features are tested, like collision avoidance and pedestrians.

รีวิว Q&A audi e tron safety features

What is the best all electric SUV to buy?

This answer pertains to the North American market for up to 2019 only: For 2016-2018 and the foreseeable future before Model Y arrives, the best has to be Tesla Model X (the performance PDL trims, to be exact). It comes with unparalleled performance (2.9 secs 0–60 miles for P100D / 4.8 for 100D, and very good handling for its size), best-ever safety rating, intelligence features including OTA upgrades / function-rich fully connected user friendly interface / Autopilot, fantastic view / clean interior, and ample space. Also I think the controversial falcon wing doors are an overall plus. Last but certainly not least, only Tesla has the super charging network that enables long distance EV travel. The second best IMO is the great looking Jaguar I-Pace, with traditional luxury interiors, if you don’t mind the significantly smaller size than the X. Its performance is on par with the non-performance versions of Model X and it’s a fun vehicle, but it’s a bit less efficient and not as good on intelligence features, and unlikely to match the safety either. The third place IMO belongs to the highly efficient and very affordable Hyundai Kona, even though its exterior and interior can only be described as “generic” and the technology is just basic for a new-era vehicle. But the reviews show that it’s very practical for the price. The fourth IMO is the Audi E-Tron. It’s a true Audi that ‘s smoother and more technologically advanced than its ICE siblings. Its performance is not impressive for a luxury EV and I find its exterior no match against the I-Pace, also the interior too conservative. We don’t know enough about the Benz EQC or BMW’s planned E- SUV to form an opinion yet.

Why is there no Tesla killer car yet?

Whenever a new thing is introduced, it should be special/ creative enough to knock down the present things. And that’s what Tesla is doing. Electric cars have been there since around 1850 but no one took it seriously until Tesla have introduced its models. Tesla emphasized on weak points of an electric cars like its childish design, less range, heavy and expensive batteries and worked upon these points to make it a serious competition to ICE cars. Above that, they also added various interesting features and built a unique Tesla community which helped it to achieve a special place in the market. Coming to your question, there are various reasons why there is no Tesla killer yet : No company took Tesla seriously and hence they don’t have enough ideas till now for EV segment. Tesla has a major advantage of its supercharger which can charge a lot faster that none of the other companies have. As Tesla is fully EV company, its whole focus is to improve its EV technology. While other EV manufacturers like Nissan, Toyota etc. have their main focus on their ICE vehicles. Tesla cars have some interesting quirks and features like autopilot, practical frunk, highest safety rating, enjoyable drive which makes it attractive while other EVs are just normal cars that is powered with electricity. Some companies have such a weird designing and weird promises that their cars remained only concept car and never comes in production like Faraday’s Future and Lucid Air. However, there are some EVs like Jaguar iPace, Audi e-tron, upcoming Rivian, Volvo’s Polestar that are joining Tesla market but are not killing Tesla … You can see MKBHD’s thoughts on the same :

Will the Audi E-Tron eventually outsell the Tesla Model X?

Will the Audi E-Tron eventually outsell the Tesla Model X? Which year are we talking about? Today, near future or 2025? Well, let’s see, the Tesla Model X with the 100 kWh battery (95 kWh available to the user) has an EPA range of 295 miles (Wikipedia) or 325 miles in the recent, newest, upgraded version, according to Tesla. Audi E-Tron with the 95 kWh battery (84 kWh available) has an EPA range of 204 miles. If we account a few percent for degradation of the battery, less-than-ideal road conditions and higher freeway speeds and subtract 25% from the range of each car to get to real-life ranges, we get to 325 (-25%) = 244 miles for Model X and 153 miles for the E-Tron. That’s the range on which customers can actually rely on. If we get to winter conditions, subtract another 10–15%. Not only the E-Tron isn’t in the same league as the Model X, it actually disqualifies itself as a reasonable choice for this class / price segment. It will get only customers who absolutely don’t want a Tesla and absolutely want an Audi. At those differences in performance and range I don’t think that there are many. Yes, Audi does charge faster up to 80% (which is good) and it left a few percent more as safety in the battery to make it last longer, they could have “unlocked” a few percent more at the top, but still - its not even a competitor, yet alone a car that could outsell the Model X. This extra charging speed gets nullified by a much higher consumption, so as a result the Model X actually charges faster, especially if the user mostly charges on Superchargers in the (most common) 10% - 70% state of charge region. Leave aside that Tesla’s Supercharger is already up and running and Electrify America is still building it, it has the Autopilot that will have full self driving capability in a couple of years and it has over-the-air updates. The final point is - Tesla can produce as many Model X as it wants, it has no shortage of the 18650 battery cells. Audi - in contrast - has a shortage of their battery cells. I was asking whether we talk about the year 2025. Yes, by then Audi could start from scratch, massively redesign the car and give it a 130+ kWh battery. But these wouldn’t be the cars we are are talking about today. Edit: I have seen information that initial sales in Spain, Netherlands and Norway were quite good; but actually I am not surprised - first, it is a new car which some people like because it is new and second - it offers some features that Teslas don’t. Let’s not forget - the Model S is available since 2013 and Model X since late 2015. Many people who wanted those already have them. Norway has mostly roads with a speed limit of 80 km/h (50 mph) and people who bought the e-Tron obviously don’t drive very far very often and at those speeds the e-Tron can probably make close to those 300 km. But we are talking about 500, maybe close to 1000 cars per month. Globally. Early birds. Update 1: I wrote all of the above in May 2019. Now the opinion became a fact-based opinion. In US sales the Model X outsells the e-Tron at a ratio between 2:1 and 3:1. Final Update: Monthly Plug-In EV Sales Scorecard: July 2019 In Europe the E-Tron might have a slight home advantage, but don’t think that it is able to flip the ratio. Side note - Audi just recently announced another version of the e-Tron. With battery with 71 kWh gross capacity. Not 120 kWh, but 71 kWh. Less power, slower charging. I don’t think that this will boost sales. For this size and price category this is laughable.

Why should I buy Tesla Model X instead of Audi e-tron?

The biggest factor that could sway your decision in favour of the E-tron would be the exterior. Does this look better than this? If you really dig the E-tron's exterior, just buy it. If not, it's better to refrain. Other than subjective reasons like exterior, the Model X is superior to the E-tron in nearly every other metric but build quality and interior. Efficiency and range: The Model X has 325 miles of range with a 100 Kwh pack. The E-tron has 204 miles with the same sized pack. Charging: Model X charges at up to 200 Kwh, E-tron at 150 Kwh. Model X has On-Route Battery Warmup which cuts charge times by 50%, E-tron does not have this feature. Admittedly, E-tron charge curve maintains max charge rate for a longer period. Thus, full charge is likely faster than Model X. However, 75% of EV charging occurs at home, so that feature is pretty much useless. Performance: The E-tron does the 0–60 mile Sprint in 5.5 seconds. The Model X Long Range does it in 4.4 seconds. Top speed of E-tron is at 124 mph. Model X's is at 155 mph. Practicality: Audi's E-tron has up to 1755 litres of cargo space while Model X has a maximum of 2500 litres. Model X also seats 7 while the E-tron only seats 5. Technology: The Model X has a massive 17 inch touchscreen, with Google Maps integration, a Chromium based web browswer and Deezer/Spotify streaming. While the E-tron has a smaller screen at 10.1 inches, it has many more features than Model X. Here's an excerpt from Audi, “With the City assist package, features including the crossing assist , cross traffic assist rear as well as lane change and exit warning provide for safety. Audi pre sense 360° – the combination of Audi pre sense front , rear and side – is also on board. This system detects collision hazards within system limits and initiates targeted protective measures, from full braking to tensioning of the seat belts. Some assist systems are bundled in special packages, others are available separately. Among the latter are the night vision assist and the 360 degree cameras .” Autopilot: Audi's range of assist systems could be made obselete by Tesla's system. Rated best by Consumer Reports, it aims for Full Self Driving by late 2021. Supercharger: This is Tesla's Supercharger network. This is Electrify America's network. It's gonna take a while. And even when completed, it won't be as extensive as Tesla's Superchargers. Interior: Audi E-tron blows Model X out of the water in this category. Heated and cooled massage seats are just objectively better than Model X's “just heated" seats. However, Model X has an interior refresh coming up so it's hard to say the extent of superiority Audi would hold after Fit and Finish: Vs Nuff said. Model X recently re-tooled to improve alignment though I don't think they could go from 90s Kia to Audi perfection. Price: E-tron starts at $75,000 with tax credit. Model X starts at $84,500 without. That's definitely a plus. E-tron or Model X? That all depends on the above.

Why is the Audi E-Tron so popular in Norway?

The theoretical answer. Norwegian voters historically have a tendency to prioritize voting for safety, security, stability and solidarity. Today, there is a bit less solidarity and a lot more wealth from the oil. Combined the preferences if manifested into a vehicle might very well be something close to the Audi E Tron. That is, Norwegian purchasers get all of the advantages of an electric vehicle and perhaps the most conservative German luxury car manufacturer in one package. If Norwegians were to turn into cars overnight many may turn into an Audi. The practical answer. For the Audi loyalist the E Tron is going to cost 25 to 40 percent less than the Q8 (in Norway) depending on the features chosen. My guess is many loyal Audi buyers are switching to electric. For those deciding between Tesla X, Jaguar I-Pace and E Tron a few reviews have placed the E Tron at the top for some of the following reasons. Reasons which I say reflect Norwegian lifestyles and values. The Audi is a good value for the money priced significantly less than the Tesla X (especially the performance edition) and moderately less than the Jaguar I-Pace. Audis are known in Norway for having good road handling capabilities which is important in a country with many very narrow, twisty roads often covered with snow and ice. The build quality and dependability of the Audi seems better than the Jaguar and especially the Tesla and is likely perceived that way by Norwegians. Norwegians often spend their free time out in the nature and at cabins. Many Norwegians have access to two or more cabins, usually one in the mountains and one near the sea. While the Tesla X offers the ability to tow the heaviest trailer (2,250 kilos) followed by the Audi at 1,800 kilos. The Jaguar only can tow 750 kilos so if towing vs. price is a high priority then the Audi wins out here. Norwegians being born with skis on their feet as some say here also want a box on the roof of their vehicles they can place their ski gear. The Tesla X rear box is less than ideal in terms of location and aesthetics and the roof box does not look “right”. Regarding brand affinity Audi wins in Norway. Jaguar until recently was a less preferred vehicle in Norway and they should be commended for selling as many I-Pace’s as they have. The Tesla looks like a blown up beetle and the doors are a bit ghetto rich. The Jaguar has sharp lines and looks too much like a trophy wife or husbands car. While the Audi has clean and classic lines that are understated (i.e., conservative) yet, sublime. Although, I was surprised to see a very popular Audi E Tron model being sold in petroleum blue with orange accents on the brake shoes. It used to be in Norway car buyers would have model and engine size bades removes from the car as it was seen as bad form to advertise or brag about such things*. To summarize, I think the E Tron of the four models mentioned has the highest utility for most Norwegians. In America, we say the early bird gets the worm. In Norway, its more the early bird gets eaten by the fox. The Tesla X was sort of that fox and was purchased by early adopters. The Audi E Tron is more or less the Electric SUV choice of Norway’s everyday person, and in a land obsessed with everyone is the same, its a good choice to have a piece of luxury that still fits in with the social democratic narrative (albeit, an increasingly affluent , luxury oriented and individualistic one).

FAQs ที่เกี่ยวข้อง audi e tron safety features

  • Q

    บอกภาพรวมของAudi E Tronหน่อย.

    สุรสิงห์ มีสกุล

    ภาพรวม ของ Audi E Tron มีดังนี้

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    เบาะนั่งปรับระดับได้ของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    ซุ้ม ส. เมธาสิทธิ์

    มีเบาะนั่งปรับระดับได้และรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    เบาะหนังของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    มานพ ดอนบุญไทย

    มีเบาะหนังและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม

Tags

หน้าหลัก