แท็ก

audi e tron smart charging

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e tron smart charging

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

ๆ ร้อน ๆ ก็คือ Audi Q5 (อาวดี้ คิว5) ที่มาพร้อมชุดแต่งเอสไลน์ ทั้งภายในและภายนอก รวมไปถึงช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งใหม่

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

Review: Audi A6 Avant รถหรูสไตล์ผู้นำ

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากเยอรมันส่ง 2020 Audi A6 Avant ในรหัส 40 TFSI ลงสู้คู่แข่งด้วยราคาเริ่มต้น

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

ฟังเหตุผล ทำไมรถล้ำ ๆ อย่าง 2022 Mercedes-Benz EQS ยังใช้กระจกมองข้างแบบดั้งเดิม

ผลการศึกษาพบว่าการดูภาพหน้าจอที่แสดงผลด้านหลังหรือด้านข้างตัวรถจะทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่เวียนศีรษะ”กระจกมองข้างดิจิทัลใน Audi

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ขณะที่ Chevrolet (เชฟโรเลต) เป็นแบรนด์ยอดนิยมในอียิปต์ ส่วน Toyota ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% ในเยเมนAudi

ดูเพิ่มเติม

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

"ซิลิโคน" จะเป็นทางเลือกใหม่ในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าให้ อึด ทน นาน กว่าเดิม

ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายต่อธรรมชาติ เช่น ของเหลว กรด หรือตะกั่ว จึงปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมAudi

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

Review: Audi A6 Avant รถหรูสายสปอร์ต

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์ยักษใหญ่ส่ง 2020 Audi A6 (อาวดี้ เอ6) สู่ตลาดรถยนต์ประเทศไทย ชื่ออย่างเป็นทางการคือ

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพิ่มความเป็นไฟฟ้าที่ดูแลง่าย จึงทำยอดจองเยอะมาก ต้องต่อคิวรอนานเป็นปี ด้วยราคาขายเพียง 2.29 ล้านบาทAudi

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

Hyundai เปิดตัวแพลตฟอร์มไฟฟ้า E-GMP รองรับอัตราเร่ง 0-100 กม.ต่อชม. ใน 3.5 วินาที

รองรับตัวถังรถยนต์หลากหลายประเภทแพลตฟอร์ม E-GMP จะถูกใช้กับรถยนต์รุ่นใหม่ในเครือ Hyundai ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

รีวิว Q&A audi e tron smart charging

If it weren’t for Tesla, would major automakers have started developing their electric vehicles later?

If it weren’t for Tesla, would major automakers have started developing their electric vehicles later? Actually I think they would, but everything would go more like slow, evolutionary, baby steps path. City cars or short-range commuter cars. You know, Mistubishi iMiEV, Nissan Leaf, BMW i3, Renault ZOE. Or shortcuts like cars that were converted to electric, e.g. VW e-Golf and e-Up or /god forbid/ the Ford Focus with the big box for the battery in the trunk. It’s getting worse: compliance cars without rapid charging: Fiat 500e (a city car). And a car I cannot imagine it exists: a full sized family sedan, Honda Clarity with a length of 4,89 m - this almost matches Tesla Model S - with a laughable 25,5 kWh battery (Tesla offered until recently 75 or 100 kWh, now only the latter) - with no rapid charging. Charging time - at least 3,5 hours. And a 89 miles EPA range. A car that was obviously not meant to be sold, not even leased. It exists to sit in the shop or even more likely, be on the price list, nothing more. A car that is obviously to be sold only as a plugin hybrid. Tesla showed with its whole series that EVs are long range cars, ready to replace ICE cars. Not in 10 years, not in 5 years, today. Actually, since 2012. Every competitor (even in 2019) is still dragging its feet, either their range is not sufficient or their charge rate is too slow, and this includes Jaguar i-Pace, Audi e-Tron or Mercedes Benz EQC. They either didn’t get it or (most likely) didn’t want to get it. They should have some smart people, at the end of the day they are installing 350 kW rapid chargers which in theory beat Tesla’s 150 kW or even the newer V3 250 kW chargers. But one thing is what the chargers offer, the other is what those cars can take. Only Audi e-Tron charges at about 140 kW, Tesla Model 3 LR (funny, on the same chargers, technically from the competition) charge at up to 190 kW. There are maybe, but just maybe two exceptions: Hyundai Kona and Kia e-Niro. Actually the last one is a fairly decent competitor to the Tesla Model Y - within its limitations. Guess what, they are produced in almost laughable small numbers. So to answer your question - yes, they would, but at least a decade if not more later. The German automotive industry was thinking until recently that it could sell its overpriced hybrids in the next decade. Things are starting to move. Toyota and Honda seem to be stuck in R&D in hydrogen fuel cells. All those will change their course in the coming few years. Without Tesla all this would happen in 2030–2035. Roughly a decade later. If not more. Quite possibly some would first start with hydrogen and postpone EVs to 2040–45. Maybe we would even see a war-of-the-currents between hydrogen and BEVs in the forties. Now nothing of this will ever happen. Tesla Model 3 crushed all those crazy ideas, some companies just won’t admit that the war is already over. Including Nikola hydrogen trucks are rumoured to suddenly “optionally” offer electric trucks too. The basic specs for the Nikola One are very heavy hydrogen tanks (I guess a ton if not more) for 100 kg of hydrogen, 300 kW (150+ kg?) of fuel cells and a massive 320 kWh (about 2 ton) battery acting as a buffer - with an almost insane range, but 3 times the running cost. Just compare, about 5 kg of Hydrogen (the price in Germany roughly 50 Eur, subsidised) vs. 100 kWh of electricity per 100 km. Even at German high prices of electricity, a BEV truck is at least two times cheaper to run. And the whole system is not even nearly a lightweight. Basically - this is a battery electric truck with an on-board hydrogen charger / range extender. Quite likely they will drop the whole hydrogen part and install a bigger battery instead. Now it is simple and clear: either some company will produce a lot of pure EVs in 2030 - or it is gone, following Kodak and Nokia. Once great, but later not existing anymore. End of the story.

Why has Tesla’s market share of BEVs fallen so sharply in Europe in the first half of 2020, from 28% to 17%, in a growing market?

A2A Mike Richmond—Thanks Mike! ^ Peugeot e-208 (2020) — EV Database ^ Citroën Ami (2019) — Forbes ^ Daimler Smart Car EV (2018) — Top Speed ^ Porsche Macan EV (Model planned: 2021) — Autocar ^ Porsche Taycan EV (2020) — Motor Trend ^ Audi e-tron (2020 model) — Car and Driver ^ Renault Zoe RS EV (Model planned: 2022) — Autocar ~~~~ Q. Why has Tesla’s market share of BEVs fallen so sharply in Europe in the first half of 2020, from 28% to 17%, in a growing market? A. My guess: Competition, Import costs, Tesla does not have a line of compacts/subcompacts yet COVID-19 impacts on US > to > Europe exports, and Vested interests. DETAILS European car companies are not just going to let Tesla take their market without a fight! Proud brands like VW, Audi, Daimler, BMW and Renault make great products and great EVs. Two Major Groups to watch for growth… going forward: VAG/Volkswagen Group: Audi, Volkswagen, Skoda, SEAT, Porsche, Lamborghini, Bentley, Bugatti, and many more brands. Groupe PSA: Peugeot, Citroën, DS, Opel and Vauxhall Tesla does not yet have a large enough manufacturing presence in Europe. Tesla has to ship cars from California to Europe, and pay the shipping, handling, import duties, and other expenses. This makes Tesla less competitive in Europe until they can establish a better local presence. Tesla is doing that today—building a Gigafactory in Germany, and I understand Tesla is also working on a possible site in the UK. In addition to competition from European companies, Tesla also sells against Hyundai, Nissan, and a number of companies who import to Europe from other continents. Japanese, Korean and Chinese brands are likely to extend their EV offerings in Europe. ALSO, European society, car companies and governments may have a vested interest to protect their own—GDP, Jobs, reputations, etc. Example: The European automotive press has famously recommended local companies’ wares over Tesla models, even after having rated the Tesla better in head to head comparisons that they conducted. Regulations in Europe are often complex and are not always in Tesla’s favor. ALSO, Tesla lost a month’s of 2020 European production in their Fremont, California plant due to COVID-19—and a government shutdown that affected that car plant worse than almost all others. This is expected to affect European Tesla sales until September 2020. All of Tesla’s European vehicles come from its Fremont factory, which was shut down for over a month during the second quarter due to the pandemic, and the shutdown disproportionately affected the European supply of Tesla vehicles. At Fremont factory, Tesla produces vehicles in batches for different markets, and those batches can last several weeks, The shutdown happened as Tesla was supposed to produce its batch of vehicles for the European markets. This resulted in a very short supply of Tesla vehicles available for sale in Europe and only now in late July, and this month Tesla has started producing European vehicles again following the reopening of the factory in May. I believe we are going to see Tesla recover in September with strong sales in Europe once the next batch of vehicles makes it to the continent. Tesla sales are sliding in Europe, but it's not only because of competition - Electrek . ALSO, until recently, Telsas were primarily designed and tested in California, USA. This means that US West Coast regulatory, design, environmental, weather, and other standards strongly influenced the Tesla designs. This is a disadvantage when selling into Europe…or even selling into New Jersey. ALSO, Tesla does not yet have a compact or subcompact car to compete in the European market, where smaller cars are popular. Many roads in Europe were built long before the USA was even a thing—and even before cars were a thing. Lanes can be narrow. Parking spaces, difficult. While the Autobahn is famous for speed, in many European areas I have visited, high speeds are not possible or desirable, and range is really not a concern for all Europeans. It depends on where you live. Tesla made its first cars to appeal to American geography, roads, culture and tastes. America—where distances are often large, and speeds high. ALSO, there is National and Continental pride. Many European people like to buy European. Can you blame them? ALSO, there is repair support—Legacy car companies sometimes have dealerships “on every corner” in some European cities. Tesla has its network—and it is not as large as VWs for sure. Especially in Europe. ALSO, public charging options. Tesla absolutely dominates with its charging infrastructure in the US. In Europe, EVs were arguably popular sooner than in much of the US—think: Nissan Leaf, Renault Zoe, VW e-Golf, BMW i3. Populations are often more dense in Europe, and public charging options may be more numerous and varied compared to the US. On the other hand, there is garage space—garages are common in the US. Not as common nor as roomy in many European towns and cities that I have visited. This makes home charging sometimes a bit more complex and less convenient. Finally, there’s the ugly American thing. We people from the US have not always represented the country well. That feeling can attach to US-based companies also. Tesla sales are sliding in Europe, but it's not only because of competition - Electrek . ^ VW e-Golf (2019) — Car and Driver ^ BMW i3 (2020) — Motor Trend ^ Nissan Leaf SL (2020) — Axios Full Disclosure: I have traveled extensively in Europe, but I live in the US—so my understanding of European markets is correspondingly limited. I invest in Tesla, BYD, Nio and other companies in the sustainability sector. For more on EVs… …Check out my YouTube Channel Origami Cybertruck o

What is the future of electric cars?

FIVE ELECTRIC CARS THAT WILL CHANGE THE FUTURE CARS 16 SEPTEMBER 2017 Electric cars have a bunch of advantages that might not be immediately obvious. First and most important, they are insanely fun. Electric motors produce maximum torque at zero RPMs, which means they snap to life at the touch of the accelerator. 1. Audi E-Tron Sportback: This is the Audi E-Tron Sportback, an all-electric concept car designed by Audi. First revealed at the Shanghai Motorshow in 2017, Audi has hinted at a production version being available sometime in 2019. Audi says the E-Tron Sportback is a mix between the current A7 and an SUV - presenting a longer and more dynamic vehicle with a striking design. This all-electric car is intended to have around 429bhp and enough torque to push it from 0-62mph is under 4.5 seconds, so it's certainly no slouch. 2. Bentley EXP 12 Speed 6E: Pitched as "the future of luxury" the Bentley EXP 12 Speed 6E concept is intended as a statement of Bentley's intention to create the World's first luxury electric sports car. 3. Toyota I-TRIL: The Toyota I-Tril is one of the quirkier looking cars on our list, it's also the first car here that's self-driving. The keen-eyed among you might also note the lack of a fourth wheel. That's because the Toyota I-Tril is essentially an electric tricycle. 4. Honda NeuV: The Honda NeuV concept is a natty little self-driving, AI-powered car with a smart assistant that'll talk back to you and keep you company as you drive. This car promises to learn your favorite journeys and pit stops - like which coffee shops you enjoy frequenting and even has a heart-rate monitor built into the seat to detect when you're stressed or anxious. 5. Porsche Mission E: The Mission E in undeniably Porsche in profile and Porsche in power and performance too. With 300 miles of possible range on a single charge and over 600hp, the Porsche E offers both convenience and speed in a sublime package. A top speed of 155 mph and the ability to reach 62mph in 3.5 seconds make this concept a car to be reckoned with.

Why are companies trying to make their electric cars too futuristic/like as concept cars rather than conventional cars with battery and electric motor instead of gasoline engine?

Why are companies trying to make their electric cars too futuristic/like as concept cars rather than conventional cars with battery and electric motor instead of gasoline engine? Some do, most don’t. But if they are smart, they shape it in a form that is more efficient (like Tesla) to have less drag - and better efficiency and the resulting range. A shape that isn’t far from a Porsche Panamera. Even SUVs / crossovers like the Tesla Model X are shaped in a similar way for the same reason. But if this is bothering you, there are some others which shape them in a more traditional way, like the Audi e-Tron in the next picture - and take the penalty of considerably less range. What do you like more? A traditional look or more range? The decision is entirely up to you. OK, now I see the problem: Tesla’s Cybertruck. Well, there will be alternatives. On the other hand, Tesla’s Cybertruck will offer the most (space, power, range, offroad- and towing- capability) for the money among close competitors, so it will be up to you whether it will be acceptable for you or not, but nobody will force you to buy it. You don’t like futuristic/concept cars? I’ll admit, it isn’t hitting my taste either. So you might check if you’d find the next one being the best offer for you. Model Y | Tesla It isn’t designed for off-roading and towing abilities are fairly limited too. But, if you don’t need these, it is in my opinion an excellent family car with no compromise of being sexy - and fast. With all Tesla’s goodies like excellent range, Autopilot, charging speed and Supercharger network.

Are the big car makers not responding to Tesla in a big way because they don't regard it as a threat?

They are responding to Tesla in a big way and they do regard Tesla Motors as a threat. By 2021, in Europe there will be 218 EV models for sale on new car lots. VW — 48 PSA — 23 Daimler — 21 Fiat Chrysler — 18 BMW — 17 Renault/Nissan — 17 Hyundai — 16 Toyota — 15 Volvo/Geely — 15 Jaguar/Land Rover — 13 Others — 8 Tesla — 5 Ford — 4 GM’s CEO was on the tube yesterday. “GM will not build hybrids, they are just a stop gap measure and a waste of development money. We will build EV’s only.” Just how the hell is that not “in a big way?” There are, planned or under construction, 81 battery plants to be operating by 2028. Audi e tron outsold Tesla Model 3 in Norway last month. Horrors! In the EU for the last quarter of sales, IC vehicle sales are negative and EV sales are up. Lets’ step back from “Tesla this and automaker’s that” for the simple reason that….nobody cares. The human race is subject to behavioral concepts. I don’t know why, I’ve just observed them since the 60’s. Electric vehicles are no different from color TV’s, wifi, smart phones, refrigerators. Humans have black and white TV’s and then…poof! They have color ones. Talk about robots? In 15 years if you aren’t driving an EV you’ll just be regarded as some prehistoric flip phone wielding loser. It’s how it works. We are in the blade of the hockey stick now and when we hit the handle? You’ll be gassing up your Subaru at your favorite gas station and will realize that you’re the only one there. Across the street, at the electric charging place? It’ll be freaking mobbed. All those car companies are going positively full bore at cranking out EV’s because, if they don’t? They will lose market share and get fired. In Europe? They’re going to ban IC vehicles and have already started the process. You’re on you way to work in Belgium somewhere in your VW Golf Diesel and there’s a sign where you pull off the highway to go to work. So you grab your flip phone and call the boss. “Boss? I’m gonna be late for work. I uh…I have to go buy an electric car.”

FAQs ที่เกี่ยวข้อง audi e tron smart charging

  • Q

    ล็อคประตูป้องกันเด็กของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Virat Wongsawai

    มีล็อคประตูป้องกันเด็กและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ระบบทำความร้อนของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    ชินณพัฒน์

    มีระบบทำความร้อนและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ลำโพงด้านหลังของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Virat Wongsawai

    มีลำโพงด้านหลังและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
หน้าหลัก