แท็ก

audi e tron charging system

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e tron charging system

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

Hyundai เปิดตัวแพลตฟอร์มไฟฟ้า E-GMP รองรับอัตราเร่ง 0-100 กม.ต่อชม. ใน 3.5 วินาที

รองรับตัวถังรถยนต์หลากหลายประเภทแพลตฟอร์ม E-GMP จะถูกใช้กับรถยนต์รุ่นใหม่ในเครือ Hyundai ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

ดูเพิ่มเติม

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

Review: Audi A6 Avant รถหรูสายสปอร์ต

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์ยักษใหญ่ส่ง 2020 Audi A6 (อาวดี้ เอ6) สู่ตลาดรถยนต์ประเทศไทย ชื่ออย่างเป็นทางการคือ

Review: 2020 Audi A4 สปอร์ตซีดานเพื่อผู้นำทุกไลฟ์สไตล์

A4 ยังมาพร้อมระบบเสียง Audi Sound System ที่ทำให้สุนทรีย์ในทุกเส้นทางการออกแบบภายใน Audi A4ระบบความปลอดภัย

Review: Audi A6 Avant รถหรูสไตล์ผู้นำ

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากเยอรมันส่ง 2020 Audi A6 Avant ในรหัส 40 TFSI ลงสู้คู่แข่งด้วยราคาเริ่มต้น

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

Audi Q2 เอสยูวีไซส์เล็กสุดหรูเพื่อคนรุ่นใหม่ พร้อมราคา 2.249 ล้านบาท

Audi Q2 น่าจับตามอง โดยในไทยเป็นรุ่นนำเข้า ชื่อรุ่นคือ Audi Q2 35 TFSI ราคาเริ่มต้นที่ 2.249 ล้านบาท

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

ก้านที่ฉีกแนวไปจากภาพลักษณ์พวงมาลัย 3 ก้านแบบสปอร์ตที่ได้รับความนิยมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คอนโซลกลางยกสูงมีสวิทช์ควบคุม BMW Operating System

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพิ่มความเป็นไฟฟ้าที่ดูแลง่าย จึงทำยอดจองเยอะมาก ต้องต่อคิวรอนานเป็นปี ด้วยราคาขายเพียง 2.29 ล้านบาทAudi

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ขณะที่ Chevrolet (เชฟโรเลต) เป็นแบรนด์ยอดนิยมในอียิปต์ ส่วน Toyota ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% ในเยเมนAudi

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

ๆ ร้อน ๆ ก็คือ Audi Q5 (อาวดี้ คิว5) ที่มาพร้อมชุดแต่งเอสไลน์ ทั้งภายในและภายนอก รวมไปถึงช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งใหม่

รีวิวโพสต์ audi e tron charging system

#audi show E tron GT consept in los angeles 2018 . Car renge is 400 km in singal charge . It equipped with ultra fast charging it will charge 800v system 80% in just 20 Minute.https://youtu.be/eP-NuhPanCQ

I just asked Axios why Audi is charging their new $75000 Audi-e-tron at the slow and scarce Electrify America system instead of Tesla. Maybe Daimler beat them to it?

รีวิว Q&A audi e tron charging system

Aside from being an electric vehicle, which Tesla feature or benefit is the most attractive and interesting to you?

For me, a lot of things pique my interest in Tesla vehicles. However, what makes them stand out the most? For starters, the looks. I mean this car is gorgeous. Tesla has done an amazing job at designing a good looking car. Electric cars are notorious for looking like this… While Tesla has made them into this… That is the Tesla Model S P100D which everyone already knows about. However, that being said, the performance gap between most electric cars, notice I said most, and Tesla cars is astronomical. The Mitsubishi I-Miev is the car pictured above, and was very affordable but get this, only had a 62 mile range. I can’t pick on it too much because of the price of a mere $24,000 but we have come a long way since then. The Model S pictured above with standard range costs $75,000 not accounting for discounts for an electric vehicle. That is most certainly not a good comparison for the price. However, if we compare the upcoming Audi E-Tron Does look pretty good! However, there are still some differences between the Model S and the Audi E-Tron. Range: The E-Tron’s base model does 204 miles on a single charge. The Tesla, 285 miles. Performance: E-Tron: 0–60mph in 5.5 seconds Model S: 0–60mph in 4.0 seconds Looks: For me, I will always appreciate the looks of a sedan over any SUV, even the Model X. I actually really don’t like the Model X. However, the Audi E-Tron does look fantastic, just not my type. Overall the two cars are comparable in price, performance, and to a lesser extent, range. But here comes the kicker… Technology: From what I can tell, the E-Tron comes with mostly standard new car technology. Infotainment system, CarPlay, and one thing interesting is Amazon’s Alexa as they were a partner in designing the E-Tron. Tesla cars all come with an extremely advanced technology package even for the base model. If we ignore the autopilot, as it does add $6,000 to the price, a quote from Tesla’s website explains the technology still available, “All new Tesla cars come standard with driver assistance features such as emergency braking, collision warning and blind-spot monitoring.” They all also come with automatic air suspension that raises and lowers based on your request to clear large bumps. Throw in another six grand and you get the famous Autopilot features such as auto park, summon, auto-lane change, and the famous advanced cruise control navigation. Inside the cockpit, the Tesla is full of weird quirks to play with like a drawing board and the ability to make the sat map turn into Mars with the promise of even more technology coming. Over the air updates are a beautiful thing. The main point is, I would love to own a Tesla not because of solely its performance, but because of the technology they are innovating. The automotive industry is changing during my lifetime and that’s something to be excited about. Tesla leads the innovation right now, but who knows what the future holds. I for one am only 21 years old so a Tesla is still a long way off. That’s not to say it’s impossible to own though. And maybe, just maybe we will start to see more companies throwing their proverbial fishing nets into the electric car market. Thanks for reading! -Stephen

If you believe that Tesla is five years ahead of the competition, does that mean that their products and prices from five years ago would be market competitive today, and is that true?

If you believe that Tesla is five years ahead of the competition, does that mean that their products and prices from five years ago would be market competitive today, and is that true? OK, let’s look at the 2015 Tesla range and see how it stacks up against the current offerings. The Tesla 2015 Model S came in three basic variants, the 70D, 85D and 90D. All were dual motor (although I believe that there was a single rwd version of the “85”), all wheel drive vehicles and were mostly differentiated by the different battery capacities and trim levels. The model range covered a price from $75,000 to $105,000, with engine power starting at 329 hp all the way to 691 hp for the P85D, and had a range that varied from 240 miles to 270 miles, depending on battery pack and model specification. Reviews of the day were rather effusive, with The Car Connection saying, “The 2015 Tesla Model S has no direct competition; the electric luxury hatchback is the benchmark among its kind in a market with more than 20 plug-in models. It's likely the most advanced car on the planet.” The Model X came in 75D, P90D or P100D variants, once again all were dual motor driven and mostly differentiated by the different battery pack capacities. At the time of its launch, it was the quickest and most aerodynamic SUV on the market, yet was still a seven seater. Prices ranged from $132,000 for the 90D with 257 miles range, to $142,000 for the P90D with 250 miles range. Performance was otherworldly, with 11.7 second quarter mile times from the P90D possible, putting it well inside the normal super car territory. Now lets look at the current competition, starting with the lovely Jaguar I-Pace. The current offering costs between $71,000 and $82,000 for a vehicle with 394 hp on tap and a claimed range of 253 miles…. Sounds rather familiar to the 5 year old Model S, doesn’t it? (although to be fair the current base model S is actually cheaper by a few hundred dollars than the base I-Pace) Perhaps the Audi E-Tron can fare better. Not bad looking, but a bit fussy and fiddly to my mind, but anyway that’s purely subjective, lets look at the basic specs. The E-Tron costs between $78,395 and $84,295 for this particular variant, and boasts of 355 hp with a range of only 204 miles. This looks to be rather less than what Tesla was offering 5 years ago, which seems strange. Perhaps the all new, all singing Polestar 2 can fare better. This is the new automotive line established by Volvo, who wish to make significant inroads into the EV market with fresh designs. The Polestar 2 is aimed at a lower market and as such starts at $61,200 for the base model, which is the only available model at the moment. It has a 201 hp motor mounted front and rear which gives a lively performance similar to the 2015 Model S. The 78 kWh battery gives the car a 233 mile range, which once again is right back at 2015 Tesla levels. Now it can be said that at $61k it’s substantially cheaper than the 2015 model S was when it was released, but it now has to compete with $39,190 to $56,190 Model 3s that offer ranges from 263 miles to 353 miles. Another point that has not been mentioned until now is the fact that Tesla has been continually expanding its Supercharger network which is something that no other manufacturer has even attempted. The sheer fact of this system of fast charging depots exists means that Tesla could easily operate with reduced range than the competition, yet they consistently offer more. Look, I’m really pleased that cars like the I-Pace, E-Tron and Polstar 2 exist, and I would absolutely love to own any one of them because they are all really great cars that are absolutely superior to their ICE brethren. The fact of the matter is that these manufacturers are aiming at an ever receding target that Tesla represents, and it’s no good if your model in development can only match the competitions current model in production when they are one or two development cycles ahead of you. (Vehicle prices and specs taken from Car and Driver magazine)

Why should I buy Tesla Model X instead of Audi e-tron?

The biggest factor that could sway your decision in favour of the E-tron would be the exterior. Does this look better than this? If you really dig the E-tron's exterior, just buy it. If not, it's better to refrain. Other than subjective reasons like exterior, the Model X is superior to the E-tron in nearly every other metric but build quality and interior. Efficiency and range: The Model X has 325 miles of range with a 100 Kwh pack. The E-tron has 204 miles with the same sized pack. Charging: Model X charges at up to 200 Kwh, E-tron at 150 Kwh. Model X has On-Route Battery Warmup which cuts charge times by 50%, E-tron does not have this feature. Admittedly, E-tron charge curve maintains max charge rate for a longer period. Thus, full charge is likely faster than Model X. However, 75% of EV charging occurs at home, so that feature is pretty much useless. Performance: The E-tron does the 0–60 mile Sprint in 5.5 seconds. The Model X Long Range does it in 4.4 seconds. Top speed of E-tron is at 124 mph. Model X's is at 155 mph. Practicality: Audi's E-tron has up to 1755 litres of cargo space while Model X has a maximum of 2500 litres. Model X also seats 7 while the E-tron only seats 5. Technology: The Model X has a massive 17 inch touchscreen, with Google Maps integration, a Chromium based web browswer and Deezer/Spotify streaming. While the E-tron has a smaller screen at 10.1 inches, it has many more features than Model X. Here's an excerpt from Audi, “With the City assist package, features including the crossing assist , cross traffic assist rear as well as lane change and exit warning provide for safety. Audi pre sense 360° – the combination of Audi pre sense front , rear and side – is also on board. This system detects collision hazards within system limits and initiates targeted protective measures, from full braking to tensioning of the seat belts. Some assist systems are bundled in special packages, others are available separately. Among the latter are the night vision assist and the 360 degree cameras .” Autopilot: Audi's range of assist systems could be made obselete by Tesla's system. Rated best by Consumer Reports, it aims for Full Self Driving by late 2021. Supercharger: This is Tesla's Supercharger network. This is Electrify America's network. It's gonna take a while. And even when completed, it won't be as extensive as Tesla's Superchargers. Interior: Audi E-tron blows Model X out of the water in this category. Heated and cooled massage seats are just objectively better than Model X's “just heated" seats. However, Model X has an interior refresh coming up so it's hard to say the extent of superiority Audi would hold after Fit and Finish: Vs Nuff said. Model X recently re-tooled to improve alignment though I don't think they could go from 90s Kia to Audi perfection. Price: E-tron starts at $75,000 with tax credit. Model X starts at $84,500 without. That's definitely a plus. E-tron or Model X? That all depends on the above.

How can the Tesla Model S get 370 miles of range out of a battery pack the same size as other EVs with less range?

So I believe the comparison you are trying to make is with the Tesla Model S and the Audi e-tron, because that’s the only other EV with a somewhat comparable battery pack size (95kWh vs. 100kWh). So first of all, the e-tron is actually an SUV, so perhaps it is fairer to compare it to the Model X 100D, which offers a 325 mile range, still WELL above the e-tron’s 204 mile range, so your question is still quite valid. So what are the potential culprits of why the e-tron’s range is so low? Vehicle aerodynamics: the e-tron has a higher drag coefficient (0.29 vs 0.24) than the Model X. Vehicle weight: the e-tron is heavier than the Model X. Less efficient drivetrain: Audi doesn’t have quite the experience that Tesla has, so their drivetrain is not as efficient as Tesla’s. Higher energy overhead: Audi may not have as good a battery chemistry as Tesla and/or want to be conservative on their pack cooling/heating, so the pack cooling system may use more energy than Tesla’s. But by far, the main reason that people believe that the e-tron’s range is significantly less is because it is believed they are only using about 83kWh out of their 95kWh (Tesla uses a much higher percentage of their 100kWh battery). There may be several reasons for this: maybe they are being conservative to prolong battery life; maybe they want to enable 150kW charge rates all the way up to 80% state of charge; maybe they want to reserve some capacity to mitigate battery degradation. At the end of the day, I think it comes down to the fact that Tesla has about 10 years head start on most other automakers when it comes to EV development, and it’s simply going to take other automakers many years to catch up to where Tesla is today (by which time they will have moved forward themselves).

Why is the Audi e-tron able to charge much faster than a Tesla?

Part of the e-tron’s charging speed is an illusion. Let me give an example. Let’s say that I fill a glass of water at my sink and it takes 8 seconds. Now let’s fill a 1000 gallon tank with a fire hose and it takes 2 minutes. So which is faster, 0–100% in 8 seconds or 1–100% in two minutes? Would you say that my kitchen faucet fills faster than a 500-gallon-per-minute firehose? You wouldn’t say that. That’s not as extreme as comparing a Tesla Model 3 with an Audi e-tron, but there are similarities. Usually when Audi publishes charging comparisons, they compare going from 0 to 100% in their car and in the Tesla car. What is not apparent is that the Audi only has 204 miles of range, compared to the Tesla which, depending on model, might have 370 miles of range. The other trick that blurs the comparison is the display of a charging curve. Audi does two things with the curve. First they show the Tesla along its entire charge cycle, and stretch the Audi curve to match it, when in fact the Tesla had already added as much range as the Audi much earlier in the curve. You can see in this charging curve illustration from Audi that the Tesla Model 3 (the dark gray curve that starts out on top) only goes to about 88%. I’m assuming that Audi is using the Tesla Model 3 Standard Range Plus in the test because of they way they cut it off. If they had used the Long Range model, Tesla would have done better, and if Audi had used their Quattro 50, they would have done worse. The other thing has to do with how lithium-ion batteries charge—faster at first and then a lot slower at the very end. Tesla cars charge much closer to the top than an Audi does, so the charge curve shows the Tesla charging very slowly at the end. Audi doesn’t charge to the full capacity of the battery, so that slow charging region is hidden. They top off at 96% (which they call 100%). If I recall correctly, if you take a Model 3 Long Range Tesla at a V3 Supercharger (250 kW) and compare charging it from 0–204 miles (the max on the Audi) at an Ionity 340 kW DC fast charger, the Tesla finishes first. To be fair, I’ve been talking about the size of the tank in terms of range, rather than energy. The Tesla looks much better because it’s more energy efficient. If we talked about how much energy the battery can hold, then the e-tron does charge faster (although they still don’t charge their battery all the way). That difference probably comes from a more efficient cooling system. Tesla Model 3 charges faster than Model S for just that reason, a more efficient cooling design. To me, the important question is which car gets from Point A to Point B the fastest, and which car spends more time charging to get there. YouTuber Bjørn Nyland runs what he calls the 1000 km challenge with various cars. The Audi e-tron Quattro 55 completed 1000 km in 10 hours 15 minutes. The e-tron 50 took an hour longer. His Model 3 took 10 hours even. Here is his spreadsheet: Nyland notes that the e-tron 50 was tested in wet cool weather, and he estimates between 11:15 and 11:30 for dry roads in summer. The data doesn’t cover what would happen with Tesla V3 Superchargers. Here is the complete list of Nyhand 1000 km challenge videos . The point is that any advantage e-tron has in charging speed is lost due to its lower energy efficiency. In the real world, the Tesla spends less charging time and gets you there faster.

FAQs ที่เกี่ยวข้อง audi e tron charging system

  • Q

    ระบบกันสะเทือนด้านหน้าของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    ไทด์ ราชรี

    มีระบบกันสะเทือนด้านหน้าและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    พวงมาลัยไฟฟ้าของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    กฤตกร มานะดี

    มีพวงมาลัยไฟฟ้าและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ปีที่เปิดตัวของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    ลูกชาย คนเล็ก

    มีปีที่เปิดตัวและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม

Tags

หน้าหลัก