แท็ก

audi e tron petrol

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e tron petrol

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

'รถไฟฟ้าทุกคันในปัจจุบันดูเหมือนกันไปหมด' นายใหญ่ BMW ย้ำต้องสร้างความแตกต่างเมื่อเวลามาถึง

แม้ว่าคู่แข่งมากหน้าหลายตาจะเดินหน้าเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าบนแพลตฟอร์มของตัวเองกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Audi

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

ๆ ร้อน ๆ ก็คือ Audi Q5 (อาวดี้ คิว5) ที่มาพร้อมชุดแต่งเอสไลน์ ทั้งภายในและภายนอก รวมไปถึงช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งใหม่

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ขณะที่ Chevrolet (เชฟโรเลต) เป็นแบรนด์ยอดนิยมในอียิปต์ ส่วน Toyota ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% ในเยเมนAudi

ฟังเหตุผล ทำไมรถล้ำ ๆ อย่าง 2022 Mercedes-Benz EQS ยังใช้กระจกมองข้างแบบดั้งเดิม

ผลการศึกษาพบว่าการดูภาพหน้าจอที่แสดงผลด้านหลังหรือด้านข้างตัวรถจะทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่เวียนศีรษะ”กระจกมองข้างดิจิทัลใน Audi

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

ดูเพิ่มเติม

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

"ซิลิโคน" จะเป็นทางเลือกใหม่ในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าให้ อึด ทน นาน กว่าเดิม

ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายต่อธรรมชาติ เช่น ของเหลว กรด หรือตะกั่ว จึงปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมAudi

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

รวมราคารถยนต์ไฟฟ้าในไทย ทุกรุ่นในปี 2021 ต้อนรับการมาของ ORA Good Cat

270 นิวตันเมตร ระยะทางการวิ่ง 217 กม. 2021 Lexus UX300eLexus UX 300 e

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

จับตา 10 รถใหม่เตรียมเปิดตัวปี 2021 รุกตลาดโลก หลายรุ่นเข้ามาขายเมืองไทยด้วย

โดยเฉพาะสปอยเลอร์หลังในตัวแบบเชิดขึ้นที่บั้นท้าย เครื่องยนต์จะใช้เทคโนโลยีของ Subaru บล็อก 4 สูบนอน ขนาด 2.4 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศAudi

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพิ่มความเป็นไฟฟ้าที่ดูแลง่าย จึงทำยอดจองเยอะมาก ต้องต่อคิวรอนานเป็นปี ด้วยราคาขายเพียง 2.29 ล้านบาทAudi

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

รีวิวโพสต์ audi e tron petrol

The Audi E Tron Electric Petrol drive day in Melbourne Kart Track#Audi#drive

As a complete petrol head, I never thought this was possible.. but this is the best car I have ever Had the pressure of driving! Thanks @audiireland #E-Tron #audi #electric #future @ Ranelagh

Audi E tron GT is a beauty When you prefer petrol, I'd say Benz AMG GT

The new #Audi #A3 #e-tron petrol/electric hybrid will make its mark at the Geneva Motor Show next month @GVAMotorshow

Mayb go for an electric car ? Tesla? Or audi e tron u may pay alot to start but long run u save money on road tax and petrol/diesel so works out better

Nah, you need a petrol station for it. Either buy new porsch which can/will run on the new fuel(85% less Co2 = electric car emission) or buy the new Audi E Tron Rs. If your imaginary money burning your imaginary wallet.

That’s great and all, but why no more hybrid model options for those of us who still rely on petrol? I loved the A3 E tron and assumed @Audi would bring that tech to future models. No such luck.

Thus, saving petrol car enthusiasts likeness. I like the Audi E Tron and Porsche Taycan. Tesla's design is not that sporty.

@directhex @bobbyllew At home, my Audi A3 E tron I pop in the socket, job done, don't use Petrol unless I'm on the motorway :)

Can definitely see this happening, having leased an audi e tron for the past 6 months I would never go back to a petrol engine, never mind its greener, its just a joy to drive.

รีวิว Q&A audi e tron petrol

In a world of self-driving electric vehicles and low-cost, ubiquitous ride sharing, are supercar manufacturers like Ferrari basically dead?

Is formula one basically dead ? Or any other sort of motor sports for that matter? Will petrol heads and car lovers all of the sudden cease to exist? There may be a tendency in the future to go electric. Here are a few examples: You already have Ferrari LaFerrari electric hybrid supercar So do other manufacturers Drayson B12/69EV Porsche 918 RSR, Hybrid Race car Nissan LEAF NISMO RC Electric Race Car Fisker Karma - electric Audi R18 e-tron quattro Audi R18 e-tron quattro So the answer to your question is an absolute NO! Ferrari is very much alive, just like many others will be.

Why is the Audi R8 so special?

1. The flagship petrol model is the V10 Plus, producing 449kW and 560Nm and capable of sprinting to 100km/h in 3.2sec, to 200km/h in 9.9sec and has an official v-max of 330km/h. It is three-tenths quicker to 100km/h than the outgoing gen-one V10 Plus. 2. The regular V10 model produces 397kW and 540Nm and, with its claimed 3.5sec 0-100km/h performance, is as quick in a straight line as the old range-topping Plus version. 3. Both engines feature dual (direct and indirect) fuel injection and dry sump lubrication, while also new is a ‘coasting’ function that disengages drive off throttle and above 55km/h as a fuel conservation measure. 4. As predicted, both versions will be seven-speed twin-clutch only and fitted with new Quattro drive system capable of transmitting up to 100 per cent of torque to either axle. 5. Official stats confirm that at 1454kg dry weight for the V10 Plus, the new breed is lighter than the outgoing range, with savings of up to 50kg depending on the variant. 6. Perhaps the biggest R8 news is that the electric e-tron version has been given a green light for series production. After a false start with a first-generation R8 e-tron, engineers have overcome the primary issues of battery range and weight to put the fully electrified supercar into series production. Crucially, the e-tron brings with it proper high-performance credentials: 340kW and a whopping 920Nm, with an acceleration claim of 3.9sec for the 0-100km/h sprint. 7. The e-tron will also be Audi’s only road-going rear-drive production car. 8. Recent advances in lithium ion technology for its load-bearing battery assembly effectively doubled the maximum range of the stillborn prototypes, with the R8 e-tron offering up to 450km between charges. The capacity of the battery has blossomed from 49kWh to 92kWh while energy density has also doubled to 154Wh/kg. Using e-tron’s onboard Combined Charging System, which allows charging with direct and alternating current, Audi claims that the battery can be fully charged in “significantly less than two hours”. 9. Other e-tron engineering features include an electromechanical braking system that provides high-energy recuperation and a ‘targeted’ torque vectoring system to govern output across the rear axle. While it’s yet to be confirmed if the R8 e-tron will be sold locally, it’s available for order to European customers this year. 10. Audi has also updated its R8 LMS racecar in preparation for 2016 competition, which shares around 50 percent of its parts with the road-going R8, produces 430kW from a V10 engine that’s “virtually identical to the series-production engine” and weigh in at 1225kg. Pic Source - My iphone

Will Tesla fail?

Tesla as of now in the picture, may seemingly fail. Owing to an unreliable Musk with a weird etiquette on the social media calling in for a lot of controversy, it probably shows a 'solid' track for Tesla reaching bankruptcy. But there are facts beyond all of this that literally brings Tesla in a position to threaten all of the premium automobile makers around the globe even in its present scenario. Before you guys call this answer bullshit, do spend a bit more time to read this out entirely and then evaluate. Let me put this out to you guys clear and straight. There is no single automaker in the world that is capable of competing with Tesla making EVs as of now. And so will be the case in the coming future. Let me reason this out. The figures don't lie. These figures are just pointing out the monthly sales of EVs in the US. Clearly, Tesla dwarfs any given automaker in the sales of EV. From this we can easily conclude that Teslas are the most preferred and inevitably the best EVs in the market. No big player comes anywhere close to where Tesla is in the EV market. Having said that, let me also subsequently make a safe prediction that Tesla is an immense threat to all the automakers in the planet. One might argue that, it's just a matter of time and at the moment the big players in the arena of premium cars, say BMW, Audi or Porsche for that matter are just not focussing much into EVs as they get huge profit and turnover from ICE cars and not from EVs. BUT, if that's the case then how come BMW for example let Tesla Model 3 outsell all of their models together in the Small and Midrange luxury cars category. This is where the great danger to BMW or any other prominent premium car maker could be smelt. The Tesla Model 3 Tesla Model 3 alone outsold all small and midsize luxury vehicles from Infiniti, Volvo, Alfa Romeo, Acura, Jaguar, Audi, Genesis, Lincoln, BMW, Lexus and Mercedes in its category, depriving them all of any chance of growth. (Data as of August 2018, in USA) https://www.google.com/amp/s/insideevs.com If this is the trend in the US, then there's no reason why we shouldn't see this happening in Europe or Asia in the near future. The bitter truth here for BMW, Mercedes, Audi, Porsche or Volvo is that, as of today they are still ages behind Tesla. If they had the technical know how to compete with Tesla they would've beaten Tesla long ago in the EV segment itself. With the kind of turnover and infrastructure BMW or Audi possess, they wouldn't have waited for Tesla to eventually outsell all of their cars combined. I'm afraid, but none of the EVs proposed to be released by German automakers or others in the coming years or released recently are not even at par with Tesla models rolling out since 2012. Not even the Audi E Tron that released last month comes to par with Tesla's Model X. Of course E Tron of Audi and iNext cars of BMW would certainly find buyers. But the thing that changes the entire scene is 'option'. If given this option with Tesla, why would buyers go for an E Tron or iNext when it's clearly not in the league of Tesla? And there's no specific reason why Tesla would remain limited in the US. In the coming years, they surely would expand their operations, which might be a brutal rampage for the monopoly BMW, Audi, Mercedes or anyone you name enjoy. None of the major luxury car makers as a matter of fact have any car (gas/petrol/diesel/ev) to compete with Tesla Model 3 in the US. This picture could effortlessly extend to other countries and other segments of automobiles as well. Again there's nothing stopping Tesla from innovating further. If huge industries like BMW or Daimler find it hard to compete with models that already released a few years back from Tesla, then they so have the potential to crush any big automobile maker. Unless these players innovate and do something real quick to reach the levels of capability in producing an Electric Vehicle as good as a Tesla, we can have a guaranteed foresight of every single carmaker losing grounds to Tesla. So the verdict here is, I do not see Tesla failing. In fact I consider Tesla a revolution powerful enough to challenge any given automaker on Earth. The future is pretty much in favor of Tesla, regardless of them losing their shareholders.

What is your reaction to Prince Harry driving an Audi E-Tron?

I guess he’s trying to make a fairly obvious eco point. But as he certainly already has more than one petrol/diesel powered car, it would be far more environmentally sound to continue driving one of those until it “died” rather than buying (or being given?) a brand new electric vehicle with all the energy consumption involved in its manufacture as well as the problems associated with items such as its batteries.

I have a Tesla Model S. Has anyone noticed that the road and wind noise is much greater in the Tesla than other comparable cars like BMW and Mercedes? Those cars are much quieter.

German Automobile club ADAC frequently does tests with all new cars, and measuring the noise level insides the cabin at 130 kph (80.8 mph) is a standard procedure. The Tesla Model S was measured with 69 db, which is mediocre for a luxury sedan. Some other cars for comparison: Porsche 911 Carrera Coupé S 71.2 db Renault Zoe Intens (Subcompact electric car, 2018 model) 70.1 db Tesla Model 3 LR AWD: 68.7 db BMW i3 (compact electric car) 68.7 db VW Golf 2.0 TDI Turbodiesel: 68 db Tesla Model X 100D: 67.8 db VW e-Golf (electric): 67.5 db Ford Focus EcoBoost 1.5 (three cylinder engine): 67.5 db Toyota Prius Plug in 68.5 db Mercedes S 350 BlueTEC (Turbodiesel, 2013 model): 63.7 db BMW 745e (petrol engine, plugin hybrid, 2020 model): 62 db Audi E-tron 55 quattro (electric car, 2019 model): 63.8 db ADAC points out that all tested Teslas lack a proper sound insulation. They are very silent at low speeds but too noisy for their class at high speed. In the report of the Tesla S, ADAC also mentioned that there are some annoying sounds from the drivetrain which would probably be covered from the sound of an IC engine, but the car does not have one. The BMW 745e was the quietest car I could find. It is 7 db quieter than a Tesla S. That means that it is almost half as loud as a Tesla.

FAQs ที่เกี่ยวข้อง audi e tron petrol

  • Q

    ประเภทยางรถยนต์ของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    lina_love_peace

    มีประเภทยางรถยนต์และรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    บอกระบบช่วยของAudi E Tronหน่อย.

    กมล สุพิศ

    ระบบช่วย ของ Audi E Tron มีดังนี้

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ลำโพงด้านหน้าของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Chatchai Srikham

    มีลำโพงด้านหน้าและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม

Tags

เพจ & แท็กยอดนิยม

หน้าหลัก