แท็ก

audi e tron public charging

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e tron public charging

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

"ซิลิโคน" จะเป็นทางเลือกใหม่ในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าให้ อึด ทน นาน กว่าเดิม

ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายต่อธรรมชาติ เช่น ของเหลว กรด หรือตะกั่ว จึงปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมAudi

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

'รถไฟฟ้าทุกคันในปัจจุบันดูเหมือนกันไปหมด' นายใหญ่ BMW ย้ำต้องสร้างความแตกต่างเมื่อเวลามาถึง

แม้ว่าคู่แข่งมากหน้าหลายตาจะเดินหน้าเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าบนแพลตฟอร์มของตัวเองกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Audi

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

ดูเพิ่มเติม

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

ๆ ร้อน ๆ ก็คือ Audi Q5 (อาวดี้ คิว5) ที่มาพร้อมชุดแต่งเอสไลน์ ทั้งภายในและภายนอก รวมไปถึงช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งใหม่

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ขณะที่ Chevrolet (เชฟโรเลต) เป็นแบรนด์ยอดนิยมในอียิปต์ ส่วน Toyota ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% ในเยเมนAudi

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพิ่มความเป็นไฟฟ้าที่ดูแลง่าย จึงทำยอดจองเยอะมาก ต้องต่อคิวรอนานเป็นปี ด้วยราคาขายเพียง 2.29 ล้านบาทAudi

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

Hyundai เปิดตัวแพลตฟอร์มไฟฟ้า E-GMP รองรับอัตราเร่ง 0-100 กม.ต่อชม. ใน 3.5 วินาที

รองรับตัวถังรถยนต์หลากหลายประเภทแพลตฟอร์ม E-GMP จะถูกใช้กับรถยนต์รุ่นใหม่ในเครือ Hyundai ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์

จับตา 10 รถใหม่เตรียมเปิดตัวปี 2021 รุกตลาดโลก หลายรุ่นเข้ามาขายเมืองไทยด้วย

โดยเฉพาะสปอยเลอร์หลังในตัวแบบเชิดขึ้นที่บั้นท้าย เครื่องยนต์จะใช้เทคโนโลยีของ Subaru บล็อก 4 สูบนอน ขนาด 2.4 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศAudi

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

ฟังเหตุผล ทำไมรถล้ำ ๆ อย่าง 2022 Mercedes-Benz EQS ยังใช้กระจกมองข้างแบบดั้งเดิม

ผลการศึกษาพบว่าการดูภาพหน้าจอที่แสดงผลด้านหลังหรือด้านข้างตัวรถจะทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่เวียนศีรษะ”กระจกมองข้างดิจิทัลใน Audi

รีวิว Q&A audi e tron public charging

Why has Tesla’s market share of BEVs fallen so sharply in Europe in the first half of 2020, from 28% to 17%, in a growing market?

A2A Mike Richmond—Thanks Mike! ^ Peugeot e-208 (2020) — EV Database ^ Citroën Ami (2019) — Forbes ^ Daimler Smart Car EV (2018) — Top Speed ^ Porsche Macan EV (Model planned: 2021) — Autocar ^ Porsche Taycan EV (2020) — Motor Trend ^ Audi e-tron (2020 model) — Car and Driver ^ Renault Zoe RS EV (Model planned: 2022) — Autocar ~~~~ Q. Why has Tesla’s market share of BEVs fallen so sharply in Europe in the first half of 2020, from 28% to 17%, in a growing market? A. My guess: Competition, Import costs, Tesla does not have a line of compacts/subcompacts yet COVID-19 impacts on US > to > Europe exports, and Vested interests. DETAILS European car companies are not just going to let Tesla take their market without a fight! Proud brands like VW, Audi, Daimler, BMW and Renault make great products and great EVs. Two Major Groups to watch for growth… going forward: VAG/Volkswagen Group: Audi, Volkswagen, Skoda, SEAT, Porsche, Lamborghini, Bentley, Bugatti, and many more brands. Groupe PSA: Peugeot, Citroën, DS, Opel and Vauxhall Tesla does not yet have a large enough manufacturing presence in Europe. Tesla has to ship cars from California to Europe, and pay the shipping, handling, import duties, and other expenses. This makes Tesla less competitive in Europe until they can establish a better local presence. Tesla is doing that today—building a Gigafactory in Germany, and I understand Tesla is also working on a possible site in the UK. In addition to competition from European companies, Tesla also sells against Hyundai, Nissan, and a number of companies who import to Europe from other continents. Japanese, Korean and Chinese brands are likely to extend their EV offerings in Europe. ALSO, European society, car companies and governments may have a vested interest to protect their own—GDP, Jobs, reputations, etc. Example: The European automotive press has famously recommended local companies’ wares over Tesla models, even after having rated the Tesla better in head to head comparisons that they conducted. Regulations in Europe are often complex and are not always in Tesla’s favor. ALSO, Tesla lost a month’s of 2020 European production in their Fremont, California plant due to COVID-19—and a government shutdown that affected that car plant worse than almost all others. This is expected to affect European Tesla sales until September 2020. All of Tesla’s European vehicles come from its Fremont factory, which was shut down for over a month during the second quarter due to the pandemic, and the shutdown disproportionately affected the European supply of Tesla vehicles. At Fremont factory, Tesla produces vehicles in batches for different markets, and those batches can last several weeks, The shutdown happened as Tesla was supposed to produce its batch of vehicles for the European markets. This resulted in a very short supply of Tesla vehicles available for sale in Europe and only now in late July, and this month Tesla has started producing European vehicles again following the reopening of the factory in May. I believe we are going to see Tesla recover in September with strong sales in Europe once the next batch of vehicles makes it to the continent. Tesla sales are sliding in Europe, but it's not only because of competition - Electrek . ALSO, until recently, Telsas were primarily designed and tested in California, USA. This means that US West Coast regulatory, design, environmental, weather, and other standards strongly influenced the Tesla designs. This is a disadvantage when selling into Europe…or even selling into New Jersey. ALSO, Tesla does not yet have a compact or subcompact car to compete in the European market, where smaller cars are popular. Many roads in Europe were built long before the USA was even a thing—and even before cars were a thing. Lanes can be narrow. Parking spaces, difficult. While the Autobahn is famous for speed, in many European areas I have visited, high speeds are not possible or desirable, and range is really not a concern for all Europeans. It depends on where you live. Tesla made its first cars to appeal to American geography, roads, culture and tastes. America—where distances are often large, and speeds high. ALSO, there is National and Continental pride. Many European people like to buy European. Can you blame them? ALSO, there is repair support—Legacy car companies sometimes have dealerships “on every corner” in some European cities. Tesla has its network—and it is not as large as VWs for sure. Especially in Europe. ALSO, public charging options. Tesla absolutely dominates with its charging infrastructure in the US. In Europe, EVs were arguably popular sooner than in much of the US—think: Nissan Leaf, Renault Zoe, VW e-Golf, BMW i3. Populations are often more dense in Europe, and public charging options may be more numerous and varied compared to the US. On the other hand, there is garage space—garages are common in the US. Not as common nor as roomy in many European towns and cities that I have visited. This makes home charging sometimes a bit more complex and less convenient. Finally, there’s the ugly American thing. We people from the US have not always represented the country well. That feeling can attach to US-based companies also. Tesla sales are sliding in Europe, but it's not only because of competition - Electrek . ^ VW e-Golf (2019) — Car and Driver ^ BMW i3 (2020) — Motor Trend ^ Nissan Leaf SL (2020) — Axios Full Disclosure: I have traveled extensively in Europe, but I live in the US—so my understanding of European markets is correspondingly limited. I invest in Tesla, BYD, Nio and other companies in the sustainability sector. For more on EVs… …Check out my YouTube Channel Origami Cybertruck o

With Jaguar's I-Pace, Audi's e-Tron and now Porsche's Taycan, why is that they still do not offer as much range as the Tesla?

With Jaguar's I-Pace, Audi's e-Tron and now Porsche's Taycan, why is that they still do not offer as much range as the Tesla? This is a question that I have pondered for some time. All BEV cars use a variety of Lithium ion batteries for power storage. There are minor variations in charge capacity between Lithium ion battery formulas, but not enough to give Tesla such a range advantage. As for motors, Tesla model S and X have been using a 3-phase AC induction motor and inverter/controller designed by AC Propulsion, The induction motor is reliable and efficient at high speed, less efficient at lower speeds. Audi’s website says the e-Tron use asynchronous motors without magnets. Which is another way of saying an induction motor like Tesla. I found that both Jaguar and Porsche use permanent magnet electric motors, which are more efficient, more powerful and expensive than induction motors. Advantage Jaguar and Porsche… maybe. So, how does Tesla have greater range? My best guess is that Tesla derives the extra range from their inverter/motor controller. Will the designer(s) of the latest Tesla inverter/motor controller please take a bow. Now I wonder, did Tesla put all their patents in the public domain or was Elon Musk holding this one back? Note: The Tesla model 3 introduces a new design, the Permanent Magnet Switched Reluctance Motor, which is giant step ahead of the competition. This is good reading. Tesla Model 3 Motor — Everything I've Been Able To Learn About It (Welcome To The Machine)

Aside from Tesla, what electric vehicle is the most reliable with a long charge range?

Long car range is important but don't forget the importance of the public charging network. Tesla has both most range and the most advanced Supercharger network. TESLA MODEL S: 335 MILES. TESLA MODEL 3: 310/325 MILES. TESLA MODEL X: 295 MILES. HYUNDAI KONA ELECTRIC: 258 MILES. AUDI E-TRON: 204 MILES. CHEVROLET BOLT EV: 238 MILES. JAGUAR I-PACE: 234 MILES. NISSAN LEAF E +: 226 MILES.

Why don't bigger car companies such as Ford start producing electric cars, eliminating Tesla's presence in the emerging market, thus claiming said market share for themselves?

You mentioned Ford … what has Ford done in the way of “electrification” (as they call it)? Ford’s primary focus for years has been lightweighting their vehicles — the aluminum body F150 for example — and improved engines, such as using turbo charging in order to produce higher fuel efficiency. Every time Ford talks about electric anything, the word is “electrification” which is a broad term encompassing mild hybrids, hybrids, plug-in hybrids, and electric. Recently Ford made another promise along this line, including teasing us with a full electric Mustang. Ford promises serious electric-drive intentions, teasing an Electric Mustang and more In 2012 Ford introduced the C-Max, a model derived from a car sold in Europe, where the USA version would be fully electrified. It was available with either a hybrid drive train or a plug-in hybrid with 20 miles electric range. At the same time they introduced another plug-in hybrid … was it the Fusion? And at the same time they introduced a fully electric Ford Focus Electric with 80 mile range. Its primary interesting feature was the 6 kiloWatt charging system that was the highest power charging available at the time. The Ford Focus Electric was a nice car primarily because the Focus is a nice car. It had design problems such as the battery pack taking up a significant amount of space in the trunk area. Ford sold very few of these cars and did very little to advertise them to the public. Despite their best efforts to not sell them, you do see some on the roads in California. For a while the two plug-in hybrids were selling very well, but the Focus EV never sold well. Basically Ford’s approach to selling EV’s has been more than lackluster. The other car companies can be described the same way. You hear from time to time a car company promising a Tesla Killer — the most recent being the Audi e-Tron. Audi has been working on this car for years, I first heard of it in 2011(?). It’s a $80k sports car, and being from Audi after all this work it’s probably a fine sports car. But … they’re not planning to go to mass production, instead it will be built on order. Tesla is selling maybe 100,000 Model S/X cars world-wide per year right now. How is Audi supposed to kill Tesla with a built-to-order car that’ll sell a few hundred or a thousand or so per year? That’s the problem with this picture overall. The car companies are sure worried about Tesla, but their efforts to unseat Tesla are largely insignificant or misguided or not understanding Tesla’s actual threat. They seem to have Tesla pigeon-holed in the luxury car market, and therefore to kill Tesla they have to develop a luxury car that’s better than a Tesla. But that’s the wrong understanding of Tesla. Instead — Tesla is not just selling luxury cars. They’re providing widespread charging infrastructure, and they’re moving down-market towards mass production cars, and also moving horizontally into trucks. The efforts of other car companies are totally missing the picture. As a result - Tesla is about to surpass Porsche’s North America and World-Wide auto sales. Tesla no longer a boutique car maker, is outselling major manufacturers like Porsche With these ineffective responses to Tesla the other car makers won’t be able to stop Tesla from continuing their rapid expansion. They’ll surely surpass other automakers and eventually make it into the top 10. A few years ago Elon Musk predicted that by 2025 Tesla will be selling a few million cars per year.

When electric car recharging stations charge by the kilowatt hour, how do the prices compare to the typical refill of an internal combustion engine?

Prices vary between charging stations. Tesla charges by the kWh at its Superchargers in many states and the price runs about $0.25 /kWh. You can take any two cars and look them up on the EPA website, then click the personalize button to enter the price of gasoline where you live, and the price of electricity at the charging station. (EPA defaults to $0.13/kWh which is the national average for residential electricity.) Here is a comparison from the EPA between a Tesla Model 3 Standard Range Plus and a 2019 Toyota Avalon[1] personalized to use $0.25/kWh for electricity. I left the price of gas at the national average of $2.67/gal. The Tesla is $650 cheaper to fuel over 15,000 miles. If we were comparing to a Prius, then the EV public charger is more expensive. If the EV were an electron guzzler like the Audi e-tron that charging at a very expensive Electrify America charger, then the EV will be more expensive than the Avalon. Footnotes [1] Compare Side-by-Side

FAQs ที่เกี่ยวข้อง audi e tron public charging

  • Q

    บอกแชสซีของAudi E Tronหน่อย.

    คน เคียงข้าง

    แชสซี ของ Audi E Tron มีดังนี้

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ระบบล็อคประตูรถของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    ซุ้ม ส. เมธาสิทธิ์

    มีระบบล็อคประตูรถและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    กระจกไฟฟ้าประตูหลังของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    กมล สุพิศ

    มีกระจกไฟฟ้าประตูหลังและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม

Tags

หน้าหลัก