แท็ก

audi e tron purchase price

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e tron purchase price

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

"ซิลิโคน" จะเป็นทางเลือกใหม่ในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าให้ อึด ทน นาน กว่าเดิม

ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายต่อธรรมชาติ เช่น ของเหลว กรด หรือตะกั่ว จึงปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมAudi

'รถไฟฟ้าทุกคันในปัจจุบันดูเหมือนกันไปหมด' นายใหญ่ BMW ย้ำต้องสร้างความแตกต่างเมื่อเวลามาถึง

แม้ว่าคู่แข่งมากหน้าหลายตาจะเดินหน้าเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าบนแพลตฟอร์มของตัวเองกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Audi

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

ดูเพิ่มเติม

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

ๆ ร้อน ๆ ก็คือ Audi Q5 (อาวดี้ คิว5) ที่มาพร้อมชุดแต่งเอสไลน์ ทั้งภายในและภายนอก รวมไปถึงช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งใหม่

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

ฟังเหตุผล ทำไมรถล้ำ ๆ อย่าง 2022 Mercedes-Benz EQS ยังใช้กระจกมองข้างแบบดั้งเดิม

ผลการศึกษาพบว่าการดูภาพหน้าจอที่แสดงผลด้านหลังหรือด้านข้างตัวรถจะทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่เวียนศีรษะ”กระจกมองข้างดิจิทัลใน Audi

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพิ่มความเป็นไฟฟ้าที่ดูแลง่าย จึงทำยอดจองเยอะมาก ต้องต่อคิวรอนานเป็นปี ด้วยราคาขายเพียง 2.29 ล้านบาทAudi

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ขณะที่ Chevrolet (เชฟโรเลต) เป็นแบรนด์ยอดนิยมในอียิปต์ ส่วน Toyota ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% ในเยเมนAudi

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

จับตา 10 รถใหม่เตรียมเปิดตัวปี 2021 รุกตลาดโลก หลายรุ่นเข้ามาขายเมืองไทยด้วย

โดยเฉพาะสปอยเลอร์หลังในตัวแบบเชิดขึ้นที่บั้นท้าย เครื่องยนต์จะใช้เทคโนโลยีของ Subaru บล็อก 4 สูบนอน ขนาด 2.4 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศAudi

รวมราคารถยนต์ไฟฟ้าในไทย ทุกรุ่นในปี 2021 ต้อนรับการมาของ ORA Good Cat

270 นิวตันเมตร ระยะทางการวิ่ง 217 กม. 2021 Lexus UX300eLexus UX 300 e

รีวิว Q&A audi e tron purchase price

What will happen to Tesla when other car manufacturers start making electric cars?

Let’s dispel that misinformation first. Tesla cars are not too expensive for the average buyer. The average new car purchased in the United States is $37,577. You can get a very nice Tesla Model 3 Standard Range Plus for $39,990. If there are 40 car manufacturers, then 39 of them are “not the best.” “Best” and “top-selling” aren’t the same thing. While everybody and their uncle is coming out with an electric car these days, “volume production” is not there. The Chevrolet Bolt, as good a car as it is, has done very poorly competing against Tesla. Many of the other EVs are only sold in a few states. The much anticipated Audi e-tron fell flat on range and energy efficiency. Other contenders are small and cramped. VW has an attractively-priced ID.3 car, but they aren’t going to sell it in the US. Polestar 2 is also an interesting car, but it won’t make an appearance in the US until maybe the middle of 2020. Porsche has a much touted new EV, but it’s range can’t complete with Tesla and it costs about three times more. Meanwhile Tesla is not standing still. I expect Tesla to continue to do well, as all those competitors drown each other.

From the range and performance results of Audi's e-tron and Taycan, can we conclude that any existing car company will never catch up Tesla in the area of BEV? If not, who will be the first that break the current situation?

It isn’t just a question of catching up to Tesla on range and performance. Those are the easy challenges. The really hard ones are being overlooked by legacy car companies, and it means that a second wave of rude awakening awaits them. Tesla is changing the rule book on what it will take to be a successful auto maker in the coming decades. The notion that making an EV is simply a matter of replacing the IC engine and transmission with an electric motor and battery to attract customers away from Tesla is naive. The recent attempts to do so bear me out. Legacy car companies have been asleep at the wheel in so many ways, but particularly on innovation. Not just technological innovation, but production innovation, supply chain innovation, marketing and sales innovation, labor relations, and servicing. Almost every aspect of the automobile industry model is being turned upside down by Tesla to the detriment of the old school ways of traditional auto companies. Competency in software will be critical in the design of future automobiles. Cars of the future will be no less than mobile computer systems containing multiple millions of lines of code all designed to work seamlessly to control nearly every aspect of a car’s function. The current industry model of distributing software over dozens of individual microprocessors independently developed by outside component suppliers will never achieve high performance, reliable, and usable driver interfaces at competitive costs. Future vehicles will drive themselves to any destination without human supervision. They’ll charge themselves, park themselves, and hire themselves out as taxis. Only the most efficient, reliable, and lowest operating cost cars will succeed in eliminating the need to own a car at all. Anyone who thinks that converting 100 years of automotive hardware DNA evolution to software will be easy, has never attempted such a transition. Missteps will be fatal. Even hardware development presents a challenge to traditional car makers. Battery technology is key to achieving favorable price competition. Electric motor and electronics technology can make a huge difference in the efficiency of an EV. And how many auto companies are capable of designing their own special purpose chips for autonomous drive systems? Accelerated, continuous improvement development cycles will make it extremely difficult to keep pace with the leading companies. How cars are sold and serviced will be radically changed. The dealership sales and service model of car ownership will no longer be needed. On-line purchasing at fixed pricing is the wave of the future. Buying a car will be like buying something on Amazon. Don’t like it? Return it, no questions asked. It will no longer be acceptable for legacy auto companies to produce cars that require maintenance, have short life spans, and become obsolete one year after delivery. Over-the-air software updates, self diagnostics, automatic ordering of replacement parts, and come-to-you repair service will eliminate most trips to a service center. Not only do legacy auto makers face the challenge of catching up to Tesla, but they’ll have to keep up with Tesla, as well. I’m not optimistic. If anyone can, it will probably be some company you’ve never heard of. Even Tesla will one day become a little too comfortable and complacent. I think that will be awhile though.

Why is 2020 the turning point for electric cars?

A tipping point appears to have been reached. Up until the end of 2019, the predominant view as expressed in the media was that Tesla is not a sustainable enterprise. The stock had been heavily shorted all year, and Wall Street analysts with few exceptions were skeptical of the company’s prospects. Many issued sell recommendations on the stock, and sell it did, dropping to $189/share on June 3, 2019. But since that low point, the story has changed dramatically. Concerns about demand for the Model 3 began to evaporate, Gigafactory 3 in Shanghai was being constructed at record pace, Model Y delivery projections were moved up from fall of 2020 to summer, and Tesla unveiled their Cybertruck prototype and quickly accumulated 250,000 pre-orders. When Tesla announced 3rd quarter results exceeding Wall Street expectations, the stock rose 30% in October, and by the end of the year it achieved an all time high passing $420/share. Tesla passed Daimler into third place behind Toyota and VW in terms of market valuation. Tesla was selling their Model 3 as fast as it could be manufactured, out selling all gasoline luxury class vehicle brands in the U.S. in the 2nd quarter before allocating more production to Europe and China to meet strong demand there as well. There could be no denying what Tesla had accomplished. Tesla was not going away. Tesla was setting the future direction of the auto industry, and the world was waking up to it. The early EV product offerings by Audi (e-tron) and Jaguar (I-Pace), could not measure up to Tesla’s standards of performance and features. Hyundai (Iconiq, Kona) were well regarded, but availability was limited, and Porsche (Taycan) couldn’t exceed Model S performance and driving range despite a hefty price premium. The handwriting was on the wall, and the tepid experimentation with electric vehicles by major auto companies began to change, notably at Volkswagen and Ford. VW committed to large battery purchase contracts for EVs, converted an ICEV factory in Zwickau, Germany to produce their ID.3 EV, and announced plans to build an EV factory in Chattanooga, Tennessee. Ford unveiled their Mustang Mach E SUV with a design that incorporated many features that Model 3 buyers rave about. Ford announced a $500 million investment in Rivian, the electric truck startup, presumably to gain the technology to produce an electric version of their F-150 pickup truck. These are just a couple of examples of the shift of attention that traditional auto makers are making in order to remain relevant in the growing electric vehicle market currently dominated by Tesla. Any auto company that doesn’t take serious steps in 2020 to build competence in EV technology, production, sales and service will be staring extinction in the face by 2030.

What decision are you having a hard time making right now?

Which car to get next. My dad last year told me that he wanted to buy a new car. I told him to wait. I was looking to buy a car in the next year or so, and I would just let him have the one I was currently driving, a 2016 Lincoln MKZ hybrid. Earlier this year, I moved to Oregon. I told him that since my finances would be uncertain, and that I had decided to postpone my purchase to later in the year. Now it’s later in the year. My financial situation is stable. And it’s time to buy a car. Only, I’m torn. The Tesla Model S was my dream car for years. I also like the Model X. I live in a state without a sales tax. If there was ever a time to make a big purchase, now would be it. But I have 3 issues with Tesla. I really don’t like what I’ve seen about their workplace safety record.[1] [2] [3] On the other hand, it seems that their rates have now improved enough that maybe they aren’t really distinguishable from the auto industry standard? [4] I really don’t like Elon Musk. The $7,500 EV purchase credit has expired. Ideally, I would have an environmentally-friendly car, with low or no tailpipe emissions and a high energy efficiency. But when I look at the electric vehicle marketplace, there is really nothing nearly as good as Tesla: Polestar, a division of Volvo, just came out with the Polestar 2. But there are a few issues: There is nowhere nearby to get the car serviced. It costs more and has a smaller range than the Model 3, with which it competes. The 2200 vehicles purchased this year have already had to be recalled for a really bad safety glitch.[5] Lucid, which has come out with a truly amazing car, won’t have a version of the car costing less than $80K for another 2 years. The Audi E-tron and Jaguar I-PACE both have a smaller range than the Tesla models they compete with. None of the cars listed above can compete with Tesla’s supercharger network. As I see it, I have 2 options: Get a Tesla, now. I can’t imagine being unhappy with either the Model X or the Model S. And it can be argued that my concerns about the company are either overblown—the workplace safety record is now the same as its competitors—or petty—who cares whether I personally like Elon Musk? Get a placeholder car for 2 years, re-evaluate the landscape, then get an electric vehicle of my choice if there are more options available. Volvo has a great subscription service. For around $650–700/month, you can get a new car, with insurance and service costs included. At the moment my pick is the XC40. The only downside is that it’s not an electric or hybrid car. The affordable option of the Lucid Air will be available in 2022. Assuming I still like the car at that point, I could get one. There will be many more electric vehicles coming out between now and then. The problem with this is that, should I move out of Oregon between now and then, I won’t have the benefit of purchasing a car without a sales tax. Thoughts? Footnotes [1] Tesla had worse safety records than slaughterhouses and sawmills, but says it's improving [2] Tesla says its factory is safer. But it left injuries off the books | Reveal [3] Worker injuries, 911 calls, housing crisis: Recruiting Tesla exacts a price [4] Workers at Tesla's California car factory got injured less often in 2019, improving on the automaker's historically lackluster safety record [5] Polestar 2 recalled for software glitch that can leave car without power

Why is the Audi E-Tron so popular in Norway?

The theoretical answer. Norwegian voters historically have a tendency to prioritize voting for safety, security, stability and solidarity. Today, there is a bit less solidarity and a lot more wealth from the oil. Combined the preferences if manifested into a vehicle might very well be something close to the Audi E Tron. That is, Norwegian purchasers get all of the advantages of an electric vehicle and perhaps the most conservative German luxury car manufacturer in one package. If Norwegians were to turn into cars overnight many may turn into an Audi. The practical answer. For the Audi loyalist the E Tron is going to cost 25 to 40 percent less than the Q8 (in Norway) depending on the features chosen. My guess is many loyal Audi buyers are switching to electric. For those deciding between Tesla X, Jaguar I-Pace and E Tron a few reviews have placed the E Tron at the top for some of the following reasons. Reasons which I say reflect Norwegian lifestyles and values. The Audi is a good value for the money priced significantly less than the Tesla X (especially the performance edition) and moderately less than the Jaguar I-Pace. Audis are known in Norway for having good road handling capabilities which is important in a country with many very narrow, twisty roads often covered with snow and ice. The build quality and dependability of the Audi seems better than the Jaguar and especially the Tesla and is likely perceived that way by Norwegians. Norwegians often spend their free time out in the nature and at cabins. Many Norwegians have access to two or more cabins, usually one in the mountains and one near the sea. While the Tesla X offers the ability to tow the heaviest trailer (2,250 kilos) followed by the Audi at 1,800 kilos. The Jaguar only can tow 750 kilos so if towing vs. price is a high priority then the Audi wins out here. Norwegians being born with skis on their feet as some say here also want a box on the roof of their vehicles they can place their ski gear. The Tesla X rear box is less than ideal in terms of location and aesthetics and the roof box does not look “right”. Regarding brand affinity Audi wins in Norway. Jaguar until recently was a less preferred vehicle in Norway and they should be commended for selling as many I-Pace’s as they have. The Tesla looks like a blown up beetle and the doors are a bit ghetto rich. The Jaguar has sharp lines and looks too much like a trophy wife or husbands car. While the Audi has clean and classic lines that are understated (i.e., conservative) yet, sublime. Although, I was surprised to see a very popular Audi E Tron model being sold in petroleum blue with orange accents on the brake shoes. It used to be in Norway car buyers would have model and engine size bades removes from the car as it was seen as bad form to advertise or brag about such things*. To summarize, I think the E Tron of the four models mentioned has the highest utility for most Norwegians. In America, we say the early bird gets the worm. In Norway, its more the early bird gets eaten by the fox. The Tesla X was sort of that fox and was purchased by early adopters. The Audi E Tron is more or less the Electric SUV choice of Norway’s everyday person, and in a land obsessed with everyone is the same, its a good choice to have a piece of luxury that still fits in with the social democratic narrative (albeit, an increasingly affluent , luxury oriented and individualistic one).

FAQs ที่เกี่ยวข้อง audi e tron purchase price

  • Q

    ราคา SRP(Bangkok)ของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    อุ้ย'เหี้ยย ส่อง

    มีราคา SRP(Bangkok)และรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ล้ออัลลอยของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    disornr

    มีล้ออัลลอยและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทางของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Ja Kamonchanok

    มีระบบกล้องมองภาพรอบทิศทางและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม

Tags

หน้าหลัก