แท็ก

audi e tron technology

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e tron technology

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

ๆ ร้อน ๆ ก็คือ Audi Q5 (อาวดี้ คิว5) ที่มาพร้อมชุดแต่งเอสไลน์ ทั้งภายในและภายนอก รวมไปถึงช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งใหม่

ฟังเหตุผล ทำไมรถล้ำ ๆ อย่าง 2022 Mercedes-Benz EQS ยังใช้กระจกมองข้างแบบดั้งเดิม

ผลการศึกษาพบว่าการดูภาพหน้าจอที่แสดงผลด้านหลังหรือด้านข้างตัวรถจะทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่เวียนศีรษะ”กระจกมองข้างดิจิทัลใน Audi

ดูเพิ่มเติม

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพิ่มความเป็นไฟฟ้าที่ดูแลง่าย จึงทำยอดจองเยอะมาก ต้องต่อคิวรอนานเป็นปี ด้วยราคาขายเพียง 2.29 ล้านบาทAudi

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

Review: Audi Q5 รถเอสยูวีสุดหรู

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์สุดหรูที่ส่ง Audi Q5(อาวดี้ คิว5) รถอเนกประสงค์ขนาดกลาง มีให้เลือกได้แก่ Audi

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

"ซิลิโคน" จะเป็นทางเลือกใหม่ในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าให้ อึด ทน นาน กว่าเดิม

ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายต่อธรรมชาติ เช่น ของเหลว กรด หรือตะกั่ว จึงปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมAudi

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

2020 Audi A4 Avant เครื่องยนต์ไมล์ดไฮบริด 249 แรงม้า เปิดตัวในไทยแล้ว ทำราคาสวย 3.399 ล้านบาท

Audi Thailand (อาวดี้ ไทยแลนด์) เปิดตัวรถยนต์วากอนรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง 2020 Audi A4 Avant 45 TFSI quattro

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

จับตา 10 รถใหม่เตรียมเปิดตัวปี 2021 รุกตลาดโลก หลายรุ่นเข้ามาขายเมืองไทยด้วย

โดยเฉพาะสปอยเลอร์หลังในตัวแบบเชิดขึ้นที่บั้นท้าย เครื่องยนต์จะใช้เทคโนโลยีของ Subaru บล็อก 4 สูบนอน ขนาด 2.4 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศAudi

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ขณะที่ Chevrolet (เชฟโรเลต) เป็นแบรนด์ยอดนิยมในอียิปต์ ส่วน Toyota ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% ในเยเมนAudi

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

รีวิวโพสต์ audi e tron technology

#vapeon #vapefam 2018 Audi E Tron Quattro Concept Electric: Please Subscribe To My Channel and Get More Great Cars Videos Audi e-tron Sportback Concept Design study and technology demonstrator, electric car and power pack in the…

We have our First Audi E Tron car, amazing technology!!!

Here is the first all electric SUV of E - TRON, AUDI | Read More: #news #tech

#AUDI #E-#TRON takes #progressive technology and creating the #electric driving experience of tomorrow .

New videos show how Audi E-Tron’s new virtual side mirrors work #Audi #Video #E-Tron #Automobile #Innovation #Mirror #Tech #News #EV #OLED #Technology https://buff.ly/2lZWYx3

#Audi:highly efficient e-tron-quattro technology:300 kW of power - only consumes 1.9 l/100 km (123.80 US mpg) fuel

Re-born of the #Audi #A2 with new #e-tron #hybrid technology derived from #lemans. Expected in 2014. #etron #powertrain

Audi id the leader in bringing a technology change .. From spaceframes ... To corrosion resistant frames ... E tron the e-sc #LoveAudi

#Audi Allroad plus #e-tron technology...Very exciting concept car from Audi. http://lnkd.in/b2WiZGT

@weejockmaley @StoutHammer @LaingHome @LorettaLynn2015 #Audi #R8 #e-tron - #Technology for the Future | Drive it! http://youtu.be/8TR5w-VQNPU

รีวิว Q&A audi e tron technology

Is Tesla about to crash and burn? I keep hearing a lot of doom and gloom about Tesla. Is it as bad as they say, or fake news?

It’s not fake news, but it is a very pessimistic twist on the facts. Tesla’s first quarter for 2019 was below expectations. It probably shouldn’t have been a surprise for several reasons, but it depressed the stock. Some say Tesla has reached a “demand cliff” but they ignore the fact that all car companies slack off in the first quarter, Tesla is in transition shipping Model 3s to Europe and China, and Tesla has still not shipped the car that everyone is waiting for, the $35,000 Model 3 Standard Range. Another bit of negative news was that Tesla’s head of power trains has moved to Apple, boosting speculation of an Apple car. And in general the very long list of upcoming competitors (“Tesla killers” some say) might lead some to think Tesla was in trouble. I’ve been looking at each of these new BEV entries, and there are problems with all of them. In my mind, the best of the lot was the Audi e-tron that we understand will be released in the US around this month, but there is some terrible news about the e-tron—the EPA tested it and it has only 205 miles of range with a 95 kWh battery pack. My old Model S gets 249 EPA miles with a much smaller 75 kWh battery pack and my Model 3 gets 325 miles with a 75. There is a serious efficiency issue there. And the e-tron costs about twice as much as my Model 3. That’s not a recipe for a Tesla killer, even with its optional seat massager. It’s also an open secret that traditional car dealerships do not want to sell electric cars because it cuts into their maintenance revenue stream. There is an anecdote that someone went to one of the Audi e-tron events in the US, checkbook in hand, but stayed for two hours unable to find anyone with an interest in taking his order. He left. Update: April 15, a week after the original answer, I bought Tesla stock. I did that for a few reasons. The stock is down today ($261.27) Tesla has scheduled a major webcast on its full self-driving technology for April 22. The fact that this is happening suggests a major announcement and some breakthrough in this area which I think is important for the success of the company) Tesla announced that going forward it was not going to write leases allowing customers to buy the cars at the end. Tesla will take the cars back and use them for a future autonomous ride-sharing service. This could be disruptive for Uber and Lyft, since Tesla would have a huge cost advantage. Fiat Chrysler is paying Tesla hundreds of millions of dollars for zero emissions credits in the EU Model 3 sales in Europe have been strong It turns out that slow deliveries of Model 3 in the first quarter of 2019 were not due to a demand plateau, but a constraint on batteries. All the other EV offerings announced have one thing or another wrong with them—too expensive, poor range or poor performance. And they will never drive themselves. This video of Musk and a leading MIT autonomous driving researcher:

Is Tesla miles ahead of other automakers when it comes to electric vehicle battery technology?

No, but also yes. No: There’s nothing magic about Tesla batteries. They’re bog-standard Li-Ion batteries, made to high quality control specifications but still absolutely standard. The external battery packs you can get to recharge your smartphone use the same kind of batteries. Yes: The Audi eTron, Jaguar iPace, and other electric cars have inferior range per kilowatt-hour of battery than Tesla’s cars, even accounting for weight and aerodynamics. In Audi’s case, a lot less.[1] This difference seems to be down to battery management, and specifically battery thermal regulation. Tesla is way out ahead of everyone else when it comes to getting the most use out of its batteries, and a lot of this appears to be down to ferocious management of the battery temperature and, to a somewhat lesser extent, extremely precise control over battery charging. Li-Ion batteries are quite sensitive to temperature and can lose capacity if they aren’t charged just so, meaning battery management seems to be a lot more important than everyone other than Elon Musk realized. Footnotes [1] Audi won’t say why the e-tron has a big battery but low range

Aside from being an electric vehicle, which Tesla feature or benefit is the most attractive and interesting to you?

For me, a lot of things pique my interest in Tesla vehicles. However, what makes them stand out the most? For starters, the looks. I mean this car is gorgeous. Tesla has done an amazing job at designing a good looking car. Electric cars are notorious for looking like this… While Tesla has made them into this… That is the Tesla Model S P100D which everyone already knows about. However, that being said, the performance gap between most electric cars, notice I said most, and Tesla cars is astronomical. The Mitsubishi I-Miev is the car pictured above, and was very affordable but get this, only had a 62 mile range. I can’t pick on it too much because of the price of a mere $24,000 but we have come a long way since then. The Model S pictured above with standard range costs $75,000 not accounting for discounts for an electric vehicle. That is most certainly not a good comparison for the price. However, if we compare the upcoming Audi E-Tron Does look pretty good! However, there are still some differences between the Model S and the Audi E-Tron. Range: The E-Tron’s base model does 204 miles on a single charge. The Tesla, 285 miles. Performance: E-Tron: 0–60mph in 5.5 seconds Model S: 0–60mph in 4.0 seconds Looks: For me, I will always appreciate the looks of a sedan over any SUV, even the Model X. I actually really don’t like the Model X. However, the Audi E-Tron does look fantastic, just not my type. Overall the two cars are comparable in price, performance, and to a lesser extent, range. But here comes the kicker… Technology: From what I can tell, the E-Tron comes with mostly standard new car technology. Infotainment system, CarPlay, and one thing interesting is Amazon’s Alexa as they were a partner in designing the E-Tron. Tesla cars all come with an extremely advanced technology package even for the base model. If we ignore the autopilot, as it does add $6,000 to the price, a quote from Tesla’s website explains the technology still available, “All new Tesla cars come standard with driver assistance features such as emergency braking, collision warning and blind-spot monitoring.” They all also come with automatic air suspension that raises and lowers based on your request to clear large bumps. Throw in another six grand and you get the famous Autopilot features such as auto park, summon, auto-lane change, and the famous advanced cruise control navigation. Inside the cockpit, the Tesla is full of weird quirks to play with like a drawing board and the ability to make the sat map turn into Mars with the promise of even more technology coming. Over the air updates are a beautiful thing. The main point is, I would love to own a Tesla not because of solely its performance, but because of the technology they are innovating. The automotive industry is changing during my lifetime and that’s something to be excited about. Tesla leads the innovation right now, but who knows what the future holds. I for one am only 21 years old so a Tesla is still a long way off. That’s not to say it’s impossible to own though. And maybe, just maybe we will start to see more companies throwing their proverbial fishing nets into the electric car market. Thanks for reading! -Stephen

Is Tesla cars’ design one of the major factors that makes people buy a Tesla?

Not anymore. At first it certainly was. This is what electric vehicles looked like before Tesla came along. This is the Th!nk City, a Norwegian EV that was in production between 2001 and 2012. It had a range of 160 km, 46 hp and a top speed of 110 km/h. Now, you may or may not like the design, but I would hardly call it sexy. This is a 2010 model Buddy, another Norwegian car (don’t ask): Let’s just face it. EVs pre-Tesla were tiny, slow and not particularly good-looking. And here is what the Tesla Model S looked like when it was introduced in 2012: It had a range of around 400 km and over 400 hp, 7 seats, good storage capacity, was affordable and it looked amazing compared to every other EV that had come before it. It totally blew people away. Fast-forward a decade, and the Model S looks like this: Pretty much the same car in terms of design. It’s undergone a couple of facelifts, but nothing drastic. The current Model 3 looks like this: More of the same really, just a bit smaller. And here is the current Model X: Again, the same design just in a different size. At this point, the design of Tesla cars have become a bit, dare I say it, boring. There is really no innovation in the design department. Meanwhile, the competition among good-looking EVs have become quite stiff. Here is the Audi e-Tron: The Jaguar I-Pace: And of course the Porsche Taycan: These days, I would say people don’t buy Teslas for their design, but for the technology and the incredible performance. When I talk to Tesla owners, they talk mostly about the software and the cool features of the car. The design is neutral, and no one would look twice if they saw a Tesla at this point.

How can the Tesla Model S get 370 miles of range out of a battery pack the same size as other EVs with less range?

Primarily from superior aerodynamics, but also from superior EV technology and engineering. The EVs with similar battery packs are the Jaguar I-Pace (90kWh) and Audi e-tron (95kWh). They’re both smaller than the 100kWh pack in the long range Model S, but not by a lot - basically within 10%. Still, the EPA range of the I-Pace is a mere 234 miles, and the e-tron gets a relatively pitiful 204 miles. Relatively speaking, both the I-Pace and the e-tron are bricks compared to the Model S, which is the most aerodynamically efficient car in its class. This is evident when you look at their consumption numbers at various speeds. At low speed, where aerodynamics are not a big factor, the I-Pace is actually quite efficient, but at highway speed an I-Pace has higher consumption than the much larger Model X. The e-tron is in a whole other league of awfulness in the aero department, and that’s why it gets such a low EPA range out of its big battery. Then there’s the EV technology and engineering. Like the old Model S, the Audi uses AC induction motors, which are less efficient than the permanent magnet motors used in the Jaguar. However induction motors have the advantage that they can be idled without creating much drag. Back when Tesla introduced the dual motor version of the Model S, they also introduced something they call “torque sleep”, which essentially means that they disconnect the rear motor of the car in normal driving, not by using a clutch or anything mechanical, but electrically. The front motor drives the car, and is geared at lower ratio than the rear motor which allows it to consume less energy. This is why the dual motor Model S actually has better range than the single motor versions. The Jaguar uses permanent magnet motors, which cannot be torque slept. Both motors must be powered at all times, or they will create drag. The Audi uses an induction motor, but it’s just too heavy and aerodynamically inefficient to be saved by torque sleep (though I believe they do the same). Tesla’s stroke of brilliance in the updated Model S is that they’ve replaced the front induction motor, which is always running anyway, with a more efficient permanent magnet motor, while retaining the induction motor in the rear for the crazy performance and ability to torque sleep. It’s the best of both worlds. Furthermore, they’ve used their superior knowledge and experience in EV engineering to create a new inverter for the motors which is more efficient than the old one. All in all they’ve been able to squeeze out a fairly significant range increase by working smarter instead of harder. It’s very, very impressive.

FAQs ที่เกี่ยวข้อง audi e tron technology

  • Q

    ระบบสัญญาณกันขโมยของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    กมล สุพิศ

    มีระบบสัญญาณกันขโมยและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    แรงบิดสูงสุด (นิวตัน-เมตร)ของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Kaewhom

    มีแรงบิดสูงสุด (นิวตัน-เมตร)และรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    การเร่งความเร็วของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    ฟอง_พิชญา

    มีการเร่งความเร็วและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม

Tags

หน้าหลัก