แท็ก

audi e tron top gear

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e tron top gear

พาชม Toyota GR Supra Sport Top รุ่นต้นแบบเปิดประทุน พร้อมพ่วงท้ายกระบะแต่งซิ่ง TRD

Toyota (โตโยต้า) ปล่อยของชุดใหญ่ เผยโฉมทั้งรถสปอร์ตต้นแบบ Toyota GR Supra Sport Top (โตโยต้า ซูปร้า)

พาชม Toyota Hilux AT3 อัพเกรดกระบะออฟโรด ฟาดกับ Ford Ranger Raptor ได้เลย

ซึ่งฝากผลงานการโมดิฟายด์รถกระบะไว้มากมายหลายรุ่น และยังมีชื่อเสียงโด่งดังในเมืองผู้ดีจากการที่เคยออกรายการ Top

รู้จักข้อดีข้อเสีย Audi Q8 ก่อนยกให้เป็นรถคู่ใจ

Audi Q8 รถยนต์ครอสโอเวอร์ที่มาพร้อมความเป็นเอกลักษณ์สไตล์ Audi ด้วยชื่อแบรนด์ก็บ่งบอกแล้วว่าต้องหรูดูดี

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

ๆ ร้อน ๆ ก็คือ Audi Q5 (อาวดี้ คิว5) ที่มาพร้อมชุดแต่งเอสไลน์ ทั้งภายในและภายนอก รวมไปถึงช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งใหม่

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

ดูเพิ่มเติม

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพิ่มความเป็นไฟฟ้าที่ดูแลง่าย จึงทำยอดจองเยอะมาก ต้องต่อคิวรอนานเป็นปี ด้วยราคาขายเพียง 2.29 ล้านบาทAudi

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

ฟังเหตุผล ทำไมรถล้ำ ๆ อย่าง 2022 Mercedes-Benz EQS ยังใช้กระจกมองข้างแบบดั้งเดิม

ผลการศึกษาพบว่าการดูภาพหน้าจอที่แสดงผลด้านหลังหรือด้านข้างตัวรถจะทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่เวียนศีรษะ”กระจกมองข้างดิจิทัลใน Audi

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

พิธีกรชื่อดังเผยเหตุผล “ทำไมถึงจะไม่มีวันซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้แน่นอน”

พร้อมเปิดเผยเหตุผลที่เขาจะไม่มีทางซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้งานคล๊ากสัน เป็นที่รู้จักในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์และคอรถยนต์ทั่วโลกจากการเป็นพิธีกรจัดรายการ Top

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ขณะที่ Chevrolet (เชฟโรเลต) เป็นแบรนด์ยอดนิยมในอียิปต์ ส่วน Toyota ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% ในเยเมนAudi

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

รีวิวโพสต์ audi e tron top gear

Top Gear | As Audi pulls the plug on its Le... #AUDI #e-tron

Top Gear | Audi’s upcoming #e-tron electric SUV, #Fiat’s fully roofless... #AUDI

Here's your daily Top Gear briefing #e-tron #AUDI

รีวิว Q&A audi e tron top gear

Why is the Audi E-Tron so popular in Norway?

The theoretical answer. Norwegian voters historically have a tendency to prioritize voting for safety, security, stability and solidarity. Today, there is a bit less solidarity and a lot more wealth from the oil. Combined the preferences if manifested into a vehicle might very well be something close to the Audi E Tron. That is, Norwegian purchasers get all of the advantages of an electric vehicle and perhaps the most conservative German luxury car manufacturer in one package. If Norwegians were to turn into cars overnight many may turn into an Audi. The practical answer. For the Audi loyalist the E Tron is going to cost 25 to 40 percent less than the Q8 (in Norway) depending on the features chosen. My guess is many loyal Audi buyers are switching to electric. For those deciding between Tesla X, Jaguar I-Pace and E Tron a few reviews have placed the E Tron at the top for some of the following reasons. Reasons which I say reflect Norwegian lifestyles and values. The Audi is a good value for the money priced significantly less than the Tesla X (especially the performance edition) and moderately less than the Jaguar I-Pace. Audis are known in Norway for having good road handling capabilities which is important in a country with many very narrow, twisty roads often covered with snow and ice. The build quality and dependability of the Audi seems better than the Jaguar and especially the Tesla and is likely perceived that way by Norwegians. Norwegians often spend their free time out in the nature and at cabins. Many Norwegians have access to two or more cabins, usually one in the mountains and one near the sea. While the Tesla X offers the ability to tow the heaviest trailer (2,250 kilos) followed by the Audi at 1,800 kilos. The Jaguar only can tow 750 kilos so if towing vs. price is a high priority then the Audi wins out here. Norwegians being born with skis on their feet as some say here also want a box on the roof of their vehicles they can place their ski gear. The Tesla X rear box is less than ideal in terms of location and aesthetics and the roof box does not look “right”. Regarding brand affinity Audi wins in Norway. Jaguar until recently was a less preferred vehicle in Norway and they should be commended for selling as many I-Pace’s as they have. The Tesla looks like a blown up beetle and the doors are a bit ghetto rich. The Jaguar has sharp lines and looks too much like a trophy wife or husbands car. While the Audi has clean and classic lines that are understated (i.e., conservative) yet, sublime. Although, I was surprised to see a very popular Audi E Tron model being sold in petroleum blue with orange accents on the brake shoes. It used to be in Norway car buyers would have model and engine size bades removes from the car as it was seen as bad form to advertise or brag about such things*. To summarize, I think the E Tron of the four models mentioned has the highest utility for most Norwegians. In America, we say the early bird gets the worm. In Norway, its more the early bird gets eaten by the fox. The Tesla X was sort of that fox and was purchased by early adopters. The Audi E Tron is more or less the Electric SUV choice of Norway’s everyday person, and in a land obsessed with everyone is the same, its a good choice to have a piece of luxury that still fits in with the social democratic narrative (albeit, an increasingly affluent , luxury oriented and individualistic one).

How does the new Audi electric SUV compare to the Tesla X?

If you ask this question to a Tesla fan like me you’ll get an answer that focuses on the strong points of the Tesla, since these are the reasons we bought the car ourselves. The number one strong point for Tesla cars is range. While the Model X is the lowest-range Tesla car, the range is still 250 or 325 depending on the trim selected. The Audi e-tron is a jaw dropping 204. If I were considering a car that I intended for long-distance travel, I wouldn’t accept a car with 204 miles of range. I had a Tesla Model S 60 with 210 miles of range and it was a little short for easy travel sometimes. Then we’re going to talk about Autopilot and Full Self-Driving. Audi has a lane-keeping system called Audi AI, that if I understand correctly has a top speed of 37 mph. What use is that for highway driving? Anyway Tesla will be pretty much doing all the driving by this time next year. Audi is not even close. Tesla cars have over-the-air firmware updates, adding performance, range and new features. I think that’s unique. The e-tron tows 4,000 lbs, 4,980 on the Model X. The e-tron can accelerate 0–60 in 5.5 seconds, but the Tesla goes it in 4.6. The e-tron top speed is 124 mph compared to 155 on the Tesla. Tesla also has a performance version of the Model X that goes 0–60 in 3.4 seconds and has a top speed of 163 mph. The Audi still has buttons and knobs plus three separate display screens. Why would anyone do that in the smartphone era? Ahd what is that gear selector (on the console)? In the e-tron’s favor, it’s supposed to be able to go offroad, which you shouldn’t do with a Tesla. And I’m sure the interior of the e-tron is more luxurious. I heard that there is an optional seat massager in the e-tron. The Audi e-tron starts at $74,800; the Model X at $83,000.

Why is Tesla two years ahead of the auto industry in some main areas of building electric vehicles?

It’s pretty obvious if you think about it. Established automakers are really good at designing, building and (through their dealers) selling ICE cars. They’ve been doing it for a long time and that institutional knowledge, not to mention some substantial capital investments has carried them a long way. With the notable exception of Renault-Nissan with the Zoe and the Leaf, they have viewed electric cars as a tree hugger’s curiosity and something you build to satisfy some government’s requirements so that they can go about the business of building real cars. They’re rushing to catch up now, and seem to be serious, but… Tesla’s been at it seriously since 2008 with the original Tesla Roadster. The Roadster was the first serious effort at a consumer car that happened to have an electric drivetrain instead of an “electric car.” (Yeah, yeah. EV-1 and all the short-range battery efficient lady’s electrics in the early 1900s) It was, by most non Top Gear accounts, great fun to drive but, from a manufacturing and engineering standpoint, not exactly a great car. From there, they went on 2012 to their breakthrough car, the Model S — and introduced the supercharger system. The Model S was and is a great car suitable for everyday driving and even taking on trips, albeit with a little planning and extra time. Note the year: 2012. No Audi E-Tron. No Jaguar I-Pace. No Parsche Taycan. No Hyundai Ioniq. No Chevy Bolt. There was a Nissan Leaf with 73 miles of range, 10 second 0–60 and passively cooled battery that lost capacity way too fast. 2015 brought the Model X with its troublesome falcon wing doors and definite cool. Finally, a Tesla even Jeremy Clarkson could like! Still no I-Pace, E-Tron, etc. 2018 sees first volume deliveries of the Model 3, with its new state-of-the art battery cells, battery pack and PM reluctance motor. If you count the S and X as one and ignore Tesla’s policy of continuously introducing running changes, this is the third full generation of Tesla cars — and drivetrains — since they began production. It is also the first Tesla with the hardware to use the new V3 250kw superchargers to full capacity. Now we start to see I-Pace and E-Trons starting to show up, followed by the very impressive and impressively expensive Taycan. 2020 brings the Model Y with more tweaks and improvements, notably the heat pump to reduce the penalty of cold weather driving. It also brings prototypes for the plaid Model S that will use yet another new battery cell and pack. I’m trying to remember if the S/X Ravens were 2019 or 2020, but those included the first 400 mile Tesla. In short, while established makers have enjoyed selling plenty of ICE cars and talking about the Tesla killers they could build, Tesla has continued to learn, improve and move on. There are more than a million Teslas on the road around the world and institutional knowledge and competence that goes with that. Of course the established makers are behind the 8-ball. They’ll learn, improve and catch up. If they want to. The days of Tesla killer opportunities is gone.

When Audi, BMW, and Mercedes start to go all in with electric while taking their car expertise into account--what does this mean for Tesla?

Has Audi, BMW, and Mercedes going all in killed off competition from even in their market segments? No? Then why do would you expect them to kill of the stoutest market leader in the EV segment? And for what it’s worth, car expertise doesn’t necessary mean EV battery and motor expertise. And when according to Top Gear the Model 3 outperforms a BMW M3 on the track. I kind of have to ask, why do people still believe that Tesla doesn’t have automotive design expertise on board. Audi has been promoting that the Audi E-tron was just around the corner since 2009. A decade later… Out of the three Audi has made the hardest push to get into the market, and what they’ve brought to the market is not up to matching Tesla. So far nobody has done that. Tesla will keep expanding, learning, and improving. How big will Tesla be when the big boys finally catch up, that should be the real question. All that said, if they did come in and crush Tesla, that means they’ve built some pretty frigging good EVs, and Tesla has fulfilled it’s destiny with EV advancement in the world.

Mercedes has the SLS and Audi has the R8. Why does BMW not have a competing supercar?

They have. It's called the i8. Before you dismiss this as a "hybrid", here are some performance figures: 0-100 kmph in 4.4 secs, top speed limited to 250 kmph, fuel efficiency (combined) 3.1l/100km with CO2 of 49g/km. The stock Audi R8 does 0-100kmph in 4.6 secs, top speed 302 kmph. The SLS, when it was alive, did 0-100kmph in 3.8 secs, top speed of 315 kmph with an efficiency of 13l/100km. Mercedes and Audi will gradually move towards their supercars being hybrids, a feat that BMW has already mastered. The i8 is the first mass-produced carbon-fibre tub, the first mass produced laser-headlight enabled car. It is pioneering in terms of technology owing to having not one, but two drivetrains and gearing system, where-in the electric motor powers the front wheels via a two-gear transmission while the IC engine powers the rear via a 6. It'll take Audi and Mercedes at least a couple of years to come up with something even close, even though Mercedes did launch an SLS AMG ECELL and Audi did preview an R8 e-tron.

FAQs ที่เกี่ยวข้อง audi e tron top gear

  • Q

    กระจกมองข้างปรับไฟฟ้าของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    มานพ ดอนบุญไทย

    มีกระจกมองข้างปรับไฟฟ้าและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    หน้าปัดบอกระยะทางแบบดิจิตอลของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Virat Wongsawai

    มีหน้าปัดบอกระยะทางแบบดิจิตอลและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    สัญญาณกะระยะถอยหลังของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    ลูกชาย คนเล็ก

    มีสัญญาณกะระยะถอยหลังและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม

Tags

หน้าหลัก