แท็ก

audi e tron voltage

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e tron voltage

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

ดูเพิ่มเติม

จับตา 10 รถใหม่เตรียมเปิดตัวปี 2021 รุกตลาดโลก หลายรุ่นเข้ามาขายเมืองไทยด้วย

โดยเฉพาะสปอยเลอร์หลังในตัวแบบเชิดขึ้นที่บั้นท้าย เครื่องยนต์จะใช้เทคโนโลยีของ Subaru บล็อก 4 สูบนอน ขนาด 2.4 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศAudi

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

ๆ ร้อน ๆ ก็คือ Audi Q5 (อาวดี้ คิว5) ที่มาพร้อมชุดแต่งเอสไลน์ ทั้งภายในและภายนอก รวมไปถึงช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งใหม่

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

รวมราคารถยนต์ไฟฟ้าในไทย ทุกรุ่นในปี 2021 ต้อนรับการมาของ ORA Good Cat

270 นิวตันเมตร ระยะทางการวิ่ง 217 กม. 2021 Lexus UX300eLexus UX 300 e

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

'รถไฟฟ้าทุกคันในปัจจุบันดูเหมือนกันไปหมด' นายใหญ่ BMW ย้ำต้องสร้างความแตกต่างเมื่อเวลามาถึง

แม้ว่าคู่แข่งมากหน้าหลายตาจะเดินหน้าเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าบนแพลตฟอร์มของตัวเองกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Audi

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

"ซิลิโคน" จะเป็นทางเลือกใหม่ในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าให้ อึด ทน นาน กว่าเดิม

ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายต่อธรรมชาติ เช่น ของเหลว กรด หรือตะกั่ว จึงปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมAudi

ฟังเหตุผล ทำไมรถล้ำ ๆ อย่าง 2022 Mercedes-Benz EQS ยังใช้กระจกมองข้างแบบดั้งเดิม

ผลการศึกษาพบว่าการดูภาพหน้าจอที่แสดงผลด้านหลังหรือด้านข้างตัวรถจะทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่เวียนศีรษะ”กระจกมองข้างดิจิทัลใน Audi

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ขณะที่ Chevrolet (เชฟโรเลต) เป็นแบรนด์ยอดนิยมในอียิปต์ ส่วน Toyota ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% ในเยเมนAudi

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพิ่มความเป็นไฟฟ้าที่ดูแลง่าย จึงทำยอดจองเยอะมาก ต้องต่อคิวรอนานเป็นปี ด้วยราคาขายเพียง 2.29 ล้านบาทAudi

รีวิวโพสต์ audi e tron voltage

Audi vs Audi High-voltage Multiplayer - Audi R8 E- Tron *King of all Special Editions* in Asphalt 8: via

A3 Audi A3 E Tron Electric Vehicle Safety Training: e-tron. A3. Audi A3 e-tron from 2011. High-voltage system... http://bit.ly/YPSJ8H

รีวิว Q&A audi e tron voltage

Has Tesla missed its opportunity to mass produce and sell cars due to increased competition from the big car manufacturers?

Are you sure you shouldn’t have written the question the other way around? In my opinion it would be better this way: “Have big car manufacturers missed their opportunity to produce and sell EVs due to increased competition and high manufacturing volumes from Tesla?” OK, just to inform you (and those who are willing to read more): there is no serious competition to Tesla's cars. Not now, not in 2019 and highly unlikely in 2020. I have high doubts about 2021. That’s as far as I am willing to predict. Nissan Leafs (all versions including 2018) have no thermal management and therefore have heavy long range problems. The old ones have also battery degradation problems. VW e-Golf has a nice interior, but in EV aspect it pretty much shares the Leaf destiny. A short-to-mid range commuter car. Renault ZOE is a small car with an odd AC rapid charging system which is in process to become obsolete. A nice small commuter EV, but nothing more and by current standards it is actually a fairly old model. BMW i3 has a rather small battery. And the car is small too. Hyundai Ioniq is a nice EV, but the battery should have been twice as big. On long trips it needs annoyingly many charging stops. Without that flaw, it could actually become a (close) Model 3 competitor, at least in some aspects, but the production has come to a crawl because of a battery shortage. Chevrolet Bolt has a nice 60 kWh battery, but charges quite slow. The car isn't big enough for a family either. Hyundai Kona EV pretty much shares the size with the Bolt, consumes a bit less, has a slightly bigger battery, charges significantly faster, actually a quite nice smaller EV. The catch with it are production numbers. Supposedly they will make only 20.000 cars per year, maybe even less in 2019 due to the battery shortage. Kia Niro EV shares Kona's story, it’s a nice EV, but with similar (low) production numbers. And European competitors? Jaguar i-Pace looks nice and has a fairly good ground clearance, but consumes more than the big Tesla Model X while the interior only as big as the smaller Model S. Add to this a charging speed that is about 30% slower than a Tesla Supercharger and you get the picture. And - there will supposedly be only 15.000 built in 2019, and a significant part of them will go to Google Waymo for fleet duty status. For a consumer market, that's practically nothing. Audi E-Tron? A nice, but very big EV with a battery that's too small for its consumption; charging speeds and production numbers are yet to be seen, quite likely they will be low too (comparing to Tesla), like with i-Pace. And Mercedes Benz EQC? Currently still only a project, first cars should be delivered in 2020. And the main competitor will actually be Audi, not Tesla, since it shares e-Tron's philosophy: nice, big, but expensive and meant for wealthy people whose only long travel is - to the airport. With Porsche we know only the name and the voltage which should be used, which in essence means - the car doesn’t even exist. For comparison: Tesla is currently producing about 20.000 Model 3s and about 3.000 Model S and X (each) - per month! So all brand-name "competitors" struggle to compete (except maybe in some interior features or materials) with the Model S and X while they all forgot that they should compete with the Model 3! That one is the in-house Tesla Model S “killer”. In that case, the Kia Niro EV might be a competitor, but it is outclassed by the Tesla in some features and even more in production numbers by a 10:1 ratio. So in essence - Tesla has no serious competition - it is the other way around. Tesla Model 3 is in the process of ramping up production to outsell any other car in the US market with the exception of a few pickups. All cars, not only EVs ! And with pickups excluded, Tesla Model 3 is currently number 4 in monthly sales in USA. September 2018 YTD U.S. Passenger Car Sales Rankings – Best-Selling Cars In America So in short, give me a break with your “Tesla missed the opportunity to mass produce and sell cars …” - when it actually sells more than all competitors, I mean, their ICE models, yet alone (almost non-existing) EVs !

How difficult will it be for competitors to manufacture long range models like Tesla at a similar price?

How difficult will it be for competitors to manufacture long range models like Tesla at a similar price? Large batteries have two benefits: they give longer range - and even more importantly, they can charge faster. Of course, if the chargers can provide it, but this is technically not a problem. Teslas Superchargers V3 can provide up to 250 kW, Ionity/ Electrify America CCS 2.0 can go up to 175/350 kW, depending on the voltage the car is using. For example, it does the exception and actually allows the Tesla Model 3 to charge at up to 195 kW - in Europe. What do people want and like? Drive for 3 hours, maybe even a bit more, and then take a break for toilet and for charging. 10 minutes would be great, but currently it is impossible. But about 15 minutes are doable, if circumstances are very good. Close to 20 minutes is generally the time for Tesla Model 3 Long Range, maybe up to 30 minutes if the user wants to skip some chargers. Most competitors struggle to charge in 30 minutes, and even if they do (like Audi e-Tron), they have a significantly shorter range as a result. So the argument for smaller batteries which people like mr. Fox do is simply silly. You can’t have it both. Small batteries and fast charging? It simply doesn’t work this way. This topic cleared, yes, they will have it fairly difficult since Tesla already has a technological advantage - and an advantage in production numbers. But competitive manufacturers have an advantage too: they still sell a big fleet of internal combustion engine cars - and can afford to make a small loss on EVs for the time being. Now it’s all up to them whether they want to compete against Tesla - or stay behind. The US government gives them a small advantage - buyers of Teslas don’t get tax incentives in US anymore, other manufacturers (with the exception of Chevrolet with its Bolt) still do. So it’s all up to these if they are willing to compete - or they give up and will be driven to the garbage of the history by the end of this decade. Investors are betting on Tesla. Currently the company is worth more than Ford and GM - combined. Certainly not because of the cars it produces, but because of the future which lies ahead. It’s not me who is speaking - investors are. Tesla, Inc. (TSLA) Stock Price, Quote, History & News - Yahoo Finance Of course this market value isn’t written in stone, but you get the idea.

How is the Ioniq 5 able to charge faster than a Tesla?

How is the Ioniq 5 able to charge faster than a Tesla? We have the Tesla Model 3 Long Range for comparison. Watch Tesla Supercharger V3 add 100 miles of range in 7 minutes - Electrek Tesla Model 3 owner shares Supercharger V3 insights after full charging session Source: SCV3 full-speed 250kW charging curve And the Hyundai Ioniq? Hyundai has a history of charging the battery fast. Even the old Ioniq 28 kWh charged at 60 to almost 70 kW (link ), which is a lot for such a fairly small battery. The Ioniq 5 has pushed this boundary. The comparison is the Audi e-Tron 55 which has a similar approach to charging. Hyundai Ioniq 5 Amazes: Real Fast Charging Session Data Analyzed InsideEVs has calculated the C-rate, which is really high, especially between 30%-50%. The dip in charging speed at around 55% SOC is a bit unusual. Maybe Hyundai uses it for some testing of the battery or this is due some early release of the battery management system. If you compare these charts, you see - Tesla charges its batteries even faster at low states of charge, but as the SOC goes beyond 50% (or in the case of Ioniq already at 30%), these start charging faster. The question isn’t so much how Hyundai made it - it is simply by demanding sufficient voltage from the charger. The question is, for how many cycles will this battery able to take these high currents and how much the battery will degrade during each of them - and we will see whether the cell chemistry will take it and the battery management uses the right settings. Additionally, my guess is, the battery might have a buffer at the top, which means, it doesn’t actually charge to 100%, more like 95%. The result is, 80% on the display in the car is actually more like 75% to the battery. This approach takes a few percent from the range, but also reduces the time from 10% to 80% because the battery charges more like 9% to 75%, which is a few minutes faster. Once Tesla starts using 4680 batteries which should have less internal resistance, it will be able to increase charging speeds even a bit more. Conclusion: Both Tesla and Hyundai charge their batteries from 10% to about 70–80% really fast, taking about 20 minutes or even a bit less - which is in both cases excellent.

Is it better for battery life to keep an EV fully topped up or should you keep it within 40-70%?

Fully topped up is a Bad Idea. It damages the battery. If you need to charge to 100% you should aim to time the charge so that you finish charging just before you leave. The golden zone is between 20% and 80%, where there’s very little degradation of the battery. However, quite a few EVs coming out these days (like the Audi e-tron and the Jaguar I-PACE) seem to have a top-end protection, which doesn’t actually allow you to charge the battery to 100%, so 100% is more like 90%. Those cars won’t take any meaningful damage from being charged to 100% on a regular basis. The same goes for the Teslas with software limited batteries. Teslas without software limited batteries allow you to charge to the actual 100% capacity of the battery. All EVs also have buffers at the bottom end; Teslas have an “emergency reserve” that you’d be ill advised to rely on, and a bricking protection to ensure that even if you hit 0% the battery won’t be bricked by low voltage.

How many electric cars on a block do you need before it makes sense to switch over to DC at the block level and distribute DC instead of at the home level and have individual conversion by house?

How many electric cars on a block do you need before it makes sense to switch over to DC at the block level and distribute DC instead of at the home level and have individual conversion by house? Youtuber and Tesla owner Bjørn Nyland made a very good video about charging losses. These were the results of his test. Yes, charging from a 50 kW fast charger (your idea) was the most efficient, but in this test charging at 7 kW was right behind with a difference of 0.9%. Another point is, electric cars have batteries which require different voltages. Some have about 360 Volt when fully charged (VW e-Up, e-Golf, Hyundai Ioniq), some have 400 Volt systems (Tesla, Renault Zoe), some have 450 Volts (Peugeot e–208, Opel e-Corsa, MZ ZS EV, Jaguar iPace) while some have internal voltages about 750 Volts (Porsche Taycan, Audi e-Tron GT, Hyundai Ioniq 5, Kia EV6). Creating a single DC charging system / network would not be only very wasteful and redundant, it would also unnecessarily complicate the system. All what each individual charger needs is a simple AC connection to the grid (either 240V or 3-phase can depend on demand and/or country), the rest is far simpler by having individual chargers which can provide the voltage and current which each car needs. The paper (which is by the way from 2017, which is almost ancient in EV world) also tells what would be required: “To walk towards the adoption of a DC solution, some steps need to be followed. Standardization should be promoted, following successful experiences already available in industrial applications, such as data centers . It is important to clearly define the DC voltage levels that show the best relation between efficiency and safety. Legislation concerning energy efficiency of household and office appliances should be updated, to promote the production of more efficient DC appliances”. Well, the industry has already shown that some manufacturers use voltages around 400 Volts while others are aiming to go close to 800 Volts. Both have pro-s and con-s and currently there is no need to force anybody to adopt a single one. An agreement on one or two AC plug standards within one continent is perfectly sufficient, nobody enforces how any other appliance works internally either.

FAQs ที่เกี่ยวข้อง audi e tron voltage

  • Q

    เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลังสามารถพับได้ของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Pongpanot Changsan

    มีเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลังสามารถพับได้และรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    รุ่นของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Keawjai Chaihong

    มีรุ่นและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    กล้องส่องภาพด้านหลังของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    ชินณพัฒน์

    มีกล้องส่องภาพด้านหลังและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม

Tags

หน้าหลัก