แท็ก

audi e tron 11 kw

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e tron 11 kw

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

วางจำหน่ายในราคา 3.99 ล้านบาทนอกจากนี้ Audi (อาวดี้) นำรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ Audi e-tron GT (อาวดี้

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

ลองของแท่นชาร์จไฟ 50 kW ที่ EGAT ประทับใจทั้งความไว สถานที่และเจ้าหน้าที่ที่ดีเยี่ยม

ซึ่งเป็นหัวชาร์จของลีฟ หรือ Type-II ของ MG ZS EV (เอ็มจี แซดเอส อีวี) ก็มีปกติแล้วที่ตู้ที่แรงสุด 90 kW

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

ฟังเหตุผล ทำไมรถล้ำ ๆ อย่าง 2022 Mercedes-Benz EQS ยังใช้กระจกมองข้างแบบดั้งเดิม

ผลการศึกษาพบว่าการดูภาพหน้าจอที่แสดงผลด้านหลังหรือด้านข้างตัวรถจะทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่เวียนศีรษะ”กระจกมองข้างดิจิทัลใน Audi

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

ดูเพิ่มเติม

จับตา 10 รถใหม่เตรียมเปิดตัวปี 2021 รุกตลาดโลก หลายรุ่นเข้ามาขายเมืองไทยด้วย

แต่อีกหลายคนก็มองว่ามีความภูมิฐานและสง่างามน่าใช้มากขึ้นค่ายรถยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นรายนี้เผยว่า Civic รุ่นโปรดักชั่น เจนเนอเรชั่นที่ 11

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

รวมราคารถยนต์ไฟฟ้าในไทย ทุกรุ่นในปี 2021 ต้อนรับการมาของ ORA Good Cat

270 นิวตันเมตร ระยะทางการวิ่ง 217 กม. 2021 Lexus UX300eLexus UX 300 e

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ขณะที่ Chevrolet (เชฟโรเลต) เป็นแบรนด์ยอดนิยมในอียิปต์ ส่วน Toyota ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% ในเยเมนAudi

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพิ่มความเป็นไฟฟ้าที่ดูแลง่าย จึงทำยอดจองเยอะมาก ต้องต่อคิวรอนานเป็นปี ด้วยราคาขายเพียง 2.29 ล้านบาทAudi

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

Audi Thailand รับหวั่น 'หนี้เสีย-โควิดรอบสอง' กระทบเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ประกาศตัวเลขผลการดำเนินงานที่เยี่ยมยอดในประเทศไทย ด้วยการรักษาอัตรการเติบโตเอาไว้ได้ที่

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

รีวิว Q&A audi e tron 11 kw

Is it possible to recharge an electric car without a garage or a drive? I only have on street parking, will this be an issue?

Is it possible to recharge an electric car without a garage or a drive? I only have on street parking, will this be an issue? Well, the simple answer is yes, it is an issue. Li-Ion batteries simply need time to charge, they cannot be filled up like a gas tank. There is a simple way around this problem - they have to be charged while the car is standing around, doing nothing. So the solution of this problem is - there has to be a charger where you can plug in and get the car charged while you do other business. Probably the best alternative is at your workplace. If you don’t drive much, even a 230V 16A outlet, capable to deliver up to some 3.2 kW might be enough. Another possibility: a Type 2 charger. They are capable to deliver up to 22 kW, but there the limiting factor is most probably the onboard charger in the car, capable to take in most cases some 6–7 kW. The exception are Tesla Model 3 Long Range, Model S, Model X and Audi e-Tron, capable of charging at 11 kW or more. You need to examine if that is an option for you since you don’t want wasting your time, waiting for your car to charge. The last option are some rapid-chargers, placed in cities, mostly they are placed at some shopping malls. In most cases they are 50 kW CCS/CHAdeMO or (a few) Tesla Urban Chargers (up to 72 kW). Those are capable to charge your car in some 30–40 minutes to a pretty high state of charge, some 80% or even more; once you go beyond that, the charging speed significantly drops due to battery limitations, as a result you are wasting time of some other customer who might want/need it too. If there are some in your town? Great. If you don’t have neither option - it is simply not the time for you to buy an EV. Sorry.

Do you think electric cars are viable for those who travel far?

Do you think electric cars are viable for those who travel far? Yes, they do, many of them. Bjørn Nyland , who deserves all the credit for the following chart, made many tests where he recorded the travel time (including charging!) over 1000 km, driving mostly over freeways in Sweden and Norway, at speeds of 120 km/h (75 mph) or close to them. He put a gasoline car (actually, a plugin hybrid) as a reference. While the reference car did the trip in 9,5 hours (including two stops), many electric cars did it in 10–11 hours while a few needed maybe up to 12. What is probably obvious - Teslas with Long Range batteries did the best job, tightly followed by Audi e-Tron and the Tesla Model 3 Standard Range, followed by Mercedes EQC, Hyundai Kona 64 and its cousin (which wasn’t tested) Kia e-Niro. While there are (of course) easily distinguishable differences, all these are, with proper rapid charging infrastructure, viable for long road trips. The chart should be self-explanatory. Then there were two (Hyundai Ioniq 28 kWh and the Peugeot e-208/e-2008) which are a lot better than the rest, but still not up to the previous first league. What follows is an almost clear cut where cars needed 14 hours, going even up to 16. While these were able to do long road trips, they needed more and in most cases longer charging stops. Their common feature is, they can rapid charge at only 50 kW or even less. The last two or three were more or less a showcase which cars really aren’t suitable for long road trips. These are either commuters or cars which are designed more for short- to medium road trips, half the length or the best, where some of them (with bigger batteries) may still perform quite decently.

What are the options for full electric car in India?

Despite the fact that the Indian government has backtracked on its 2030 electric vehicle mission, a number of automobile manufacturers in the country are pushing forward towards an all-electric future and have started releasing a slew of electric and hybrid vehicles in the country. While the list of electric vehicles is still a bit too short with just two cars currently available in the market, there are quite a few options to choose from when it comes to hybrids vehicles. If you’re currently in the market for an electric car or are considering it as a viable option for a future purchase, here’s a list of all the electric cars available in India, along with a few electric vehicles that are expected to be launched soon and a list of all the hybrid vehicles you can buy right now: Electric Cars Available in India (October 2018) 1. Mahindra e2o Plus The Mahindra e2o Plus, which is the direct successor of yesteryear’s Reva-i, is a compact four-door all-electric hatchback which is powered by a 19KW motor that draws juice from a 48-cell 11KWhr lithium-ion battery. Mahindra Electric claims that the car can run 110kms on a single charge, with the top-end variant boasting a range of 140kms, thanks to a bigger 15KWhr lithium-ion battery. In order to combat range anxiety, Mahindra has also included a patented ‘Revive’ feature which will give users an additional 5km range in case they run out of charge in the middle of a commute. The battery pack on the Mahindra e2o Plus takes about 6 hours to charge to 100 percent for the base variant, while the top-end variant with the bigger battery will take about 7 hours and 20 minutes to reach 100 percent, using the included 3KW single phase 16A charger. Mahindra also offers a 10KW 3 phase 32A fast charger, which can be purchased separately with the top-end variant, that charges the battery to 100 percent in just over an hour and a half. The Mahindra e2o Plus is available in three variants – P4, P6, and P8 – with the top-end variants featuring an Android-powered touch screen console for entertainment and navigation. The car can accelerate from 0-60kmph in 14.1 seconds and has a top speed of 80kmph. Price: Rs. 7.57-11.27 lakh (ex-showroom Delhi) 2. Mahindra eVerito The Mahindra eVerito is an all-electric version of the company’s four-door Verito sedan which is powered by a 31KW motor and a 69-cell 13.91KWhr lithium-ion battery. Much like the e2o Plus, the eVerito boasts of a 110km range, with the top-end variant going up to 140kms due to the bigger 18.55KWhr lithium-ion battery. Mahindra has also included the patented ‘Revive’ feature with the eVerioto, however, in this case, the company offers an addition 8km range in case the driver runs out of juice in the middle of a commute. Charging the 13.91KWhr battery packs takes around 8 hours and 30 minutes using the included charger, with the bigger 18.55KWhr battery taking around 11 hours and 30 minutes to charge. With the fast charger that’s sold separately, you’ll be able to charge up to 80 percent in just under one and a half hours for the regular battery and one and a half hours for the bigger battery. The Mahindra eVerito is currently available in four variants – C2, D2, D4, and D6 – with all but the lowest variant featuring the bigger battery pack. The electric sedan can accelerate from 0-60kmph in 10.7 seconds and has a top speed of 86kmph. Price: Rs. 9.5-10 lakh (ex-showroom Delhi) Upcoming Electric Cars in India 1. Audi A3 e-tron The Audi A3 e-tron is still being called as a concept car however many sources have revealed that this car will be coming to India sooner rather than later. According to Audi’s website, the car will be able to accelerate from 0 to 100 km/h in 4.5 seconds and produces up to 320 kW of power (boosting up to 370 kW). It will also have a range of 500 kilometers making this perfect for everyday use and more.The Audi e-tron Sportback also looks breathtakingly beautiful. With its extremely sporty lines, expansive panels and a tapering rear, the car is a beauty to behold. Other highlights include illuminated rings and virtual side mirrors. It looks powerful as well as elegant. Just click on the link below take a look at this car in all its beauty. You will be blown away. Tata Nano Electric Earlier this month reports revealed that Tata Motors is supplying Nano body shells to Jayem Automobiles which has sparked speculations that the companies will soon launch an electric version of the popular people’s car. The Tata Nano Electric, which is also being referred to as the Jayem Neo, is expected to start shipping sometime later this year, however, the first batch of 400 cars will be delivered to cab aggregator Ola on the day of launch. As of now, we don’t know the exact specifications of the Tata Nano Electric, but it’s speculated that the car will be powered by a 48-volt electric motor and will offer a range of 200km on a single charge. It is also speculated that the Tata Nano Electric will be launched at around Rs. 5 lakh, which will make it the cheapest electric car in the Indian market. 3. Tata Tiago Electric The pre-production version of the Tata Tiago Electric made its debut at the Delhi Auto Expo earlier this year, featuring a liquid-cooled 85KW motor which will give the car a top speed of 135kmph. The upcoming electric car will do 0-100kmph in under 11 seconds and will offer a range of over 100km on a single charge. While previously, the Tata Tiago Electric was scheduled to launch sometime in 2020, the company seems to have changed its mind and the car is expected to hit Indian roads later this year. In terms of pricing, the Tata Tiago Electric could be priced anywhere between Rs. 8-10 lakh, which will make a strong competitor to Mahindra’s eVerito sedan. 4. Tata Tigor Electric While you might spot a Tata Tigor Electric in the wild today, the company is currently only selling the electric variant of the Tigor directly to the state-run Energy Efficiency Service Limited (EESL). However, recent reports suggest that the company is mulling over plans to bring it to private buyers sometime in 2019, which is great news for the electric vehicle ecosystem in the country. The current variant of the Tata Tigor Electric which is sold to the government is powered by a 29.8KW motor which promises up to a 100km range on a single charge. Tata is currently selling the car to the government for Rs. 10.5 lakh, but since this doesn’t factor in GST, the Tigor Electric for private buyers may be priced a bit higher. 5. Mahindra eKUV Mahindra debuted the electric variant of its compact SUV, the KUV100, at the 2018 Auto Expo earlier this year. The Mahindra eKUV is powered by a 30KW motor, the same motor which powers Mahindra’s eVerito sedan, and is expected to have a range of 140km. As of now, the company hasn’t revealed any further information about the upcoming eKUV100, but it’s speculated that the car will be launched in the Indian market by the end of next year and will carry a price tag of around Rs. 8 lakh.

If an electric car battery says 20 kWh, does that mean it can only give that amount of energy for one hour before depleting itself?

If an electric car battery says 20 kWh, does that mean it can only give that amount of energy for one hour before depleting itself? This question (and answer) addresses three topics: physics, chemistry and actual battery management. Yes, physics tells us that it can provide 10 kW for 2 hours or 20 kW for 1 hour, but it can also be 100 kW for 1/5 hour (12 minutes) or 2 kW for 10 hours. E = P . t Energy (kWh) equals to Power (kW) multiplied by time (h). Engineering / chemistry puts a restriction on this calculation - high loads result in high currents. Since any conductor or energy source has some internal resistance, high currents result in higher losses - and vice versa. In real life these 100 kW can be provided only for some 10–11 minutes instead of 12. This goes also to the other direction, 2 kW can be most likely provided for slightly more than 10 hours. If some manufacturer claims a capacity of 20 kWh, this is most likely at a moderate load which could be between 1/2 C and 1/5 C (a depletion in 2–5 hours). A side note - 20 kWh is a fairly limited/small capacity, taken from some plugin-hybrid, which can be depleted in about one hour. Tests have shown that the capacity which is published is most likely at the load at which the car is rated for its range (WLTP or EPA), where a good approximation might be driving at 80-90 km/h (50–56 mph), depending on the cycle, in optimal conditions - no elevation changes, no braking, no wind, temperatures about 20°C-25°C. At a higher load the usable capacity might be 1–2% less, driving really hard losses can rise to 5%; the reduced usable capacity goes at expense of losses - heating up the battery. A NOTE for those who want to know details behind the displayed capacity. The technical (gross) capacity of the battery vs. capacity which is accessible to the consumer. Battery management. Every company makes very low discharges inaccessible to the user - the battery reports “empty” or 0% where technically a couple are still left. This is done to prevent the battery to take permanent damage, a so called “bricking protection” which takes some 4%-5% of the total capacity. On the other hand, there might be also some protection to charge the battery to 100%, the battery may claim “full” when a few percent could technically still be charged. Different approaches are disputable. For example, Audi e-tron 55 has a buffer on the top, it doesn’t allow actual full charges (only 86,5 kWh from a 95 kWh battery are accessible, roughly half of this difference “at the bottom” and half “at the top”), but since about 5% “on the top” are reserved, the car charges the last accessible percent seemingly faster. Tesla Model Y LR has a 75 kWh battery, but about 72 kWh of those are accessible to the user; the Tesla Model 3 LR data says 71 kWh, but both values may vary only due to different software versions. Tesla allows to charge the battery until it is totally full, but recommends only about 80% for daily charging (unless more is needed). And yes, the last few percent may take up to half an hour, but this isn’t a problem since this is done while the car is parked at home during the night on the driveway (or similar) where this time doesn’t matter. On the other hand, starting a road trip with an absolutely full battery, it has a higher range. It is a trade-off.

Why is the Audi e-tron able to charge much faster than a Tesla?

Part of the e-tron’s charging speed is an illusion. Let me give an example. Let’s say that I fill a glass of water at my sink and it takes 8 seconds. Now let’s fill a 1000 gallon tank with a fire hose and it takes 2 minutes. So which is faster, 0–100% in 8 seconds or 1–100% in two minutes? Would you say that my kitchen faucet fills faster than a 500-gallon-per-minute firehose? You wouldn’t say that. That’s not as extreme as comparing a Tesla Model 3 with an Audi e-tron, but there are similarities. Usually when Audi publishes charging comparisons, they compare going from 0 to 100% in their car and in the Tesla car. What is not apparent is that the Audi only has 204 miles of range, compared to the Tesla which, depending on model, might have 370 miles of range. The other trick that blurs the comparison is the display of a charging curve. Audi does two things with the curve. First they show the Tesla along its entire charge cycle, and stretch the Audi curve to match it, when in fact the Tesla had already added as much range as the Audi much earlier in the curve. You can see in this charging curve illustration from Audi that the Tesla Model 3 (the dark gray curve that starts out on top) only goes to about 88%. I’m assuming that Audi is using the Tesla Model 3 Standard Range Plus in the test because of they way they cut it off. If they had used the Long Range model, Tesla would have done better, and if Audi had used their Quattro 50, they would have done worse. The other thing has to do with how lithium-ion batteries charge—faster at first and then a lot slower at the very end. Tesla cars charge much closer to the top than an Audi does, so the charge curve shows the Tesla charging very slowly at the end. Audi doesn’t charge to the full capacity of the battery, so that slow charging region is hidden. They top off at 96% (which they call 100%). If I recall correctly, if you take a Model 3 Long Range Tesla at a V3 Supercharger (250 kW) and compare charging it from 0–204 miles (the max on the Audi) at an Ionity 340 kW DC fast charger, the Tesla finishes first. To be fair, I’ve been talking about the size of the tank in terms of range, rather than energy. The Tesla looks much better because it’s more energy efficient. If we talked about how much energy the battery can hold, then the e-tron does charge faster (although they still don’t charge their battery all the way). That difference probably comes from a more efficient cooling system. Tesla Model 3 charges faster than Model S for just that reason, a more efficient cooling design. To me, the important question is which car gets from Point A to Point B the fastest, and which car spends more time charging to get there. YouTuber Bjørn Nyland runs what he calls the 1000 km challenge with various cars. The Audi e-tron Quattro 55 completed 1000 km in 10 hours 15 minutes. The e-tron 50 took an hour longer. His Model 3 took 10 hours even. Here is his spreadsheet: Nyland notes that the e-tron 50 was tested in wet cool weather, and he estimates between 11:15 and 11:30 for dry roads in summer. The data doesn’t cover what would happen with Tesla V3 Superchargers. Here is the complete list of Nyhand 1000 km challenge videos . The point is that any advantage e-tron has in charging speed is lost due to its lower energy efficiency. In the real world, the Tesla spends less charging time and gets you there faster.

FAQs ที่เกี่ยวข้อง audi e tron 11 kw

  • Q

    ปริมาตรกระบอกสูบของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Ja Kamonchanok

    มีปริมาตรกระบอกสูบและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    รูปแบบเกียร์ของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    พรพรพร

    มีรูปแบบเกียร์และรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ล็อคประตูป้องกันเด็กของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Virat Wongsawai

    มีล็อคประตูป้องกันเด็กและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม

Tags

เพจ & แท็กยอดนิยม

หน้าหลัก