แท็ก

audi e tron model years

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e tron model years

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

ๆ ร้อน ๆ ก็คือ Audi Q5 (อาวดี้ คิว5) ที่มาพร้อมชุดแต่งเอสไลน์ ทั้งภายในและภายนอก รวมไปถึงช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งใหม่

Audi TT RS 40 years of Quattro ฉลอง 40 ปีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อของอาวดี้ จำกัด 40 คันเท่านั้น

Audi (อาวดี้) เฉลิมฉลอง 40 ปีเทคโนโลยี Quattro ขับเคลื่อน 4 ล้อ ด้วยการแต่งโมเดลโรดสเตอร์รุ่นดังอย่าง

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

และยังคงความหรูหราด้วยวัสดุดีตามสไตล์รถนำเข้าจากญี่ปุ่น ขายราคา 3.49 ล้านบาทTesla Model 3 Performance2021

Ford ขยี้ Tesla เผยผลสำรวจลูกค้า 2021 Ford Mustang Mach-E ร้อยละ 70 เคยใช้เทสล่ามาก่อน

2021 Ford Mustang Mach-e (ฟอร์ด มัสแตง มัค-อี) รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน คู่แข่งกับ Tesla Model Y มีทรงท้ายลาดแบบรถสปอร์ตมัสแตง

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

ดูเพิ่มเติม

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

เพิ่มความปลอดภัย!!! Tesla ปรับ Model 3 และ Model Y ใช้ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติจากกล้องแทนการใช้เรดาห์

แม้จะจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นยอดนิยมอย่าง Tesla Model 3 (เทสล่า โมเดล 3) และ Tesla Model Y (เทสล่า โมเดล

รวมราคารถยนต์ไฟฟ้าในไทย ทุกรุ่นในปี 2021 ต้อนรับการมาของ ORA Good Cat

Tesla Model 3 ราคา 2,990,000 บาท2021 Tesla Model 3 รถซีดานขนาดเล็กชื่อดัง แต่ยังไม่มีตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทย

ทำไมบริษัทรถต้องแบ่ง Global Model และ Regional Model?

เพราะเหตุใด บริษัทรถจึงต้องมีโมเดลที่ขายในระดับ "ตลาดโลก" กับระดับ "ท้องถิ่น" หรือ Global Model

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

รวมถึงสามารถใช้เลนรถบัสได้ และได้รับการขยายแท่นชาร์จถึง 10,000 แห่งทำให้สนับสนุนการขายได้มากขึ้นTesla Model

Ford Mustang Mach-E มีดีจนติ่ง Tesla อิจฉา ตามไปบูลลี่คนซื้อในโลกโซเชียล

2021 Ford Mustang Mach-E (ฟอร์ด มัสแตง มัค-อี) เป็นรถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ทรงท้ายลาดแบบรถสปอร์ตชื่อดังในตำนาน

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

2021 BMW 5-Series ออกแบบดูเทอะทะ แต่ชนะ Tesla Model 3 ตรงการลู่ลมดีกว่าซะงั้น

530eสเปคความลู่ลมสูงกว่าใคร2021 BMW 5-Series รุ่นปัจจุบันสามารถทำตัวเลขได้ที่ 0.22 Cd มากกว่าคู่แข่งอย่าง Mercedes-Benz E-class

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

รีวิวโพสต์ audi e tron model years

VW, which is a company who actively tries to cheat regulators, first announced the Audi E Tron back in 2009. They're only about a decade late. 10 years later, they have a car slower than a 2012 Model S, with less range, and less cargo capacity. And it cost more too. 'Competition'

Plus there still will be no material competition next 2 years and by the time it arrives model S/ X will have new battery tech with 40% longer range making Audi and Porsche look old . lol I love and own an Audi SQ5 , but E Tron specs all are allready outdated .

รีวิว Q&A audi e tron model years

Will the Audi E-Tron eventually outsell the Tesla Model X?

Will the Audi E-Tron eventually outsell the Tesla Model X? Which year are we talking about? Today, near future or 2025? Well, let’s see, the Tesla Model X with the 100 kWh battery (95 kWh available to the user) has an EPA range of 295 miles (Wikipedia) or 325 miles in the recent, newest, upgraded version, according to Tesla. Audi E-Tron with the 95 kWh battery (84 kWh available) has an EPA range of 204 miles. If we account a few percent for degradation of the battery, less-than-ideal road conditions and higher freeway speeds and subtract 25% from the range of each car to get to real-life ranges, we get to 325 (-25%) = 244 miles for Model X and 153 miles for the E-Tron. That’s the range on which customers can actually rely on. If we get to winter conditions, subtract another 10–15%. Not only the E-Tron isn’t in the same league as the Model X, it actually disqualifies itself as a reasonable choice for this class / price segment. It will get only customers who absolutely don’t want a Tesla and absolutely want an Audi. At those differences in performance and range I don’t think that there are many. Yes, Audi does charge faster up to 80% (which is good) and it left a few percent more as safety in the battery to make it last longer, they could have “unlocked” a few percent more at the top, but still - its not even a competitor, yet alone a car that could outsell the Model X. This extra charging speed gets nullified by a much higher consumption, so as a result the Model X actually charges faster, especially if the user mostly charges on Superchargers in the (most common) 10% - 70% state of charge region. Leave aside that Tesla’s Supercharger is already up and running and Electrify America is still building it, it has the Autopilot that will have full self driving capability in a couple of years and it has over-the-air updates. The final point is - Tesla can produce as many Model X as it wants, it has no shortage of the 18650 battery cells. Audi - in contrast - has a shortage of their battery cells. I was asking whether we talk about the year 2025. Yes, by then Audi could start from scratch, massively redesign the car and give it a 130+ kWh battery. But these wouldn’t be the cars we are are talking about today. Edit: I have seen information that initial sales in Spain, Netherlands and Norway were quite good; but actually I am not surprised - first, it is a new car which some people like because it is new and second - it offers some features that Teslas don’t. Let’s not forget - the Model S is available since 2013 and Model X since late 2015. Many people who wanted those already have them. Norway has mostly roads with a speed limit of 80 km/h (50 mph) and people who bought the e-Tron obviously don’t drive very far very often and at those speeds the e-Tron can probably make close to those 300 km. But we are talking about 500, maybe close to 1000 cars per month. Globally. Early birds. Update 1: I wrote all of the above in May 2019. Now the opinion became a fact-based opinion. In US sales the Model X outsells the e-Tron at a ratio between 2:1 and 3:1. Final Update: Monthly Plug-In EV Sales Scorecard: July 2019 In Europe the E-Tron might have a slight home advantage, but don’t think that it is able to flip the ratio. Side note - Audi just recently announced another version of the e-Tron. With battery with 71 kWh gross capacity. Not 120 kWh, but 71 kWh. Less power, slower charging. I don’t think that this will boost sales. For this size and price category this is laughable.

Aside from being an electric vehicle, which Tesla feature or benefit is the most attractive and interesting to you?

For me, a lot of things pique my interest in Tesla vehicles. However, what makes them stand out the most? For starters, the looks. I mean this car is gorgeous. Tesla has done an amazing job at designing a good looking car. Electric cars are notorious for looking like this… While Tesla has made them into this… That is the Tesla Model S P100D which everyone already knows about. However, that being said, the performance gap between most electric cars, notice I said most, and Tesla cars is astronomical. The Mitsubishi I-Miev is the car pictured above, and was very affordable but get this, only had a 62 mile range. I can’t pick on it too much because of the price of a mere $24,000 but we have come a long way since then. The Model S pictured above with standard range costs $75,000 not accounting for discounts for an electric vehicle. That is most certainly not a good comparison for the price. However, if we compare the upcoming Audi E-Tron Does look pretty good! However, there are still some differences between the Model S and the Audi E-Tron. Range: The E-Tron’s base model does 204 miles on a single charge. The Tesla, 285 miles. Performance: E-Tron: 0–60mph in 5.5 seconds Model S: 0–60mph in 4.0 seconds Looks: For me, I will always appreciate the looks of a sedan over any SUV, even the Model X. I actually really don’t like the Model X. However, the Audi E-Tron does look fantastic, just not my type. Overall the two cars are comparable in price, performance, and to a lesser extent, range. But here comes the kicker… Technology: From what I can tell, the E-Tron comes with mostly standard new car technology. Infotainment system, CarPlay, and one thing interesting is Amazon’s Alexa as they were a partner in designing the E-Tron. Tesla cars all come with an extremely advanced technology package even for the base model. If we ignore the autopilot, as it does add $6,000 to the price, a quote from Tesla’s website explains the technology still available, “All new Tesla cars come standard with driver assistance features such as emergency braking, collision warning and blind-spot monitoring.” They all also come with automatic air suspension that raises and lowers based on your request to clear large bumps. Throw in another six grand and you get the famous Autopilot features such as auto park, summon, auto-lane change, and the famous advanced cruise control navigation. Inside the cockpit, the Tesla is full of weird quirks to play with like a drawing board and the ability to make the sat map turn into Mars with the promise of even more technology coming. Over the air updates are a beautiful thing. The main point is, I would love to own a Tesla not because of solely its performance, but because of the technology they are innovating. The automotive industry is changing during my lifetime and that’s something to be excited about. Tesla leads the innovation right now, but who knows what the future holds. I for one am only 21 years old so a Tesla is still a long way off. That’s not to say it’s impossible to own though. And maybe, just maybe we will start to see more companies throwing their proverbial fishing nets into the electric car market. Thanks for reading! -Stephen

What could explain Tesla getting outsold by the much inferior Audi E-Tron in Norway?

“Much inferior” depends a lot on your point of view. Tesla has been a mainstream brand in Norway for years, and have in that time “successfully” defended the American automotive industry’s reputation in Europe for poor quality. A lot of people have simply been holding out for their beloved German premium manufacturers to come up with an alternative. (see my opening and closing comments, written in 2015, to Christian Bull's answer to What are the biggest complaints from owners of a Tesla car?) Now that the e-Tron is here it has released a lot of pent up demand for a non-American premium EV. Furthermore, sedans are not popular in Norway. The popularity of the Model S and Model 3 has been in spite of their form factor. Norwegians vastly prefer wagons/estate cars and SUVs, which is why the Model X has outsold the Model S by a considerable margin here. The electric car market is very mature in Norway - fully electric cars are, and have been for some time, the most popular “fuel.” This means that Norwegians are far less obsessed with range. Norwegians have caught on to the fact that for the vast majority of people a real world range of 250 km per charge is more than enough. We also have several extensive fast charging networks. 100+ kW chargers are widely available, so on the rare occasion that you need to go more than 250 km in a single day, it’s not so much of an inconvenience to stop for a charge that it’s worth paying a lot extra for. Finally, and probably most importantly, it’s the price. The base e-Tron 50 is significantly cheaper than a base Model X, which is a very expensive car (NOK 499.900 vs. 845.900). Sure, you can easily spec an e-Tron 55 to be at least as expensive as a Model X, and it will in many ways be an inferior car, but the e-Tron covers a much wider market. The Model Y, which looks perfectly suited for the Norwegian market, is still a year away from deliveries in Norway. The e-Tron 50 base model. The “decor” on those 19″ wheels is a sticker!

How can the Tesla Model S get 370 miles of range out of a battery pack the same size as other EVs with less range?

So I believe the comparison you are trying to make is with the Tesla Model S and the Audi e-tron, because that’s the only other EV with a somewhat comparable battery pack size (95kWh vs. 100kWh). So first of all, the e-tron is actually an SUV, so perhaps it is fairer to compare it to the Model X 100D, which offers a 325 mile range, still WELL above the e-tron’s 204 mile range, so your question is still quite valid. So what are the potential culprits of why the e-tron’s range is so low? Vehicle aerodynamics: the e-tron has a higher drag coefficient (0.29 vs 0.24) than the Model X. Vehicle weight: the e-tron is heavier than the Model X. Less efficient drivetrain: Audi doesn’t have quite the experience that Tesla has, so their drivetrain is not as efficient as Tesla’s. Higher energy overhead: Audi may not have as good a battery chemistry as Tesla and/or want to be conservative on their pack cooling/heating, so the pack cooling system may use more energy than Tesla’s. But by far, the main reason that people believe that the e-tron’s range is significantly less is because it is believed they are only using about 83kWh out of their 95kWh (Tesla uses a much higher percentage of their 100kWh battery). There may be several reasons for this: maybe they are being conservative to prolong battery life; maybe they want to enable 150kW charge rates all the way up to 80% state of charge; maybe they want to reserve some capacity to mitigate battery degradation. At the end of the day, I think it comes down to the fact that Tesla has about 10 years head start on most other automakers when it comes to EV development, and it’s simply going to take other automakers many years to catch up to where Tesla is today (by which time they will have moved forward themselves).

Is the Tesla Model 3 a good investment out of college?

First of all, if you want to get a Tesla Model 3 and you think it will make you happy, do it. It’s an awesome car for its price range. It’s probably still a bit expensive for someone who just graduated, but who am I to judge. What makes me worried is when you say this: Ultimately, I'm looking at a car as an investment Let me be very clear. A car is not an investment. It’s a depreciating asset. I repeat: A car is not an investment. From a purely financial standpoint, a car is one of the worst ways to spend your money. It’s a money sink. Ideally, you want to minimize that loss. You also mention the unrivaled deprecation value of the Model 3. Yes, until now that is. It seems unrealistic that Model 3 cars can continue to depreciate as little as they have in the last three years. But the truth is, we simply don’t know what the future holds. Tesla has disrupted the car industry, and now every car maker is going electric. Mercedes is releasing its EQS which is like a Model S but with luxury interior. Audi e-Tron has been here for a while and BMW iX is right around the corner. Eventually, these concepts will trickle down to the Model 3 segment. And then there’s the race for self-driving technology, where Volvo and Mercedes have been making great strides. With all the changes happening, everything is very uncertain in the car industry, and we don’t know how that will affect the value of Tesla cars in the near future. So by all means, get the Model 3, but do it because you think it’s a cool car and not because it’s supposedly an investment.

FAQs ที่เกี่ยวข้อง audi e tron model years

  • Q

    บอกภาพรวมของAudi E Tronหน่อย.

    สุรสิงห์ มีสกุล

    ภาพรวม ของ Audi E Tron มีดังนี้

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    รุ่นย่อยไฟฟ้าของAudi E Tronมีออะไรบ้าง

  • Q

    ฐานล้อของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Ja Kamonchanok

    มีฐานล้อและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม

Tags

หน้าหลัก