แท็ก

audi e tron 7 places

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e tron 7 places

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพิ่มความเป็นไฟฟ้าที่ดูแลง่าย จึงทำยอดจองเยอะมาก ต้องต่อคิวรอนานเป็นปี ด้วยราคาขายเพียง 2.29 ล้านบาทAudi

ฟังเหตุผล ทำไมรถล้ำ ๆ อย่าง 2022 Mercedes-Benz EQS ยังใช้กระจกมองข้างแบบดั้งเดิม

ผลการศึกษาพบว่าการดูภาพหน้าจอที่แสดงผลด้านหลังหรือด้านข้างตัวรถจะทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่เวียนศีรษะ”กระจกมองข้างดิจิทัลใน Audi

ส่องข้อดีข้อเสีย Audi A7 รถหรูดีไซน์เด่นก่อนเป็นเจ้าของ

Audi A7 (อาวดี้ เอ 7) Sportback รถซาลูนสุดหรู หนึ่งรถยนต์หรูจากค่ายเยอรมัน ที่มีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

อาวดี้ประเทศไทยจัดแคมเปญให้ลูกค้าได้เลือกมาขับก่อนใคร จัดแคมเปญพิเศษให้ทุกรุ่น ผ่อนสบายๆ สูงสุดนาน 7

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

ดูเพิ่มเติม

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

(บีเอ็มดับเบิลยู เอ็กซ์6) ขณะเดียวกัน ล้อขนาดใหญ่ชวนให้นึกถึงรุ่นพี่อย่าง X7 (บีเอ็มดับเบิลยู เอ็กซ์7)

'รถไฟฟ้าทุกคันในปัจจุบันดูเหมือนกันไปหมด' นายใหญ่ BMW ย้ำต้องสร้างความแตกต่างเมื่อเวลามาถึง

แม้ว่าคู่แข่งมากหน้าหลายตาจะเดินหน้าเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าบนแพลตฟอร์มของตัวเองกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Audi

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

"ซิลิโคน" จะเป็นทางเลือกใหม่ในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าให้ อึด ทน นาน กว่าเดิม

ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายต่อธรรมชาติ เช่น ของเหลว กรด หรือตะกั่ว จึงปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมAudi

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ขณะที่ Chevrolet (เชฟโรเลต) เป็นแบรนด์ยอดนิยมในอียิปต์ ส่วน Toyota ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% ในเยเมนAudi

New 2020 Audi A5 เปิดตัวในไทย 4 รุ่นย่อย เคาะราคาเริ่มต้น 2.699 ล้านบาท ถูกลง 6-7 แสนบาท

รวมทั้งหมด 4 รุ่นย่อย พร้อมด้วยราคาพิเศษที่ลดลงไปกว่า 6-7 แสนบาทในแต่ละรุ่น เพื่อเอาใจผู้บริโภคชาวไทยที่ต้องการรถยนต์หน้าตาโฉบเฉี่ยว

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

) พร้อมทั้ง Suzuki Ciaz (ซูซูกิ เซียส) Suzuki Ertiga (ซูซูกิ เออร์ติก้า) Suzuki XL7 (ซูซูกิ เอกซ์แอล7)

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

รีวิว Q&A audi e tron 7 places

How “eco” really are electric cars, specifically Teslas?

When you burn a gallon of gasoline in a car, even the most efficient hybrid available, you go 56 miles and most the energy in the gasoline is lost as waste heat. If you put the same amount of energy as is in a gallon of gas in a Tesla Model 3 Long Range RWD (my car), you go 130 miles and most of that energy goes to moving the car. The efficiency of electric cars is the key reason they are better, but it’s more complicated than that simple fact. Complications include: Drilling, refining and transporting crude oil and gasoline takes energy. Power transmission has modest losses. Electric cars take more energy to manufacture because of the battery. The longer the car is driven, the less the energy of manufacture compares to the total. Some cars are more efficient than others. Some places get most of their energy from hydroelectric power (e.g. Norway) and some mostly burn coal (Germany). Electric cars are less efficient in Winter because they have to use the battery to heat the cabin (while in gasoline cars that’s accomplished by waste heat). Electric generation plants are more efficient and have better pollution controls than internal combustion engines. So if you compared the best diesel car with an Audi e-tron (a very inefficient electric car) in Germany, then you would probably come out better with the diesel. In the US where electricity is only 63.5% from fossil fuels, the Tesla Model 3 wins. For the science, see: Cleaner Cars from Cradle to Grave New Data Show Electric Vehicles Continue to Get Cleaner - Union of Concerned Scientists It’s important to remember that the electric grid gets greener year by year, so your electric car gets greener too. That fossil fueled car is stuck where was when it was built.

How advanced is Tesla’s battery and power train technology compared to other competitors?

The media does not like to write about Tesla’s achievements, as they don't get any advertisement dollars like from their competition. It is almost end of 2019, and competition like VW has been developing their next generation platform since 2009 , so over 10 years ago. Both their Audi e-Tron as well as the recent Porsche Taycan are not able to achieve power train efficiency of a 2012 Model S, a 7 year old model. Tesla needs to be given some credit for this achievement. This is largely because of two reasons, one is Tesla’s ground up approach in solving technology challenges. Which means that they don't start with where others left, but from fundamentals bringing fresh ideas. The second is their pace of innovation, they try-fail-learn-adapt at a pace that traditional manufacturers just cannot match due to legacy baggage, mindset and hierarchical bureaucratic management structures. Innovation dies in such places, where people are focused on quarter to quarter numbers and rat race to out do each other. But thanks to Tesla for showing how EVs need to be made, there is lot of seriousness from VW and others. So the products will get better and in future may even surpass Tesla. It is great for consumers and our planet.

Aside from Tesla, what other electric cars are good?

OK, we talk about the future. Mercedes will come out with the EQ C in 2020. Having a 80 kWh battery, it will be the a direct competitor to the Tesla Model X 75. Advantage? Luxury. Disadvantages? Less range, slower charging speed, most likely a higher consumption, comparable in charging only when the Ionity network is built and if it will offer CCS 2.0 ultra-rapid charge capability. Sorry, CCS 1.0 200A is significantly slower that Teslas Supercharger. The Model X is a 7-seater and additionally Tesla is continuously developing autonomous driving. Price? We don't know yet, but I bet a Mercedes won't be cheap. If Mercedes (as rumoured) will also make a 110 kWh version, the competitor is the Tesla Model X 100 and we have the same story again. Tesla Model X 100 is already built and the Mercedes in the far future of 2021 or 2022. Jaguar iPace? Good styling, better on unpaved roads than the (similarly priced) Model S 75. But the same story goes again: Tesla charges (a lot) faster, consumes (a lot) less, has more internal space. And it has the Autopilot and the Supercharger network. Audi is yet to be seen. I expect to see something between the iPace and the EQC. Edit: Audi e-Tron slightly outperforms the EQC and iPace, so it places itself between the Tesla Model X 75D and 100D. We have to wait for the prices and delivery / production numbers. Porsche Taycan? When it reaches the market, the competitor will be the Tesla Roadster 2 with it's big battery, range – and power. If Tesla (as promised) upgrades at least some Superchargers too, the Taycan will offer faster charging only on paper. But in performance? The Roadster will beat any roadworthy car on the planet - with maybe an exception of a handful of super-cars which cost ten times more, like some Bugatti or Koenigsegg, for example, in a single category - top speed. But you should know, at top speed they run out of fuel in less than 20 minutes too. Porsche Taycan will be left in the dust, even on a race track. But on the other side, yes, there can be better EVs made than Tesla is currently is making. Having some styling, features or convenience details. But when they will evenly match Tesla's cars in many categories, won't be worse in no one and be better in some others, you can be sure they will be a lot more expensive than Teslas. So better, regardless of price? Yes, some German manufacturers could produce better EVs by 2025, but since they are several years behind Tesla in development, they either won't offer all the features or they will be a lot more expensive. Probably both. But I am pretty sure no manufacturer will offer a better price/performance EV before 2030 - and match Teslas production numbers, which are currently about 40.000 of Model S and Model X (sold globally) and the Model 3 being well beyond 200.000 cars - per year. August 2018 YTD U.S. Passenger Car Sales Rankings – Best-Selling Cars In America Actually there could come some competition in the cost-effective class, but it will most likely come from Korea (Hyundai/Kia) or China (BYD and others).

Do electric cars accelerate faster? What is the fastest accelerating car?

Electric cars are just starting to take hold in the auto market. No longer relegated to the luxury segment, EVs now run the gamut from small to large and expensive to mainstream. And as you'll see on this list, some are quite quick. Keep reading to find out the top 10 fastest-accelerating electric cars from 0 to 60 mph ever tested by MotorTrend. To avoid repetition, we're listing each model only once in the highest-performing variant we've tested. Mercedes-Benz B-Class Electric - 6.5 Seconds The Mercedes B-Class hatchback was relatively quick, smooth, and luxurious. It was able to reach 60 mph in 6.5 seconds and it made 177 hp and 251 lb-ft of torque. But with just 87 miles of range, it wasn't a practical commuter. The model was discontinued in 2017. Luckily, Mercedes has a swarm of stylish and more practical EVs in the works. Nissan Leaf Plus - 6.5 Seconds We were pleasantly surprised when we first stepped on the accelerator in the Leaf Plus, the long-range version of Nissan's popular electric car. With 214 hp and 250 lb-ft of torque, it's substantially more potent than the standard version. Who ever thought a Nissan Leaf could outrun a Honda Civic? If you can get past the dull steering, you'll also enjoy its quiet, stable ride in the city and on the highway. Range in this quick electric car tops out at 226 miles. BMW i3 - 6.4 Seconds We appreciate the BMW i3's tight turning radius and quick acceleration, not to mention its eco-friendly interior with natural materials such as Eucalyptus wood. Overall, the i3 is not a bad first foray into the EV game. But we're generally not a fan of the driving dynamics; sloppy handling mars the experience. We expect BMW's next generation of electric vehicles to feel better suited to the blue-and-white roundel. Chevrolet Bolt - 6.3 Seconds No question about it: The Chevrolet Bolt made long-range electric cars accessible to the masses. Roomy, quiet, and fun-to-drive, the Bolt is the second EV to win MotorTrend's Car of the Year award after the Tesla Model S. Chevrolet sweetened the pot for the 2020 model year by extending range even further, to 259 miles. The Bolt makes a healthy 200 hp and 266 lb-ft of torque. Audi E-Tron - 5.1 Seconds The first all-electric product from Audi is the sleek E-Tron SUV. Part of the first wave of battery-electric vehicles planned by Volkswagen Group, the E-Tron is built on a new EV-specific platform that incorporates components from the group's existing SUV architectures. In many ways, the E-Tron is a stopgap until VW Group's dedicated modular MEB platform arrives, but that doesn't mean Audi just phoned this one in. With its two electric motors making a combined 355 hp and 413 lb-ft of torque, the Audi E-Tron is one of the fastest accelerating electric cars we've tested. In our tests, the E-Tron did 0-60 mph in 5.1 seconds. Range is estimated at just 204 miles by the EPA, however. Stay tuned for our real-world range test results. Jaguar I-Pace - 4.0 Seconds Jaguar's electric crossover is a pleasant sight to behold, and pure fun to drive. This stylish electric crossover makes 394 hp and 512 lb-ft of torque. With precise steering, instant acceleration, and next to no body roll, the I-Pace deserves a seat at the top of this list alongside the Teslas. As one of our 2019 SUV of the Year finalists, it even performed well off-road, trekking across dirt hills and sand pits thanks to its all-wheel-drive traction. Range is a healthy 234 miles. Tesla Model X P90D - 3.2 Seconds One of the fastest electric cars is actually an SUV. The Tesla Model X has many gimmicks, from its falcon wing doors to oversized front windshield and monopost second-row seats. But it's also functional, with sufficient room in the optional third row and an aerodynamic design that loses little range to the Model S. It's also surprisingly quick for its size. We tested a 2016 Model X P90D Ludicrous running from 0-60 mph in 3.2 seconds, although it took a much less powerful 75D model 5.5 seconds to hit the same mark. Tesla Model 3 Dual Motor Performance - 3.1 Seconds It may be Tesla's entry-level car, but the Model 3 packs a strong punch. In our tests, the dual-motor Model 3 Performance zipped from 0-60 mph in 3.1 seconds. This quick electric car packs 450 hp and 471 lb-ft of torque. The dual-motor Long Range model was noticeably slower, though, reaching 60 mph in 4.0 seconds. Both versions can travel 310 miles on a charge, although the Performance is currently $8,000 more expensive to start. Porsche Taycan Turbo S - 2.4 Seconds The Porsche Taycan Turbo S set a new quarter-mile record for electric cars in our tests. But in the 0-60 run, it comes in second place. We recorded a 2.4-second time in this car, ahead of Porsche's own estimated time of 2.6 seconds in Launch Control mode. Tesla Model S P100D - 2.3 Seconds The Tesla Model S isn't just the quickest electric car MotorTrend has ever tested. It's also the quickest production car we've ever tested—period. We clocked a 2017 Model S P100D, comparable to today's Model S Performance, hitting 60 mph in 2.28 seconds. In our review, we said this Model S "snaps your body in a manner that is utterly impossible to replicate in any other street-legal production car on normal tires and dry asphalt at a mid-$100,000 price point." Of course, we've tested less potent versions with slower times, everything from the P90D (2.6 seconds) to the P85D (3.2 seconds) and the previous "budget" 60 version (5.0 seconds). Fastest Electric Cars from 0-60 MPH Mercedes-Benz B-Class Electric: 6.5 Seconds Nissan Leaf Plus: 6.5 Seconds BMW i3: 6.4 Seconds Chevrolet Bolt: 6.3 Seconds Audi E-Tron: 5.1 Seconds Jaguar I-Pace: 4.0 Seconds Tesla Model X: 3.2 Seconds Tesla Model 3: 3.1 Seconds Porsche Taycan: 2.4 Seconds Tesla Model S: 2.3 Seconds Please Upvote and Share if you like.

What are the pros and cons of petrol and diesel engines?

The situation today is very different from what it was.. So here are the positives about diesel. 1. Diesel is no longer dirty or loud. Thanks to new engine technology and the mandatory transition to ultra-low sulfur diesel, today's diesel cars run quietly, and don’t spew black smoke all over the road. 2. More power. There’s a reason trucks run on diesel: The fuel provides more torque, which means more towing power and more power off the line. Audi’s new 3-liter TDI diesel engine (used in the A6 and A7) produces 428 pound-feet of torque. The 3-liter TFSI gasoline engine generates 325 pound-feet. 3. Germans do it. In 2011, diesel car sales made up 51.8% of the European market, according to the U.S. Department of Energy . In Germany, 41.9% of cars sold that year ran on diesel. 4. Diesel cars hold their value better than gasoline cars. According to research firm ALG , compact diesels held 63% of their value after 36 months. For gasoline cars, the number was 53%. Hybrids, 55%. Alec Gutierrez, a senior market analyst at KBB, said that’s partly because there are fewer diesel cars on the market, so used ones command higher prices. They are also “tremendously fuel efficient,” Gutierrez said, a big selling point when gas prices are high. “Demand is outpacing supply,” he noted. 5. You go to the pump a lot less often. Diesel may cost more than regular gasoline (about $0.24 more per gallon, per AAA’s current figures ) but it’s much richer in energy — between 25% and 30% richer. The new BMW 328d (d for diesel) gets better mileage than the gas-powered Smart fortwo coupe. And it produces 180 horsepower, compared to the Smart’s measly 70. 7. If you’re buying a fancy car, diesel fuel isn’t actually more expensive. The current national average price for premium gasoline is $3.866/gallon. For diesel, it’s $3.876/gallon. So for anyone driving a luxury ride, gas costs just as much, and you need a lot more of it. 8. The price premium over a gasoline car is lower than for a hybrid or electric car. Per figures from LMC Automotive, cars running on diesel cost $2,500 more than the cars with a gasoline internal combustion engine, on average. For a hybrid, the difference is $4,100. For a fully electric car, it’s $13,000. All three types of vehicles will save you money on gas, but you'll overpay the least for the diesel. 9. It’s easy to find a place to fill up. The big problem with electric cars is that the public charging infrastructure is just beginning to be built. But because diesel has been a common fuel for trucks for decades, it’s available at nearly 50% of American gas stations. 10. Diesels win the 24 Hours of Le Mans. Since 2006, every car to win the famous endurance race — the Audi R10 TDI, Peugeot 908 HDi FAP, Audi R15 TDI plus, Audi R18 TDI, and Audi R18 e-tron quattro — burned diesel on the way to first place. Read more: 10 Reasons You Should Buy A Diesel Car

FAQs ที่เกี่ยวข้อง audi e tron 7 places

  • Q

    ระบบสัญญาณกันขโมยของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    กมล สุพิศ

    มีระบบสัญญาณกันขโมยและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    รุ่นของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Keawjai Chaihong

    มีรุ่นและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    การเร่งความเร็วของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    ฟอง_พิชญา

    มีการเร่งความเร็วและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม

Tags

หน้าหลัก