แท็ก

audi e tron 90

บทความที่เกี่ยวข้อง audi e tron 90

ฟังเหตุผล ทำไมรถล้ำ ๆ อย่าง 2022 Mercedes-Benz EQS ยังใช้กระจกมองข้างแบบดั้งเดิม

ผลการศึกษาพบว่าการดูภาพหน้าจอที่แสดงผลด้านหลังหรือด้านข้างตัวรถจะทำให้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่เวียนศีรษะ”กระจกมองข้างดิจิทัลใน Audi

Review: 2019-2020 Audi e-tron เอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า

Audi (อาวดี้) ค่ายรถยนต์หรูจากยุโรป ส่งรถเอสยูวีอเนกประสงค์หรูพลังงานไฟฟ้าอย่าง 2019-2020 Audi e-tron

Audi Thailand ปรับกลยุทธ์ฝ่า COVID-19 เน้นเพิ่มสินค้า-ทำราคาสู้-ปรับบริการรับลูกค้า

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) ปรับแผนงานฝ่าวิกฤต COVID-19 เน้น 3 นโบายหลัก เพิ่มความหลากหลายของสินค้า

Audi เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ 2022 Audi e-tron GT และ Audi RS e-tron GT เริ่ม 3,621,000 บาท

Coupe คือ 2022 Audi e-tron GT (อาวดี้ อีทรอน จีที) เริ่ม 3,621,000 บาท และ Audi RS e-tron GT (อาวดี้

อาวดี้เตรียมเปิดตัว 2021 Audi e-tron GT พร้อมสู้ Porsche Taycan ได้หรือไม่?

Audi e-tron GT Concept ในงาน Los Angeles Auto Show หลังจากที่มีการเปิดตัว Audi e-tron Quattro และ รถอเนกประสงค์

เปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback ค่าตัว 5.299 ล้านบาท จำกัดโควต้า 15 คันในไทย

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย

2021 Audi e-tron GT เตรียมบุกไทยปีนี้ พร้อมตระกูล RS อีกหลายรุ่น

ซึ่งรวมไปถึงรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้า Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) ที่จะเปิดตัวในตลาดโลกในสัปดาห์หน้า

เป็นไปได้? ผู้บริหาร Audi ชี้รถพลังไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่เล็กลงในอนาคต

ซีอีโอ Audi (อาวดี้) ออกมาให้ความเห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กลงในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีการชาร์จไฟและจุดชาร์จไฟมีพัฒนาการก้าวหน้ามากขึ้นจากการแข่งขันด้านพละกำลังทั้งแรงม้าและแรงบิดของรถเครื่องยนต์สันดาปในอดีต

ชมคุณสมบัติเด่น 2022 Audi Q4 e-tron รถเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็กแฝงความดุดัน

2022 Audi Q4 e-tron2022 Audi Q4 e-tron และ Q4 e-tron Sportback (2022 อาวดี้ คิว4 อี-ทรอน) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ

พาชม 2020 Audi TT RS สีส้ม Pulse Orange 400 แรงม้า เจ้าของค่าตัว 5.299 ล้านบาท

All-New 2020 Audi TT RS (2020 อาวดี้ ทีที อาร์เอส) เปิดตัวในประเทศไทยด้วยฝึมือของอาวดี้ ไทยแลนด์ และทำราคาแบบหยุดโลกที่

ดูเพิ่มเติม

สำรวจความนิยมแบรนด์รถยนต์ในแต่ละประเทศ ใครยืนหนึ่ง? อันดับสองค่ายใดมาชมกัน

ขณะที่ Chevrolet (เชฟโรเลต) เป็นแบรนด์ยอดนิยมในอียิปต์ ส่วน Toyota ครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% ในเยเมนAudi

สโลแกนยี่ห้อรถดัง ตั้งแต่ยุค 90 ถึงปัจจุบัน พูดแล้วติดหู คนบ้ารถจำได้แน่

เน้นความไฮเทค ความแรง ความหรู หรือความน่าเชื่อถือ โดยเราขอรวบรวมสโลแกนดัง จากค่ายรถที่ติดหูมากที่สุด ตั้งแต่ยุค 90

จับตา 10 รถใหม่เตรียมเปิดตัวปี 2021 รุกตลาดโลก หลายรุ่นเข้ามาขายเมืองไทยด้วย

ขุมพลังขับเคลื่อนจะมีทั้งเครื่องยนต์เบนซินและไฮบริดMazda CX-50เมื่อปีที่แล้ว Mazda ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าชื่อรุ่น CX ที่มีตั้งแต่ 10 จนถึง 90

ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในนอร์เวย์ พ่งสูงเกือบ 90% เอาชนะเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินที่แรกในโลก

3จากการรายงานของ Norwegian Road Federation (OFV-กรมการขนส่งนอร์เวย์) ในปี 2020 รถที่ขายดีที่สุดคือ Audi

รวมรถ EV เปิดตัวใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2021 ราคาเริ่มตั้งแต่ 3 แสนกว่าจนถึงหลายล้าน

เพิ่มความเป็นไฟฟ้าที่ดูแลง่าย จึงทำยอดจองเยอะมาก ต้องต่อคิวรอนานเป็นปี ด้วยราคาขายเพียง 2.29 ล้านบาทAudi

2021 Audi RS Q3 Sportback ยืนยันมาไทย 19 ก.พ. นี้ คาดราคา 5 ล้านกว่าบาท สู้กับ Mercedes-AMG เต็ม ๆ

2021 Audi RS Q3 Sportback (อาวดี้ อาร์เอส คิว3 สปอร์ตแบค) เอสยูวีท้ายลาดพื้นฐานจาก Audi Q3 จะมาขายไทยวันที่

เปิดตัว 2021 Audi RS e-tron GT ราคา 6.39 ล้านบาท สเปคนำเข้าฝาแฝด Taycan

2021 Audi e-tron GT (อาวดี้ อี-ตรอน จีที) รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดจากเยอรมนี ที่เปิดตัวในเยอรมนีเมื่อเดือนก่อน

"ซิลิโคน" จะเป็นทางเลือกใหม่ในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าให้ อึด ทน นาน กว่าเดิม

ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายต่อธรรมชาติ เช่น ของเหลว กรด หรือตะกั่ว จึงปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมAudi

ชมงาน BIMS 2021 ดู GWM มาแรง MG Extender หน้าใหม่ หรือ Audi e-tron GT และอื่น ๆ เรารวมไว้ให้คุณแล้วที่นี่

วางจำหน่ายในราคา 3.99 ล้านบาทนอกจากนี้ Audi (อาวดี้) นำรถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตรุ่นใหม่ Audi e-tron GT (อาวดี้

Audi e-Tron รุ่นย่อย Premium ใหม่ ราคาถูกลง 10% ตัดออพชั่นอะไรบ้าง?

Audi e-Tron รถครอสโอเวอร์พลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งทำยอดขายไม่ดีนักในสหรัฐอเมริกา จึงได้ออกกลยุทธ์ใหม่ เปิดตัวรุ่นล่างสุดที่มีราคาเอื้อมถึงง่ายขึ้น

ชมคันจริง 2020 Audi e-Tron Sportback ขายไทยในราคา 5.299 ล้านบาท มีดีแค่หลังคาลาดลงรึเปล่า?

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) เปิดตัวขายในไทยแล้วด้วยราคา 5,299,000 บาท เป็นรถเอสยูวีพลังไฟฟ้าล้วน

2021 Lexus UX300e เปิดตัวใหม่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าหรูจาก Audi e-tron ได้หรือไม่

Premiumสำหรับ 2021 Lexus UX300e ที่เพิ่งเปิดตัวนี้จะมีความสามารถเพียงพอที่จะได้ส่วนแบ่งตลาดรถไฟฟ้าสุดหรูจาก Audi

Review 2020 Audi e-tron Sportback รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 5.299 ล้านบาท ครบทั้งแรงทั้งหรูแบบไร้คู่แข่ง

2020 Audi e-tron Sportback 55 quattro S line (อาวดี้ อี-ตรอน สปอร์ตแบ็ค) รถยนต์ไฟฟ้าทรงเอสยูวีคูเป้จากค่ายสี่ห่วง

Audi เดินหน้าเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัวภายใน 2035 หลัง Audi e-tron ขายได้ 9,227 คัน ขึ้นอันดับ 1 ใน Norway

2035ซึ่งจะมีการแจ้งแผนออกมาในอีกไม่กี่เดือน พร้อมสถานะของโรงงานที่จะต้องเปลี่ยนไปผลิตแบบไฟ้าแบบเต็มตัวยอดขาย e-Tron

รวมราคารถยนต์ไฟฟ้าในไทย ทุกรุ่นในปี 2021 ต้อนรับการมาของ ORA Good Cat

270 นิวตันเมตร ระยะทางการวิ่ง 217 กม. 2021 Lexus UX300eLexus UX 300 e

เผยโฉม 2022 BMW iX รถเอสยูวีไฟฟ้าที่ดีที่สุดเวลานี้? เบียด Audi e-tron

BMW Operating System เจนเนอเรชั่นใหม่ซึ่งข่าวระบุว่าผลิตด้วยวัสดุคริสตัล BMW iX Audi

แบงค์บอกต่อ CX-5 ลดเหลือ 1,160,000 บาทกับ Audi อัดดอกเบี้ย 0% ก่อนงาน Motor Expo 2020

Mazda และ Audi นำรถมาลดราคา และขนแคมเปญงาน Motor Expo 2020 เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจองกันก่อน พร้อมแล้ววันนี้Mazda

ควักเพิ่ม 2 แสน! ทำไมถึงควรเลือก 2020 Audi e-tron Sportback มากกว่า e-tron สแตนดาร์ด

2020 Audi e-tron Sportback (อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ็ก) รุ่นใหม่เปิดตัวลุยตลาดบ้านเราแล้วด้วยราคา 5.299

2020 Audi e-tron Sportback จ่อลุยเมืองไทยสัปดาห์หน้า คาดราคาทะลุ 5.3 ล้านบาท

บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทยเตรียมเปิดตัว 2020 Audi e-tron Sportback

นอร์เวย์ผงาดชาติแรกยอดขายรถพลังไฟฟ้าแซงรถเครื่องยนต์สันดาป – แล้วเมืองไทยล่ะ?

จะพบว่ารถพลังไฟฟ้ามีสัดส่วนยอดขายเพียง 1% เท่านั้นสมาคมยานยนต์แห่งนอร์เวย์ (OFV) ระบุว่ารถพลังไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2020 คือ Audi

รีวิวโพสต์ audi e tron 90

#Audi entscheidet sich für einen #Induktionsmotor in seinem neuen E-tron-Antriebsstrang, der den #selteneerden permanenten Magnetverbrauchs reduziert. Etwa 90% der reinen #Batterie #EV Modelle verwenden PM-Synchronmotoren. #SEE

#Audi #e-Tron stats you can travel 62 miles on 1.5 litres of fuel which you can travel 124 miles for £3.90 #nice

Would also add the maximum grant you can get for an electric car is £3,500... for a £90,000 Audi e - tron. They live in dream world.

Entre @GretaThunberg reinona del cambio climático y su hit me habeis robao la infancia pero me vais a pagar toda la vida jeje. @sanchezcastejon paseandose en un audi e tron de 90.000 pavos de ná eso o el Falcón. Se han olvidado los #eresandalucia y aquí no ha pasado ná eh psoe

Ahora mismo no hay ningún eléctrico que superó los 600km de autonomía ni siquiera el nuevo audi e tron que cuesta más de 90.000 € pero por ej en Japón tienes un Toyota a hidrógeno que llega hasta los 900km y recargas en menos de 5 m eso si es futuro lo demás pamplinas etc.

@AnilKhaitan2 Tesla X 90 D beat Audi e - tron and Jaguar I - Pace Electric Vehicles in an independent efficiency test . Cars were pitched over an 87 KM stretch at an avg speed of 120 KMPH . Tesla consumed a quarter less energy, had over twice the range .

I maybe a bit harsh there, prior to buying the last car I couldn’t find an estate Ev suitable for a family. If you are going down the Tesla or Audi E Tron you are talking 90-100k euro now they have been launched.

#Audi's ##A3_e_tron gearing up for 2013, should hit 90 miles per charge http://dlvr.it/NDxzQ

"#Audi has responded by introducing an all new battery pack for the #R8 #e-tron with 90 kWh of power and a range... http://fb.me/28cWHMZeq

@AudiIN Audi R18 e tron quattro covered 4742.89 km to win 24 hours of Le Mans in 2013 #AudiLeMans 90

รีวิว Q&A audi e tron 90

How can Audi offer a 90+ kWh battery cheaper than Tesla can?

For one thing Tesla probably makes a good bit more profit on its cars than Audi will make on the e-tron. The average margin of a Tesla car is over 25%, and that’s weighted down by the Model 3, meaning that the Model S, which would be the only Tesla with a battery pack as large as the E-tron would be well above 25%. That margin number is before accounting for ZEV credits.[1][2] For reference, the average margin of a luxury care is 10–15% (lower for other cars). Other answers suggest that the e-tron is being sold at a loss (before carbon credits). The e-tron presumably doesn’t come with autonomous driving hardware that is standard on all Tesla cars. It has less acceleration and a lower top speed than the Teslas.[3] What’s odd about the e-tron and the new Jaguar I-PACE is why they don’t get more range from their larger batteries. The Tesla Model 3 gets 310 miles of range from its 75 kWh battery, while the e-tron looks to have an EPA range of 204 miles with a 95 kWh battery (supposedly this has been increased to 270, but the EPA website doesn’t have this). The Tesla Model S Long Range (100 kWh) battery 373 miles. If we put battery capacity aside and just look at range, the Tesla Model 3 long range AWD model blows the e-tron away with much greater range (and acceleration and top speed), and a considerably lower price. To get an e-tron with a premium stereo, glass roof, heated seats, etc. will cost $81,000. The AWD Model 3 long range would be around $48,990. Update: Audi has introduced it e-tron 50 with a 71 kWh battery pack with a starting price of $55,000 in some countries. EPA range numbers are not available, but the will be under 200 miles for sure. Footnotes [1] TSLA 3Q18 Update Letter | Tesla Model S | Revenue [2] What is ZEV? [3] https://www.caranddriver.com/news/2019-audi-e-tron-quattro-electric-crossover-ev-photos-info

Should I go for Tesla or Audi E-Tron in the electric vehicle market?

That depends… If I were in a crash, I would choose the Model 3. It is the safest car there is. If I were parking in an unsafe neighborhood, I would choose the Model 3. It is the most secure car there is. Thieves who try to steal it get caught quickly. If I want a less expensive car, the Model 3 is the choice. If I want a car with great resale value, the Model 3 is the choice. If I want to save money on fuel, I would choose the Model 3. With 130 mpg equivalent, it is the more efficient than the E-Tron (which has ~80 mpg equivalent). Also, supercharging the Model 3 is cheaper. If I want a car with faster charging, the Model 3 is the choice. If I want a car with better acceleration, the Model 3 is the choice. If I want a car with better range, the Model 3 is the choice. If I want to use the car for long road trips, the Model 3 is the choice. Tesla’s superchargers are all over the place, and at strategic locations. If I want a car that can drive itself on the highway (at speeds up to 90 mph), the Model 3 is the choice. If I don’t like parallel, or perpendicular parking (facing outwards), and want a car that will do that parking for me, the Model 3 is the choice. If I want a car that increases in functionality after I buy the car, and throughout its life, at no extra cost to me, the Model 3 is the choice. When my car’s software needs a bug fix or update, the Model 3 is the choice. Such fixes or updates will probably happen 5–50 times over the lifetime of the car. With the Model 3, the update will happen while I’m sitting in the comfort of my home, sipping a cold drink. With the E-Tron, you will have to go to the dealer to get this. As a result, Audi will only have you in to fix critical bugs, whereas Tesla will give you updates that even have minor fixes. So the Tesla experience is far superior - imagine if your Windows computer couldn’t update itself every so often but you had to take to Microsoft to update it; or worse still, you never had it updated at all because of the inconvenience! If I want a great user interface, and easy to use navigation, music and phone, the Model 3 is the choice. If I want to do away with tens of buttons, the Model 3 is the choice. If I want a very configurable driving experience, the Model 3 is the choice. One day I can drive it as a sports car, and the next day I can reconfigure it to drive as a family sedan. If I want a beautiful glass roof, the Model 3 is the choice. The Model 3 has won several prestigious awards since its debut. The E-Tron has yet to win any. In the US, during Apr - Jul 2019 (The E-Tron’s debut was in Apr 2019) the E-Tron sold only 2513 cars. whereas the Model 3 sold 58,675 cars! So I think , buyers have realized what I’ve said above, and made their decision accordingly. The E-Tron is a nice car, and is luxurious on the inside, but the Model 3 is a very versatile, practical and sensible car. And I think it looks cooler too!

Why is the new Audi E-tron, announced 10 years ago, unable to drive as far as a 2012 Tesla S with similar battery capacity?

Mostly, because Audi e-tron is an SUV and Model S is a sedan. The cross section size of E-tron is much closer to Model X than to Model S. But that is not the full story, since Audi is rated 74 MPGe, and the equivalent Model X is rated 90 MPGe. It does not look like Audi engineers put enough effort into aerodynamics. It even has a grille. (A grille is a monumentally stupid thing to have for an EV, since its only function is to route air to the radiator for the engine coolant, and EVs have neither.) Or, at least, not as much as Tesla did. Reported Cd’s are 0.25 for Model X and 0.28 for e-tron, which would explain over half of the difference in MPGe.

How does Tesla get so much more range than other electric cars?

There are 3 reasons Tesla vehicles have significantly more range than other electric cars. First, and most obvious, they have big batteries. Range on an electric car is miles per kWh times kWh available. Having more kWh leads to more range. However, as you can see with new cars that are emulating Tesla battery size, that isn't the whole story. The Audi e-Tron, Jaguar I-PACE, and Porsche Taycan all have big batteries, but nowhere near the range of similar Tesla vehicles. For example, the Jaguar has a 90 kWh battery and only 234 miles range. The Tesla Model X with the same size battery goes 257 miles. The Audi e-Tron is even worse. It has a 95 kWh battery and only 204 miles range. Tesla has better aerodynamics and more efficient motors and electronics. The Tesla Model S and Model 3 have drag coefficients of 0.24 and 0.23, significantly lower than most production cars. Lower drag and more efficient electronics help the car use every kWh more effectively, especially at highway speeds.

Are car manufacturers catching up with Tesla on EV technology?

Are car manufacturers catching up with Tesla on EV technology? As much as I would want to answer differently, I have to say: no. Not really. I will start from the best competitors first: Audi E-Tron. It charges quite fast (at about 140 kW with a 95 kWh battery), but has a horribly high consumption. As a result, the range is far below its class. Jaguar i-Pace. Similar. The consumption is just little less bad, but it rapid charges significantly slower. 104 kW DC on a 90 kWh battery doesn’t show a technology leader. Kia e-Niro. Actually quite OK (for its price), but rapid charging isn’t nearly on par to a Tesla Model 3. 74 kW with a 70 kWh battery is on par with Jaguar. Hyundai Kona. A smaller cousin of the Kia e-Niro. Enough said. Chevrolet Bolt. Similar to Kona, but that one beats it in every aspect. Nissan Leaf Plus. The range is similar to those three mentioned before, but it doesn’t have even the slightest battery cooling, not even a fan. The basic technology hasn’t changed since 2011. Yeah. It is still a commuter car, only the battery got bigger. Tesla could have beaten all these cars with model S and X from 2015. It leapfrogged them with the 2017/2018 Model 3. But - Tesla Model S and X were recently upgraded. The Model 3 Long Range sets the industry standards - in efficiency, range, rapid charging speed and (with the Standard Plus) in price. So while it may seem that the gap got smaller - well, it hasn’t. Yes, some manufacturers started to make some EVs, but technology-wise they are stil way behind. It is still a 5–8 year technology gap, in some cases it was even smaller years ago.

FAQs ที่เกี่ยวข้อง audi e tron 90

  • Q

    ฝาครอบล้อของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Keawjai Chaihong

    มีฝาครอบล้อและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    Tagg Kittisak

    มีไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม
  • Q

    ขนาดล้ออัลลอยของAudi E Tronมีอะไรบ้าง

    พรพรพร

    มีขนาดล้ออัลลอยและรุ่นย่อยของAudi E Tron ได้แก่

    อ่านเพิ่มเติม

Tags

หน้าหลัก